BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดยนตรกรรมแห่งชัยชนะ สู่สายตาผู้หลงใหลในความแรงระดับตำนาน
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง ชื่อชั้นของ BMW M Series คือเครื่องการันตีถึงสุดยอดวิศวกรรมที่ผสมผสานความหรูหราเ
ข้ากับพละกำลังอันดุดันได้อย่างลงตัว ทว่า ท่ามกลางไลน์อัพอันน่าตื่นตาตื่นใจนั้น มีบางรุ่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และ BMW M4 DTM Champion Edition คือหนึ่งในนั้น การมาถึงของยนตรกรรมพิเศษคันนี้ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำสถานะของ BMW ในฐานะผู้นำแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก และมอบโอกาสให้ผู้ที่โชคดีได้ครอบครองส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง และติดตามการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลกอย่าง Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ชื่อของ Marco Wittmann และรถแข่ง BMW M4 DTM ย่อมเป็นที่คุ้นเคย การที่ BMW ประเทศไทย ได้รับโควต้าจำหน่าย BMW M4 DTM Champion Edition เพียง 1 คัน จากจำนวนผลิตทั่วโลกจำกัดเพียง 200 คัน ถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดสำหรับตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ราคาอย่างเป็นทางการของ BMW M4 DTM Champion Edition ที่ 13,939,000 บาท สะท้อนถึงคุณค่าของความเป็น “หนึ่งเดียวในไทย” และความพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง
ประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะที่สลักไว้บนตัวถัง
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงรถสปอร์ตคูเป้ธรรมดา แต่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเฉลิมฉลองความสำเร็จอันโดดเด่นของ Marco Wittmann นักแข่งมากฝีมือจาก BMW Team RMG ผู้คว้าแชมป์ DTM ประจำปี 2016 มาครอง การออกแบบรถยนต์รุ่นพิเศษนี้ จึงได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง DTM ตัวจริง ผสานกับเทคโนโลยีและสมรรถนะสูงสุดของ BMW M4 รุ่นมาตรฐาน
สิ่งที่ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือการต่อยอดแนวคิดโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ BMW M4 รุ่นปกติใช้ แต่ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการนำวัสดุศาสตร์ขั้นสูงอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) มาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด ไปจนถึงแผงใต้กันชนท้าย วัสดุ CFRP ไม่เพียงแต่น้ำหนักเบากว่าเหล็กทั่วไปอย่างมหาศาล แต่ยังมีความแข็งแกร่งสูง ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถ ทำให้การควบคุมและการตอบสนองดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้ ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตยังได้รับการอัพเกรดด้วยท่อเก็บเสียงที่ผลิตจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นโลหะผสมที่เบาและทนทานต่อความร้อนสูงเป็นพิเศษ การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงออกถึงความหรูหรา แต่คือการสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบของ BMW M ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสมรรถนะผ่านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์และความพิถีพิถันในการผลิต
ขุมพลังแห่งตำนาน: S55B30A ดุดันเกินพิกัด
หัวใจของ BMW M4 DTM Champion Edition คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง รหัส S55B30A ที่ได้รับการปรับแต่งจนถึงขีดสุด เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร (2,979 ซีซี) นี้ มาพร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo แบบ Two Mono-Scroll Turbo ซึ่งได้รับการปรับแต่งเพื่อรีดสมรรถนะให้สูงที่สุด ด้วยพละกำลังสูงสุดที่ 500 แรงม้า ณ รอบเครื่องยนต์ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลถึง 600 นิวตันเมตร ในช่วงรอบกว้าง 4,000-5,500 รอบต่อนาที
สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ S55B30A ในรุ่น DTM Champion Edition มีความพิเศษยิ่งขึ้น คือการติดตั้งระบบ Water Injection อันเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในรถแข่งระดับโลก ระบบนี้จะฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนการจุดระเบิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือการเพิ่มความหนาแน่นของอากาศที่เข้าสู่กระบอกสูบ และช่วยป้องกันการน็อคของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดออกมาได้เต็มที่และยาวนานขึ้น
การทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างขุมพลังอันดุดันนี้ กับชุดเกียร์ M-DCT Dual Clutch แบบ 7 จังหวะ พร้อม Manual Shift Mode ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที เท่านั้น ขณะที่ความเร็วสูงสุด (Top Speed) ถูกจำกัดไว้ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพที่เหนือกว่ารถสปอร์ตทั่วไปอย่างชัดเจน
ห้องโดยสารที่โอบรับชัยชนะ
เมื่อเปิดประตู BMW M4 DTM Champion Edition เข้าไปภายใน ผู้ขับขี่จะถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความสปอร์ตและความหรูหราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat คือจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุด เบาะประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่ในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ให้ความรู้สึกกระชับและปลอดภัย วัสดุที่ใช้หุ้มเบาะคือ Alcantara ผสมผสานกับหนังแกะ Merino คุณภาพสูง มอบสัมผัสที่นุ่มสบายและหรูหรา
พื้นผิวส่วนต่างๆ ภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลกลาง แผงประตู หรือแม้แต่พวงมาลัย M Sports ล้วนถูกหุ้มด้วย Alcantara เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและสัมผัสที่สปอร์ตยิ่งขึ้น พวงมาลัย M Sports ยังมาพร้อมสัญลักษณ์สีเทาบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงการควบคุมที่แม่นยำของรถแข่ง
ในขณะที่รถสปอร์ตทั่วไปมักจะให้ความสำคัญกับเบาะหลัง BMW M4 DTM Champion Edition เลือกที่จะยกระดับความสปอร์ตและลดน้ำหนักด้วยการติดตั้งโครงเหล็ก Rollover bar แทนที่เบาะหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นรุ่นพิเศษ เช่น ไฟหน้า LED พร้อมระบบ BMW Selective Beam ที่ปรับการทำงานอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้อื่น และไฟท้ายแบบ OLED ที่ให้แสงสว่างและดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
ช่วงล่างและเบรก: อาวุธคู่กายในสนามแข่ง
สมรรถนะที่เหนือกว่าย่อมต้องมาพร้อมระบบช่วงล่างและเบรกที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อรองรับการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ BMW M4 DTM Champion Edition มาพร้อมช่วงล่างแบบ M Coilover ที่ได้รับการปรับแต่งให้พร้อมใช้งานในสนามแข่งได้ทันที ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดของโช้คอัพได้อย่างละเอียดถึง 12 ระดับ ในจังหวะการยุบตัว และ 16 ระดับ ในจังหวะการยืดตัว โดยสามารถปรับค่าเหล่านี้ได้อย่างอิสระแยกกัน นอกจากนี้ ยังสามารถปรับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและหลังได้ตามต้องการ ซึ่งการปรับตั้งเหล่านี้ต้องทำด้วยตนเองตามแบบฉบับรถแข่งแท้ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การกดปุ่ม
การอัพเกรดเพิ่มเติมยังรวมถึงเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรง G มหาศาลเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
สำหรับล้ออัลลอย M Star Spoke 666M ที่มาพร้อมกับตัวรถ ผ่านการทำสี Orbit Grey แบบด้าน ซึ่งให้รูปลักษณ์ที่เข้ม ดุดัน และไม่เหมือนใคร มาพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะสูงสุดบนพื้นผิวแห้ง โดยล้อหน้ามีขนาด 265/35 R19 และล้อหลังมีขนาด 285/30 R20 ระบบเบรก M Carbon-ceramic ซึ่งเป็นระบบเบรกสมรรถนะสูงสุดของ BMW ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อมอบประสิทธิภาพการเบรกที่แม่นยำ ทนทานต่อความร้อนสูง และน้ำหนักที่เบากว่าระบบเบรกเหล็กทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
แพ็กเกจบำรุงรักษาและรับประกัน: ความอุ่นใจที่เหนือกว่า
BMW เข้าใจดีว่าการครอบครองรถยนต์สมรรถนะสูงระดับนี้ ย่อมมาพร้อมกับความต้องการบริการหลังการขายที่เหนือระดับ นอกเหนือจากราคา 13,939,000 บาท ที่มาพร้อม BSI Standard รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ลูกค้ายังมีทางเลือกในการเพิ่มระดับความอุ่นใจด้วยแพ็กเกจเพิ่มเติม:
BSI Plus: เพิ่มระยะเวลาการรับประกัน BSI ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ในราคา 40,000 บาท
Warranty Plus: เพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ในราคา 50,000 บาท
BSI Ultimate: ครอบคลุมทั้งสองส่วน คือ เพิ่ม BSI ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และเพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ในราคา 90,000 บาท
การนำเสนอแพ็กเกจบำรุงรักษาและรับประกันที่หลากหลายเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ BMW M ที่สมบูรณ์แบบและไร้กังวล
BMW M4 DTM Champion Edition: นิยามใหม่ของ “รถสะสม”
ในยุคที่รถยนต์ถูกมองว่าเป็นเพียงการเดินทาง การปรากฏตัวของ BMW M4 DTM Champion Edition คือการย้ำเตือนถึงคุณค่าที่มากกว่านั้น รถยนต์รุ่นนี้ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่หลอมรวมเรื่องราวของชัยชนะ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความหลงใหลในสมรรถนะระดับสูงสุดเข้าไว้ด้วยกัน การมีอยู่เพียง 1 คันในประเทศไทย ยิ่งเพิ่มมูลค่าและสถานะของการเป็น “รถสะสม” ที่จะกลายเป็นตำนานในอนาคต
สำหรับนักสะสมรถยนต์ ผู้ชื่นชอบในแบรนด์ BMW และผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร BMW M4 DTM Champion Edition คือโอกาสอันดีที่จะได้ครอบครองชิ้นส่วนแห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไปสู่อีกระดับ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ และพร้อมที่จะเป็นเจ้าของสุดยอดยนตรกรรมแห่งชัยชนะแห่งนี้ การติดต่อผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสกับ BMW M4 DTM Champion Edition ด้วยตนเอง คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด.