• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2603016 หญ งม กง าย Ep.2 (ตอนจบ)

admin79 by admin79
March 26, 2026
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2603016 หญ งม กง าย Ep.2 (ตอนจบ) Rimac Nevera: สมรภูมิพลังไฟฟ้า กำหนดนิยามใหม่แห่งสมรรถนะไฮเปอร์คาร์ ในโลกยานยนต์ที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง พลังของเครื่องยนต์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความหลงใหลของมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน จากยุคที่ “แรงม้า” คือหน่วยวัดความยิ่งใหญ่ของพละกำลัง ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “กิโลวัตต์” (kW) ในระบบหน่วยวัดสากล (SI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในวงการรถยนต์ไฟฟ้า แรงม้า (HP) และกิโลวัตต์ (kW) เป็นสองหน่วยที่ใช้วัดกำลังของเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถแปลงค่าไปมาได้ โดย 1 แรงม้า เท่ากับ 0.746 กิโลวัตต์ หรือ 1 กิโลวัตต์ เท่ากับ 1.34 แรงม้า แนวคิดของ “แรงม้า” ถือกำเนิดขึ้นในสมัยที่สหราชอาณาจักรยังคงใช้หน่วยวัดแบบ “อิมพีเรียล” ซึ่งนิยามว่า 1 แรงม้า คือความสามารถในการยกน้ำหนัก 550 ปอนด์ ขึ้นไปสูง 1 ฟุต ในเวลา 1 วินาที แม้ปัจจุบันสหราชอาณาจักรจะหันมาใช้หน่วยเมตริกที่เป็นสากลมากขึ้น และสหรัฐอเมริกายังคงนิยมใช้หน่วยอิมพีเรียล แต่หน่วยวัตต์ (Watts) คือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก เคยสงสัยไหมว่า ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้หน่วยกิโลวัตต์ ทั้งที่หน่วยแรงม้าเป็นที่คุ้นเคยและเข้าใจกันดี คำตอบอยู่ที่ความไม่เท่าเทียมกันของ “แรงม้า” ในแต่ละประเทศ! หากคุณเคยอ่านนิตยสารรถยนต์ต่างประเทศ อาจเคยเห็นหน่วยวัดที่แตกต่างกัน เช่น HP (Horsepower) ในสหรัฐอเมริกา, BHP (Brake Horsepower) ในอังกฤษ, PS (Pferdestärke) ในเยอรมนี และ CV (Chevaux-Vapeur) ในฝรั่งเศสและอิตาลี แต่ละหน่วยมีที่มาและวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน BHP ของอังกฤษ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัดกำลังเครื่องยนต์ โดยคำนึงถึง “แรงเสียดทาน” ภายในเครื่องยนต์ด้วย ส่งผลให้ค่า BHP มักจะต่ำกว่า HP เล็กน้อย โดยทั่วไป 1 HP จะมีค่าประมาณ 0.99 BHP หรือต่ำกว่า ดังนั้น เครื่องยนต์ 300 HP อาจแสดงผลเป็น 296 BHP ซึ่งการใช้ HP ที่มีค่าตัวเลขมากกว่า ย่อมเป็นที่นิยมมากกว่าในการสื่อสารทั่วไป ส่วน PS และ CV เป็นหน่วยวัดแรงม้าที่อิงตามมาตรฐานเมตริก ต่างจาก HP และ BHP ที่อิงตามมาตรฐานอิมพีเรียล โดย 1 แรงม้าอิมพีเรียล เท่ากับ 746 วัตต์ ในขณะที่ 1 แรงม้าเมตริก เท่ากับ 735.5 วัตต์ ความแตกต่างนี้ทำให้ค่าแรงม้าของรถคันเดียวกัน อาจแสดงผลต่างกันไปขึ้นอยู่กับหน่วยที่ใช้ เช่น BMW 540i (G30) ให้กำลัง 250 กิโลวัตต์ ซึ่งเทียบเท่า 340 PS ในมาตรฐานเยอรมนี แต่กลับเป็น 335 HP ในมาตรฐานสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การถกเถียงเรื่องตัวเลขแรงม้าจึงไม่ใช่เรื่องผิด แต่อยู่ที่ว่าใช้มาตรฐานการวัดแบบใด ยุคสมัยแห่งพละกำลังไฟฟ้า: BYD SEAL และ LOTUS ELETRE
เมื่อพิจารณาถึง “ยุคสมัยแห่งพละกำลัง” เราไม่สามารถมองข้ามการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเปิดตัว BYD SEAL ในเดือนกันยายน 2566 ที่สร้างความฮือฮาด้วยรุ่นท็อป SEAL PERFORMANCE ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงถึง 390 กิโลวัตต์ หรือ 530 แรงม้า (PS) ในราคาที่น่าทึ่งเพียง 1.59 ล้านบาท คิดเป็นต้นทุนต่อแรงม้าเพียง 3,018 บาทเท่านั้น! ด้วยแรงบิดมหาศาล 68.3 กก.-ม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ทำให้ BYD SEAL กลายเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งปรากฏการณ์คือ LOTUS ELETRE “ซูเปอร์ครอสโอเวอร์เอสยูวี” พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมขุมพลัง 675 กิโลวัตต์ หรือ 904 HP แรงบิด 100.4 กก.-ม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.95 วินาที แม้ราคาจะสูงถึง 6.59 ล้านบาท แต่ต้นทุนต่อแรงม้าอยู่ที่ 7,322 บาท ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หากลองคำนวณเล่นๆ หากเราต้องการรถยนต์นั่งที่มีสมรรถนะ 200 แรงม้า ตามมาตรฐาน BYD SEAL ราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 603,600 บาทเท่านั้น! หรือหากยึดตามมาตรฐาน LOTUS ELETRE ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 1,464,400 บาท แสดงให้เห็นว่าต้นทุนของ “พละกำลัง” ได้ลดลงอย่างมหาศาลจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน ผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายตระหนักถึงแนวโน้มนี้ และเราจะได้เห็นการพัฒนาด้านสมรรถนะ โดยเฉพาะอัตราเร่งและความคล่องตัวในรถทุกระดับราคาอย่างแน่นอน RIMAC NEVERA: ยกระดับขีดจำกัดของไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ในโลกของไฮเปอร์คาร์ สถิติด้านอัตราเร่งกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่โดยรถยนต์ไฟฟ้า และผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของสถิติคือ RIMAC NEVERA จากประเทศโครเอเชีย รถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันนี้ซึ่งมีราคาสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายสถิติโลกถึง 23 รายการในวันเดียว ณ สนามทดสอบ ATP Automotive Testing Papenburg ประเทศเยอรมนี RIMAC NEVERA ทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 412 กม./ชม. และสามารถเบรกจนหยุดนิ่งได้อย่างปลอดภัย (0-400-0 กม./ชม.) ในเวลาเพียง 29.94 วินาที! ในระหว่างการทำสถิติ มันได้พิสูจน์สมรรถนะอันน่าทึ่ง ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.82 วินาที เร็วกว่ารถแข่งฟอร์มูล่าวันเสียอีก! นอกจากนี้ ยังทำเวลา 0-200 กม./ชม. ได้ใน 4.42 วินาที, 0-300 กม./ชม. ใน 9.23 วินาที และ 0-400 กม./ชม. ในเวลาเพียง 21.32 วินาที สำหรับระยะควอเตอร์ไมล์ (402 เมตร) ใช้เวลาเพียง 8.26 วินาที สถิติเหล่านี้ได้รับการยืนยันโดยองค์กรอิสระสองแห่ง ได้แก่ Dewesoft และ Racelogic โดยรถใช้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R ซึ่งเป็นยางมาตรฐานจากโรงงาน เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้คือวิสัยทัศน์ของ Mate Rimac ประธานบริษัทชาวโครเอเชีย ผู้มีแนวคิดว่า “พลังไฟฟ้าคือพลังแห่งอนาคต” แววความเป็นนักประดิษฐ์ของเขาฉายชัดตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยผลงานที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย ความโดดเด่นของเขาปรากฏชัดตั้งแต่การดัดแปลง BMW 3 Series E30 ให้เป็นรถไฟฟ้า ซึ่งสามารถบันทึกสถิติโลกของรถยนต์ไฟฟ้าได้หลายรายการ ด้วยความสามารถที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้เขาได้รับความสนับสนุนจนสามารถสร้างรถต้นแบบ Rimac Concept One ในปี 2011 ขณะมีอายุเพียง 23 ปี และ Rimac Nevera คือรถรุ่นที่สองของค่าย ปัจจุบัน Rimac Automobili เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีพนักงานกว่า 1,000 คน และได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Porsche AG, Hyundai, Kia และ Camel Group นอกจากจะผลิตไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าของตนเองแล้ว Rimac ยังเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าให้กับบริษัทอื่นๆ ทั่วโลก อาทิ Porsche, Hyundai, Kia, Renault, Jaguar, Aston Martin, Seat, Koenigsegg และ Automobili Pininfarina นอกจากนี้ Mate Rimac ยังดำรงตำแหน่ง CEO ของ Bugatti Rimac ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Bugatti และ Porsche ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 เทคโนโลยีล้ำสมัยของ Rimac Nevera แม้ Rimac Nevera จะไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแง่ปริมาณการผลิต แต่ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับโลกที่แม้แต่ Bugatti ยังไว้วางใจ ทำให้ทุกชิ้นส่วนถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน หัวใจสำคัญของระบบพลังงานคือแบตเตอรี่ลิเธียม/แมงกานีส/นิคเกิล (LMN) จำนวน 6,960 เซลล์ ความจุรวม 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Rimac แทนที่จะวางแผ่บนพื้นรถแบบ “สเก็ตบอร์ด” ตามที่พบเห็นในรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป Rimac ได้ออกแบบแบตเตอรี่ให้ยังคงรูปลักษณ์ของไฮเปอร์คาร์เครื่องวางกลางลำไว้ได้อย่างสวยงาม โดยติดตั้งในตำแหน่งเดียวกับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบดั้งเดิม แบตเตอรี่ความจุ 120 kWh ของ Rimac Nevera สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 570 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และสามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ในเวลาเพียง 19 นาที ด้วยการรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 500 กิโลวัตต์ สมรรถนะของ Rimac Nevera นั้นเรียกได้ว่าเป็น “MEGACAR” อย่างแท้จริง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (คู่หน้า-หลัง) รวมพละกำลังสูงสุด 1,408 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 1,888 HP หรือ 1,914 PS (ประมาณ 1,900 แรงม้า) พร้อมแรงบิดมหาศาล 240.7 กก.-ม. แม้ตัวรถจะมีน้ำหนักถึง 2,150 กก. แต่ก็ยังสามารถทำสถิติอัตราเร่งที่น่าทึ่งได้สบายๆ ด้วยสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.3 ในโหมดประหยัดพลังงาน แต่เมื่อต้องการการเบรกอย่างกะทันหัน หรือการยึดเกาะถนนในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบสปอยเลอร์จะทำงานเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศได้มากกว่าเดิมถึง 326%
โครงรถแบบคาร์บอนโมโนคอกของ Rimac Nevera ได้รับการยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยความแข็งแรงถึง 70,000 นิวตัน/องศาการบิด ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถสมรรถนะสูงที่ต้องปลดปล่อยพลังงานมหาศาล Rimac ได้พัฒนาระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย ผสานการใช้น้ำยาหล่อเย็น รังผึ้งหม้อน้ำ และคอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และป้องกันความร้อนสะสมที่เป็นอันตราย นอกเหนือจากสถิติอัตราเร่งและ ความเร็วสูงสุดของ Rimac Nevera ที่ทำไว้ในสนาม ATP แล้ว ในเดือนสิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา Rimac Nevera ยังเป็นเจ้าของสถิติรถไฟฟ้าโปรดักชันที่ทำเวลาต่อรอบสนาม Nürburgring Nordschleife (ระยะทาง 20.832 กม.) ได้เร็วที่สุด ด้วยเวลา 7:05.298 นาที ซึ่งเร็วกว่า Honda Civic Type R FL5 (7:44.8 นาที) และ Tesla Model S Plaid (7:25.23 นาที) ที่เคยทำสถิติไว้ อย่างไรก็ตาม สนาม Nürburgring Nordschleife ไม่เพียงวัดความเร็วและอัตราเร่ง แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทรงตัวและการชะลอความเร็ว รถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนัก 2,150 กก. ยังคงเสียเปรียบรถยนต์สันดาปที่เบากว่า เมื่อเทียบกับรถแข่งในสนามอย่าง Porsche 992 GT3 RS (6:44.84 นาที) หรือ Mercedes-AMG ONE (6:35.183 นาที) ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติสนามปัจจุบัน เวลาต่อรอบของ Rimac Nevera ยังคงมีช่องว่างให้พัฒนาอีกมาก Rimac Nevera คือหนึ่งในรถยนต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุคปัจจุบัน และจะเป็นผู้บุกเบิกสำคัญที่จะผลักดันให้รถสปอร์ตและรถยนต์ประเภทอื่นๆ ในอนาคตมีสมรรถนะที่ก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ก้าวต่อไปของ Rimac: Verne Robotaxi สู่ยุคแห่งการเดินทางอัตโนมัติ หลังจากสร้างชื่อเสียงในวงการไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า Rimac Automobili กำลังขยายขอบเขตสู่ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ด้วยการเปิดตัวโปรโตไทป์ Robotaxi ภายใต้บริษัทใหม่ชื่อ Verne การเปิดตัวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Rimac ในการเข้าสู่ตลาด Ridesharing ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก Verne วางแผนที่จะเริ่มให้บริการ Robotaxi ในเมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย บ้านเกิดของ Rimac ภายในปี 2026 ก่อนจะขยายไปยัง 11 เมืองในสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, เมืองอื่นๆ ในยุโรป, ตะวันออกกลาง และอีกกว่า 30 เมืองทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการบริการขนส่งที่สะดวกและปลอดภัย Verne ก่อตั้งโดย Mate Rimac ร่วมกับ Adriano Mudri (ผู้ออกแบบ Rimac Nevera) และ Marko Pejković (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์) โดย Pejković จะดำรงตำแหน่ง CEO ของ Verne ชื่อ “Verne” ได้รับแรงบันดาลใจจากนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง Jules Verne สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ การออกแบบ Robotaxi ของ Verne โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นรถคูเป้สองที่นั่ง ดีไซน์ล้ำยุค ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อัตโนมัติโดยเฉพาะ ต่างจากบริษัทอื่นที่มักดัดแปลงรถจากสายการผลิต การออกแบบเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้โดยสาร และจากการวิจัยพบว่า ผู้ใช้บริการแท็กซี่ส่วนใหญ่มีผู้โดยสารเพียง 1-2 คน ทำให้การออกแบบ 2 ที่นั่งนี้เหมาะสมอย่างยิ่ง การเรียกใช้บริการทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันของ Verne ผู้โดยสารสามารถปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารล่วงหน้าได้ เช่น แสง อุณหภูมิ หรือกลิ่นหอม ประตูห้องโดยสารเป็นแบบสไลด์ หลังคา Panoramic Sunroof และภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ พร้อมจอขนาด 43 นิ้ว ลำโพง 17 ตำแหน่ง และฟังก์ชันควบคุมการเดินทาง แม้ Rimac จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของ Verne แต่ระบุว่ารถพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นสูง ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติใช้เทคโนโลยีของ Mobileye ซึ่งประกอบด้วยกล้อง เรดาร์ LiDAR และเซ็นเซอร์ต่างๆ การเปิดตัว Verne ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Rimac ในการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย และกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับสมรรถนะและเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Rimac Automobili ติดต่อตัวแทนจำหน่ายชั้นนำเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rimac Nevera หรือติดตามข่าวสารการพัฒนา Verne Robotaxi เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตของยานยนต์.
Previous Post

[ครบชุด] T2603015 หญ งม กง าย Ep.1

Next Post

[ครบชุด] T2603003 ความท กข ของคนเป นแม Ep.1

Next Post

[ครบชุด] T2603003 ความท กข ของคนเป นแม Ep.1

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T1804199 คนเราถ าศ ลไม เสมอก ไม ทางเป นค นได
  • [ครบชุด] T1804201 งเก ยจเด กเส
  • [ครบชุด] T1804208 คนเราถ าม ความซ อส ตย ทำอะไรก เจร
  • [ครบชุด] T1804206 จะม หญ งส กก คน จะโชคด แบบ
  • [ครบชุด] T1804213 อย ามองว าเม ยเป น…ร กท ไร

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.