BMW M4 DTM Champion Edition: สิ้นสุดตำนานแห่งขุมพลังสุดขั้ว ราคา 13.939 ล้านบาทในประเทศไทย
ในโลกของยนตรกรรมสมรรถนะสูง การปรากฏตัวของรถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัดเปรียบเสมือนอัญมณีที่นักสะสมต่
างใฝ่หา และเมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา BMW ประเทศไทย ได้นำเสนอ BMW M4 DTM Champion Edition หนึ่งเดียวในประเทศไทย จากจำนวนการผลิตทั่วโลกเพียง 200 คัน สู่ตลาดรถสปอร์ตสมรรถนะสูงในราคาอย่างเป็นทางการ 13,939,000 บาท ยนตรกรรมคันนี้ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือการเฉลิมฉลองชัยชนะของนักแข่งระดับโลกและจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่ BMW ยึดมั่นมาอย่างยาวนาน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมานับไม่ถ้วน และ M4 DTM Champion Edition คันนี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่เหนือกว่าขีดจำกัด การได้สัมผัสและทำความเข้าใจรายละเอียดของรถรุ่นพิเศษนี้ ทำให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกอณูของวิศวกร BMW ที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสูงสุดให้กับผู้ครอบครอง
เบื้องหลังการกำเนิด: จากชัยชนะสู่รุ่นพิเศษ
BMW M4 DTM Champion Edition ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ มาร์โก วิทแมนน์ (Marco Wittmann) นักขับชาวเยอรมันจากทีม BMW Team RMG ผู้คว้าแชมป์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) หรือที่รู้จักกันในชื่อ DTM ในปี 2016 การแข่งขัน DTM เป็นเวทีที่พิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์และนักขับอย่างแท้จริง และชัยชนะของวิทแมนน์คือเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ BMW M4 ในสนามแข่ง
รถรุ่นพิเศษนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำ M4 รุ่นมาตรฐานมาตกแต่งภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการนำเทคโนโลยีและองค์ประกอบหลายส่วนที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถแข่ง DTM มาประยุกต์ใช้ ทำให้ M4 DTM Champion Edition มีความใกล้เคียงกับรถแข่ง DTM ตัวจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้ข้อจำกัดของรถยนต์ที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนสาธารณะได้
การออกแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณนักแข่ง: ความงามที่มาพร้อมสมรรถนะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ BMW M4 DTM Champion Edition โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความดุดันและความสง่างามได้อย่างลงตัว ตัวถังสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับลายกราฟิกสีดำและเส้นสายสีสันสดใสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง DTM ของวิทแมนน์ กระจังหน้าคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW ถูกเน้นด้วยสีส้มสด สร้างความโดดเด่นและความรู้สึกถึงความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง
การใช้วัสดุศาสตร์ยุคใหม่คือหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง ตัวอย่างเช่น กระโปรงหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ล้วนผลิตจากพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (Carbon-Fibre Reinforced Plastic; CFRP) ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งกว่าเหล็กหลายเท่า การเลือกใช้วัสดุ CFRP นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังบ่งบอกถึงความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุระดับสูงสุด
ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมท่อเก็บเสียงที่ผลิตจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลของไอเสีย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ M
ห้องโดยสาร: ศูนย์บัญชาการแห่งสมรรถนะและหรูหรา
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ M4 DTM Champion Edition คุณจะพบกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสปอร์ตขั้นสูงสุดและความหรูหราที่ BMW ขึ้นชื่อ เบาะนั่งคู่หน้าแบบ M Carbon bucket seat คือจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุด หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara ที่ให้การยึดเกาะเป็นเยี่ยม พร้อมการตกแต่งด้วยหนังแกะ Merino อันนุ่มนวล การออกแบบของเบาะนั่งนี้ช่วยโอบกระชับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสภาวะการขับขี่ ส่งมอบความมั่นใจและลดความเหนื่อยล้าแม้ในการเดินทางที่ยาวนาน
การตกแต่งภายในส่วนอื่นๆ ก็ใช้วัสดุ Alcantara เป็นหลัก เช่นเดียวกับพวงมาลัย M Sports ที่มาพร้อมเครื่องหมายสีเทาบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความพร้อมสำหรับการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ
สำหรับ M4 DTM Champion Edition เบาะหลังแบบมาตรฐานถูกถอดออกเพื่อติดตั้งโครงเหล็ก Roll-over bar เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรถ ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่พบได้ในรถแข่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร (ในกรณีที่มี)
เทคโนโลยีแสงสว่างก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน ไฟหน้า LED พร้อมระบบ BMW Selective Beam สามารถปรับลำแสงไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น ส่วนไฟท้ายแบบ OLED (Organic Light-Emitting Diode) ให้มิติของแสงที่โดดเด่นและมีความล้ำสมัย
ขุมพลัง S55B30A: หัวใจที่เต้นแรงด้วยเทคโนโลยี M TwinPower Turbo
ภายใต้ฝากระโปรงหน้า คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง รหัส S55B30A ขนาด 3.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยใช้เทคโนโลยี M TwinPower Turbo พร้อมเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองลูก กระบอกสูบ x ระยะชัก 84.0 x 89.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2 : 1
เครื่องยนต์ตัวนี้รีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาล 600 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบ 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที โดยกำลังทั้งหมดจะถูกส่งผ่านชุดเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 จังหวะ พร้อม Manual Shift Mode ที่ตอบสนองฉับไวราวกับสายฟ้าฟาด
สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ใน M4 DTM Champion Edition เหนือกว่า M4 รุ่นทั่วไปคือการติดตั้งถังพักน้ำสำหรับระบบ Water Injection ขนาด 5 ลิตร ระบบนี้จะฉีดละอองน้ำเข้าไปยังห้องเผาไหม้ก่อนจังหวะจุดระเบิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้รถสามารถคงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่หนักหน่วง
ด้วยขุมพลังอันดุดันนี้ M4 DTM Champion Edition สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด Top Speed ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถสปอร์ตคูเป้ระดับนี้
ช่วงล่าง M Coilover: ปรับตั้งได้ดุจรถแข่งระดับโปร
ระบบช่วงล่างของ M4 DTM Champion Edition คืออีกจุดที่บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์ที่พัฒนาเพื่อการแข่งขันอย่างแท้จริง ระบบ M Coilover ที่ติดตั้งมาให้พร้อมสำหรับการลงสนามแข่งทันที ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดของโช้คอัพได้อย่างละเอียด ทั้งจังหวะยุบตัว (12 ระดับ) และจังหวะยืดตัว (16 ระดับ) โดยสามารถปรับแยกกันได้อย่างอิสระ
นอกจากนี้ ยังสามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้ตามต้องการ แต่กระบวนการปรับตั้งนี้ต้องลงมือทำด้วยตนเอง โดยการหมุนปรับที่ตัวโช้คอัพ ซึ่งแตกต่างจากการกดปุ่มสั่งงานในรถยนต์ทั่วไป และสะท้อนถึงปรัชญา “Driver’s Car” ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่ในการปรับตั้งค่าต่างๆ
ยิ่งไปกว่านั้น M4 DTM Champion Edition ยังมาพร้อมเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ในสภาวะที่ต้องการการควบคุมที่เฉียบคมและความสมดุลของตัวรถสูงสุด
ล้อและยาง: สัมผัสถนนด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
ชุดล้อ M Star Spoke 666M สี Orbit Grey แบบด้าน คืออีกองค์ประกอบที่เสริมความสง่างามและความดุดันให้กับ M4 DTM Champion Edition ล้อขนาด 19 นิ้ว ด้านหน้า และ 20 นิ้ว ด้านหลัง มาพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องสมรรถนะการยึดเกาะระดับสูง
ด้านหน้าติดตั้งยางขนาด 265/35 R19 ส่วนด้านหลังเป็นยางขนาด 285/30 R20 ยางสมรรถนะสูงเหล่านี้ ร่วมกับระบบช่วงล่างที่ปรับตั้งได้อย่างละเอียด ทำให้ M4 DTM Champion Edition สามารถถ่ายทอดพละกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมอบประสบการณ์การควบคุมที่แม่นยำและเฉียบคม
ระบบเบรก M Carbon-ceramic เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้ ซึ่งเป็นระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่ BMW มีให้เลือกใช้ สามารถหยุดรถจากความเร็วสูงได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย ลดโอกาสเกิดอาการเบรกเฟด (Brake Fade) ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้งานหนัก
ตัวเลือกแพ็กเกจ BSI และ Warranty: เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ครอบครอง
BMW ประเทศไทย เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์สมรรถนะสูง และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ครอบครอง M4 DTM Champion Edition ได้เสนอตัวเลือกแพ็กเกจเพิ่มเติม นอกเหนือจาก BSI Standard ที่มาพร้อมกับรถ ซึ่งประกอบด้วย:
BSI Standard: รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
BSI Plus: เพิ่มค่าบริการ 40,000 บาท ครอบคลุมค่าบำรุงรักษา BSI เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
Warranty Plus: เพิ่มค่าบริการ 50,000 บาท ขยายการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
BSI Ultimate: เพิ่มค่าบริการ 90,000 บาท ครอบคลุมทั้งการขยายระยะเวลาการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และเพิ่มระยะเวลาการบำรุงรักษา BSI เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ตัวเลือกแพ็กเกจเหล่านี้ช่วยให้นักขับสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของตนเองได้อย่างลงตัว
BMW M4 DTM Champion Edition: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความเป็นเลิศ
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ใช่เพียงรถยนต์รุ่นพิเศษ แต่คือการผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณแห่งชัยชนะ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และการออกแบบที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เหนือกว่าทุกการคาดหมาย การที่ BMW ประเทศไทย นำรถรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัดเพียง 1 คันเข้ามาในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและความพิเศษของรถคันนี้
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์ที่มอบทั้งสมรรถนะที่น่าทึ่ง ความพิเศษที่หาได้ยาก และความภาคภูมิใจในการครอบครอง BMW M4 DTM Champion Edition คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ยนตรกรรมคันนี้พร้อมที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของตำนานแห่ง BMW M ที่สืบทอดมาอย่างไม่หยุดยั้ง
หากคุณคือหนึ่งในนักสะสมตัวจริง หรือผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมสมรรถนะสูง การได้เป็นเจ้าของ BMW M4 DTM Champion Edition คือโอกาสที่จะได้ครอบครองประวัติศาสตร์ที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน การมาถึงของรถคันนี้คือสัญญาณที่เชิญชวนให้ผู้หลงใหลในความเร็วและความสมบูรณ์แบบ มาสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นนี้