• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T2502163 อแม หย าก ควรให กร บร ไหม จะส งผลอนาคตอะไรก บล part 2

admin79 by admin79
February 25, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Lamborghini Temerario: การปฏิวัติแห่งซูเปอร์คาร์ไฮบริด ที่จะเขย่าบัลลังก์แห่งสมรรถนะ ในโลกของซูเปอร์คาร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์ระดับตำนานอย่าง La
mborghini ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ อยู่เสมอ และในปี 2025 นี้ เรากำลังจะได้ยลโฉมปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อกระทิงดุสัญชาติอิตาลีได้เผยโฉม Lamborghini Temerario (ลัมโบร์กินี เตเมรารีโอ) ออกมาอย่างเป็นทางการ สานต่อตำนานอันยาวนานของรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และพร้อมที่จะกำหนดนิยามใหม่ให้กับคำว่า “รถยนต์สมรรถนะสูง” ด้วยการผสานสุดยอดเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับ DNA แห่งความดุดันและเร้าใจของ Lamborghini อย่างลงตัว การเปิดตัว Lamborghini Temerario ครั้งแรกในโลก ณ Monterey Car Week 2024 ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศการมาถึงของซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ จากยุคของเครื่องยนต์ V10 ไร้ระบบอัดอากาศ สู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะนำพาสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ไปสู่อีกระดับที่คาดไม่ถึง เส้นสาย Hexagonal: ภาษาการออกแบบแห่งอนาคตของ Lamborghini Mitja Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Lamborghini ผู้เป็นมันสมองเบื้องหลังรถยนต์ระดับตำนานหลายรุ่น ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ผ่าน Lamborghini Temerario ด้วยการยึดมั่นในหลักการออกแบบ “Hexagonal” หรือรูปทรงหกเหลี่ยม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมมาตร มิติ และความสมบูรณ์แบบ การออกแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความคล่องตัว หลักอากาศพลศาสตร์ และความสมดุลอันเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์สมรรถนะสูง เมื่อมอง Lamborghini Temerario อย่างพิจารณา จะพบว่าทุกเส้นสายถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบสนองทั้งประโยชน์ใช้สอยและสุนทรียภาพทางสายตา ตั้งแต่ช่องดักอากาศด้านหน้าที่มีรูปทรงเฉียบคม ไฟหน้า LED ที่เรียวยาวรับกับแนวตัวถัง ไปจนถึงเอกลักษณ์ของท่อไอเสีย Hexagon Exhaust ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางลำตัวรถในตำแหน่งสูง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูง
ความโดดเด่นยังคงปรากฏที่ซุ้มล้อหลังที่ได้รับการขยายให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ด้านหน้า และ 21 นิ้ว ที่ด้านหลัง อันเป็นขนาดที่เหมาะสมกับพละกำลังและสมรรถนะของรถ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสง่างามและความรู้สึกดุดันแบบรถแข่งระดับโลกอย่าง MotoGP นอกจากนี้ ไฟ Daytime Running Light ทั้งด้านหน้าและด้านท้ายที่ออกแบบมาในรูปทรงหกเหลี่ยม ยังเป็นลายเซ็นที่ชัดเจน สะท้อนถึงการออกแบบที่สอดคล้องกันในทุกมิติ โครงสร้างน้ำหนักเบา และห้องโดยสารที่ยกระดับประสบการณ์ผู้ขับขี่ ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกอันน่าเกรงขาม Lamborghini Temerario มาพร้อมกับโครงสร้างแบบ Space Frame อลูมิเนียมที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด จุดประสงค์หลักคือการเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะ เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูงโปร่ง หรือแม้แต่สวมหมวกกันน็อคสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง ก็ยังคงได้รับความสะดวกสบายสูงสุด แม้ว่าน้ำหนักตัวของ Lamborghini Temerario จะอยู่ที่ 1,690 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Huracan EVO ถึง 268 กิโลกรัม แต่ Lamborghini ชี้แจงว่าส่วนใหญ่เป็นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากระบบไฟฟ้าของระบบไฮบริด ซึ่งมีน้ำหนักถึง 73 กิโลกรัม การเพิ่มน้ำหนักนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพื่อให้ได้มาซึ่งพละกำลังและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ภายในห้องโดยสารของ Temerario ยังคงสืบทอดปรัชญาการออกแบบ “Feel Like a Pilot” ที่พบได้ในรุ่นพี่อย่าง Revuelto ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศห้องนักบินที่เน้นการใช้งานจริงและเทคโนโลยีล้ำสมัย แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย มาพร้อมหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอ Passenger Display ขนาด 9.1 นิ้ว เป็นออปชันเสริม เพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงให้กับผู้โดยสาร จุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาคือปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฝาครอบสไตล์ Fighter Jet สีแดงสด อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเร้าใจ พวงมาลัยแบบใหม่ที่ออกแบบตามแนวคิดรถแข่ง Squadra Corse มาพร้อมปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ Citta (เมือง), Strada (ถนน), Sport, และ Corsa (สนามแข่ง) โดยโหมด Corsa Plus จะปลดการทำงานของระบบ ESP อย่างสมบูรณ์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ที่สุด Lamborghini Temerario ยังมาพร้อมกับระบบ LDVI 2.0 (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ซึ่งเป็นระบบควบคุมพลวัตของรถยนต์ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน การควบคุมแรงบิด และการตอบสนองของตัวรถให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่และทักษะของผู้ขับขี่ โหมด Drift ที่มีให้เลือก 3 แบบ ยิ่งเพิ่มความสนุกสนานและความท้าทายให้กับผู้ที่ต้องการปลดปล่อยศักยภาพของกระทิงดุตัวนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกทุกโมเมนต์การขับขี่ Lamborghini Temerario ยังมาพร้อมกับ Lamborghini Vision Unit ซึ่งเป็นระบบบันทึกวิดีโอที่มีกล้อง 3 ตัว สามารถบันทึกภาพจากมุมมองถนน ผู้โดยสาร และด้านหลังได้ นอกจากนี้ ระบบ Infotainment ยังมีความสามารถในการบันทึกข้อมูลการขับขี่ในสนามแข่ง และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Lamborghini Unica ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบสถานะรถยนต์ การเข้ารับบริการ หรือแม้กระทั่งการอ่านอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ขับขี่ หากเชื่อมต่อกับ Apple Watch ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ไฮบริด: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Lamborghini หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lamborghini Temerario แตกต่างจากรุ่นพี่อย่างเห็นได้ชัด คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของขุมพลังไฮบริด Stephan Winkelmann ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Automobili Lamborghini ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของแบรนด์ในการลดการปล่อยมลพิษพร้อมๆ ไปกับการเพิ่มพละกำลัง และการนำระบบไฟฟ้ามาใช้กับรถทุกรุ่นในอนาคต Lamborghini Temerario ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (รหัส L411) ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ให้กำลังสูงสุดถึง 789 แรงม้า (800 PS) ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่ละตัวให้กำลัง 110 กิโลวัตต์ (150 PS) ซึ่งมอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า (PS) ผสานแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร (Nm)
สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ V8 ใน Temerario พิเศษยิ่งขึ้นคือการใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงหลายรุ่น ทำให้เครื่องยนต์สามารถลากรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที โดยที่ยังคงให้พละกำลังอันน่าทึ่ง พละกำลังรวมที่ได้มากกว่าเครื่องยนต์ V10 แบบดั้งเดิมของ Huracan เกือบ 45% ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Lamborghini ระบบส่งกำลังของ Temerario ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 8 จังหวะ (DCT) ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เพื่อส่งพละกำลังอันมหาศาลลงสู่พื้นอย่างมีประสิทธิภาพ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวถูกติดตั้งอยู่ที่เพลาล้อหน้า ทำหน้าที่ในการควบคุมแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวา เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าโค้ง และยังสามารถทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนในโหมด Citta ได้อีกด้วย มอเตอร์ตัวที่สามติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และชุดเกียร์ DCT ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งสามารถสร้างแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร และช่วยเสริมพละกำลังในการออกตัวได้อย่างไร้รอยต่อ แม้จะเป็นรถไฮบริดสมรรถนะสูง Lamborghini Temerario ก็ยังมีโหมด EV (Electric Vehicle) ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ โดยใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางประมาณ 11-16 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง การชาร์จสามารถทำได้ผ่าน Wall Charger AC สูงสุด 7 กิโลวัตต์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการชาร์จจาก 0-100% การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด และแพ็คเกจ Alleggerita Lamborghini Temerario ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายอย่างแท้จริง ด้วยแผนก Ad Personum Program ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรวัสดุตกแต่ง การออกแบบล้ออัลลอย สีคาลิปเปอร์เบรก รวมถึงชิ้นส่วน Carbon Fiber ทั้งภายนอกและภายในได้อย่างอิสระ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ล่าสุด สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจยิ่งขึ้น Lamborghini ได้นำเสนอแพ็คเกจ Alleggerita ซึ่งเป็นชุดแต่งน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับรุ่น Temerario แพ็คเกจนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนน้ำหนักเบาที่ผลิตจากวัสดุ CFRP และ Carbon Fiber เช่น แผงหลัง, แผงประตู, กระจกโพลีคาร์บอเนต, แผ่นรองใต้ท้องรถ, ดิฟฟิวเซอร์, ล้อ Carbon Fiber และท่อไอเสีย Titanium ชุดแต่ง Alleggerita สามารถช่วยลดน้ำหนักของรถลงได้มากกว่า 25 กิโลกรัม และยังช่วยเพิ่มแรงกดอากาศพลศาสตร์ที่ด้านหลังได้ถึง 103% เมื่อเทียบกับ Huracan EVO ราคาและการจอง: การลงทุนในตำนานบทใหม่ แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Temerario แต่คาดการณ์ว่าราคาจะอยู่ในช่วง 250,000 – 300,000 ยูโร หรือประมาณ 9.5 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งสอดคล้องกับราคาของซูเปอร์คาร์ไฮบริดชั้นนำในตลาด เช่น Ferrari 296 GTB และ McLaren Artura สำหรับผู้ที่สนใจ Lamborghini Temerario การเปิดจองได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 และคาดว่าการส่งมอบรถจะเริ่มขึ้นในปี 2026 โดยผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทย Renazzo Motor ผู้แทนจำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการ ได้คาดการณ์ว่าจะนำรถรุ่นนี้มาจัดแสดงให้ชมภายในเดือนตุลาคม 2024 นี้ ผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและความหรูหราแห่งกระทิงดุ ไม่ควรพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของตำนานบทใหม่แห่งโลกซูเปอร์คาร์ เตรียมพบกับ Lamborghini Temerario สุขุม งามสง่า ดุดัน และเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการซูเปอร์คาร์อีกครั้ง
ถึงเวลาที่คุณจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะ ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lamborghini ใกล้บ้านคุณ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้
Previous Post

T2502172 เธอพลาดม กในว ยเร ยน องมาทำงานพาร ทไทม แถมโดนเพ อนน นทาร งเก ยจ part 2 | Daiana Medlock

Next Post

T2502162 สองผ วเม ยขอพรก บแม ไม นไรเด กลอยมาจากแม ตอนจบพ งร าเด กเป นล กของใคร part 2

Next Post

T2502162 สองผ วเม ยขอพรก บแม ไม นไรเด กลอยมาจากแม ตอนจบพ งร าเด กเป นล กของใคร part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.