• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1302142 นแผนเจ าเสน

admin79 by admin79
February 14, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Mercedes-Benz C63 AMG Black Series: อัศวินแห่งสนาม DTM สู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคของเค
รื่องยนต์สันดาปภายในอันทรงพลัง ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม แต่เมื่อพูดถึงแบรนด์ที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันได้อย่างลงตัว “Mercedes-Benz” คือชื่อที่มักจะผุดขึ้นมาในความคิดเสมอ วันนี้ ผมอยากจะพาทุกท่านย้อนรำลึกถึงตำนานแห่ง Mercedes-Benz C63 AMG Black Series ที่เคยทำหน้าที่อันทรงเกียรติในฐานะ Safety Car บนสนามแข่งขัน DTM อันดุเดือด และเชื่อมโยงไปยังการเปิดตัว All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 ที่เป็นการประกาศศักดาของ Mercedes-Benz ในยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง Mercedes-Benz C63 AMG Black Series: ปฐมบทแห่งความแรงบนสนาม DTM เมื่อปี 2012 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอ Mercedes-Benz C63 AMG Black Series สู่สายตาชาวโลก ด้วยภาพลักษณ์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว และเปี่ยมด้วยพละกำลังที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และยิ่งไปกว่านั้น คือการได้รับเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่งในฐานะ Safety Car บนสนามแข่งขัน DTM (Deutsche Tourenwagen Masters) ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมสุดยอดรถแข่งทางเรียบจากทั่วโลก การทำหน้าที่ Safety Car นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าบทบาทหลักคือการควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนสนาม แต่สำหรับสนามแข่ง DTM ซึ่งเต็มไปด้วยรถแข่งที่มีความเร็วสูง การเลือกใช้รถที่มีสมรรถนะสูงเช่น Mercedes-Benz C63 AMG Black Series จึงเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบสนองต่อความต้องการในสนามแข่งระดับสูงสุด Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car คือการยกระดับความพิเศษของรุ่นสปอร์ตจาก C-Class ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานความงดงามทางด้านการออกแบบ เข้ากับสมรรถนะที่พร้อมจะโชว์ศักยภาพในสนามแข่ง การเสริมชุดสัญญาณไฟ LED ที่ไม่เพียงแต่ส่องสว่างอย่างชัดเจน แต่ยังถูกออกแบบมาให้มีความลู่ลม ลดแรงต้านอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถที่ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง
ระบบสัญญาณไฟบน Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car นั้นมีความชาญฉลาดไม่น้อยไปกว่าสมรรถนะของตัวรถ โดยไม่เพียงแต่จะกระพริบเพื่อส่งสัญญาณเท่านั้น แต่ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจ อาทิ การเปลี่ยนเป็นสีเขียวผ่านป้ายด้านล่างเมื่อต้องการให้รถแข่งคันอื่นแซงผ่าน Safety Car ขึ้นไป หรือการแสดงสัญญาณไฟสีเหลืองเพื่อแจ้งเตือนถึงการตามขบวนรถนำเพื่อความปลอดภัย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ หัวใจหลักของ Mercedes-Benz C63 AMG Black Series คือขุมพลัง V8 ขนาด 6.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 517 แรงม้า และแรงบิด 620 นิวตันเมตร สามารถเร่งอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ทะลุ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสนามแข่งอย่างต่อเนื่อง ระบบส่งกำลังเป็นแบบ AMG SPEEDSHIFT MCT 7-speed sports transmission ที่สามารถปรับการตอบสนองได้ถึง 4 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ Mercedes-Benz C63 AMG Black Series ได้รับการปรับแต่งให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่ง AMG Aero Dynamic และ AMG Track Package ที่ช่วยเพิ่มความลู่ลมและเสถียรภาพในการขับขี่ การตกแต่งด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคันไม่เพียงแต่เพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยรีดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น การปรับแต่งช่วงล่างให้มีความหนึบแน่นเป็นพิเศษ พร้อมด้วยเฟืองท้าย Limited Slip และระบบควบคุมการทรงตัว ESP ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการขับขี่ ระบบเบรกสมรรถนะสูงและการสวมล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางหน้า 255/35R19 และยางหลัง 285/35R19 เป็นการปิดท้ายที่สมบูรณ์แบบสำหรับรถสปอร์ตคันนี้ Mercedes-Benz C63 AMG Black Series Safety Car ได้ทำหน้าที่เป็น “นายสนาม” บนเวที DTM ตลอดฤดูกาล 2012 ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์อันทรงเกียรติของสมรรถนะและความน่าเชื่อถือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า: All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 จากตำนานแห่งขุมพลัง V8 สู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญของตระกูล CLA ด้วยการประเดิมด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) รหัสตัวถัง C178 นี้ ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับรถรุ่นอื่นๆ ในอนาคต การเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าล้วนในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบรับกระแสความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง ในระยะแรกของการเปิดตัว จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ CLA 250+ และ CLA 350 4MATIC ซึ่งทั้งสองรุ่นมาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงประสิทธิภาพ Mercedes-Benz CLA 250+: มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanently excited synchronous machine ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมเกียร์แบบ 2-speed ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า (200 kW) และแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 6.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 85 kWh สามารถมอบระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ที่น่าประทับใจคือ ความสามารถในการรองรับการชาร์จด่วนแบบ DC ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 320 กิโลวัตต์ จากสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800 โวลต์ ทำให้สามารถชาร์จเพียง 10 นาที ก็ได้ระยะทางขับขี่กลับคืนสูงสุดถึง 325 กิโลเมตร Mercedes-Benz CLA 350 4MATIC: สำหรับรุ่นนี้ ได้รับการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อคู่หน้า ทำให้มีกำลังรวมสูงสุดถึง 354 แรงม้า (260 kW) และแรงบิดสูงสุด 515 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 4.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. แบตเตอรี่มีขนาดเท่ากับรุ่น CLA 250+ แต่ให้ระยะทางขับขี่สูงสุดที่ 771 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) ดีไซน์ที่สะท้อนอนาคตและความสปอร์ต รูปลักษณ์ภายนอกของ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถต้นแบบ Concept CLA ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ตัวถังแบบคูเป้ 4 ประตู ที่มีความสง่างามและปราดเปรียว ฝากระโปรงหน้ายาวพร้อมโป่งพาวเวอร์โดม ช่วยเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ด้านท้ายได้รับการออกแบบไฟท้ายทรงยาวที่สามารถส่องสว่างเป็นรูปดาวสามแฉกทั้งสองข้าง สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น และสามารถเลือกออปชันเป็นไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันเป็นรูปดาวสามแฉกได้อีกด้วย การติดตั้งหลังคากระจก Panoramic แบบชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร และยังมีการเคลือบวัสดุเพื่อลดแสงและความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องโดยสารอัจฉริยะ MBUX Superscreen และ MB.OS ภายในห้องโดยสารของ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) คือจุดเด่นสำคัญที่แสดงถึงความล้ำสมัย ด้วยระบบ MBUX Superscreen ที่ประกอบด้วยหน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว ซึ่งสามารถเลือกออปชันเพิ่มหน้าจอขนาด 14 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าได้อีกด้วย แผงคอนโซลกลางแบบสองชั้นพร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความเรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้น All-new CLA ยังเป็นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ทำงานร่วมกับระบบ AI จาก Microsoft และ Google ด้วยชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงและกราฟิกจาก Unity Game Engine หน้าจอ MBUX Zero Layer ทำหน้าที่เสมือนหน้าโฮมที่แสดงข้อมูลที่จำเป็นที่สุดต่อการใช้งาน ทำให้การควบคุมและการโต้ตอบกับรถยนต์ทำได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ระบบ MBUX Virtual Assistant ที่อาศัยพื้นฐานจาก ChatGPT และ Google Gemini ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยโต้ตอบกับตัวรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ ครอบคลุมความรู้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต และเข้าถึงข้อมูลจาก Google Maps เพื่อรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ระบบนำทางของ All-new CLA ยังได้รับประโยชน์จากความร่วมมือระหว่าง Google และ Mercedes-Benz ด้วยการใช้พื้นฐานจาก Google Maps ผนวกกับระบบ Mercedes‑Benz Navigation with Electric Intelligence ที่สามารถคำนวณเส้นทางที่เหมาะสมกับระยะทางขับขี่คงเหลือ เพื่อวางแผนการแวะสถานีชาร์จได้อย่างสะดวกสบาย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับสูง สำหรับตลาดในยุโรป All-new CLA มาพร้อมระบบ DISTRONIC Distance Assist เป็นมาตรฐาน และสามารถเลือกออปชันเสริมเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE ASSIST ที่ผสานการทำงานของ DISTRONIC และ Steering Assist กลายเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 2 (ตามมาตรฐาน SAE) พร้อมฟังก์ชัน Lane Change Assist ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเลนเป็นไปอย่างง่ายดาย เพียงยกก้านไฟเลี้ยว อนาคตของขุมพลังไฮบริด นอกจากรุ่นไฟฟ้าล้วนแล้ว All-new CLA ยังมีแผนจะเสริมทัพในช่วงปลายปีด้วยขุมพลังไฮบริด 48 โวลต์ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกรวมเข้ากับชุดเกียร์ ทำให้สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ด้วยความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม. (เมื่อใช้กำลังเครื่องยนต์ต่ำกว่า 20 กิโลวัตต์) และเครื่องยนต์ยังสามารถปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้ในทุกเกียร์ ด้วยกำลังไฟสูงสุด 25 กิโลวัตต์ Mercedes-Benz CLA (C178) เจเนอเรชันที่ 3 นี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการก้าวสู่ยุคใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยจะเข้ามาแทนที่ A-Class รุ่นปัจจุบัน ซึ่งจะยุติการผลิตภายในปี 2569 เพื่อให้เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถมุ่งเน้นการทำตลาด CLA ได้อย่างเต็มที่ จาก Mercedes-Benz C63 AMG Black Series ที่เคยโลดแล่นในสนาม DTM ด้วยขุมพลังอันดุดัน สู่ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 ที่นำพาทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอันชาญฉลาด นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อย่าพลาดที่จะสัมผัสกับอนาคตของยานยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับ All-new Mercedes-Benz CLA (C178) 2025 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไปด้วยกัน
Previous Post

[ครบชุด] T1302133 แอบก นแฟนเพ อน

Next Post

[ครบชุด] T1302143 กแท แพ เง

Next Post

[ครบชุด] T1302143 กแท แพ เง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.