
Aston Martin: ยกระดับสมรรถนะสู่ความยั่งยืน – เปิดตัว V12 Vantage และ Valkyrie AMR Pro พร้อมวิสัยทัศน์ “Racing. Green.”
ในโลกแห่งยนตรกรรมสุดหรูที่การผสมผสานระหว่างพลัง ความสง่างาม และนวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ Aston Martin แบรนด์สปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษผู้ทรงเกียรติ ได้นำเสนอความก้าวล้ำครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวสุดยอดไฮเปอร์คาร์ ASTON MARTIN Valkyrie AMR Pro และรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ASTON MARTIN V12 Vantage ที่พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการยานยนต์ พร้อมกันนี้ ยังได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนภายใต้ชื่อ “Racing. Green.” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการผลิตรถยนต์หรูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Aston Martin มาอย่างต่อเนื่อง แต่การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นที่สมรรถนะอันเร้าใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อโลกของเราอีกด้วย
ASTON MARTIN Valkyrie AMR Pro: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะในสนามแข่ง
ASTON MARTIN Valkyrie AMR Pro คือผลลัพธ์ของการหลอมรวมศาสตร์แห่งการแข่งขัน Formula 1 เข้ากับสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก รถคันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ซูเปอร์คาร์ แต่คือรถแข่งเต็มรูปแบบที่พร้อมจะโลดแล่นในสนามประลอง แสดงศักยภาพอันน่าทึ่งในการแข่งขัน F1 สนามแรกของฤดูกาล 2022 ณ สนามบาห์เรน โดยมีนักแข่งมากฝีมืออย่าง Dirk Müller เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งได้ปลดปล่อยพลังกว่า 1,000 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถเร่งรอบได้สูงสุดถึง 11,000 รอบต่อนาที
สิ่งที่ทำให้ Valkyrie AMR Pro โดดเด่นคือการผสานอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) อันล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถแข่ง Le Mans ทั่วไป เสียงคำรามอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V12 สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้ชมในสนามได้อย่างสมบูรณ์แบบ การปรากฏตัวของ Valkyrie AMR Pro ไม่ใช่แค่การโชว์สมรรถนะ แต่เป็นการประกาศศักดาของ Aston Martin ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
ASTON MARTIN V12 Vantage: ตำนานที่กลับมาพร้อมความดุร้ายยิ่งกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่หลงใหลในรถสปอร์ตขนาดกะทัดรัดแต่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ASTON MARTIN V12 Vantage คือยนตรกรรมที่หลายคนใฝ่ฝัน ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 15 ปีในฐานะรถสปอร์ตคู่ใจของนักขับที่ต้องการความคล่องตัวและความแรง Aston Martin ได้เฉลิมฉลองตำนานอันยิ่งใหญ่นี้เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการเปิดตัว V12 Vantage รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ติดตั้งลงในตัวถัง Vantage โฉมปัจจุบัน
รูปลักษณ์ภายนอกของ V12 Vantage นั้นดูดุดันทุกมิติ ซุ้มล้อที่กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ทำให้ตัวถังดูสง่าผ่าเผยยิ่งขึ้น การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุผสมน้ำหนักเบา รวมถึงชุดท่อไอเสียสเตนเลสที่บางเฉียบเพียง 1 มิลลิเมตร ช่วยลดน้ำหนักลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แพ็กเกจแอโรไดนามิกส์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ยังสามารถสร้างแรงกด (Downforce) ได้ถึง 204 กิโลกรัม ที่ความเร็วสูงสุด
ขุมพลังคือหัวใจสำคัญของ V12 Vantage ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุด 700 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 753 นิวตันเมตร ที่ 1,800-6,000 รอบต่อนาที ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถรุ่นนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 333 คันทั่วโลก และได้รับการจับจองจนหมดสิ้น ถือเป็นยนตรกรรมสายพันธุ์ Vantage ที่ดุเดือดและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin
“Racing. Green.”: วิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน
นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจ Aston Martin ยังได้ประกาศกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ “Racing. Green.” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การมุ่งเน้นที่ความแรง แต่เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสุดหรูระดับโลกอย่างยั่งยืน
Aston Martin ได้ตั้งเป้าหมายตามเกณฑ์ของ Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อให้การปล่อยมลพิษจากโรงงานเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2030 และขยายผลไปสู่เครือข่ายผู้ผลิตทั้งหมดของบริษัทภายในปี 2039
อนาคตของ Aston Martin จะเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน:
ASTON MARTIN Valhalla: ไฮเปอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดคันแรก จะพร้อมส่งมอบในช่วงปี 2024 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก
รถยนต์ไฟฟ้า (BEV): Aston Martin มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle) รุ่นแรกภายในปี 2025
เทคโนโลยีไฮบริด: ตั้งเป้าหมายให้มีขุมพลังไฮบริดเป็นทางเลือกสำหรับรถสปอร์ต, GT รวมถึง SUV ทุกรุ่นภายในปี 2030
การลดการปล่อยมลพิษ: ในช่วงปี 2020-2021 Aston Martin สามารถลดความเข้มข้นของการปล่อยมลพิษจากธุรกิจในอังกฤษได้ถึง 44%
พลังงานหมุนเวียน: มีแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กว่า 14,000 แผง ที่โรงงานในเวลส์ ซึ่งจะช่วยทดแทนพลังงานที่ใช้ในแต่ละปีได้ถึง 20%
การบริหารจัดการของเสีย: ตั้งเป้าหมายกำจัดขยะพลาสติกภายใน 3 ปีข้างหน้า และลดการใช้ทรัพยากรน้ำลง 15%
วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้วัสดุ Green Aluminium Alloy ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน และการเพิ่มทางเลือกในการตกแต่งห้องโดยสารโดยไม่ใช้หนังสัตว์
Aston Martin Bangkok: ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ครอบครอง
สำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรม Aston Martin ในประเทศไทย Aston Martin Bangkok ยังคงมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์และลูกค้า:
ตรวจเช็กฟรี: ผู้ครอบครอง Aston Martin ทุกรุ่น รับสิทธิ์ตรวจเช็กการทำงานของระบบต่างๆ ด้วยเครื่องมือพิเศษฟรี!
ส่วนลดพิเศษ: รับส่วนลด 10% สำหรับของเหลว และส่วนลด 20% สำหรับค่าอะไหล่
ข้อเสนอสุดพิเศษนี้มีถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เท่านั้น (ข้อมูลอ้างอิงจากบทความต้นฉบับปี 2565 แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โปรดตรวจสอบกับผู้แทนจำหน่าย)
สัมผัสประสบการณ์ Aston Martin ได้แล้ววันนี้
Aston Martin ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำจากอังกฤษ แต่คือผู้สร้างสรรค์ตำนานบทใหม่แห่งวงการยานยนต์ ด้วยการผสานสมรรถนะอันเหนือชั้นเข้ากับนวัตกรรมที่ยั่งยืน การเปิดตัว ASTON MARTIN Valkyrie AMR Pro และ ASTON MARTIN V12 Vantage พร้อมวิสัยทัศน์ “Racing. Green.” คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำพาอนาคตของยนตรกรรมสู่ยุคใหม่
หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชมในสมรรถนะ ความหรูหรา และความรับผิดชอบต่อสังคม Aston Martin คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
หากท่านต้องการสัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งของ Aston Martin หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรมสุดพิเศษเหล่านี้ โปรดติดต่อ Aston Martin Bangkok หรือเยี่ยมชมโชว์รูมของเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา
Aston Martin Bangkok
โทร: 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
โทร: 02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)
Facebook: Astonmartinbangkok
ให้ Aston Martin เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าจดจำของคุณ