![[ครบชุด] T2703249 ความล บของผ วร Ep.1](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260327_145309.jpg)
เมื่อมหาเศรษฐีเลือก “เสียงคำราม” เหนือ “กระแสไฟฟ้า”: เจาะลึกเทรนด์ใหม่ในตลาดซูเปอร์คาร์
ในโลกแห่งยานยนต์ความเร็วสูงที่การแข่งขันดุเดือดไม่เคยหยุดนิ่ง ชื่อของ Rimac ได้กลายเป็นที่กล่าวขานในฐานะผู้ท้าชิงรายใหม่ที่เข้ามาสั่นคลอนบัลลังก์ของผู้ผลิตซูเปอร์คาร์ระดับตำนาน ด้วยการเปิดตัว Rimac Nevera ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (All-Electric Hypercar) ที่มาพร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่ง สามารถท้าทายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine – ICE) หลายรุ่นในตลาดได้ แต่จากข้อมูลล่าสุด กลับเผยให้เห็นภาพที่แตกต่างออกไปในความเป็นจริง
Mate Rimac ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rimac ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ยอดขายของ Rimac Nevera นั้นยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่ารถคันนี้จะได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะที่เหนือกว่ารถซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปหลายรุ่น และยังทำลายสถิติเป็นรถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในสนามเนอร์เบิร์กริง (Nürburgring Lap Record) ก็ตาม
แผนการผลิต Rimac Nevera ตั้งเป้าไว้ที่ 150 คัน นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายในปี 2022 แต่จนถึงปัจจุบัน มีรถเพียงประมาณ 50 คันเท่านั้นที่ได้เจ้าของ และแนวโน้มยอดขายก็ดูจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
เหตุใด “ไฟฟ้า” จึงไม่ตอบโจทย์ “คนมีอันจะกิน”?
ซีอีโอของ Rimac ชี้แจงถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Rimac Nevera ไม่สามารถสร้างยอดขายตามที่คาดหวังได้ แม้จะมีเทคโนโลยีและสมรรถนะที่โดดเด่น นั่นคือ “เสน่ห์” ในมุมมองของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐี (Ultra-High-Net-Worth Individuals) พวกเขามองว่าซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ามีเสน่ห์น้อยกว่าซูเปอร์คาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน และไม่ตอบโจทย์ความต้องการในการสะสมเป็นคอลเลคชันส่วนตัว
“เราเริ่มพัฒนา Nevera ในช่วงปี 2016-2017 ซึ่งเป็นช่วงที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและน่าตื่นเต้น” Mate Rimac กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ “แต่ในปัจจุบัน เราพบว่าแม้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังจะกลายเป็นยานยนต์กระแสหลักในอนาคตอันใกล้ แต่กลุ่มลูกค้าในระดับบนกลับมองหาสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกแตกต่าง และบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร”
เมื่อ “กลไก” ชนะ “ดิจิทัล” ในใจเศรษฐี
Mate Rimac ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่น่าสนใจ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน เขาเปรียบเทียบ Rimac Nevera กับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์อย่าง Apple Watch
“นาฬิกาอย่าง Apple Watch สามารถทำทุกอย่างได้ดีกว่ามาก สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เป็นพันอย่าง มีความแม่นยำสูงกว่า สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครอยากจ่ายเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7 ล้านบาท) ให้กับ Apple Watch” Rimac กล่าว
ในทางกลับกัน แม้ว่านาฬิกากลไก (Mechanical Watch) อาจจะดูโบราณในเชิงเทคนิค มีความซับซ้อนในการดูแลรักษา และความแม่นยำอาจไม่เท่านาฬิกาดิจิทัล แต่ก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มเศรษฐี พวกเขายินดีที่จะทุ่มเงินหลายแสน หรือหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อครอบครองนาฬิกากลไกสักเรือน ซึ่งหลายครั้งก็ต้องต่อคิวรอเป็นเวลานาน
การเปรียบเทียบนี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของกลุ่มลูกค้าซูเปอร์คาร์ได้อย่างตรงประเด็น แม้ว่า Rimac Nevera จะมีสมรรถนะอันน่าทึ่ง แรงม้าเกือบ 2,000 ตัว ในราคาประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 73 ล้านบาท) และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหนือกว่าซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปในหลายๆ ด้าน แต่กลับไม่สามารถดึงดูดใจมหาเศรษฐีได้เท่ากับซูเปอร์คาร์หรือไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ที่มาพร้อมกับ “จิตวิญญาณ” ของเครื่องยนต์สันดาปภายใน
ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่แผ่วลง สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง?
ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle – EV) ทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัวลง ไม่ใช่เพียงแค่ในกลุ่มมหาเศรษฐี แต่รวมถึงผู้บริโภคทั่วไปในทุกระดับชั้น ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อตลาดซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า
Mate Rimac มองว่า ในเร็วๆ นี้ เขาไม่เห็นสัญญาณที่จะทำให้ความต้องการครอบครองซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ากลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง เหมือนในช่วงที่เขาเริ่มพัฒนา Rimac Nevera
Bugatti: ก้าวต่อไปยังไง?
ปรากฏการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อแบรนด์อื่นที่มีความเชื่อมโยงกันอย่าง Bugatti ซึ่งปัจจุบัน Bugatti Rimac Automobili เป็นการร่วมทุนระหว่าง Rimac Group และ Porsche AG
ด้วยแนวโน้มดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่ Bugatti อาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในระยะอันใกล้นี้
เราอาจจะได้เห็น Bugatti ยังคงพัฒนายานยนต์รุ่นต่อไปที่จะมาแทนที่ Chiron โดยยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์ที่มีจำนวนสูบมาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แม้จะไม่ใช่เครื่องยนต์ W16 แบบเทอร์โบ 4 ตัวอีกต่อไป แต่ก็อาจเป็นเครื่องยนต์ V16 แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated)
อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ เครื่องยนต์สันดาปใหม่นี้ก็อาจจะยังคงทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบของรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) เพื่อลดมลพิษทางอากาศ
Rimac Nevera R Founders Edition: ความพิเศษสำหรับ 10 ผู้บุกเบิก
ท่ามกลางความท้าทายในตลาด Rimac ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และนำเสนอสุดยอดยานยนต์เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความพิเศษอย่างแท้จริง
Rimac Nevera R Founders Edition คือรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียง 10 คันทั่วโลก แต่ละคันถูกออกแบบตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Bespoke) ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าของรถทั้ง 10 ท่าน จะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในโลกของ Rimac ในฐานะ “Founders Club Member”
การสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ Rimac Campus
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ Rimac Campus ณ เมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ที่ซึ่งเจ้าของรถจะได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Mate Rimac, Frank Heyl (ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ) และทีมดีไซเนอร์ระดับโลก พวกเขาจะได้ใช้ซอฟต์แวร์ V-RED ขั้นสูงในการออกแบบรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีตัวถัง วัสดุภายในห้องโดยสาร การเย็บด้วยมือ และพื้นผิวต่างๆ โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้แบบเรียลไทม์จนกว่าจะพึงพอใจ
เอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่ง Rimac
Rimac Nevera R Founder’s Edition ทุกคันมาพร้อมกับตัวถังสีทูโทนที่ไหลลื่นไปตามเส้นสายของตัวรถอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมให้รถดูทรงพลังและสง่างามยิ่งขึ้น มีแถบเส้นคาดกลางตัวรถที่บางเฉียบเพียง 2 มิลลิเมตร สลักลวดลาย (Cravat) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Rimac ผสานกับกราฟิกลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Circuitry) ได้อย่างแนบเนียน
ภายในห้องโดยสาร แผงประตูจะมีการปักลวดลายที่บันทึกสามช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Rimac ได้แก่ ยุคโรงรถอันเป็นจุดเริ่มต้น, ยุคแห่งการกำเนิด ConceptOne และยุคแห่งสถิติของ Nevera ณ Rimac Campus เบาะนั่งแบบแยกสีแบบไม่สมมาตร (Asymmetrical Color Scheme) สะท้อนถึงการจัดวางที่ Mate Rimac ใช้งานจริงในรถของเขาเอง
สิทธิพิเศษระดับ “วงใน” สู่โลกของ Rimac
เจ้าของรถทั้ง 10 คัน จะได้รับการต้อนรับเข้าสู่ “Founders Club” พร้อมสิทธิพิเศษระดับ “วงใน” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ได้แก่:
การเชิญเข้าร่วมชมผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
บัตรผ่านพิเศษที่สามารถเข้าถึงสำนักงานใหญ่ Bugatti Rimac ได้โดยตรง
คำเชิญเข้าร่วมการโชว์สมรรถนะและการวิ่งทำลายสถิติ
โอกาสในการเข้าร่วมการพูดคุยเชิงกลยุทธ์กับ Mate Rimac และทีมงาน
การให้ข้อเสนอแนะในงานวิจัยและพัฒนาที่จะกำหนดทิศทางของรถไฮเปอร์คาร์แห่งอนาคต
และสิทธิประโยชน์ลับเฉพาะกลุ่ม Founders อีกมากมาย
อนาคตที่น่าจับตาของตลาดซูเปอร์คาร์
เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของตลาดซูเปอร์คาร์ระดับสูง ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมรรถนะหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง “อารมณ์” “ความรู้สึก” และ “อัตลักษณ์” ที่ลูกค้าต้องการจากยานยนต์คู่ใจ
ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่ในตลาดซูเปอร์คาร์ระดับ Ultra-Luxury พลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มาพร้อมกับเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่ไม่สามารถทดแทนได้
การปรับตัวของแบรนด์ต่างๆ ในตลาดนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างระบบไฟฟ้า และจิตวิญญาณอันเป็นอมตะของเครื่องยนต์สันดาปภายใน อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ และกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางอนาคตของยนตรกรรมสุดหรู Rimac Nevera R Founders Edition และกลุ่ม Founders Club อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรมและสมรรถนะระดับโลกได้แล้ววันนี้