สุดยอดนักแข่งดาวรุ่งไทย “แซนดี” ก้าวสู่ระดับโลก สานฝันการเป็นนักแข่ง Audi Sport Asia พร้อมลุยสนาม Thailand Super Series และ GT World Challenge Asia 2025
ในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ชื่อของ “แซนดี” กัณ
ตภณ สรวิชย์ อาจเป็นที่คุ้นเคยสำหรับแฟนพันธุ์แท้การแข่งขันรถยนต์ แต่ในฤดูกาล 2025 นี้ ชื่อของเขาจะถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการก้าวขึ้นเป็นนักแข่งภายใต้สังกัด Audi Sport Asia อย่างเต็มตัว และยังเตรียมลงสนามประลองความเร็วในสองรายการระดับนานาชาติที่ท้าทายที่สุด นั่นคือ Thailand Super Series และ GT World Challenge Asia การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการสานฝันสูงสุดของนักแข่งหนุ่มชาวไทย ที่มุ่งมั่นฝึกฝนตนเองมาตลอดหลายปี และพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ศักยภาพของตนเองบนเวทีระดับโลก
จากนักแข่งดาวรุ่ง สู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Audi Sport Asia
ก้าวแรกที่น่าประทับใจของแซนดี คือการได้รับการยอมรับในฐานะนักแข่งภายใต้โครงการ Audi Sport Asia Talent Pool ซึ่งเป็นโปรแกรมที่คัดเลือกนักแข่งฝีมือดีจากทั่วเอเชีย เพื่อพัฒนาและผลักดันสู่ระดับสากล การเป็นหนึ่งใน 5 นักแข่งเอเชียที่ได้รับเลือกนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงพรสวรรค์และความสามารถอันโดดเด่นของแซนดี แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเขาในการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง
“การได้รับโอกาสนี้เป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริง” แซนดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Audi ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต ผมฝันมาตลอดที่จะได้ลงแข่งขันในนามแบรนด์รถยนต์ และวันนี้ความฝันนั้นก็เป็นจริงแล้ว ผมกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่จะมาถึง และผมตั้งใจจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนโอกาสอันล้ำค่านี้”
มาร์ทิน คืล ผู้อำนวยการฝ่าย Audi Sport Customer Racing Asia ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับแซนดีว่า “แซนดีคือนักแข่งดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์ เราได้เห็นพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของเขาในปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นการลงแข่งขันด้วยรถ Audi R8 LMS GT3 Evo เป็นครั้งแรก เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ จนสามารถคว้าแชมป์ในรุ่น Super Car GT3 ของ Thailand Super Series ได้สำเร็จ การได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแข่งดาวรุ่งของ Audi ในปีนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เราตั้งตารอที่จะได้เห็นพัฒนาการและความท้าทายที่เขาจะเผชิญในสนามแข่งในปีนี้”
สองสนามแข่งขันที่ท้าทายศักยภาพ: Thailand Super Series และ GT World Challenge Asia
ในปี 2025 นี้ ตารางการแข่งขันของแซนดีจะเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเขาจะลงแข่งขันในสองรายการหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานักแข่งรถยนต์ GT ในเอเชีย
Thailand Super Series (TSS)
ในฐานะแชมป์เก่ารุ่น Super Car GT3 แซนดีตั้งเป้าที่จะกลับมาป้องกันตำแหน่งแชมป์ของเขาอีกครั้ง รายการ Thailand Super Series ถือเป็นเวทีการแข่งขันรถยนต์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของรถแข่ง GT3 รุ่นใหม่ๆ การเข้ามาของทีมแข่งและนักแข่งชั้นนำจากทั่วเอเชีย ยิ่งทำให้การแข่งขันในปีนี้มีความน่าสนใจและท้าทายมากขึ้น
แซนดีจะยังคงจับมือกับทีม B-Quik Absolute Racing ในการแข่งขันรายการนี้ โดยจะลงสนามพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมชาวออสเตรเลีย แดเนียล บิลสกี (Daniel Bilski) ทั้งคู่จะร่วมมือกันนำรถแข่ง Audi R8 LMS GT3 Evo คู่ใจเข้าชิงชัยเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ประเภททีมให้ได้
“ผมมั่นใจว่าปีนี้การแข่งขัน Thailand Super Series จะสนุกสุดเหวี่ยงอย่างแน่นอน” แซนดีกล่าว “เมื่อได้เห็นรายชื่อนักแข่งที่ประกาศออกมาแล้ว ผมอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลงสนามเพื่อต่อสู้กับนักแข่งฝีมือดีระดับเอเชียเหล่านี้”
GT World Challenge Asia
นอกเหนือจากสนามในประเทศแล้ว แซนดีจะยังคงเดินหน้าล่าความสำเร็จในระดับเอเชียกับรายการ GT World Challenge Asia 2025 โดยเขาจะลงแข่งขันภายใต้ทีม X Works Racing ซึ่งจะใช้รถแข่ง Audi R8 LMS GT3 Evo เช่นเดียวกัน โดยครั้งนี้เขาจะได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมชาวออสเตรเลียอีกครั้ง คือ แช เดวีส์ (Shae Davies) ซึ่งเคยร่วมทีมกันคว้าอันดับ 2 ในรายการนี้ที่สนามซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2018
“ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้กลับไปลงแข่งขันในรายการ GT World Challenge Asia อีกครั้ง” แซนดีกล่าว “ตั้งแต่ปี 2018 ผมได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองมากขึ้นจนรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายที่จะไล่ล่าแชมป์ในรายการนี้อีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับทีม X Works Racing และได้รับการสนับสนุนจาก Audi Sport Customer Racing Asia”
Porsche 911: สุดยอดรถสปอร์ตที่เป็นตำนานตลอดกาล
เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตระดับตำนาน ชื่อของ Porsche 911 ย่อมผุดขึ้นมาในใจของใครหลายๆ คน รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันคันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะ ความสง่างาม และนวัตกรรมที่ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 6 ทศวรรษ การออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ Porsche 911 กลายเป็นรถในฝันของนักขับทั่วโลก
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Porsche 911
Porsche 911 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 ณ งาน Frankfurt Motor Show ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น ด้วยรูปทรงหลังคาที่ลาดเอียงลงมาถึงท้ายรถ และไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ “ตาของกบ” ดีไซน์นี้ได้กลายเป็น DNA ที่สืบทอดมายัง Porsche 911 ทุกรุ่น จนถึงปัจจุบัน แม้จะผ่านกาลเวลามาหลายสิบปี แต่ Porsche 911 ยังคงรักษาเสน่ห์และความคลาสสิกของมันไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับรถสปอร์ตอีกหลายรุ่นในตระกูล Porsche เช่น Boxster, Cayman และ Carrera GT
สมรรถนะที่เหนือชั้น: หัวใจของ Porsche 911
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Porsche 911 กลายเป็นสุดยอดรถสปอร์ตคือสมรรถนะที่เหนือชั้น รุ่นล่าสุดอย่าง 992 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบนอน ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 480 แรงม้า และแรงบิด 570 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK (หรือเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ เป็นออปชันพิเศษ) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 3.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากพละกำลังที่ดุดันแล้ว ระบบช่วงล่างและระบบควบคุมต่างๆ ยังถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ระบบช่วยเลี้ยวด้วยล้อหลัง (rear-axle steering), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC), ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TCS) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (EBA) ล้วนทำงานร่วมกันเพื่อมอบความคล่องตัว เกาะถนน และความแม่นยำในการเข้าโค้ง ทำให้ Porsche 911 เป็นรถที่สามารถควบคุมได้ดั่งใจ และมอบความสนุกสนานในการขับขี่อย่างแท้จริง
รุ่นย่อยยอดนิยมของ Porsche 911 และราคา (อัปเดต 2025)
Porsche 911 ไม่ได้มีเพียงรุ่นเดียว แต่มีหลากหลายรุ่นย่อยที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป แต่ละรุ่นยังคงรักษา DNA ของความเป็น 911 ไว้ได้อย่างครบถ้วน
Porsche 911 Carrera S: รุ่นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 450 แรงม้า ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 12,490,000 บาท
Porsche 911 Carrera GTS: รุ่นที่เน้นสมรรถนะที่เหนือกว่าเล็กน้อย ด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 480 แรงม้า ราคาเริ่มต้นประมาณ 14,100,000 บาท
Porsche 911 Turbo S: รุ่นเรือธงที่มาพร้อมขุมพลังระดับสุดยอด เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 3.8 ลิตร ให้กำลัง 650 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. ราคาสำหรับรุ่นปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 26,204,000 บาท
Porsche 911 Targa: รุ่นหลังคาแข็งเปิดประทุน ขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น Targa 4 อยู่ที่ประมาณ 13,090,000 บาท
Porsche 911 Cabriolet: รุ่นหลังคาผ้าเปิดประทุน 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 385 แรงม้า ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น Carrera Cabriolet อยู่ที่ประมาณ 12,290,000 บาท
ดูแล Porsche 911 คู่ใจ ด้วย CTEK: กุญแจสำคัญสู่การใช้งานที่ยาวนาน
แม้ Porsche 911 จะเป็นรถสปอร์ตที่สร้างมาเพื่อการขับขี่ แต่สำหรับใครหลายๆ คนที่หลงใหลในสมรรถนะและความสวยงามของมัน จนอาจมีรถหลายคันจอดอยู่ในโรงรถ และบางครั้งก็อาจมีคันโปรดที่จอดทิ้งไว้นานจนแบตเตอรี่เสื่อม ปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในรถยนต์สมรรถนะสูงที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ
แบตเตอรี่รถยนต์จะคายประจุไฟตลอดเวลา แม้จะไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆ ไฟในแบตเตอรี่จะค่อยๆ ลดลงจนหมด ซึ่งหากปล่อยไว้นานเกินไป แบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพและเสียหายได้ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีไฟเต็มอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันปัญหาที่ไม่จำเป็น
CTEK: ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณ
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะ CTEK จากสวีเดน คือโซลูชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับปัญหานี้ CTEK มีเทคโนโลยีการชาร์จที่ชาญฉลาด โดยจะชาร์จไฟจนเต็ม 80% อย่างรวดเร็ว จากนั้นจะค่อยๆ ลดกระแสลงและตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม 100% เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ Overcharge คุณจึงสามารถเสียบ CTEK ทิ้งไว้ได้เป็นเดือนๆ โดยไม่ต้องกังวล การมีแบตเตอรี่ที่ไฟเต็มอยู่เสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานที่สุด
CTEK MXS 5.0: เครื่องชาร์จที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สำหรับผู้ที่มองหาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายรุ่น CTEK MXS 5.0 เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สามารถใช้ได้กับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รวมถึงรถ EV) มีกระแสชาร์จสูงสุด 5A สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2 – 110Ah (สำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม ควรใช้รุ่น LITHIUM XS หรือ CS ONE) รุ่นนี้ใช้งานง่าย มีระบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ทนทาน และรับประกันถึง 5 ปี
ยิ่งไปกว่านั้น CTEK MXS 5.0 ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านช่อง Power socket 12V บริเวณที่วางเท้าฝั่งผู้โดยสารได้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ Porsche บางรุ่นมีมาให้เพื่อรองรับการชาร์จแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
การลงทุนในเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK คือการลงทุนเพื่อรักษาสภาพรถยนต์สุดที่รักของคุณให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Porsche 911 ที่คุณอาจไม่ได้ขับทุกวัน การมี CTEK จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม และพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ
ก้าวสู่ความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ต และการดูแลรักษาสุดยอดรถสปอร์ตของคุณ
การเดินทางของแซนดีสู่การเป็นนักแข่ง Audi Sport Asia และการลุยสนามแข่งระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทย ในขณะเดียวกัน การทำความเข้าใจและดูแลรักษาสุดยอดรถสปอร์ตอย่าง Porsche 911 ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่หลงใหลในยานยนต์สมรรถนะสูง
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักแข่งดาวรุ่งที่กำลังสร้างชื่อเสียง หรือผู้ที่ต้องการรักษาสภาพรถสปอร์ตคู่ใจให้พร้อมใช้งานเสมอ สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หากคุณคือเจ้าของ Porsche 911 หรือ Supercar ที่มีรถจอดเป็นเวลานาน และกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม อย่ารอช้า! ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและเลือกเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถของคุณ วันนี้ เพื่อให้สุดยอดรถสปอร์ตของคุณพร้อมออกไปโลดแล่นบนท้องถนนได้เสมอ