ปอร์เช่ 718 เคย์แมน: ตำนานสปอร์ตเครื่องวางกลาง สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ในโลกของรถสปอร์ตระดับพรีเมียม ชื่อของ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน (Porsche 718 Cayman) ถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นที่ได้รับการยอมรับในด้า
นสมรรถนะอันยอดเยี่ยม การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยากจะหาใดเทียบเคียง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปอร์เช่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่มอบความสุขและอะดรีนาลีนให้กับผู้ขับขี่อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Porsche 718 Cayman ราคา ที่หลากหลาย ทำให้รถสปอร์ตคันนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมเยอรมัน
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman มาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ยุคแรกที่เน้นความดิบ โหด ดิบ ของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ และก้าวต่อไปสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า โดยแต่ละเจนเนอเรชันต่างก็มีเสน่ห์และความน่าสนใจในแบบฉบับของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ Porsche 718 Cayman ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ Porsche 718 Cayman รุ่นย่อย ต่างๆ รวมถึงเทรนด์ล่าสุดอย่าง Porsche 718 EV ที่กำลังจะมาถึง
แก่นแท้ของ Porsche 718 Cayman: สมดุล ความคล่องตัว และการสื่อสารกับผู้ขับ
หัวใจหลักที่ทำให้ Porsche 718 Cayman แตกต่างและเป็นที่รักของนักขับทั่วโลก คือการวางตำแหน่งเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางลำตัวรถ (Mid-engine layout) การจัดวางนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่คือปรัชญาการออกแบบที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลของน้ำหนักรถที่สมบูรณ์แบบ ส่งผลให้การควบคุมเป็นไปอย่างเฉียบคม การเข้าโค้งทำได้อย่างแม่นยำ และผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงการตอบสนองของรถได้อย่างชัดเจนทุกขณะ
ด้วยการวางเครื่องยนต์ไว้กลางลำ ทำให้ Porsche 718 Cayman มีพื้นที่เก็บสัมภาระถึงสองจุด นั่นคือด้านหน้า (Front Trunk หรือ Frunk) ที่มีความจุประมาณ 150 ลิตร เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size และด้านหลัง (Rear Trunk) ที่มีความจุถึง 275 ลิตร ซึ่งสามารถจัดเก็บสัมภาระจำนวนมาก เช่น ถุงกอล์ฟ หรือข้าวของสำหรับการเดินทางไกลได้สบายๆ นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ Porsche 718 Cayman ไม่ใช่เพียงแค่รถสปอร์ตที่เน้นสมรรถนะบนท้องถนน แต่ยังเป็นรถที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน หรือการออกทริปสุดสัปดาห์ได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสารของ Porsche 718 Cayman ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเหมือนกับ Cockpit ของเครื่องบิน โอบล้อมผู้ขับขี่ เบาะนั่งถูกวางในตำแหน่งที่ต่ำ เพื่อให้ผู้ขับขี่ใกล้ชิดกับพื้นผิวถนนมากที่สุด อันเป็นหัวใจสำคัญของการรับรู้สภาวะของรถ คอนโซลกลางมีการออกแบบลาดเอียงแบบ Rising Console ซึ่งช่วยลดระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและหัวเกียร์ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยนาน
การวางเครื่องยนต์กลางลำนี้ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นพี่อย่าง Porsche 911 ซึ่งใช้เครื่องยนต์วางท้าย (Rear-engine layout) การวางเครื่องยนต์ท้ายนั้น มุ่งเน้นการถ่ายทอดกำลังลงสู่ล้อหลังอย่างเต็มพิกัด เพื่อให้เกิดการพุ่งทะยานที่รุนแรงและบุคลิกที่ดุดัน อย่างไรก็ตาม การขับขี่ Porsche 911 ต้องการทักษะที่สูงกว่า ในขณะที่ Porsche 718 Cayman ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องแคล่ว และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับนักขับทุกระดับ
วิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman: จาก 987 สู่ 718 และอนาคตอันสดใส
การเดินทางของ Porsche 718 Cayman ถือเป็นการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยมีการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อเทคโนโลยี ความต้องการของตลาด และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ของ Porsche ได้เป็นอย่างดี
Gen 1: Porsche Cayman 987 (2005-2012) – ต้นกำเนิดแห่งความดิบและการสื่อสาร
Porsche Cayman รุ่นแรก หรือรหัสตัวถัง 987 เปิดตัวในปี 2005 เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Boxster และ 911 ในฐานะรถสปอร์ตคูเป้ 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางที่ให้สมดุลอันยอดเยี่ยม รุ่นนี้พัฒนาต่อยอดมาจาก Boxster โดยการเพิ่มหลังคาแข็งเข้าไป ซึ่งนอกจากจะเสริมความสวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง ทำให้การขับขี่มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น
จุดเด่นที่ทำให้ Porsche Cayman 987 เป็นที่จดจำคือ “Mechanical Feel” หรือความรู้สึกดิบๆ แบบรถสปอร์ตยุคเก่า การใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงผิวถนนได้อย่างละเอียดอ่อน ผสานกับเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ซึ่งมอบเสียงที่ไพเราะเสนาะหู รุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการรถสปอร์ตพิสูจน์ให้เห็นว่า Porsche 718 Cayman ไม่ใช่เพียงรุ่นน้องของ 911 แต่เป็นรถที่มีบุคลิกเฉพาะตัวที่โดดเด่น
Gen 2: Porsche Cayman 981 (2013-2016) – ก้าวกระโดดด้านดีไซน์และขุมพลัง N/A
Porsche Cayman 981 ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของการพัฒนา โดยมีการออกแบบใหม่หมดจดทั้งภายนอกและภายใน ตัวรถมีมิติที่กว้างขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักเบาลงด้วยการใช้วัสดุศาสตร์ที่ก้าวหน้า รูปทรงภายนอกเปลี่ยนจากความโค้งมนมาเป็นเส้นสายที่ดูคมเข้ม ดุดัน และทันสมัยมากขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหราให้เทียบเคียงรุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera
สิ่งที่ทำให้ Porsche Cayman 981 กลายเป็นรุ่นที่นักสะสมจำนวนมากตามหา คือการเป็นยุคสุดท้ายที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบนอน แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) ในรุ่นปกติ เครื่องยนต์ N/A นี้มอบการตอบสนองคันเร่งที่ฉับไว อัตราเร่งที่นุ่มนวลต่อเนื่อง และเสียงคำรามอันเร้าใจในรอบสูง ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในรถยนต์ยุคปัจจุบัน
Gen 3: Porsche 718 Cayman (2017-ปัจจุบัน) – ยุคใหม่กับขุมพลังเทอร์โบและเทคโนโลยีล้ำสมัย
Porsche 718 Cayman คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ โดย Porsche ได้นำรหัสตำนาน “718” กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับการเปลี่ยนหัวใจหลักมาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบ (ยกเว้นในรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน N/A) การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองต่อมาตรฐานด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน
แม้จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ แต่ Porsche 718 Cayman ในยุคนี้ก็ยังคงมอบสมรรถนะที่น่าประทับใจ พละกำลังแรงบิดที่มีให้ตั้งแต่รอบต่ำ ช่วยให้รถพุ่งทะยานออกตัวได้อย่างรวดเร็ว ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้รับการปรับจูนให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบเชื่อมต่อสมัยใหม่ ทำให้ 718 Cayman เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน และยังคงรักษาความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น เมื่อกล่าวถึง Porsche Cayman มีกี่รุ่น หลักๆ แล้ว เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 เจเนอเรชันใหญ่ๆ ได้แก่ 987, 981 และ 718 ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์และพัฒนาการที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน: ตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกสไตล์
ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของนักขับทุกกลุ่ม ตั้งแต่รถสปอร์ตที่เน้นความสนุกสนานและใช้งานได้ทุกวัน ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงที่พร้อมสำหรับการลงสนามแข่ง
718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน): นี่คือรุ่นเริ่มต้นที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบ Porsche ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche
718 Cayman Style Edition: รุ่นพิเศษที่เพิ่มความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยชุดแต่งดีไซน์พิเศษ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหรายิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ ความสวยงาม และต้องการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง
718 Cayman S: สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นพื้นฐาน รุ่น S จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ช่วยเพิ่มอัตราเร่งและความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น
718 Cayman GTS 4.0: เป็นรุ่นที่หลายคนรอคอย ด้วยการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ (N/A) ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า มอบเสียงเครื่องยนต์อันดุดันและการตอบสนองคันเร่งที่แม่นยำ รุ่นนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและความเร้าใจในแบบฉบับสปอร์ตดั้งเดิม
718 Cayman GT4 RS: นี่คือที่สุดแห่งสมรรถนะของตระกูล Porsche 718 Cayman ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ที่ถอดแบบมาจาก 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่เลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบเพื่อรองรับการขับขี่ในสนามแข่ง รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการขีดสุดของสมรรถนะและเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากสนามแข่งโดยเฉพาะ
Porsche 718 Cayman ราคา: การลงทุนในสมรรถนะและตำนาน
Porsche 718 Cayman ราคา เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อต้องพิจารณา การเป็นรถสปอร์ตระดับพรีเมียม ทำให้มีราคาที่สูง แต่เมื่อเทียบกับสมรรถนะ ประสบการณ์ และความเป็นแบรนด์ Porsche แล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมอย่างแท้จริง
ราคา Porsche 718 Cayman ในประเทศไทย (โดยประมาณ):
718 Cayman: ตั้งแต่ 6,190,000 บาท
718 Cayman Style Edition: ตั้งแต่ 6,790,000 บาท
718 Cayman GTS 4.0: ตั้งแต่ 9,790,000 บาท
718 Cayman GT4 RS: ตั้งแต่ 16,990,000 บาท
ราคาดังกล่าวเป็นราคาจากโชว์รูมรถใหม่ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับออปชันที่เลือกและโปรโมชั่น ณ ขณะนั้น สำหรับ Porsche 718 Cayman มือสอง ราคาจะมีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ประมาณ 3.5 ล้านบาท ไปจนถึงกว่า 15 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นปี สภาพ และรุ่นย่อย
ก้าวสู่ยุค EV: Porsche 718 EV (Electric Cayman) – อนาคตแห่งพลังงานสะอาด
อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด Porsche เองก็เช่นกัน มีการประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะมุ่งสู่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในอนาคตอันใกล้ และ Porsche 718 Cayman ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยจะยุติการผลิตรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแทนที่ด้วยเวอร์ชันไฟฟ้า 100% หรือ Porsche 718 EV
Porsche ยืนยันว่า แม้จะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นไฟฟ้า แต่ DNA ความเป็นสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche 718 Cayman จะยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้งความเฉียบคมในการควบคุม สมรรถนะที่เร้าใจ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพื่อสานต่อตำนานความสำเร็จในรูปแบบ Zero-Emission
การมาถึงของ Porsche 718 EV จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าอารมณ์ได้ไม่แพ้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งจะเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การดูแลรักษา Porsche 718 Cayman: ความสำคัญของ CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะ
รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Porsche 718 Cayman มาพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนและอัจฉริยะ ระบบเหล่านี้มีการทำงานและดึงพลังงานจากแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่รถจอดดับเครื่องยนต์ การจอดรถทิ้งไว้นานๆ อาจส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือไฟอ่อนได้ง่ายกว่ารถทั่วไป
การดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดสำหรับเจ้าของ Porsche 718 Cayman เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะพร้อมสตาร์ทและตอบสนองได้อย่างเต็มสมรรถนะทุกครั้งที่ต้องการ การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูงอย่าง CTEK จึงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้
CTEK ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่นๆ อีกมากมาย ในการผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ของพวกเขา
สำหรับเจ้าของ Porsche 718 Cayman ผมขอแนะนำ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่ “ฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด”
การเชื่อมต่อ Wi-Fi: ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ได้ “ทุกที่ทุกเวลา” ผ่านแอป CTEK บนสมาร์ทโฟน แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้รถ
เทคโนโลยี APTO (Adaptive Charging): ระบบอัจฉริยะที่ทำการวิเคราะห์และจ่ายไฟที่เหมาะสมที่สุดให้กับแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกประเภทแบตเตอรี่หรือกดปุ่มใดๆ
ความง่ายในการใช้งาน: ไม่ต้องกังวลเรื่องการคีบขั้วผิด เพราะหัวแคลมป์ไม่มีขั้วบวก/ลบ ระบบจะจัดการให้เองโดยอัตโนมัติ ป้องกันการเกิดประกายไฟหรือความเสียหาย
ฟีเจอร์ล้ำสมัย: สามารถใช้งานโหมดพิเศษต่างๆ เช่น RECOND (ฟื้นฟูแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด), WAKE UP (ปลุกแบตเตอรี่ลิเธียมที่ตัดการทำงานหรือแบตเตอรี่ไฟหมดเกลี้ยง), SUPPLY (จ่ายไฟเลี้ยงรถขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่) และ ADVANCED SETTINGS (ดูค่าโวลต์และแอมป์แบบละเอียด)
ความปลอดภัยสูงสุด: มีระบบป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget)
CTEK CS ONE รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ รวมถึงแบตเตอรี่ประเภทตะกั่ว-กรด และลิเธียม สินค้ารับประกัน 5 ปี ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแลรถสปอร์ตคันโปรดของคุณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางจะราบรื่นและสมบูรณ์แบบ
Porsche 911 Turbo S (992): คู่แข่งตลอดกาลที่สมรรถนะเหนือชั้น
ในโลกของซูเปอร์คาร์ ไม่มีชื่อใดจะโดดเด่นเท่า Porsche 911 Turbo S (992) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Supercar Killer” ด้วยขุมพลัง Boxer 6 สูบ ขนาด 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 650 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที
911 Turbo S (992) ถูกออกแบบมาให้มีความแตกต่างจาก 911 รุ่นปกติอย่างชัดเจน ด้วยกันชนหน้าอันดุดัน ช่องดักลมด้านข้างที่เป็นเอกลักษณ์ และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยสร้างแรงกดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบที่เน้นอากาศพลศาสตร์ ทำให้รถสามารถสร้างแรงกดได้ถึง 100 กก. ที่ความเร็ว 330 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 15%
เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 991.2 จะเห็นได้ว่า 992 Turbo S มีความกว้างของแทร็กล้อหน้าเพิ่มขึ้น 45 มม. และล้อหลังอีก 10 มม. อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาลง 50 กก. และช่วงล่างที่เตี้ยลง 10 มม. ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ภายในห้องโดยสาร 911 Turbo S ตกแต่งด้วยการเย็บเบาะเป็นลายพิเศษเพื่อเป็นการคารวะแก่รุ่นบรรพบุรุษอย่าง 930 Turbo พร้อมพวงมาลัย GT Sport และจอแสดงผลเฉพาะรุ่น เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้สมกับเป็นเรือธงสูงสุดของตระกูล
ขุมพลังของ 911 Turbo S มาจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,500-4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 330 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงที่หาคู่แข่งได้ยาก Porsche 911 Turbo S (992) คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม หากท่านสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Target Car Center เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษพร้อมรับรถได้ทันที
Porsche 718 Cayman คือตำนานแห่งรถสปอร์ตเครื่องวางกลาง ที่ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานในด้านสมรรถนะ ความคล่องตัว และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักขับที่ชื่นชอบความดิบของเครื่องยนต์ N/A ในรุ่นเก่า หรือประทับใจกับเทคโนโลยีเทอร์โบและอนาคตแห่งรถยนต์ไฟฟ้า Porsche 718 Cayman ก็พร้อมมอบความสุขและอะดรีนาลีนให้กับคุณเสมอ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในรถสปอร์ตเยอรมันคันนี้ และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมรับการดูแลที่ดีที่สุดสำหรับรถคู่ใจของคุณ อย่ารอช้าที่จะสำรวจรุ่นต่างๆ ของ Porsche 718 Cayman และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตแห่งพลังงานไฟฟ้า ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Porsche หรือผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์สมรรถนะสูง เพื่อค้นหารถสปอร์ตในฝันของคุณวันนี้!