![[ครบชุด] T1303160 ได แล วล มเม Ep.2 (ตอนจบ)](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260313_171714.jpg)
Honda NSX: ตำนานซูเปอร์คาร์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ท้าชนยอดฝีมือจากยุโรป
ตลอดระยะเวลา 32 ปีนับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 1990 ณ ประเทศญี่ปุ่น (หลังจากเปิดตัวที่ Chicago Auto Show ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1989) Honda NSX ยังคงตราตรึงใจเหล่านักเลงรถทั่วโลก ด้วยดีไซน์เหนือกาลเวลาที่ราวกับหลุดมาจากยุคปัจจุบัน ผสมผสานกับวิศวกรรมอันล้ำเลิศ จนหลายคนอาจยากที่จะเชื่อว่ารถสปอร์ตคันนี้มีต้นกำเนิดจากปลายยุค 80s สิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงยุคสมัยได้อย่างชัดเจน คงหนีไม่พ้นชุดไฟหน้าแบบป๊อปอัพอันเป็นเอกลักษณ์
สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของการที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างสรรค์รถสปอร์ตระดับซูเปอร์คาร์เพื่อท้าชนกับแบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Porsche และ Ferrari ได้ในยุคนั้น ลองย้อนเวลากลับไปสักนิด ในปี 1985 ขณะที่ Marty McFly กำลังเดินทางข้ามเวลาด้วย DeLorean และการสื่อสารยังคงอาศัยตู้โทรศัพท์สาธารณะ ภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตญี่ปุ่นยังคงถูกมองเป็นเพียง “รถสวย ราคาดี” เท่านั้น แม้จะมี Nissan Z เป็นตัวแทนมาตั้งแต่ยุค 70s แต่ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละของ Honda ที่กล้าเสนอราคาเทียบเคียง Porsche 911 ได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับตนเองอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นของ Honda NSX นั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและความทะเยอทะยานของเหล่าวิศวกร Honda กลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างสรรค์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ขับสนุก จากการดัดแปลง Honda City ปี 1984 ด้วยการผ่าครึ่งและวางเครื่องยนต์กลางลำ แม้กำลังเครื่องยนต์จะยังไม่สูงนัก แต่ความรู้สึกสนุกในการขับขี่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังการปรับตำแหน่งเครื่องยนต์นั้น สร้างแรงบันดาลใจให้ Honda พัฒนารถต้นแบบเครื่องวางกลางลำในนาม HP-X ด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 2.0 ลิตร และการออกแบบอันปราดเปรียวโดย Ken Okuyama ที่เคยทำงานใน Pininfarina ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยม จนผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจอนุมัติให้ Honda ซึ่งเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ประหยัดน้ำมันและมอเตอร์ไซค์ ก้าวเข้าสู่สมรภูมิรถสปอร์ตระดับโลก เพื่อแข่งขันกับ Porsche 911 และ Ferrari 328 โดยตรง
ภายใต้การนำของ Shigeru Uehara หัวหน้าทีมวิศวกรพัฒนา NSX (New Sportscar eXperimental) ถูกนิยามว่าเป็นรถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการผสานความสะดวกสบาย ความสวยงามอันโดดเด่น และความสนุกในการขับขี่เข้าไว้ด้วยกัน Honda ไม่ได้ต้องการเพียงแค่รถที่เร็วที่สุด แต่ต้องการสร้างรถที่ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ โดยไม่ทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือผิดหวัง
การออกแบบภายนอกของ NSX ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon โดย Uehara ต้องการมอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ เปรียบเสมือนห้องนักบินของเครื่องบินขับไล่ การจัดวางตำแหน่งของชุดตู้แอร์ไปไว้ด้านหน้าของรถ และการออกแบบเบาะนั่งกับพื้นที่เหนือศีรษะที่คำนึงถึงสรีระของผู้ขับขี่ทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา ล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดอันเป็นหัวใจสำคัญของ NSX
ในด้านวิศวกรรม ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนสี่ล้อที่ยกมาจากเทคโนโลยี Formula 1 ช่วยให้ NSX ควบคุมอาการของล้อหลังได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในจังหวะเบรก เร่งเครื่อง และเข้าโค้ง โครงสร้างตัวถังและช่วงล่างที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก ทำให้ NSX มีน้ำหนักเพียงประมาณ 1.35 ตัน ซึ่งเบากว่ารถคู่แข่งที่เป็นเหล็กถึง 100-120 กิโลกรัม
การปรับจูนช่วงล่างของ NSX เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน แต่ Honda มี Satoru Nakajima นักแข่ง Formula 1 ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้ช่วยทดสอบ และที่สำคัญคือการได้ Ayrton Senna นักแข่งระดับตำนานของทีม McLaren มาช่วยปรับจูนอย่างใกล้ชิด Senna ได้ทดสอบ NSX อย่างหนักหน่วง ณ สนามทดสอบ Tochigi และให้คำแนะนำในการปรับปรุงช่วงล่างหลังให้แข็งขึ้นและตอบสนองต่อการเลี้ยวที่ไวขึ้น
การทดสอบที่สนาม Nurburgring หรือ “นรกเขียว” โดย Nakajima เป็นบทพิสูจน์ความแกร่งของโครงสร้างตัวถัง การแก้ไขทุกจุดที่เกิดการบิดตัวหรือมีเสียงดังอย่างละเอียด จนกระทั่ง NSX สามารถวิ่งรอบสนามได้อย่างแข็งแกร่งโดยไม่มีเสียงรบกวน เป็นเครื่องยืนยันถึงความพิถีพิถันและความมุ่งมั่นของทีมวิศวกร Honda
เครื่องยนต์เริ่มต้นด้วยขนาด 3.0 ลิตร V6 พร้อมเทคโนโลยี DOHC VTEC ที่ผสานสมรรถนะทั้งในรอบต่ำและรอบสูงได้อย่างลงตัว ให้กำลังสูงสุด 276 แรงม้า ด้วยก้านสูบที่ทำจากไทเทเนียม ทำให้เครื่องยนต์สามารถทนต่อรอบสูงถึง 8,300 รอบต่อนาที ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมากสำหรับรถ Production ในยุคนั้น จนกระทั่ง Ferrari F355 เปิดตัวออกมาจึงจะสามารถแข่งขันในเรื่องรอบเครื่องยนต์ได้
Honda นำเสนอ NSX ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เพื่อเอาใจตลาดอเมริกา แต่สมรรถนะจะลดลงเล็กน้อย โดยให้กำลัง 256 แรงม้า ในรุ่นเกียร์อัตโนมัตินี้ยังมาพร้อมพวงมาลัยเพาเวอร์แบบ EPS (Electric Power Steering) พร้อมระบบแปรผันอัตราทดตามความเร็ว ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่สำหรับวงการรถยนต์ในขณะนั้น
NSX ได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์นำเข้าของไทยในช่วงยุคฟองสบู่แตก โดยอาจารย์จตุพล ชมภูนิช นักพูดชื่อดัง ได้ครอบครอง NSX ด้วยราคาสูงถึง 6 ล้านบาท ซึ่งในยุคนั้น สามารถซื้อ Porsche 911 Carrera, Mercedes-Benz 500SL หรือรถยนต์หรูในกลุ่ม S-Class ได้ เทียบกับ Supra จากผู้นำเข้าอิสระที่มีราคาเพียง 3 ล้านกลางๆ ทำให้ NSX กลายเป็นรถที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
ต่อมา Honda ได้เปิดตัว NSX-R รุ่นพิเศษที่เน้นสมรรถนะสูงสุด โดยถอดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เครื่องเสียง แผ่นกันเสียง ระบบ Traction Control และเครื่องปรับอากาศออก น้ำหนักรวมลดลงเหลือ 1.23 ตัน ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่เร็วขึ้น และทำเวลาในสนามได้ดีกว่ารุ่นปกติอย่างเห็นได้ชัด แม้จะขับยากขึ้นในโค้งความเร็วสูง แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 483 คัน ทำให้ NSX-R กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก
ชื่อเสียงของ NSX เริ่มเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เมื่อสื่อมวลชนได้สัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ และความสมดุลของตัวรถที่เหนือกว่าซูเปอร์คาร์จากอิตาลีและเยอรมนีในยุคนั้น Gordon Murray หนึ่งในวิศวกรผู้อยู่เบื้องหลัง McLaren F1 รถที่เคยครองสถิติความเร็วสูงสุดในโลก ได้ยกย่อง NSX ว่าเป็น “ซูเปอร์คาร์ยุคใหม่รุ่นแรกตัวจริง” เขาประทับใจในความสามารถของ Honda ที่สร้างรถที่ขับสนุก ใช้งานได้ทุกวัน และมีช่วงล่างที่ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม
ในปี 1995 Honda ได้ปรับโฉม NSX ครั้งแรก โดยเพิ่มรุ่น NSX-T ที่มีหลังคาแบบถอดได้ และเปลี่ยนไปใช้ระบบลิ้นคันเร่งแบบ Drive-by-wire (คันเร่งไฟฟ้า) เพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น
ในปี 1997 เมื่อคู่แข่งอย่าง Ferrari F355 และ Porsche 911 (996) พัฒนาสมรรถนะขึ้นอย่างก้าวกระโดด Honda ได้เปิดตัว NSX ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ C32A ขนาด 3.2 ลิตร ให้กำลัง 296 แรงม้า และเปลี่ยนเกียร์ธรรมดาเป็น 6 จังหวะ พร้อมคลัตช์ใหม่ที่รองรับกำลังที่เพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดญี่ปุ่น มีการเปิดตัวรุ่นพิเศษ NSX Type S และ Type S Zero ที่เน้นการลดน้ำหนักและเพิ่มสมรรถนะอย่างสุดขั้ว Type S Zero ที่ผลิตเพียง 30 คัน ได้รับการยกย่องว่ามีสมรรถนะในสนาม Suzuka ที่เร็วกว่า NSX-R ถึง 1.5 วินาที
การไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้ายในปี 2002 ได้เปลี่ยนรหัสตัวถังเป็น NA2 และเปลี่ยนมาใช้ไฟหน้า Xenon แบบตายตัวแทนไฟหน้าป๊อปอัพ เครื่องยนต์ยังคงสเปกเดิม ยกเว้นรุ่น NSX-R ที่กลับมาอีกครั้งในธีมการลดน้ำหนัก พร้อมแอโรพาร์ทที่ใหญ่ขึ้น และเครื่องยนต์ที่ประกอบด้วยช่างระดับอาจารย์ เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดสำหรับการขับในสนาม
แม้ว่า Honda NSX จะไม่ได้มียอดขายที่สูงมากนัก โดยตลอดอายุการผลิต 15 ปี (1990-2005) ขายได้เพียงประมาณ 18,000 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Porsche 911 ที่ขายได้เกือบ 50,000 คันใน 5 ปี หรือ Ferrari F355 ที่ขายได้ 11,000 คันใน 4 ปี แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ NSX กลายเป็นรถในฝันที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา
ราคาของ NSX มือสองในปัจจุบันนั้นขึ้นอยู่กับสภาพ และรุ่นพิเศษอย่าง NSX-R หรือ Type S ที่มีราคาสูงเทียบเท่า Ferrari สภาพดี ในขณะที่ NSX รุ่นมาตรฐานยังคงเป็นรถที่เข้าถึงได้สำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบในตำนานแห่งซูเปอร์คาร์จากญี่ปุ่น
Honda NSX คือนิยามของ “ซูเปอร์คาร์ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้” (ในความหมายของความง่ายในการขับขี่และความทนทาน) แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ครอบครองมันไว้ในโรงรถ แต่การได้ชื่นชมความงามและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของรถยนต์คันนี้ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าเช่นเดียวกับความฝันอันสวยงามที่ประดับอยู่ข้างเตียง
หากคุณคือหนึ่งในผู้หลงใหลในยนตรกรรมระดับโลก และกำลังมองหารถสปอร์ตที่ผสมผสานสมรรถนะอันเร้าใจ ความน่าเชื่อถือ และดีไซน์อันเป็นอมตะ อย่ามองข้าม Honda NSX คันนี้ โอกาสในการสัมผัสสุดยอดวิศวกรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย กำลังรอคุณอยู่.