BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดตำนานแห่งสนามแข่ง สู่การครอบครองอันทรงเกียรติในไทย
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง การเฉลิมฉลองชัยชนะในสนามแข่งมักมาพร้อมกับการสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นที่น่าจดจำ และสำห
รับสาวก BMW โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถยนต์ที่ถือกำเนิดจากสนามแข่ง “BMW M4 DTM Champion Edition” คือนิยามใหม่ของสุดยอดยนตกรรมที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว การเข้ามาของรถรุ่นพิเศษนี้ในประเทศไทย ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญในวงการรถยนต์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งไม่เพียงแต่นำเสนอสมรรถนะที่เหนือชั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เต็มไปด้วยความพิเศษและความภาคภูมิใจ
บทสรุปแห่งชัยชนะ DTM: แรงบันดาลใจจากสนามสู่ท้องถนน
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์รุ่นพิเศษ แต่คือประติมากรรมที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีแด่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ มาร์โก วิทแมนน์ (Marco Wittmann) นักขับระดับตำนานแห่ง BMW Team RMG ผู้ซึ่งคว้าแชมป์จากการแข่งขัน Touring Car ระดับโลกอย่าง Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ในปี 2016 การเปิดตัวของรุ่นพิเศษนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ BMW M ในการนำเทคโนโลยีและจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งมาสู่รถยนต์ที่ใช้งานได้จริงบนท้องถนน ความสำเร็จในสนามแข่ง DTM ได้หล่อหลอมให้ BMW M4 DTM Champion Edition เป็นมากกว่ารถยนต์สปอร์ตคูเป้ มันคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความมุ่งมั่น และความเป็นเลิศที่ BMW ยึดมั่นมาโดยตลอด
นิยามใหม่ของสมรรถนะ: ขุมพลัง S55B30A ที่ได้รับการปรับแต่งขั้นสูงสุด
ภายใต้รูปลักษณ์อันดุดันของ BMW M4 DTM Champion Edition ซ่อนเร้นขุมพลังอันน่าเกรงขามจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง รหัส S55B30A ขนาด 3.0 ลิตร เทคโนโลยี M TwinPower Turbo ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาล 600 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบเครื่องยนต์ 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที สมรรถนะอันเหลือล้นนี้ส่งผ่านไปยังล้อหลังด้วยชุดเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 จังหวะที่ตอบสนองฉับไว พร้อมโหมด Manual Shift ที่ให้ผู้ขับขี่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำ
สิ่งที่ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกคือการนำระบบ Water Injection มาใช้ ระบบนี้จะฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนการจุดระเบิด ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เครื่องยนต์สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้สูงสุด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น และทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดระดับ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ผลิตจำนวนจำกัด
การออกแบบที่เหนือชั้น: วัสดุแห่งอนาคตและจิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง
BMW M4 DTM Champion Edition ถ่ายทอด DNA แห่งสนามแข่งมาสู่งานออกแบบภายนอกอย่างเต็มพิกัด การใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูง โครงสร้างหลักได้รับการต่อยอดจาก BMW M4 รุ่นมาตรฐาน โดยมีการนำวัสดุพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (Carbon-Fibre Reinforced Plastic – CFRP) มาใช้ในส่วนประกอบสำคัญต่างๆ เช่น กระโปรงหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย วัสดุ CFRP ไม่เพียงแต่น้ำหนักเบา แต่ยังมีความแข็งแรงสูง ช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถ และเพิ่มความคล่องแคล่วในการขับขี่ ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตก็มาพร้อมกับท่อเก็บเสียงที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
รูปลักษณ์ภายนอกของ BMW M4 DTM Champion Edition ยังสะท้อนถึงความเป็นรถแข่ง DTM อย่างชัดเจน ตั้งแต่เส้นสายการออกแบบที่เฉียบคม ไปจนถึงลวดลายพิเศษที่บ่งบอกถึงความเป็นรุ่นฉลองชัยชนะ ล้ออัลลอย M Star Spoke 666M สี Orbit Grey แบบด้าน ขนาด 19 นิ้ว (ด้านหน้า) และ 20 นิ้ว (ด้านหลัง) รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะสูงสุดบนสนามแข่ง นอกจากนี้ การติดตั้งระบบเบรก M Carbon-ceramic เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมอบสมรรถนะเบรกที่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
ภายในห้องโดยสาร: การผสมผสานระหว่างความหรูหราและจิตวิญญาณนักแข่ง
เมื่อเปิดประตู BMW M4 DTM Champion Edition เข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศแห่งห้องนักบินของรถแข่ง เบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat ที่โอบกระชับลำตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino ให้สัมผัสที่เหนือกว่า และช่วยยึดผู้ขับขี่ให้อยู่กับที่ได้อย่างมั่นคงในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง พื้นผิวส่วนอื่นๆ ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการตกแต่งด้วย Alcantara เช่นเดียวกัน สร้างความรู้สึกสปอร์ตหรูหราตลอดทั้งคัน พวงมาลัย M Sports ที่ออกแบบมาเพื่อการควบคุมอย่างแม่นยำ มาพร้อมกับเครื่องหมายสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์สมรรถนะสูง
เพื่อคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งรถแข่งที่เน้นสมรรถนะและความปลอดภัย ที่นั่งด้านหลังถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็ก rollover bar ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างแล้ว ยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนารถรุ่นนี้ให้ใกล้เคียงกับรถแข่งในสนามมากที่สุด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลายเซ็นของ Marco Wittmann บนชิ้นส่วนต่างๆ ภายในห้องโดยสาร หรือบนชายบันไดประตู ยิ่งเพิ่มคุณค่าและความพิเศษให้กับ BMW M4 DTM Champion Edition ในฐานะรถยนต์ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะโดยเฉพาะ
ช่วงล่าง M Coilover: ปรับแต่งได้ดั่งใจ ดั่งรถแข่งระดับโลก
หัวใจสำคัญของสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น คือระบบช่วงล่าง และ BMW M4 DTM Champion Edition ได้รับการติดตั้งช่วงล่างแบบ M Coilover สเป็คสำหรับลงสนามแข่งขันได้ทันที ระบบนี้มอบความยืดหยุ่นในการปรับแต่งที่หาได้ยากในรถยนต์ทั่วไป ผู้ขับขี่สามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ทั้งจังหวะยุบตัวถึง 12 ระดับ และจังหวะยืดตัวอีก 16 ระดับ (แยกอิสระจากกัน) ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถปรับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้ตามความต้องการ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยตนเองแบบรถแข่งจริงๆ ไม่ใช่การกดปุ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากนี้ ยังมีการติดตั้งเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ที่หนักหน่วง และเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
การครอบครองอันทรงเกียรติ: ราคา M4 DTM Champion Edition และแพ็กเกจพิเศษ
BMW M4 DTM Champion Edition รุ่นพิเศษนี้ ถูกผลิตขึ้นทั่วโลกเพียง 200 คันเท่านั้น และ BMW ประเทศไทย ได้รับโควต้าสิทธิ์ในการจำหน่ายเพียง 1 คัน ซึ่งถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในยนตกรรมระดับโลก ราคาอย่างเป็นทางการของ BMW M4 DTM Champion Edition อยู่ที่ 13,939,000 บาท ราคาดังกล่าวมาพร้อมแพ็กเกจ BSI Standard ซึ่งรวมการรับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของให้ดียิ่งขึ้น BMW ยังมีแพ็กเกจเพิ่มเติมให้เลือก ดังนี้:
BSI Plus: เพิ่มค่าบำรุงรักษา BSI ฟรี เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 40,000 บาท
Warranty Plus: เพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 50,000 บาท
BSI Ultimate: ครอบคลุมทั้งการรับประกันตัวรถ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 90,000 บาท
การนำเสนอราคา BMW M4 DTM Champion Edition พร้อมทางเลือกแพ็กเกจที่หลากหลาย สะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Supercar และ Luxury Car ในประเทศไทย ที่มองหาความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับสมรรถนะและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม
BMW M4 DTM Champion Edition: มากกว่ารถยนต์ คือมรดกแห่งตำนาน
BMW M4 DTM Champion Edition คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า BMW ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดจากสนามแข่ง ประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ และการออกแบบที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งชัยชนะ ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก การได้ครอบครอง BMW M4 DTM Champion Edition ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถยนต์ แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยนตกรรมอันยิ่งใหญ่
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่มองหารถยนต์ที่เหนือกว่าสมรรถนะทั่วไป มองหารถยนต์ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แรงบันดาลใจ และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสและเป็นเจ้าของ BMW M4 DTM Champion Edition หนึ่งเดียวในไทยคันนี้ โลกแห่งสมรรถนะขั้นสูงสุดกำลังรอคุณอยู่.