Lamborghini: พลิกประวัติศาสตร์ ยอดส่งมอบทะลุ 10,000 คัน ยุคใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตไฮบริด
ในโลกแห่งยนตรกรรมระดับสูงที่การแข่งขันเข้มข้นยิ่งกว่าเคย Automobili Lamborghini แบรนด์กระทิงดุจากซานต์’อะกาตา
โบโลญเยเซ ได้ประกาศศักดาอีกครั้ง ด้วยการสร้างสถิติใหม่ที่น่าประทับใจ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลกได้ถึง 10,747 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลของแบรนด์ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความไว้วางใจจากลูกค้า และความสำเร็จอย่างงดงามของกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของรถยนต์พลังงานไฮบริด
บทพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายของตลาด
การทำลายสถิติในสถานการณ์ตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจมหภาค ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการปรับตัวและศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ Lamborghini คุณสเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในผลประกอบการปี 2568 นี้ ว่าเป็นผลลัพธ์ของการอ่านเกมตลาดอย่างเฉียบคม การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด “เราไม่ได้มุ่งเน้นที่การผลิตจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่เราให้ความสำคัญกับการสร้างความเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษา DNA ของแบรนด์ไว้เสมอ” เขากล่าว
ภูมิภาคหลักขับเคลื่อนการเติบโต
ผลประกอบการที่โดดเด่นในปี 2568 มาจากการขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งในสามภูมิภาคหลัก โดย ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ยังคงเป็นตลาดสำคัญที่สุด ด้วยยอดส่งมอบสูงถึง 4,650 คัน ตามมาด้วย ทวีปอเมริกา ด้วยจำนวน 3,347 คัน และ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ทำผลงานได้น่าพอใจด้วยยอดส่งมอบ 2,750 คัน ความสำเร็จนี้เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วโลก กับทีมงานของ Lamborghini ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในแต่ละตลาด
Revuelto และ Urus SE: หัวหอกแห่งยุคไฮบริด
หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ Lamborghini ก้าวสู่สถิติใหม่นี้ คือการเปิดตัวและส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้าของแบรนด์ ได้แก่:
Lamborghini Revuelto: ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ขุมพลังไฮบริด V12 HPEV รุ่นแรกของแบรนด์ ที่ผสานขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับระบบไฟฟ้าได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น และประสิทธิภาพที่ดุดันตามแบบฉบับกระทิงดุ
Lamborghini Urus SE: รถยนต์ Super SUV เวอร์ชัน Plug-in Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูงยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็น Lamborghini
การตอบรับอันยอดเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลกต่อรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากลยุทธ์การนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดภายใต้แบรนด์ Lamborghini เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และได้รับการยอมรับในระดับสูง
Temerario: ก้าวต่อไปสู่ความเป็นที่สุด
เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จและเดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์สปอร์ตไฮบริด Lamborghini ได้เปิดตัว Lamborghini Temerario อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2568 ณ สนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกส และได้เริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงต้นปี 2569 โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อที่ครอบคลุมไปตลอด 12 เดือนข้างหน้า แสดงให้เห็นถึงความต้องการอันมหาศาลสำหรับสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่นี้
Temerario ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการนิยามนิยามใหม่ของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ด้วยขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่สามารถรีดรอบได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด
การออกแบบที่ล้ำสมัย ตอบรับหลักอากาศพลศาสตร์
หัวใจสำคัญของการออกแบบ Temerario คือการผสมผสานความงดงามทางศิลปะเข้ากับหลักการทางวิศวกรรมขั้นสูง โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ เสถียรภาพที่ความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด ทุกรายละเอียดถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ ตั้งแต่ชุดไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมด้านหน้า ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ ที่ช่วยเพิ่มแรงกดด้านท้ายได้ถึง 103%
การติดตั้งวัสดุ Alleggerita Pack และช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลัง รวมถึงขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้างที่มีดีไซน์โค้งมน ล้วนส่งเสริมให้ Temerario มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ห้องโดยสารที่สะท้อนวิสัยทัศน์นักบิน
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Temerario ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงแนวคิด “Feel like a pilot” ที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างเต็มที่ การตกแต่งภายในใช้วัสดุระดับพรีเมียมหลากหลายชนิด ทั้งคาร์บอนไฟเบอร์ หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica Corsatex Suede สร้างบรรยากาศที่หรูหราและสปอร์ตไปพร้อมกัน
แผงแดชบอร์ดมาพร้อมหน้าจอแสดงผลถึง 3 จอ ได้แก่ หน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่, จอแสดงผลส่วนกลางแบบแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารทรงอัลตร้าไวด์ขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงกล้องติดรถยนต์, ธีมอินเทอร์เฟซที่ปรับเปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกสบาย
การออกแบบช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และคอนโซลกลางที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ล้วนคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ใช้งาน พวงมาลัยติดตั้งปุ่มควบคุมที่จำเป็นครบครัน ไม่ว่าจะเป็นปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่, ฟังก์ชันยกตัวรถ, ปุ่ม “Race Start”, ไฟเลี้ยว และ Launch Control เพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่
ขุมพลังไฮบริด V8 เทอร์โบคู่: นิยามใหม่ของสมรรถนะ
Temerario ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงถึง 800 แรงม้า (PS) และสามารถรีดรอบได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial flux 3 ตัว โดยติดตั้ง 2 ตัวที่เพลาหน้า และอีก 1 ตัวในชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ส่งผลให้มีกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า
ระบบส่งกำลังเป็นแบบ AWD ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 343 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 kWh รองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 7 kW ช่วยให้ Temerario สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสภาวะ
Temerario มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกสภาวะ ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวันไปจนถึงการขับขี่ในสนามแข่ง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบไดนามิกผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ได้ 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus
นอกจากนี้ ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก รวมถึงโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ
การปรับแต่งเฉพาะตัว: สะท้อนบุคลิกของผู้ครอบครอง
Lamborghini Temerario มาพร้อมสีพิเศษใหม่ 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษยิ่งขึ้น Lamborghini ยังคงมอบอิสระในการปรับแต่งรถยนต์ให้สะท้อนถึงตัวตนได้อย่างไม่รู้จบผ่านโปรแกรม Ad Personam ที่นำเสนอสีตัวถังมากกว่า 400 เฉดสี รวมถึงลวดลายพิเศษต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีล้อแมกรุ่นใหม่ถึง 3 ดีไซน์และวัสดุที่แตกต่างกัน พร้อมออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าคุณจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ต ความหรูหรา หรือทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง
บทสรุปแห่งความสำเร็จ และก้าวต่อไปในตลาดประเทศไทย
การทำลายสถิติยอดส่งมอบครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2568 นี้ ไม่เพียงยืนยันความแข็งแกร่งทางกลยุทธ์ของ Automobili Lamborghini แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถของแบรนด์ในการพัฒนาการเติบโตโดยที่ยังรักษาตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ แบรนด์กระทิงดุแห่งซานต์’อะกาตา โบโลญเยเซ ยังคงยืนหยัดด้วยวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และความสามารถในการมุ่งสู่อนาคต โดยไม่เคยละทิ้งรากฐานที่ทำให้ Lamborghini กลายเป็นแบรนด์ไอคอนระดับโลก
สำหรับตลาดประเทศไทย เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์ Lamborghini อย่างเป็นทางการ ได้เปิดราคาจำหน่าย Lamborghini Temerario อย่างเป็นทางการ เริ่มต้นที่ 23.76 ล้านบาท ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ซูเปอร์สปอร์ตคาร์แห่งอนาคตอย่างแท้จริง
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ Lamborghini Temerario คือคำตอบสำหรับคุณ ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและการทดลองขับ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เหนือกว่าใคร