Mercedes-Benz C63 AMG Black Series: ความเข้มข้นแห่งสมรรถนะ สู่บทบาท Safety Car สนาม DTM
ในวงการยานยนต์ที่มีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง การปรากฏตัวของรถสปอร์ตที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและความพิเศษ ย่อมเป็นที่จับ
ตาของเหล่าผู้หลงใหลในความเร็วอยู่เสมอ แต่หากเอ่ยถึงตระกูล Black Series จากค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz แล้ว ย่อมหมายถึงที่สุดแห่งความพิเศษที่ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับ และในปี 2012 นั้นเอง ที่ Mercedes-Benz C63 AMG Black Series ไม่เพียงแต่ปรากฏตัวในฐานะรถสปอร์ตสุดแรง แต่ยังได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในฐานะ Safety Car บนสนามแข่งขัน DTM อันทรงเกียรติ
บทบาท Safety Car: มากกว่าแค่ผู้นำขบวน
การรับหน้าที่ Safety Car บนสนามแข่งระดับโลกอย่าง DTM ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าบทบาทหลักคือการควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนแทร็ค แต่ภายใต้เงื่อนไขการแข่งขันที่เต็มไปด้วยรถแข่งชั้นนำที่ใช้ความเร็วสูง Safety Car จะต้องสามารถรักษาความเร็วและสมรรถนะได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถแข่งที่ตามมาสามารถรักษาระยะและอุณหภูมิของยางและเครื่องยนต์ได้อย่างเหมาะสม ซึ่ง Mercedes-Benz ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน DTM มาอย่างยาวนาน ได้เลือก C63 AMG Black Series เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้
Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความงามและความดุดัน
C63 AMG Black Series Safety Car คือการนำยนตรกรรมสปอร์ตตัวแรงในตระกูล Black Series ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก C-Class อันเป็นที่ยอมรับ มาปรับแต่งเพื่อภารกิจพิเศษนี้ การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ความดุดันตามแบบฉบับ Black Series แต่ได้เพิ่มชุดอุปกรณ์พิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็น Safety Car ไฟสัญญาณ LED ถูกติดตั้งอย่างกลมกลืนไปกับตัวรถ ไม่เพียงแต่ให้ความสว่างชัดเจน แต่ยังได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านอากาศขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง
นวัตกรรมไฟสัญญาณ: สื่อสารอย่างแม่นยำ
จุดเด่นอีกประการของ C63 AMG Black Series Safety Car คือระบบไฟสัญญาณที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถเหนือกว่าไฟกระพริบทั่วไป โดยนอกจากการกระพริบเพื่อแจ้งเตือนแล้ว ระบบไฟนี้ยังสามารถเปลี่ยนสีได้ตามสถานการณ์ เช่น การเปลี่ยนเป็นสีเขียวที่แถบไฟด้านล่าง เมื่อต้องการให้รถแข่งแซง Safety Car ขึ้นไป หรือการกระพริบเป็นสีเหลือง เพื่อแจ้งเตือนให้รถแข่งรักษาตำแหน่งและเพิ่มความระมัดระวัง ซึ่งการสื่อสารที่แม่นยำนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของนักแข่งและผู้ที่เกี่ยวข้องในสนาม
หัวใจที่เต้นแรง: ขุมพลัง V8 อันทรงพลัง
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดุดัน Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car ซ่อนเร้นขุมพลังอันน่าเกรงขามไว้ ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 517 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 620 นิวตันเมตร สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดทะลุ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยนตรกรรมนี้ยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT MCT แบบ 7 สปีด ซึ่งสามารถปรับการตอบสนองได้ถึง 4 ระดับ เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ในทุกสภาวะ
สมรรถนะการขับขี่: รังสรรค์เพื่อสนามแข่ง
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง C63 AMG Black Series Safety Car ได้รับการปรับแต่งสมรรถนะการขับขี่เป็นพิเศษ โดยมีการติดตั้งชุด Aero Dynamic และ AMG Track Package ที่ช่วยเพิ่มความลู่ลมให้กับตัวรถอย่างมีนัยสำคัญ ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคันไม่เพียงเสริมความหล่อเหลี่ยม แต่ยังช่วยในเรื่องของการรีดน้ำหนักและเสริมอากาศพลศาสตร์ ระบบช่วงล่างได้รับการปรับแต่งสูตรเฉพาะสำหรับรถแข่ง พร้อมเฟืองท้าย Limited Slip ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนในโค้ง รวมถึงระบบควบคุมการทรงตัว ESP และระบบเบรกสมรรถนะสูง เพื่อรองรับการใช้งานในสนามแข่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว หุ้มด้วยยางสมรรถนะสูง ขนาด 255/35 R19 ที่ล้อหน้า และ 285/35 R19 ที่ล้อหลัง ยิ่งตอกย้ำถึงความพร้อมของยนตรกรรมคันนี้
บทบาทในฤดูกาล 2012 และความคาดหวังในอนาคต
Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car ได้รับเกียรติให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “นายสนาม” การแข่งขัน DTM ตลอดฤดูกาล 2012 เป็นต้นไป การปรากฏตัวของยนตรกรรมคันนี้ในสนามแข่ง ย่อมเป็นที่ภาคภูมิใจของผู้ที่ติดตามการแข่งขัน และเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Mercedes-Benz ในทุกมิติ
การก้าวสู่ยุคใหม่: All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 พลังไฟฟ้าที่ไร้ขีดจำกัด
เมื่อโลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ Mercedes-Benz ได้เปิดศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัว All-new Mercedes-Benz CLA (C178) เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลังไฟฟ้าล้วน 100% สร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์คูเป้ 4 ประตูระดับพรีเมียม
CLA (C178): นิยามใหม่แห่งขุมพลังไฟฟ้า
Mercedes-Benz CLA (C178) เจเนอเรชันที่ 3 นี้ ได้เลือกใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนเป็นครั้งแรก โดยจะตามมาด้วยเวอร์ชันเครื่องยนต์ไฮบริด 48V ในภายหลัง สำหรับการเปิดตัวในช่วงแรก จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ CLA 250+ และ CLA 350 4MATIC ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800 โวลต์ ที่รองรับการชาร์จด่วน DC สูงสุดถึง 320 กิโลวัตต์
CLA 250+ : สมรรถนะไฟฟ้าที่คล่องตัว
ในรุ่น CLA 250+ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanently excited synchronous machine ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมระบบเกียร์แบบ 2 สปีด ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า (200 kW) แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 6.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 85 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุดถึง 325 กิโลเมตร
CLA 350 4MATIC : พลังขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหนือกว่า
สำหรับรุ่น CLA 350 4MATIC จะเสริมประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อคู่หน้า ทำให้มีกำลังรวมสูงสุดถึง 354 แรงม้า (260 kW) และแรงบิดสูงสุด 515 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุเท่ากับรุ่น CLA 250+ แต่ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 771 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP)
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจ
All-new CLA (C178) ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถต้นแบบ Concept CLA ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยยังคงเอกลักษณ์ตัวถังแบบคูเป้ 4 ประตู ฝากระโปรงหน้ายาว พร้อมโป่งพาวเวอร์โดมที่เพิ่มความดุดัน เส้นสายด้านท้ายที่โฉบเฉี่ยว พร้อมไฟท้ายดีไซน์ยาวที่ส่องสว่างเป็นรูปดาวสามแฉก สะท้อนความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz
เทคโนโลยีแสงสว่างและหลังคา: ส่องสว่างทุกเส้นทาง
ไฟหน้าแบบ LED High Performance เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถเลือกออปชันเป็นไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันรูปดาวสามแฉก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและความปลอดภัย หลังคากระจก Panoramic แบบชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร และมีการเคลือบวัสดุพิเศษเพื่อลดความร้อนและแสงแดด
ภายในห้องโดยสาร: MBUX Superscreen และ MB.OS สู่ประสบการณ์ดิจิทัลใหม่
ภายในห้องโดยสารของ All-new CLA (C178) โดดเด่นด้วยระบบ MBUX Superscreen ซึ่งประกอบด้วยหน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว สามารถเลือกออปชันหน้าจอขนาด 14 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเพิ่มเติมได้ แผงคอนโซลกลางแบบสองชั้นพร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย เพิ่มความสะดวกสบายและความทันสมัย
All-new CLA (C178) เป็นรุ่นแรกของ Mercedes-Benz ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ AI จาก Microsoft และ Google พร้อมชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงและกราฟิกจาก Unity Game Engine ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอ MBUX Zero Layer ยังทำหน้าที่เสมือนหน้า Home ที่แสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
MBUX Virtual Assistant และ Google Maps: ผู้ช่วยอัจฉริยะบนท้องถนน
ระบบ MBUX Virtual Assistant ที่ทำงานบนพื้นฐานของ ChatGPT และ Google Gemini ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถโต้ตอบกับตัวรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต และข้อมูลเชิงลึกจาก Google Maps เพื่อรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ระบบนำทางของ All-new CLA (C178) ยังทำงานร่วมกับ Google Maps โดยตรง ด้วยความร่วมมือระหว่าง Google และ Mercedes-Benz พร้อมระบบ Mercedes‑Benz Navigation with Electric Intelligence ที่สามารถคำนวณเส้นทางที่เหมาะสมกับระยะทางขับขี่ที่เหลืออยู่ เพื่อความสะดวกในการวางแผนการแวะชาร์จ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ความปลอดภัยขั้นสูง
ในตลาดยุโรป All-new CLA (C178) มาพร้อมระบบ DISTRONIC Distance Assist เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถเลือกออปชันเสริมเป็นระบบ MB.DRIVE ASSIST ซึ่งผสานการทำงานของ DISTRONIC และ Steering Assist ก่อให้เกิดเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 2 (ตามมาตรฐาน SAE) พร้อมฟังก์ชัน Lane Change Assist ที่สามารถเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเพียงแค่ยกก้านไฟเลี้ยว
ขุมพลังไฮบริด 48V: ความยืดหยุ่นในการขับเคลื่อน
ในช่วงปลายปี All-new CLA (C178) จะเสริมทัพด้วยขุมพลังไฮบริด 48 โวลต์ ที่รวมมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับชุดเกียร์ สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เมื่อใช้กำลังเครื่องยนต์ต่ำกว่า 20 กิโลวัตต์) เครื่องยนต์ยังสามารถปั่นไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ได้ทั้ง 8 เกียร์ ด้วยกำลังไฟสูงสุด 25 กิโลวัตต์
อนาคตของแพลตฟอร์ม MMA
All-new CLA (C178) เจเนอเรชันที่ 3 ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับ CLA Shooting Brake และ SUV อีก 2 รุ่น ขณะที่ A-Class รุ่นปัจจุบัน จะยุติการผลิตภายในปี 2569 เพื่อให้ Mercedes-Benz สามารถมุ่งเน้นการตลาดไปที่ CLA ได้อย่างเต็มที่
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ที่ติของ Mercedes-Benz หรือกำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี การสำรวจและทดลองขับ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) คือก้าวต่อไปที่ไม่อาจมองข้าม เราขอเชิญชวนท่านมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ Mercedes-Benz สาขาใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบที่รอคุณอยู่
![[ครบชุด] T1302113 มเฟ อย](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-2026-02-14-102211.png)
![[ครบชุด] T1302104 ความร กของแม](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-2026-02-14-102226.png)