![[ครบชุด] T2603020 ขาท แข งแรงค อขาของเราเอง Ep.2 (ตอนจบ)](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260326_153338.jpg)
Rimac Nevera: พลังไฟฟ้า สู่ยุคใหม่แห่งขีดสุดสมรรถนะ
ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง พลังขับเคลื่อนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีใครคาดคิด เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังปลดปล่อยศักยภาพอันมหาศาลด้านสมรรถนะ ที่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมยากจะตามทัน หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความแรง และนวัตกรรมล้ำยุค การมาถึงของ Rimac Nevera ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า แต่คือสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่ที่กำหนดมาตรฐานใหม่ของขีดสุดแห่งพละกำลัง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายครั้งในอุตสาหกรรมนี้ แต่การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในส่วนของสมรรถนะและอัตราเร่ง เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดครั้งหนึ่ง การถือกำเนิดของ Rimac Nevera ซึ่งเป็นไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากโครเอเชีย ได้ตอกย้ำความจริงข้อนี้ได้อย่างชัดเจน ด้วยตัวเลขสมรรถนะที่เหนือคำบรรยาย และการสร้างสถิติโลกจำนวนมาก Rimac Nevera ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า
ทำความเข้าใจเรื่อง “แรงม้า” และ “กิโลวัตต์”: มิติใหม่แห่งพละกำลัง
ก่อนที่เราจะดำดิ่งสู่โลกของ Rimac Nevera เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานของหน่วยวัดพละกำลังกันก่อน ในอดีต “แรงม้า” (Horsepower – HP) คือหน่วยที่คุ้นเคยกันดี และยังคงเป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แต่ในยุคสมัยใหม่ โดยเฉพาะในตลาดยุโรป หน่วย “กิโลวัตต์” (Kilowatt – kW) ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะมาตรฐานสากล (SI Unit) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของหน่วยวัด แต่สะท้อนถึงความแม่นยำและความสม่ำเสมอในการวัดค่ากำลังของเครื่องยนต์
ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยวัดทั้งสองนั้นสามารถแปลงกลับไปมาได้ โดยประมาณ 1 แรงม้า (HP) เท่ากับ 0.746 กิโลวัตต์ หรือ 1 กิโลวัตต์ เท่ากับ 1.34 แรงม้า (HP) ซึ่งหากมองในแง่ของสากลและการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม หน่วยกิโลวัตต์ให้ความชัดเจนมากกว่า
แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนอยู่เสมอคือ “แรงม้า” นั้นมีความหลากหลายในตัวเอง! คุณอาจเคยเห็นตัวย่อต่างๆ เช่น HP (Horsepower), BHP (Brake Horsepower), PS (Pferdestärke) หรือ CV (Cheval-vapeur) ซึ่งแต่ละตัวย่อล้วนหมายถึง “แรงม้า” แต่มีค่าไม่เท่ากัน สาเหตุหลักมาจากวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการนำปัจจัย “แรงเสียดทาน” เข้ามาคำนวณหรือไม่
HP (Horsepower): เป็นหน่วยที่นิยมในสหรัฐอเมริกา ยึดตามมาตรฐาน Imperial Unit
BHP (Brake Horsepower): เป็นหน่วยที่ใช้ในสหราชอาณาจักร โดยมีการนำแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์มาคำนวณด้วย ทำให้ค่า BHP มักจะต่ำกว่า HP เล็กน้อย
PS (Pferdestärke): เป็นหน่วยที่ใช้ในเยอรมนี และประเทศแถบยุโรปบางส่วน คิดตามมาตรฐาน Metric Unit โดย 1 PS จะมีค่าน้อยกว่า 1 HP เล็กน้อย (ประมาณ 0.986 HP)
CV (Cheval-vapeur): เป็นหน่วยที่ใช้ในฝรั่งเศสและอิตาลี คิดตามมาตรฐาน Metric Unit คล้ายคลึงกับ PS
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ รถยนต์ BMW 540i (G30) ที่ให้กำลัง 250 กิโลวัตต์ เมื่อแปลงเป็นหน่วย PS จะได้ประมาณ 340 PS แต่เมื่อแปลงเป็นหน่วย HP จะได้ประมาณ 335 HP จะเห็นได้ว่าตัวเลขแตกต่างกันไปตามหน่วยวัดที่ใช้ ดังนั้น เมื่อมีการพูดคุยเรื่องสมรรถนะรถยนต์ การระบุหน่วยวัดให้ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ยุคสมัยแห่งพละกำลังไฟฟ้า: BYD SEAL และ Lotus Eletre สู่ Rimac Nevera
ในตลาดรถยนต์ไทยเอง ก็มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ BYD SEAL ที่เปิดตัวด้วยรุ่นท็อป PERFORMANCE แบบ 2 มอเตอร์ สามารถผลิตกำลังได้ถึง 390 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 530 แรงม้า (PS) ในราคาที่จับต้องได้ ทำให้เกิดกระแสความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที นี่คือภาพสะท้อนของการเข้าถึงสมรรถนะระดับสูงของผู้บริโภคทั่วไป
ในอีกระดับที่สูงขึ้น Lotus Eletre ซูเปอร์ครอสโอเวอร์ SUV พลังไฟฟ้า มาพร้อมกำลังมหาศาลถึง 675 กิโลวัตต์ หรือ 904 แรงม้า (HP) พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.95 วินาที แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของซูเปอร์คาร์แบบดั้งเดิมไปแล้ว
การเปรียบเทียบราคาต่อแรงม้าของรถทั้งสองรุ่นนี้ น่าสนใจอย่างยิ่ง BYD SEAL มีราคาต่อแรงม้า (PS) เพียงประมาณ 3,018 บาท ในขณะที่ Lotus Eletre มีราคาต่อแรงม้า (HP) ประมาณ 7,322 บาท สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ “ราคาของพละกำลัง” กำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแน่นอนว่าค่ายรถยนต์ทุกค่ายตระหนักดีถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ อนาคตของยานยนต์จะเต็มไปด้วยการก้าวกระโดดด้านสมรรถนะ โดยเฉพาะอัตราเร่ง ที่จะกลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานในรถยนต์ทุกระดับราคา
Rimac Nevera: กำเนิดของ “MEGACAR” แห่งยุคใหม่
แต่ถ้าเรากำลังพูดถึงจุดสูงสุดของสมรรถนะในยุคปัจจุบัน ชื่อของ Rimac Nevera คือคำตอบที่ไม่ต้องสงสัย ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากประเทศโครเอเชียคันนี้ ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยานยนต์ ด้วยการทำลายสถิติโลกกว่า 23 รายการ ในวันเดียว ณ สนามทดสอบ ATP (Automotive Testing Papenburg) ในประเทศเยอรมนี
Rimac Nevera ไม่ใช่แค่รถที่เร็ว แต่คือปรากฏการณ์! ตัวเลขสมรรถนะของมันนั้นเหนือจริง:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: เพียง 1.82 วินาที (เร็วกว่ารถแข่ง Formula 1!)
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 4.42 วินาที
อัตราเร่ง 0-300 กม./ชม.: 9.23 วินาที
อัตราเร่ง 0-400 กม./ชม.: 21.32 วินาที
อัตราเร่ง 0-400-0 กม./ชม. (เร่งจาก 0 ถึง 400 กม./ชม. แล้วเบรกจนหยุดสนิท): 29.94 วินาที!
ควอร์เตอร์ไมล์ (0-402 เมตร): 8.26 วินาที
สถิติเหล่านี้ได้รับการบันทึกอย่างแม่นยำโดยองค์กรอิสระ DEWESOFT และ RACELOGIC โดยใช้ยาง MICHELIN PILOT SPORT CUP 2 R ซึ่งเป็นยางมาตรฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงาน
เบื้องหลังความสำเร็จ: วิสัยทัศน์ของ Mate Rimac และเทคโนโลยีสุดล้ำ
เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งของ Rimac Nevera คือวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของ Mate Rimac ประธานบริษัทผู้ก่อตั้งวัย 35 ปี ชาวโครเอเชีย เขาเชื่อมั่นใน “พลังไฟฟ้า คือ พลังแห่งอนาคต” มาตั้งแต่ยังเด็ก ความเป็นอัจฉริยะด้านนวัตกรรมของเขาปรากฏชัดตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ด้วยผลงานสิ่งประดิษฐ์มากมายที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อเขาอายุ 19 ปี ในฐานะนักศึกษา เขาได้ดัดแปลงรถ BMW 3 Series (E30) คูเป้ของเขาให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และสามารถสร้างสถิติโลกได้หลายรายการ ความสามารถและความหลงใหลนี้ ทำให้เขาได้รับการสนับสนุน จนสามารถสร้างรถต้นแบบรุ่นแรกอย่าง CONCEPT ONE ในปี 2011 ขณะมีอายุเพียง 23 ปี และ Rimac Nevera คือรถรุ่นที่สองที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของบริษัท
ปัจจุบัน Rimac Automobili ได้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยมีทีมงานกว่า 1,000 คน และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Porsche AG, Hyundai, Kia และ Camel Group นอกจากจะผลิตไฮเปอร์คาร์ของตนเองแล้ว Rimac ยังเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้า (EV powertrain technology) ให้กับค่ายรถยนต์ชั้นนำมากมายทั่วโลก เช่น Porsche, Hyundai, Kia, Renault, Jaguar, Aston Martin, SEAT, Koenigsegg, และ Automobili Pininfarina
ที่น่าสนใจคือ การก่อตั้งบริษัท Bugatti Rimac ในปี 2021 ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Bugatti และ Porsche โดย Mate Rimac ดำรงตำแหน่ง CEO ยิ่งตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของ Rimac ในการขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์สมรรถนะสูง
หัวใจของ Rimac Nevera: นวัตกรรมที่ไร้ซึ่งข้อจำกัด
Rimac Nevera คือผลลัพธ์ของการออกแบบที่ไร้ซึ่งข้อจำกัดด้านวิศวกรรม โครงสร้างตัวถังเป็นแบบคาร์บอนโมโนค็อก ที่ได้รับการกล่าวขานว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยความแข็งแกร่งในการบิดตัวสูงถึง 70,000 นิวตัน/องศา
หัวใจสำคัญคือระบบพลังงาน แบตเตอรี่ลิเธียม/แมงกานีส/นิกเกิล (LMN) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จำนวน 6,960 เซลล์ มีความจุรวม 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) การออกแบบแบตเตอรี่ของ Nevera นั้นพิเศษกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป แทนที่จะวางแบนราบไปกับพื้นรถ (Skateboard platform) ทีมงาน Rimac ได้ออกแบบให้แบตเตอรี่อยู่ในตำแหน่งเดียวกับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบดั้งเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์อันสง่างามของไฮเปอร์คาร์เครื่องวางกลางลำ
ด้วยแบตเตอรี่ 120 kWh นี้ Rimac Nevera สามารถวิ่งได้ไกลถึง 570 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และที่น่าทึ่งคือ สามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ในเวลาเพียง 19 นาที ด้วยการรองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 500 กิโลวัตต์
สมรรถนะของ Rimac Nevera นั้นเรียกได้ว่าเป็น “MEGACAR” อย่างแท้จริง มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (คู่หน้า-หลัง) รวมกันให้กำลังสูงสุดถึง 1.4 เมกะวัตต์ หรือ 1,408 กิโลวัตต์ ซึ่งแปลงเป็นแรงม้าได้ถึง 1,888 HP หรือ 1,914 PS (หากจะเรียกง่ายๆ ว่าราว 1,900 แรงม้า ก็ไม่ผิดอะไร) แรงบิดมหาศาลถึง 240.7 กก.-ม. แม้รถจะมีน้ำหนักถึง 2,150 กก. ก็ตาม
ระบบแอโรไดนามิกส์ของรถก็ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.3 ในโหมดปกติ แต่เมื่อต้องการการเบรกอย่างรวดเร็ว หรือการยึดเกาะในโค้งที่ความเร็วสูง ระบบสปอยเลอร์จะปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศได้มากกว่าเดิมถึง 326%
การทดสอบในสนามแข่งระดับตำนาน: Nürburgring Nordschleife
นอกเหนือจากสถิติอัตราเร่งที่สนาม ATP แล้ว Rimac Nevera ยังได้พิสูจน์สมรรถนะบนสนามที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ Nürburgring Nordschleife ซึ่งมีความยาว 20.832 กม. ในเดือนสิงหาคม 2023 Rimac Nevera สามารถทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในบรรดารถยนต์โปรดักชันไฟฟ้า ด้วยเวลา 7:05.298 นาที
เวลาดังกล่าวเร็วกว่า Honda Civic Type R FL5 (รถขับเคลื่อนล้อหน้าโปรดักชันที่เร็วที่สุด) ที่ทำเวลา 7:44.8 นาที และยังทำลายสถิติเดิมของ Tesla Model S Plaid ที่ทำไว้ 7:25.23 นาที ในเดือนมิถุนายน 2023
อย่างไรก็ตาม แม้จะทำเวลาได้น่าประทับใจ แต่เมื่อเทียบกับรถที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันในสนามโดยเฉพาะ เช่น Porsche 992 GT3 RS (6:44.84 นาที) หรือ Mercedes-AMG ONE (6:35.183 นาที) Rimac Nevera ซึ่งมีน้ำหนักถึง 2,150 กก. ยังคงมีข้อจำกัดด้านน้ำหนักเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายในที่เบากว่า
อนาคตของ Rimac: ก้าวสู่ Robotaxi และยานยนต์ไร้คนขับ
การเดินทางของ Rimac ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า Rimac Automobili กำลังขยายขอบเขตสู่ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและการบริการ Ridesharing ด้วยการเปิดตัวโปรโตไทป์ Robotaxi ภายใต้บริษัทใหม่ชื่อ Verne
Verne มีเป้าหมายที่จะเริ่มให้บริการในเมือง Zagreb ประเทศโครเอเชีย ภายในปี 2026 ก่อนที่จะขยายไปยังเมืองต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ยุโรป, ตะวันออกกลาง และอีกกว่า 30 เมืองทั่วโลก
การออกแบบ Robotaxi ของ Verne นั้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นรถคูเป้สองที่นั่ง ดีไซน์ล้ำยุค ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีพวงมาลัยตั้งแต่ต้น เพื่อเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร การเรียกใช้บริการทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันของ Verne ผู้โดยสารสามารถปรับตั้งค่าสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารล่วงหน้าได้ เช่น แสง, อุณหภูมิ, หรือแม้กระทั่งกลิ่นหอม
การเข้ามาของ Rimac Nevera และการขยายตัวของ Rimac Automobili ไปสู่เทคโนโลยี Robotaxi แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมยานยนต์: การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ทรงพลัง, นวัตกรรมที่ก้าวกระโดด, และเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา
Rimac Nevera เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ มันคืออนาคตที่มาถึงแล้ว เป็นการประกาศศักดาของพลังไฟฟ้าที่สามารถส่งมอบสมรรถนะเหนือจินตนาการให้กับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอด หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์สมรรถนะสูง วันนี้คือเวลาที่คุณต้องศึกษาและพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกการเดินทางของคุณอย่างแท้จริง