• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T2502160 สองผ วเม ยส กผ าอย ๆเจอโรงศพลอยมา คนอย ในน part 2

admin79 by admin79
February 25, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Lamborghini Temerario: การถือกำเนิดใหม่แห่งกระทิงดุ ขุมพลังไฮบริด V8 อันทรงพลัง สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะ ในโลกของซูเปอร์คาร์ สมรรถนะสูงที่ไร้ขีดจำกัด การก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีและดีไซน์คือสิ่งที
่ทำให้แบรนด์อย่าง Lamborghini ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดมาอย่างยาวนาน สู่ยุคปี 2025 ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงได้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำเสนอเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ผสมผสานขุมพลังสันดาปภายในเข้ากับพลังงานไฟฟ้า ประสานรวมกันเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นกว่าที่เคยเป็นมา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ Lamborghini ได้ประกาศเปิดตัว “Temerario” ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ไม่เพียงแต่สานต่อตำนานอันยาวนานของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิวัติวงการด้วยขุมพลังไฮบริด V8 เทอร์โบคู่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง สู่การเป็น “ซูเปอร์คาร์ไฮบริด V8” ที่จะเข้ามานิยามใหม่ของสมรรถนะและความเร้าใจ การออกแบบ: Hexagonal Design Language สู่ความสมบูรณ์แบบแห่งอนาคต Lamborghini Temerario ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดภายใต้การนำของ Mitja Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้ทรงอิทธิพล ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับตำนานของแบรนด์ เส้นสายการออกแบบของ Temerario ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากรถแข่งระดับไฮเพอร์คาร์อย่าง Lamborghini Essenza SCV12 โดยเน้นที่ “Hexagonal Design Language” หรือภาษาการออกแบบรูปทรงหกเหลี่ยม ที่สื่อถึงความสมมาตร มิติที่ลุ่มลึก และความสมบูรณ์แบบ การนำรูปทรงหกเหลี่ยมมาใช้อย่างชาญฉลาดไม่เพียงแต่เพิ่มความโดดเด่นและดุดันให้กับตัวรถ แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบใหม่ของ Lamborghini ที่จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ทุกรุ่นในอนาคต
เมื่อมองจากด้านหน้า Temerario เผยให้เห็นการออกแบบที่เฉียบคมและแข็งแกร่ง ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศสูงสุด ควบคู่ไปกับไฟหน้า LED เพรียวบางที่วางตัวขนานไปกับส่วนหน้าของรถ ไฟ Daytime Running Light ทรงหกเหลี่ยมทั้งด้านหน้าและด้านท้ายกลายเป็นลายเซ็นที่บ่งบอกถึงความเป็น Lamborghini ยุคใหม่ ตัวรถมีการเน้นความคล่องตัวและหลักอากาศพลศาสตร์อย่างสูงสุด โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมที่ถูกวางไว้ตรงกลางตัวรถในตำแหน่งที่สูง มอบอารมณ์ที่ชวนให้นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสมรรถนะสูงระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น ซุ้มล้อหลังที่ออกแบบให้เปิดกว้าง เผยให้เห็นยางหน้าขนาด 255/35 ZR20 และยางหลังขนาด 325/30 ZR21 ยังเป็นการตอกย้ำถึง DNA ของรถแข่งระดับ MotoGP ที่ผสานรวมเข้ากับความสง่างามและสปอร์ตของซูเปอร์คาร์ ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Temerario ได้รับการยกระดับประสบการณ์ผู้ขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการนำแนวคิด “Feel Like a Pilot” มาใช้เป็นแกนหลัก การออกแบบยังคงมีความคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่าง Revuelto แต่ก็มีการปรับปรุงให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Temerario เอง แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วที่สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ตามต้องการ มอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน หน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้การเชื่อมต่อและการใช้งานระบบมัลติมีเดียเป็นไปอย่างราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี Passenger Display ขนาด 9.1 นิ้ว เป็นออปชันเสริม เพิ่มความพิเศษให้กับผู้โดยสาร ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์สีแดงสดใสที่ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบสไตล์ Fighter Jet บนคอนโซลกลาง ยังคงเอกลักษณ์ของ Lamborghini ที่มอบความเร้าใจทุกครั้งที่สัมผัส พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Squadra Corse มาพร้อมปุ่มควบคุมที่หลากหลาย รวมถึงปุ่มเลือกโหมดการขับขี่และปุ่ม EV ผู้ขับขี่สามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ได้ถึง 4 โหมดหลัก ได้แก่ Citta (เมือง), Strada (ถนน), Sport (สปอร์ต) และ Corsa (สนามแข่ง) โดยโหมด Corsa Plus จะเป็นการปลดล็อกขีดสุดของสมรรถนะ ด้วยการปิดระบบ ESP เพื่อมอบอิสระในการควบคุมสูงสุด นอกจากนี้ Temerario ยังมาพร้อมโหมด “Drift Mode” ที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ควบคู่ไปกับระบบ LDVI 2.0 (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพลวัตของรถอัจฉริยะ ที่ช่วยปรับปรุงการยึดเกาะถนน การควบคุมแรงฉุดลาก และการตอบสนองของตัวรถให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้ขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกทุกประสบการณ์การขับขี่ Lamborghini ได้นำเสนอ Lamborghini Vision Unit อุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกล้อง 3 ตัว สามารถบันทึกภาพจากมุมมองถนน ผู้โดยสาร และมุมมองด้านหลัง เพื่อให้คุณสามารถแชร์สุดยอดโมเมนต์ในสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ ขุมพลังไฮบริด V8: การปฏิวัติสมรรถนะจาก Sant’Agata Bolognese หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lamborghini Temerario แตกต่างและน่าจับตามองที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในด้านขุมพลัง Stephan Winkelmann ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Automobili Lamborghini ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการลดการปล่อยมลพิษพร้อมกับการเพิ่มพละกำลัง และการนำระบบไฟฟ้ามาใช้กับรถทุกรุ่น ซึ่งนำมาสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือการอำลาเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตรที่เคยประจำการใน Huracan และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ รหัส L411 ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่หมดจด เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ L411 ใหม่นี้ สามารถรีดพละกำลังออกมาได้ถึง 789 แรงม้า (800 PS) แต่สิ่งที่ทำให้ Temerario ทะยานเหนือกว่า คือการทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 110 กิโลวัตต์/148 แรงม้า (150 PS) จำนวน 3 ตัว ส่งผลให้พละกำลังรวมของระบบ “ซูเปอร์คาร์ไฮบริด V8” นี้ สามารถพุ่งทะยานไปได้ถึง 920 แรงม้า (PS) ที่รอบเครื่องยนต์ 9,000-9,750 รอบต่อนาที โดยในโหมด Corsa สามารถเร่งรอบสูงสุดไปได้ถึง 10,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 343 กม./ชม. ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ 32 เมตร พร้อมระบบเบรก CCB Plus (Carbon Ceramic Brakes Plus) ที่ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์แบบ Fixed Monoblock 10 พอท เพื่อมอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่เหนือชั้น หนึ่งในความพิเศษของเครื่องยนต์ V8 L411 คือการใช้ เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane สไตล์ซูเปอร์คาร์ยุคใหม่ แทนที่อัตราส่วนกระบอกสูบต่อช่วงชักแบบมาตรฐาน 86×86 มม. เครื่องยนต์ใหม่นี้มีกระบอกสูบขนาด 90 มม. และช่วงชัก 78.5 มม. (3.54×3.09 นิ้ว) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์ V8 ไฮบริดนี้สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที โดยไม่มีอาการรอรอบเทอร์โบ (Turbo Lag) ที่เด่นชัด ส่งผลให้พละกำลังรวมเกือบ 920 แรงม้า มากกว่าเครื่องยนต์ V10 วางกลางแบบธรรมดาของรุ่นก่อนหน้าถึงเกือบ 45% ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าที่น่าทึ่งสำหรับ Lamborghini การทำงานของระบบไฮบริดมีความซับซ้อนและชาญฉลาด มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวถูกติดตั้งไว้ที่ล้อหน้า เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) และช่วยในการควบคุมแรงบิดแต่ละล้อได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ในโหมด Citta (โหมดขับในเมือง) มอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ยังสามารถทำให้ Temerario กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าได้อย่างสมบูรณ์ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 3 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบคลัทช์คู่ (AMT Dual Clutch) ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งกำเนิดไฟฟ้าและช่วยเสริมกำลัง แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ตัวนี้คือ 300 นิวตันเมตร (221 ปอนด์-ฟุต) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการขับขี่ได้อย่างไร้รอยต่อ
แม้จะเป็นระบบไฮบริด แต่ Temerario ยังคงให้ความสำคัญกับโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) โดยมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 7 กิโลวัตต์ ตัวรถสามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางประมาณ 11-16 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องยนต์ V8 จะเข้ามาทำงานร่วมด้วย การชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม (0-100%) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยสามารถใช้ Wall Charge ของ Lamborghini หรือ Wall Charger มาตรฐานได้ ลักษณะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในโหมด EV เป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมอเตอร์ 1 ตัวจะติดตั้งอยู่ที่ล้อหน้าแต่ละข้าง และอีกตัวจะอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับระบบส่งกำลัง ส่วนมอเตอร์ที่อยู่ด้านหลังจะเชื่อมต่อโดยตรงกับเพลาข้อเหวี่ยง หมายความว่ามอเตอร์จะหมุนตลอดเวลาที่รอบเครื่องยนต์ ทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด การปรับแต่งและความเป็นเอกลักษณ์: Ad Personum และ Alleggerita Lamborghini Temerario ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลัง แต่ยังมอบความเป็นเอกลักษณ์ให้กับเจ้าของผ่านโปรแกรม Ad Personum Program แผนกพิเศษที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถได้ตามความต้องการสูงสุด ตั้งแต่การเลือกสีตัวถัง วัสดุตกแต่งภายใน การเลือกรูปแบบล้อ เบรก ไปจนถึงการเลือกใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เสริมสมรรถนะและน้ำหนักเบา รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ที่ทันสมัย สำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เบาและเร้าใจยิ่งขึ้น Lamborghini ยังได้นำเสนอ แพ็คเกจ Alleggerita หรือชุดแต่งน้ำหนักเบาเป็นครั้งแรกในรุ่น Temerario แพ็คเกจนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนน้ำหนักเบามากมาย เช่น แผงด้านหลังคอมโพสิต CFRP, แผงประตูคาร์บอน, กระจกข้างโพลีคาร์บอเนท, แผ่นรองใต้ท้องรถ, ดิฟฟิวเซอร์คาร์บอน, ล้อคาร์บอน และท่อไอเสียไทเทเนียม ชุดแต่ง Alleggerita ช่วยลดน้ำหนักตัวรถได้กว่า 25 กก. และยังช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลัง (Downforce) ได้ถึง 103% เมื่อเทียบกับ Huracan EVO การจองและการวางจำหน่าย: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะ แม้ Lamborghini จะยังไม่ได้เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Lamborghini Temerario แต่คาดการณ์ว่าจะมีราคาสูงขึ้น โดยคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 250,000-300,000 ยูโร หรือประมาณ 9.5 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาดซูเปอร์คาร์ไฮบริดอย่าง Ferrari 296 GTB และ McLaren Artura สำหรับผู้ที่สนใจ Lamborghini Temerario สามารถเริ่มทำการจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้าทั่วโลกได้ภายในปี 2026 ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย Renazzo Motor ในฐานะตัวแทนจำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว คาดว่าจะนำรถรุ่นใหม่นี้มาจัดแสดงในประเทศไทยภายในเดือนตุลาคม 2567 นี้ แฟนซูเปอร์คาร์ชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมผัสกระทิงดุสายพันธุ์ไฮบริดที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการซูเปอร์คาร์ Lamborghini Temerario ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการก้าวข้ามขีดจำกัด คือการนิยามใหม่ของสมรรถนะ คืออนาคตที่ Lamborghini กำลังสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำว่า “สุดยอด”
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความเร้าใจ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่ง Lamborghini ด้วย Temerario คือการตัดสินใจที่ไม่ควรมองข้าม ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเตรียมตัวพบกับสุดยอดซูเปอร์คาร์ไฮบริด V8 ที่จะเปลี่ยนนิยามของความเร็วไปตลอดกาล.
Previous Post

T2502168 วพ การให ความส ขบนเต ยงก บเม ยไม ได เม ยสำส อนเลยเอาช มาทำเร องอย างว าท าน part 2

Next Post

T2502158 ตอนจบ. สาม หายต วไป8ป พบอ กท อย งานแต งก บเจ าสาวคนอ (1) part 2 | Daiana Medlock

Next Post

T2502158 ตอนจบ. สาม หายต วไป8ป พบอ กท อย งานแต งก บเจ าสาวคนอ (1) part 2 | Daiana Medlock

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.