• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1202004 อย าล มแม Ep.2

admin79 by admin79
February 13, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Porsche 718 Cayman: ตำนานสปอร์ตเครื่องวางกลาง สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะและไฟฟ้า ในโลกแห่งรถยนต์สมรรถนะสูง ตระกูล Porsche Cayman หรือที่รู้จักในรหัส 718 ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “รถสปอร์ตขับสนุก” ม
าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยปรัชญาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์วางกลางลำ (Mid-engine) ทำให้ Cayman มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ทั้งความสมดุลที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่เฉียบคม และการตอบสนองที่ฉับไว ดุจเป็นส่วนหนึ่งของผู้ขับขี่ สำหรับผม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาสิบปี การได้สัมผัสวิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ยิ่งไปกว่านั้น การดูแลรักษารถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการใช้ อุปกรณ์ชาร์จแบตรถยนต์ คุณภาพสูงอย่าง CTEK คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้สมรรถนะและความสมบูรณ์แบบของรถคู่ใจคงอยู่ยาวนาน บทความนี้ จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ Porsche 718 Cayman ตั้งแต่อดีต สู่ปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงรุ่นย่อยที่น่าสนใจ ราคา และการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า Porsche Cayman: ต้นกำเนิดแห่งความสมดุลและเอกลักษณ์ Porsche Cayman ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2005 ภายใต้รหัสตัวถัง 987 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น Boxster อันเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน และรุ่น 911 อันเป็นตำนานแห่งซูเปอร์คาร์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางลำตัวรถ (Mid-Engine Layout) คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่มอบข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล เมื่อเครื่องยนต์อยู่ตรงกลาง น้ำหนักของรถจะกระจายตัวอย่างสมมาตร ทำให้เกิดความสมดุลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผลลัพธ์คือ การควบคุมรถที่แม่นยำอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าโค้ง รถจะยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง ให้ความรู้สึกมั่นใจ และลดโอกาสการเสียอาการของรถลงได้อย่างมาก นี่คือสิ่งที่นักขับตัวจริงทุกคนโหยหา นอกจากสมรรถนะที่โดดเด่นแล้ว การออกแบบเครื่องยนต์วางกลางยังมอบประโยชน์ใช้สอยที่ไม่คาดคิดสำหรับรถสปอร์ต จากปกติที่เรามักมองว่ารถสปอร์ตคือยานพาหนะที่เน้นการขับขี่เป็นหลัก แต่ Porsche Cayman ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารถสปอร์ตสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย ด้วยการวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลาง ทำให้ Porsche Cayman มีพื้นที่เก็บสัมภาระถึง 2 จุด คือ ด้านหน้า (Front Trunk หรือ “Frunk”) ที่มีความจุ 150 ลิตร เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size ที่เรามักใช้ในการเดินทางระยะสั้น และด้านหลัง (Rear Trunk) ที่มีความจุ 275 ลิตร ซึ่งสามารถใส่ถุงกอล์ฟ 2 ใบได้อย่างสบาย หรือจะใช้ใส่ของใช้ประจำวันสำหรับการเดินทางออกต่างจังหวัดก็ไม่ใช่ปัญหา นี่คือเหตุผลที่ทำให้ Cayman เป็นหนึ่งในไม่กี่รถสปอร์ตที่สามารถขับไปซูเปอร์มาร์เก็ต หรือใช้เป็นรถคู่ใจสำหรับทริปสุดสัปดาห์ได้อย่างลงตัว เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบ “Cockpit” ที่โอบล้อมผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ ตำแหน่งเบาะนั่งที่ถูกวางให้ต่ำลง ใกล้ชิดกับพื้นถนนมากที่สุด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ถึงการตอบสนองและอาการต่างๆ ของรถได้อย่างแม่นยำ ราวกับประสาทสัมผัสที่หก คอนโซลกลางที่ออกแบบให้มีความลาดเอียงแบบ “Rising Console” เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความใส่ใจในการออกแบบ โดยการออกแบบนี้ช่วยลดระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและคันเกียร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ขยับข้อมือ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยนานเกินไป ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองฉับไว ความแตกต่างนี้เองที่ทำให้ Cayman มีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับพี่ใหญ่อย่าง Porsche 911 ที่ใช้เครื่องยนต์วางท้าย (Rear-Engine Layout) ซึ่งเน้นการถ่ายทอดแรงม้าลงสู่ล้อหลังเพื่อการพุ่งทะยานอันดุดัน แต่ก็แลกมาด้วยความต้องการทักษะการขับขี่ที่สูงกว่า ในขณะที่ Cayman ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องแคล่ว และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับผู้ขับขี่ในวงกว้าง วิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman: จาก 987 สู่ 718 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Porsche 718 Cayman ได้ผ่านการพัฒนาและวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย ไม่ใช่แค่เพียงการปรับโฉมภายนอก แต่ยังรวมถึงการอัปเกรดขุมพลัง ระบบช่วงล่าง และเทคโนโลยีการขับขี่ ให้ดียิ่งขึ้นเสมอ Gen 1: Porsche Cayman 987 (2005-2012) – ปฐมบทแห่งความดิบและสมดุล Porsche Cayman 987 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำของ Porsche ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Boxster โดยการเพิ่มหลังคาแข็งเข้ามา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความสง่างามให้กับรูปทรง แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความเสถียรให้กับโครงสร้างตัวถัง ทำให้การขับขี่มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น จุดเด่นที่สำคัญของรุ่น 987 คือ “Mechanical Feel” หรือความรู้สึกดิบๆ ที่ส่งผ่านมาจากพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน ผสานกับเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-Six) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ที่ไพเราะและเร้าใจ รุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถสปอร์ต และทำให้โลกประจักษ์ว่า Cayman ไม่ได้เป็นเพียง “รุ่นน้อง” ของ 911 แต่มีบุคลิกและเสน่ห์ที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน Gen 2: Porsche Cayman 981 (2013-2016) – ก้าวกระโดดแห่งดีไซน์และสมรรถนะ Porsche Cayman 981 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างแท้จริง ทั้งในด้านการออกแบบและสมรรถนะ รุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่หมดจด โดยมีมิติตัวถังที่กว้างขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักเบาลงอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยการนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์สมัยใหม่มาใช้ รูปทรงภายนอกเปลี่ยนจากความโค้งมน มาสู่เส้นสายที่คมเข้ม ดุดัน และมีความทันสมัยมากขึ้น ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการยกระดับความหรูหราขึ้นเทียบเท่ารุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่
แต่สิ่งที่ทำให้ Porsche Cayman 981 กลายเป็นรุ่นในตำนานที่นักสะสมต่างตามหากันมากที่สุด คือการเป็น “ยุคสุดท้าย” ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอนแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated – N/A) ในรุ่นปกติ เครื่องยนต์ N/A ในรุ่น 981 มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวล ต่อเนื่อง และเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้ในรถยนต์ยุคใหม่ที่ต้องเน้นเรื่องมลพิษและความประหยัด Gen 3: Porsche 718 Cayman (2017-ปัจจุบัน) – ยุคใหม่แห่งขุมพลังเทอร์โบและเทคโนโลยี Porsche 718 Cayman คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลนี้ โดย Porsche ได้นำรหัสตำนาน “718” ซึ่งเคยเป็นรถแข่งอันโด่งดังในอดีต กลับมาใช้ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหัวใจใหม่ มาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบนอนเทอร์โบ (ยกเว้นในรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน N/A) การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านความประหยัดน้ำมัน แม้จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ แต่ Porsche ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Cayman ไว้ได้อย่างครบถ้วน พละกำลังจากแรงบิดมหาศาลที่มีให้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้รถพุ่งทะยานออกตัวได้อย่างรวดเร็วทันใจ ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้รับการปรับจูนให้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบเชื่อมต่อสมัยใหม่ ทำให้ 718 Cayman เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน แต่ยังคงความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น หากจะนับว่า Porsche Cayman มีกี่รุ่นหลักๆ แล้ว จะแบ่งได้เป็น 3 เจเนอเรชันใหญ่ๆ คือ 987, 981 และ 718 ซึ่งแต่ละยุคสมัยก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน และรุ่นย่อยที่น่าสนใจ ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman ในโฉม 718 มีตัวเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการรถสปอร์ตที่ขับสนุกในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงนักขับตัวยงที่มองหาสมรรถนะขั้นสุด 718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน): เป็นรุ่นเริ่มต้นที่เปิดประตูสู่โลกของ Porsche Cayman ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Porsche ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด 718 Cayman Style Edition: รุ่นพิเศษที่เพิ่มความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากรุ่นพื้นฐาน ด้วยการตกแต่งดีไซน์พิเศษ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหรายิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ ความสวยงาม และต้องการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร 718 Cayman S: อัปเกรดจากรุ่นพื้นฐานด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ซึ่งมอบพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้รถพุ่งทะยานและตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแรงและความเร้าใจในการขับขี่ที่มากกว่ารุ่นมาตรฐาน 718 Cayman GTS 4.0: รุ่นที่หลายคนยกให้เป็น “ขวัญใจมหาชน” ด้วยการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ (N/A) ให้กำลัง 400 แรงม้า รุ่นนี้มอบเสียงเครื่องยนต์ที่ดุดัน การตอบสนองคันเร่งที่แม่นยำราวกับมีชีวิต และยังคงไว้ซึ่งความสมดุลระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและความสปอร์ตแบบดั้งเดิม 718 Cayman GT4 RS: นี่คือรุ่นท็อปสุดและแรงที่สุดในตระกูล 718 Cayman ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ที่ยกมาจาก Porsche 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า โครงสร้างตัวถังใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์เป็นหลัก พร้อมชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ รุ่นนี้คือสุดยอดปรารถนาสำหรับ Hardcore Enthusiast ที่ต้องการสมรรถนะและเทคโนโลยีขั้นสูงสุดจากสนามแข่ง Porsche 718 Cayman ราคาเท่าไหร่? Porsche 718 Cayman ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Porsche ราคาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ ราคา Porsche 718 Cayman ในประเทศไทยมีความหลากหลายอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ออปชัน และปีที่ผลิต โดยสามารถแบ่งช่วงราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้: Porsche 718 Cayman ราคารถใหม่จากโชว์รูม (โดยประมาณ): 718 Cayman: เริ่มต้นประมาณ 6,190,000 บาท 718 Cayman Style Edition: เริ่มต้นประมาณ 6,790,000 บาท 718 Cayman GTS 4.0: เริ่มต้นประมาณ 9,790,000 บาท 718 Cayman GT4 RS: เริ่มต้นประมาณ 16,990,000 บาท Porsche 718 Cayman ราคามือสองในตลาด (โดยประมาณ): 718 Cayman: ประมาณ 3.5 – 4.2 ล้านบาท 718 Cayman Style Edition: ประมาณ 6.9 – 7.1 ล้านบาท 718 Cayman GTS 4.0: ประมาณ 8 – 10 ล้านบาท 718 Cayman GT4 RS: ประมาณ 13.6 – 15.9 ล้านบาท หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการ ราคาจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง Porsche Cayman กับก้าวสู่ยุค Electric Vehicle (EV) 100% อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งพลังงานสะอาด และ Porsche เองก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ยุค EV 100% โดยมีรายงานว่า Porsche กำลังเตรียมการที่จะยุติการผลิต Porsche Cayman ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และจะแทนที่ด้วยเวอร์ชันพลังงานไฟฟ้า 100% (Electric Cayman) ในอนาคตอันใกล้นี้ Porsche ได้ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่ DNA ความเป็นรถสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cayman จะยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้งความเฉียบคมในการควบคุม สมรรถนะที่เร้าใจ และประสบการณ์การขับขี่อันน่าหลงใหล จะถูกสานต่อในรูปแบบ Zero-Emission เพื่อให้ตำนานของรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำยังคงสืบต่อไป มี Porsche Cayman ต้องมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK: หัวใจสำคัญของการดูแลรักษารถสปอร์ต
Porsche 718 Cayman เป็นรถยนต์ที่เต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อันซับซ้อนและอัจฉริยะ ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่รถจอดดับเครื่องยนต์ การจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีการประจุไฟเพิ่มเติม อาจส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หรือเกิดอาการแบตเตอรี่อ่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการสตาร์ทรถ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์รวนได้ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และรักษาให้ระบบไฟฟ้าของรถมีความเสถียรอยู่เสมอ การใช้ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ คุณภาพสูงอย่าง CTEK คือสิ่งที่คนรัก Porsche อย่างคุณไม่ควรมองข้าม การประจุไฟให้กับแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ใช้งานรถ จะช่วยถนอมแบตเตอรี่ ป้องกันปัญหาระบบไฟตก และทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท รถคู่ใจของคุณจะพร้อมตอบสนองได้อย่างเต็มสมรรถนะ CTEK ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกให้เป็นผู้ผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ให้กับแบรนด์อย่าง Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด สำหรับเจ้าของ Porsche 718 Cayman เราขอแนะนำ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์รุ่นใหม่ที่ “ฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด” รุ่นนี้ได้รับการอัปเกรดจากรุ่น Gen 1 โดยเพิ่มการเชื่อมต่อ Wi-Fi เข้ามา ทำให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแอป CTEK ได้ “ทุกที่ทุกเวลา” แม้ในขณะที่คุณไม่ได้อยู่ใกล้รถ CTEK CS ONE มาพร้อมเทคโนโลยี APTO (Adaptive Charging) ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่คิดแทนคุณทุกอย่าง คุณไม่จำเป็นต้องเลือกประเภทแบตเตอรี่ หรือกดปุ่มใดๆ เพิ่มเติม เครื่องจะทำการวิเคราะห์และจ่ายไฟที่เหมาะสมที่สุดให้กับแบตเตอรี่ของคุณโดยอัตโนมัติ ความง่ายที่ไร้กังวล: ไม่ต้องกลัวคีบผิดขั้ว: หัวแคลมป์ของ CTEK CS ONE ได้รับการออกแบบมาโดยไม่มีขั้วบวก/ลบแยก (ไม่มีสีแดง/ดำ) คุณสามารถคีบขั้วไหนก็ได้ ระบบจะจัดการขั้วให้เองโดยอัตโนมัติ ป้องกันอันตรายจากการช็อตหรือความเสียหายต่อรถ ฟีเจอร์ล้ำสมัยที่ให้คุณควบคุมได้: การเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน: ดูประวัติการชาร์จแบบเรียลไทม์ ตั้งค่าแจ้งเตือนสถานะการชาร์จผ่านมือถือ และปลดล็อกโหมดพิเศษต่างๆ เช่น RECOND: สำหรับการฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด WAKE UP: สำหรับการปลุกแบตเตอรี่ลิเธียมที่เข้าสู่โหมด Sleep (BMS ตัด) หรือแบตเตอรี่ที่ไฟหมดเกลี้ยง SUPPLY: สำหรับการจ่ายไฟเลี้ยงรถขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือใช้ขณะจัดแสดงรถ ADVANCED SETTINGS: สำหรับการดูค่าโวลต์และแอมป์อย่างละเอียด ความปลอดภัยสูงสุด: มีระบบป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget) สินค้ารับประกัน 5 ปี รองรับการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (ทั้งแบตเตอรี่ประเภท ตะกั่ว-กรด และลิเธียม) ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแลรถสปอร์ตคันโปรดของคุณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง Porsche 911 Turbo S (992): อีกหนึ่งสุดยอดแห่งสมรรถนะ ในบรรดารถยนต์สมรรถนะสูงของ Porsche หากพูดถึง “King of Supercars” ที่แท้จริง คงหนีไม่พ้น Porsche 911 Turbo S (992) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “Supercar Killer” ด้วยขุมพลังอันมหาศาลจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่รีดกำลังได้ถึง 650 แรงม้า และสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาทีเท่านั้น! Porsche 911 Turbo S (992) มีการออกแบบที่แตกต่างจากรุ่น 911 ทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งกันชนหน้าดีไซน์ดุดัน ช่องดักลมด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ และสปอยเลอร์หลังที่ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยสร้างแรงกด (Downforce) ได้ถึง 100 กก. ที่ความเร็ว 330 กม./ชม. เพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 991.2 รุ่นก่อนหน้า 992 Turbo S มีความกว้างของแทร็กล้อหน้าเพิ่มขึ้น 45 มม. และแทร็กล้อหลังอีก 10 มม. อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาลง 50 กก. และช่วงล่างที่เตี้ยลง 10 มม. ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายในห้องโดยสารของ 911 Turbo S (992) ตกแต่งด้วยการเย็บเบาะลายพิเศษ เพื่อเป็นการคารวะต่อรุ่นบรรพบุรุษอย่าง 930 Turbo พร้อมพวงมาลัย GT Sport และหน้าจอแสดงผลเฉพาะรุ่นที่เพิ่มความสปอร์ตหรูหราสมกับเป็นเรือธงสูงสุดของตระกูล 911 ขุมพลังของ 911 Turbo S คือเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัทซ์คู่ 8 จังหวะ (PDK) ส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 330 กม./ชม. สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงที่หาตัวเทียบได้ยาก Porsche 911 Turbo S (992) คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน หากคุณสนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Target Car Center ที่นำเข้า Porsche 911 Turbo S (992) มาพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ทันที โดยไม่ต้องรอ! บทสรุป Porsche 718 Cayman ยังคงเป็นรถสปอร์ตที่ยืนหนึ่งในเรื่องของสมรรถนะ การควบคุม และประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ การเดินทางของรถรุ่นนี้จากยุคเครื่องยนต์ N/A สู่ยุคเทอร์โบ และกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า 100% แสดงให้เห็นถึงความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมของ Porsche ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของ Porsche 718 Cayman รุ่นใด หรือกำลังพิจารณาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Porsche การเลือกใช้ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อรักษาประสิทธิภาพและความสมบูรณ์แบบของรถคู่ใจของคุณไปอีกนานแสนนาน
อย่ารอช้า! เติมเต็มศักยภาพของ Porsche 718 Cayman ของคุณด้วย CTEK CS ONE WiFi วันนี้ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง.
Previous Post

[ครบชุด] T1202012 คนล มต วล มต Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1202008 อตเตอร เผยส นดาน Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1202008 อตเตอร เผยส นดาน Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.