Porsche 718 Cayman: วิวัฒนาการแห่งสมรรถนะและสไตล์ สู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า
ในโลกแห่งยนตรกรรมสปอร์ต ระดับตำนานอย่าง Porsche 718 Cayman ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนานวัตกรรมและยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เห
นือกว่าเดิม ด้วยการผสมผสานอันลงตัวระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ประสิทธิภาพที่เร้าใจ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ Porsche 718 Cayman กลายเป็นที่หมายปองของนักขับทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา Porsche 718 Cayman ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่งของ Porsche ในการสร้างสรรค์รถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบที่สุด บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยการเดินทางอันน่าทึ่งของ Porsche 718 Cayman เจาะลึกทุกรุ่นย่อยที่น่าสนใจ พร้อมมองไปข้างหน้าถึงทิศทางแห่งอนาคตของรถสปอร์ตคันนี้
Porsche 718 Cayman: ต้นกำเนิดแห่งสมดุลและความคล่องตัว
Porsche Cayman เปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น Boxster และ 911 โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ที่นั่ง ที่เน้นจุดเด่นด้านการวางเครื่องยนต์กลางลำ (Mid-engine) หัวใจสำคัญที่มอบสมดุลอันไร้ที่ติให้กับตัวรถ
การวางเครื่องยนต์ไว้บริเวณกึ่งกลางระหว่างเพลาล้อ ส่งผลให้ Porsche 718 Cayman มีการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ ลดโอกาสการเกิดอาการท้ายปัด (Oversteer) ที่รุนแรง ทำให้รถมีความนิ่ง ควบคุมง่าย และเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ เป็นคุณสมบัติที่นักขับตัวจริงต่างยกย่อง
นอกเหนือจากสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแล้ว Porsche 718 Cayman ยังเป็นรถสปอร์ตที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระถึงสองจุด คือ ด้านหน้าความจุ 150 ลิตร เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size และด้านหลังความจุ 275 ลิตร ที่สามารถบรรทุกถุงกอล์ฟ หรือสัมภาระอื่นๆ ได้อย่างสบาย นี่คือข้อได้เปรียบที่ทำให้ Cayman เป็นมากกว่ารถสปอร์ตที่จอดโชว์ แต่เป็นรถที่สามารถพาคุณไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศแบบ Cockpit ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ ตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำใกล้ชิดพื้นถนน ช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงการทำงานของรถได้อย่างละเอียดอ่อน คอนโซลกลางแบบ Rising Console ที่ออกแบบลาดเอียง ช่วยลดระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและคันเกียร์ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างฉับไว ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเป็นเวลานาน
จุดเด่นของการวางเครื่องยนต์กลางลำนี้ สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนกับรุ่นพี่อย่าง Porsche 911 ที่ใช้เครื่องยนต์วางท้าย (Rear-engine) ซึ่งเน้นการส่งกำลังลงสู่ล้อหลังเพื่อการพุ่งทะยานที่ดุดัน แต่ต้องอาศัยทักษะการขับขี่ที่สูงกว่า ในขณะที่ Porsche 718 Cayman ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องแคล่ว และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับทุกคน
วิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman: จาก 987 สู่ 718
Porsche 718 Cayman ได้ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบและวิศวกรรมของ Porsche ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
Gen 1: Cayman 987 (2005-2012) – จุดกำเนิดแห่ง “Mechanical Feel”
Porsche Cayman 987 คือจุดเริ่มต้นของการรังสรรค์รถสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลางของ Porsche พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Boxster โดยการเพิ่มหลังคาแข็งเข้าไป ไม่เพียงแต่เสริมความสง่างาม แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง ลดการบิดตัว ส่งผลให้การควบคุมเฉียบคมยิ่งขึ้น
จุดเด่นที่สำคัญของรุ่น 987 คือ “Mechanical Feel” หรือความรู้สึกดิบๆ แบบรถสปอร์ตยุคคลาสสิก การใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน ผสานกับเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ที่ไพเราะ ชวนหลงใหล ทำให้ 987 สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถสปอร์ต พิสูจน์ว่า Cayman ไม่ใช่แค่รุ่นน้องของ 911 แต่เป็นรถที่มีบุคลิกและเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
Gen 2: Cayman 981 (2013-2016) – ก้าวกระโดดแห่งดีไซน์และสมรรถนะ
Porsche Cayman 981 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการออกแบบและสมรรถนะ ตัวถังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด มีมิติที่กว้างขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักเบาลงด้วยการใช้วัสดุศาสตร์ที่ล้ำสมัย เส้นสายภายนอกเปลี่ยนจากความโค้งมนมาเป็นรูปทรงที่ดูคมเข้ม ดุดัน และทันสมัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหรา โดยนำการออกแบบบางส่วนจากรุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera มาปรับใช้
สิ่งที่ทำให้รุ่น 981 กลายเป็นตำนานที่นักสะสมตามหากันอย่างมาก คือการเป็นยุคสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอนแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated – N/A) ในรุ่นมาตรฐาน ซึ่งมอบอัตราเร่งที่ราบรื่นต่อเนื่อง และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่เร้าใจ ชวนให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของรถสปอร์ตแบบดั้งเดิม
Gen 3: Cayman 718 (2017-ปัจจุบัน) – สู่ยุคแห่งเทอร์โบและสมรรถนะที่เหนือชั้น
Porsche Cayman 718 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ โดย Porsche ได้นำรหัสตำนาน “718” กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนหัวใจใหม่เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบนอนเทอร์โบ (ยกเว้นในรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน N/A) เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านความประหยัด
พละกำลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบที่ให้แรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ฉับไวและตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้รับการปรับจูนให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ทำให้ Porsche 718 Cayman เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงจำนวนรุ่นหลักๆ ของ Porsche Cayman จะสามารถแบ่งได้เป็น 3 เจเนอเรชันใหญ่ๆ คือ 987, 981 และ 718
เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน: ทางเลือกที่หลากหลายสำหรับทุกสไตล์
ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman นำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของนักขับ ตั้งแต่รถสปอร์ตที่ขับสนุกในทุกวัน ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงที่ถูกสร้างมาเพื่อสนามแข่ง
718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน)
นี่คือจุดเริ่มต้นของการสัมผัสประสบการณ์ Porsche 718 Cayman มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
718 Cayman Style Edition
รุ่นพิเศษที่เพิ่มความโดดเด่นทางด้านดีไซน์จากรุ่นพื้นฐาน ด้วยชุดแต่งดีไซน์เฉพาะตัว ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหรามากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก ความสวยงาม และต้องการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
718 Cayman S
สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้น รุ่น S มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Turbocharged Flat-Four ที่เพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 350 แรงม้า ช่วยให้รถพุ่งทะยานและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแรงและความเร้าใจในการขับขี่ที่มากกว่ารุ่นมาตรฐาน
718 Cayman GTS 4.0
รุ่นที่หลายคนโหยหา! ด้วยการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ให้กำลัง 400 แรงม้า มอบเสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ และการตอบสนองคันเร่งที่แม่นยำ รุ่นนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและความรู้สึกสปอร์ตแบบดั้งเดิม
718 Cayman GT4 RS
นี่คือสุดยอดแห่งสมรรถนะและเทคโนโลยี! รุ่น GT4 RS คือรุ่นที่แรงที่สุดของตระกูล 718 Cayman มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ที่ยกมาจาก 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า โครงสร้างตัวถังที่ใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบ เพื่อรองรับการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักขับสายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการขีดสุดแห่งสมรรถนะและเทคโนโลยีจากสนามแข่ง
Porsche 718 Cayman ราคา: การลงทุนในสมรรถนะและความภาคภูมิใจ
Porsche 718 Cayman ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งของ Porsche ทำให้ราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ ราคา Porsche 718 Cayman ในประเทศไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ออปชัน และการปรับแต่งต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นช่วงราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้:
ราคา Porsche 718 Cayman รถใหม่จากโชว์รูม:
718 Cayman: เริ่มต้นประมาณ 6,190,000 บาท
718 Cayman Style Edition: ประมาณ 6,790,000 บาท
718 Cayman GTS 4.0: ประมาณ 9,790,000 บาท
718 Cayman GT4 RS: ประมาณ 16,990,000 บาท
ราคา Porsche 718 Cayman ในตลาดรถมือสอง:
718 Cayman: ประมาณ 3.5 – 4.2 ล้านบาท
718 Cayman Style Edition: ประมาณ 6.9 – 7.1 ล้านบาท
718 Cayman GTS 4.0: ประมาณ 8 – 10 ล้านบาท
718 Cayman GT4 RS: ประมาณ 13.6 – 15.9 ล้านบาท
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบราคากับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Porsche 718 Cayman สู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า 100%
อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด และ Porsche ก็เป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน Porsche ได้ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 100% โดยมีแผนที่จะยุติการผลิต Porsche Cayman รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแทนที่ด้วยเวอร์ชันไฟฟ้า 100% (Electric Cayman) ในอนาคตอันใกล้
Porsche ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน แต่ DNA ของความเป็นรถสปอร์ต ทั้งความเฉียบคมในการควบคุม สมรรถนะที่เร้าใจ และประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ จะยังคงได้รับการสืบทอดอย่างครบถ้วน เพื่อสานต่อตำนานความสำเร็จของ Porsche Cayman ในรูปแบบ Zero-Emission
ดูแล Porsche 718 Cayman ให้สมบูรณ์แบบด้วย CTEK
Porsche 718 Cayman เป็นรถยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะมากมาย ซึ่งระบบเหล่านี้มีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่จอดดับเครื่องยนต์ การจอดรถทิ้งไว้นานๆ จึงอาจส่งผลให้แบตเตอรี่อ่อนกำลังเร็วกว่ารถทั่วไป
เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และรักษาความเสถียรของระบบไฟฟ้า การดูแลด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของรถ Porsche 718 Cayman เครื่องชาร์จ CTEK จะช่วยถนอมแบตเตอรี่ ป้องกันปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องอันเนื่องมาจากไฟตก ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่คุณกดปุ่มสตาร์ท รถจะพร้อมตอบสนองได้อย่างเต็มสมรรถนะ
CTEK เป็นที่ไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับเจ้าของ Porsche 718 Cayman เราขอแนะนำ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันชาญฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด
เชื่อมต่อ Wi-Fi: ตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแอป CTEK ได้ทุกที่ทุกเวลา
APTO (Adaptive Charging): ระบบอัจฉริยะที่วิเคราะห์และจ่ายไฟที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกรุ่นแบตเตอรี่
ใช้งานง่าย ไร้กังวล: หัวแคลมป์ออกแบบมาให้ไม่มีขั้วบวก/ลบ คีบได้ทั้งสองฝั่งโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
ฟีเจอร์ล้ำสมัย: ปลดล็อกโหมดพิเศษ เช่น RECOND (ฟื้นฟูแบตเตอรี่), WAKE UP (ปลุกแบตเตอรี่ลิเธียม), SUPPLY (จ่ายไฟเลี้ยงรถ) และ ADVANCED SETTINGS (ดูค่าโวลต์/แอมป์ละเอียด)
ปลอดภัยสูงสุด: ป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget)
ด้วยการรับประกัน 5 ปี CTEK CS ONE สามารถชาร์จได้ทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ รองรับแบตเตอรี่ประเภทตะกั่ว-กรด และลิเธียม ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแลรถสปอร์ตคู่ใจของคุณให้สมบูรณ์พร้อมอยู่เสมอ
Porsche 911 Turbo S (992): ยอดสมรรถนะระดับ Supercar Killer
ในขณะที่ Porsche 718 Cayman นำเสนอสมดุลและความคล่องตัวสำหรับนักขับที่ต้องการประสบการณ์สปอร์ตที่เข้าถึงได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่แสวงหาขีดสุดแห่งสมรรถนะและความเร็วเหนือชั้น Porsche 911 Turbo S (992) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
Porsche 911 Turbo S (992) ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างจากรุ่น 911 ปกติอย่างชัดเจน ด้วยชุดแอโรไดนามิกที่ดุดันยิ่งขึ้น กันชนหน้าดีไซน์เฉพาะ ช่องดักลมด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยสร้างแรงกดอากาศได้ถึง 100 กก. ที่ความเร็ว 330 กม./ชม. มากกว่ารุ่นก่อนถึง 15%
เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า 992 Turbo S มีความกว้างของแทร็กล้อหน้าเพิ่มขึ้น 45 มม. และแทร็กล้อหลัง 10 มม. พร้อมน้ำหนักที่เบาลง 50 กก. และช่วงล่างที่ต่ำลง 10 มม. ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่า
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยการเย็บเบาะลายพิเศษเพื่อเป็นการคารวะตำนาน 930 Turbo มาพร้อมพวงมาลัย GT Sport และจอแสดงผลเฉพาะรุ่น ที่เน้นย้ำถึงความเป็นเรือธงสูงสุดของตระกูล 911
หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อเป็นมาตรฐาน มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 330 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงระดับ Supercar Killer ที่หาคู่แข่งได้ยาก Porsche 911 Turbo S (992) คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งพร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้นได้ทันที หากคุณพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งสมรรถนะ
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche 718 Cayman หรือกำลังมองหารถสปอร์ตระดับแนวหน้าอย่าง Porsche 911 Turbo S วันนี้คือโอกาสของคุณที่จะได้สัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำ ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Porsche อย่างเป็นทางการ หรือโชว์รูมรถยนต์คุณภาพ เพื่อรับคำปรึกษาและทดลองขับรถในฝันของคุณวันนี้