• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2603030 นรกส งมาเก Ep.2 (ตอนจบ)

admin79 by admin79
March 26, 2026
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2603030 นรกส งมาเก Ep.2 (ตอนจบ) Rimac Nevera: สุดยอดพละกำลังไฟฟ้า จุดประกายยุคใหม่แห่งสมรรถนะ ในโลกยานยนต์ยุคปัจจุบัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเครื่องยนต์สันดาปสู่พลังงานไฟฟ้า กระแสความสนใจของมวลมนุษย์ได้พุ่งเป้าไปที่ “พละกำลัง” ซึ่งเคยถูกวัดด้วยหน่วย “แรงม้า” มาอย่างยาวนาน ปัจจุบัน ในยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า พละกำลังถูกแสดงออกในหน่วยสากลที่ได้รับการยอมรับมากกว่า นั่นคือ กิโลวัตต์ (kW) แม้ว่าในยุโรปจะนิยมใช้กิโลวัตต์เป็นหลัก และเสริมด้วยหน่วยแรงม้า (hp) เป็นค่ารอง แต่ทั้งสองหน่วยนี้สามารถแปลงกลับไปมาได้โดย 1 กิโลวัตต์เท่ากับ 1.34 แรงม้า หรือ 1 แรงม้าเท่ากับ 0.746 กิโลวัตต์ ย้อนกลับไปดูนิยามของ “แรงม้า” ตามมาตรฐาน Imperial ที่เคยนิยมในสหราชอาณาจักร (ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ระบบเมตริกเช่นกัน) และยังคงแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา คือ กำลังที่ม้า 1 ตัว สามารถยกน้ำหนัก 550 ปอนด์ ขึ้นไปสูง 1 ฟุต ในเวลา 1 วินาที หากเทียบเป็นหน่วยเมตริกสากล วัตต์ (Watt) ก็จะเท่ากับ 746 วัตต์ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้หน่วยกิโลวัตต์ ทั้งที่หน่วยแรงม้าเป็นที่คุ้นเคยและเข้าใจง่าย เหตุผลนั้นซ่อนอยู่ในความไม่เท่าเทียมกันของ “แรงม้า” ในแต่ละประเทศ หากคุณเคยสังเกตจะพบว่าหน่วยแรงม้าในนิตยสารยานยนต์ต่างประเทศมักมีความหลากหลาย เช่น สหรัฐอเมริกาใช้ HP (Horsepower), สหราชอาณาจักรใช้ BHP (Brake Horsepower), เยอรมนีใช้ PS (Pferdestärke), และฝรั่งเศส/อิตาลีใช้ CV (Cheval-vapeur) ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากหลักการวัดที่ต่างกัน โดยเฉพาะ BHP ที่อังกฤษพัฒนาขึ้นเพื่อคำนวณ “แรงเสียดทาน” ในเครื่องยนต์เข้าไปด้วย ทำให้ค่า BHP มักต่ำกว่า HP เล็กน้อย (ประมาณ 1 HP = 0.99 BHP) แต่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญคือ PS และ CV ซึ่งอิงตามมาตรฐานเมตริก โดย 1 แรงม้าเมตริกเท่ากับ 735.5 วัตต์ เทียบกับ 1 แรงม้าอิมพีเรียลที่เท่ากับ 746 วัตต์ ดังนั้น การเปรียบเทียบรถยนต์จึงควรระบุหน่วยให้ชัดเจน เช่น BMW 540i (G30) ให้กำลัง 250 กิโลวัตต์ ซึ่งแปลงเป็น 340 PS ในมาตรฐานเยอรมนี หรือ 335 HP ในมาตรฐานสหรัฐอเมริกา จึงไม่ควรโต้เถียงกันเรื่องตัวเลขแรงม้า หากไม่ได้อ้างอิงหน่วยวัดเดียวกัน ก้าวสู่ยุคแห่งพละกำลังไฟฟ้า: BYD Seal และ Lotus Eletre การมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้าได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของสมรรถนะไปอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเปิดตัว BYD Seal รุ่น Performance เมื่อเดือนกันยายน 2566 ที่สร้างความฮือฮาในตลาดไทย ด้วยกำลัง 390 กิโลวัตต์ หรือ 530 แรงม้า (PS) ในราคา 1.59 ล้านบาท เมื่อคำนวณเป็นราคาต่อแรงม้า จะอยู่ที่เพียง 3,018 บาทต่อแรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 68.3 กก.-ม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคได้อย่างล้นหลาม ตามมาติดๆ ด้วย Lotus Eletre รถครอสโอเวอร์ SUV ไฟฟ้าสุดล้ำ ที่มาพร้อมกำลังสูงถึง 675 กิโลวัตต์ หรือ 904 HP แรงบิด 100.4 กก.-ม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.95 วินาที แม้ราคาจะสูงถึง 6.59 ล้านบาท แต่หากคิดเป็นราคาต่อแรงม้าจะอยู่ที่ 7,322 บาทต่อแรงม้า การเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปภายในได้ลดต้นทุนของพละกำลังลงอย่างมหาศาล คาดการณ์ได้ว่าในอนาคต รถยนต์ทุกระดับราคาจะต้องมีสมรรถนะที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะอัตราเร่งและความคล่องตัวในการแซง
Rimac Nevera: มาตรฐานใหม่ของ Hypercar ไฟฟ้า ในพิกัดสูงสุดของวงการยานยนต์ Hypercar ไฟฟ้า กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยอัตราเร่งที่เหนือกว่าทุกสิ่ง โดย Rimac Nevera จากประเทศโครเอเชีย คือตัวแทนที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ด้วยราคา 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ Nevera ได้สร้างสถิติโลกใหม่ถึง 23 รายการในวันเดียว ณ สนาม Automotive Testing Papenburg (ATP) ประเทศเยอรมนี สถิติที่น่าทึ่งของ Rimac Nevera ได้แก่: ความเร็วสูงสุด: 412 กม./ชม. 0-400-0 กม./ชม.: 29.94 วินาที 0-100 กม./ชม.: 1.82 วินาที (เร็วกว่ารถแข่ง F1!) 0-200 กม./ชม.: 4.42 วินาที 0-300 กม./ชม.: 9.23 วินาที 0-400 กม./ชม.: 21.32 วินาที ควอเตอร์ไมล์ (0-402 ม.): 8.26 วินาที สถิติเหล่านี้ได้รับการยืนยันโดยองค์กรอิสระ Dewesoft และ Racelogic ใช้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R มาตรฐานโรงงาน เบื้องหลังความสำเร็จ: วิสัยทัศน์ของ Mate Rimac หัวใจสำคัญของ Rimac Nevera คือวิสัยทัศน์ของ Mate Rimac ซีอีโอหนุ่มวัย 35 ปี ผู้เชื่อมั่นใน “พลังไฟฟ้าคือพลังแห่งอนาคต” แววอัจฉริยะของเขาปรากฏตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยผลงานประดิษฐ์ถุงมืออัจฉริยะ และกระจกมองข้างลดจุดบอด (Active Mirror) ซึ่งกวาดรางวัลระดับนานาชาติมาแล้ว จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาดัดแปลง BMW 3 Series (E30) ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ขณะอายุเพียง 19 ปี จนได้รับการบันทึกสถิติโลก ความสามารถนี้ดึงดูดนักลงทุน จนเขาได้สร้างรถต้นแบบ Rimac Concept One ในปี 2554 เมื่ออายุ 23 ปี และ Nevera คือรุ่นที่ 2 ของ Rimac Automobili ปัจจุบัน Rimac Automobili เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีพนักงานกว่า 1,000 คน และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Porsche AG, Hyundai, Kia, และ Camel Group Rimac ไม่เพียงแต่สร้าง Hypercar ของตนเอง แต่ยังเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่แบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น Porsche, Hyundai, Kia, Renault, Jaguar, Aston Martin, Seat, Koenigsegg, Automobili Pininfarina นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่ง CEO ของ Bugatti Rimac บริษัทร่วมทุนระหว่าง Bugatti และ Porsche ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 เทคโนโลยีหัวใจของ Rimac Nevera: พลังและนวัตกรรม Rimac Nevera แม้จะเป็นแบรนด์ที่ผลิตจำนวนจำกัด แต่ถูกสร้างขึ้นภายใต้มาตรฐานโรงงานระดับโลก หัวใจสำคัญคือแบตเตอรี่ Lithium/Manganese/Nickel (LMN) จำนวน 6,960 เซลล์ ความจุ 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ที่ออกแบบมาเฉพาะ ดีไซน์ของแบตเตอรี่ไม่ได้วางแผ่เต็มพื้นรถแบบ “สเก็ตบอร์ด” ทั่วไป แต่ถูกจัดวางอย่างชาญฉลาดเพื่อรักษาเส้นสายอันงดงามของ Hypercar แบตเตอรี่ความจุ 120 kWh นี้ ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 570 กม. (มาตรฐาน WLTP) และสามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ในเวลาเพียง 19 นาที ด้วยการรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 500 กิโลวัตต์
สมรรถนะของ Nevera นั้นเหนือกว่าคำว่า “Supercar” แต่สามารถนิยามได้ว่าเป็น “Megacar” ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (หน้า 2, หลัง 2) รวมกำลังสูงสุด 1.4 เมกะวัตต์ (1,408 กิโลวัตต์) หรือเทียบเท่า 1,888 แรงม้า (hp) / 1,914 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 240.7 กก.-ม. แม้ตัวรถจะมีน้ำหนัก 2,150 กก. ก็ยังสามารถทำอัตราเร่งระดับตำนานได้ ด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.3 ในโหมดปกติ แต่ระบบสปอยเลอร์สามารถกางออกเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศได้มากกว่าเดิมถึง 326% เพื่อการยึดเกาะที่สมบูรณ์แบบในการเข้าโค้งความเร็วสูง โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Monocoque ของ Nevera นั้นแข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยความแข็งแรง 70,000 นิวตัน/องศาการบิด ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ โดยนอกจากการใช้ระบบหล่อเย็นด้วยของเหลวและรังผึ้งหม้อน้ำแล้ว ยังมีการเพิ่มคอมเพรสเซอร์แอร์เพื่อควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยเสมอ Rimac Nevera กับสถิติบน Nürburgring Nordschleife นอกเหนือจากสถิติอัตราเร่งที่ ATP เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 Rimac Nevera ยังได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าโปรดักชันบนสนาม Nürburgring Nordschleife ที่มีความยาว 20.832 กม. ด้วยเวลา 7:05.298 นาที เวลาดังกล่าวถือเป็นการลบสถิติเดิมของ Tesla Model S Plaid ที่ทำไว้ 7:25.23 นาที เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 อย่างขาดลอย และยังเหนือกว่า Honda Civic Type R FL5 (รถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เร็วที่สุด) ที่ทำเวลา 7:44.8 นาที อย่างไรก็ตาม บนสนาม Nürburgring ไม่ใช่เพียงแค่อัตราเร่งและความเร็วสูงสุด แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทรงตัวและการเบรก สำหรับรถไฟฟ้าที่มีน้ำหนัก 2,150 กก. อาจยังเสียเปรียบรถเครื่องยนต์สันดาปที่เบากว่า เมื่อเทียบกับ Porsche 992 GT3 RS (6:44.84 นาที) หรือ Mercedes-AMG ONE (6:35.183 นาที) เจ้าของสถิติสนามปัจจุบัน เวลาของ Nevera ก็ยังถือว่ามีช่องว่างให้พัฒนาต่อไป อนาคตของ Rimac Automobili: Robotaxi แห่งอนาคต ไม่เพียงแต่ Hypercar พลังไฟฟ้า Rimac Automobili ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีสู่โลกอนาคต ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโปรโตไทป์รถขับเคลื่อนอัตโนมัติในกลุ่ม Robotaxi ภายใต้บริษัทใหม่ชื่อ Verne Verne ก่อตั้งโดย Mate Rimac ร่วมกับ Adriano Mudri (ผู้ออกแบบ Rimac Nevera) และ Marko Pejković (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์) โดยมีแผนเริ่มให้บริการในเมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ในปี 2569 ก่อนขยายไปยัง 11 เมืองในสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ยุโรป, ตะวันออกกลาง และอีกกว่า 30 เมืองทั่วโลก การออกแบบ Robotaxi ของ Verne นั้นโดดเด่นด้วยรูปทรงคูเป้สองที่นั่ง หน้าลาด ท้ายตัด ที่ออกแบบมาให้เป็นรถไร้คนขับโดยเฉพาะ ต่างจากคู่แข่งที่มักดัดแปลงจากรถโปรดักชันทั่วไป การเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้โดยสารทำให้ Verne มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเรียกใช้บริการทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน Verne และผู้โดยสารสามารถตั้งค่าสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารล่วงหน้าได้ เช่น แสง อุณหภูมิ หรือกลิ่นหอม ห้องโดยสารที่กว้างขวางเทียบเท่า Rolls-Royce มาพร้อมจอ 43 นิ้ว ลำโพง 17 ตำแหน่ง และระบบควบคุมที่ทันสมัย แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดระบบขับเคลื่อน แต่ Verne ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นสูง ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Mobileye ครอบคลุมด้วยกล้อง เรดาร์ และ LiDAR การมาถึงของ Rimac Nevera ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐาน Hypercar ไฟฟ้า แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนายานยนต์สมรรถนะสูงในอนาคต การก้าวเข้าสู่ตลาด Robotaxi ของ Verne ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Rimac Automobili ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะสัมผัสอนาคตแห่งสมรรถนะและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ค้นพบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ไปกับนวัตกรรมจาก Rimac Automobili
Previous Post

[ครบชุด] T2603024 กคนอ นแล วได อะไร Ep.1#หน งส นละครส นสะท อนส งคม

Next Post

[ครบชุด] T2603021 นก แค หญ งคนหน Ep.2 (ตอนจบ)

Next Post

[ครบชุด] T2603021 นก แค หญ งคนหน Ep.2 (ตอนจบ)

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T1804199 คนเราถ าศ ลไม เสมอก ไม ทางเป นค นได
  • [ครบชุด] T1804201 งเก ยจเด กเส
  • [ครบชุด] T1804208 คนเราถ าม ความซ อส ตย ทำอะไรก เจร
  • [ครบชุด] T1804206 จะม หญ งส กก คน จะโชคด แบบ
  • [ครบชุด] T1804213 อย ามองว าเม ยเป น…ร กท ไร

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.