แซนดี้: ก้าวสู่ความสำเร็จครั้งใหม่ในฐานะนักแข่ง Audi Sport Asia คนแรกของไทย พร้อมเป้าหมายคว้าชัยในฤดูกาล 2020
ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือดและความเร็วเหนือจินตนาการ ชื่อข
อง “แซนดี้” กำลังส่องประกายเจิดจรัสบนเส้นทางอาชีพนักแข่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แซนดี้ สฤณปsetFont (Srinonfont) นักแข่งหนุ่มชาวไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการประกาศเข้าร่วมการแข่งขันระดับทวีปถึงสองรายการสำคัญในปี 2020 คือ Thailand Super Series และ GT World Challenge Asia พร้อมกันนั้น ยังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นนักแข่งในโครงการ Audi Sport Asia Talent Pool ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักแข่งเอเชีย และเป็นครั้งแรกที่มีนักแข่งไทยได้รับโอกาสนี้
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นและความสามารถของแซนดี้ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาจะได้ลงสนามด้วยรถแข่งสมรรถนะสูงอย่าง Audi R8 LMS GT3 Evo ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเร็วและความเป็นเลิศจากค่าย Audi Sport Customer Racing Asia
Thailand Super Series: การทวงคืนบัลลังก์แชมป์ GT3
สำหรับรายการ Thailand Super Series ซึ่งเป็นหนึ่งในสังเวียนที่แซนดี้คุ้นเคยและสร้างชื่อเสียงมาโดยตลอด ฤดูกาล 2020 นี้ เขาตั้งเป้าหมายที่จะกลับไปทวงคืนตำแหน่งแชมป์ในรุ่น GT3 ให้สำเร็จ การแข่งขันในรายการนี้มีแนวโน้มที่จะเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยจำนวนรถแข่ง GT3 รุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทีมแข่งและนักแข่งฝีมือดีจากทั่วเอเชียที่ตบเท้าเข้าร่วมอย่างไม่ขาดสาย
แซนดี้จะยังคงร่วมงานกับทีม B-Quik Racing ที่มีชื่อใหม่คือ B-Quik Absolute Racing โดยจะจับคู่กับนักแข่งมากประสบการณ์ชาวออสเตรเลียอย่าง Daniel Bilski ทั้งคู่จะผนึกกำลังกันเพื่อต่อสู้และป้องกันตำแหน่งแชมป์ประเภททีมให้ได้ การทำงานร่วมกันระหว่างนักแข่งทั้งสองที่เข้าใจในศักยภาพของรถแข่ง Audi R8 LMS GT3 Evo จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
“ปีนี้การแข่งขัน Thailand Super Series จะเป็นปีที่สนุกสุดยอดอย่างแน่นอน” แซนดี้กล่าวด้วยความมั่นใจ “เมื่อได้เห็นรายชื่อนักแข่งที่ประกาศออกมาแล้ว ผมอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลงสนามและประชันฝีมือกับนักแข่งชั้นยอดจากทั่วเอเชีย”
GT World Challenge Asia: การไล่ล่าความสำเร็จในระดับสากล
นอกเหนือจากการแข่งขันในประเทศแล้ว แซนดี้ยังได้ขยายขอบเขตการแข่งขันไปสู่เวทีระดับเอเชียอีกครั้งกับรายการ GT World Challenge Asia 2020 โดยจะลงแข่งขันในสังกัดทีม X Works Racing พร้อมด้วยรถคู่ใจ Audi R8 LMS GT3 Evo เช่นเดียวกัน เขาจะได้ร่วมทีมกับ Shae Davies นักแข่งชาวออสเตรเลีย ซึ่งเคยร่วมงานกันคว้าอันดับ 2 ในรายการนี้ที่สนาม Suzuka ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2018
“ผมดีใจที่จะได้กลับมาแข่งขันในรายการ GT World Challenge Asia อีกครั้ง” แซนดี้กล่าวถึงความรู้สึก “ตั้งแต่ปี 2018 ผมได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองขึ้นมาก และรู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายที่จะไล่ล่าแชมป์ในรายการนี้ ผมยินดีที่จะได้ร่วมงานกับทีม X Works Racing ภายใต้การสนับสนุนจาก Audi Sport Customer Racing Asia”
Audi Sport Asia Talent Pool: ประตูสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก
การได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Audi Sport Asia Talent Pool ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแข่งของแซนดี้ โครงการนี้จะมอบการสนับสนุนจาก Audi Sport Customer Racing Asia แก่นักแข่งเอเชีย 5 คนที่มีศักยภาพโดดเด่นที่สุด ซึ่งแซนดี้เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้
“โอกาสที่ได้รับครั้งนี้เปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง” แซนดี้กล่าวด้วยความปลื้มปิติ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงเกียรติในวงการมอเตอร์สปอร์ต การได้ขับภายใต้แบรนด์รถยนต์ชื่อดังนี้เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาหลายปี ผมกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อม และจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อสร้างชื่อเสียงและทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนโอกาสที่ได้รับ”
Martin Kühnl ผู้อำนวยการ Audi Sport Customer Racing Asia ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพของแซนดี้ว่า “แซนดี้เป็นนักแข่งชาวเอเชียที่มีพรสวรรค์ การแข่งขันกับแบรนด์ Audi ในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมของเขา แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ขับ Audi R8 LMS เขาก็สามารถคว้าแชมป์ Super Car GT3 ในรายการ Thailand Super Series ได้สำเร็จ เขาจึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมนักแข่งดาวรุ่งของ Audi ผมตั้งตารอที่จะได้เห็นพัฒนาการการแข่งขันของเขา และความท้าทายที่รออยู่ในฤดูกาลนี้”
การสนับสนุนจากผู้สนับสนุนหลัก
ความสำเร็จของแซนดี้ในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากบริษัท B-Quik จำกัด ซึ่งจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันทั้งสองรายการ นอกจากนี้ ยังมีผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ ที่ร่วมผนึกกำลัง ได้แก่ The Pizza Company, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, Jet 8 Aviation, Puma Thailand, Dacon Trading, Thai Wings Travel Agent, ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย การสนับสนุนจากพันธมิตรที่หลากหลายนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของแซนดี้ และความสำคัญของมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย
Porsche 911: ตำนานแห่งรถสปอร์ตที่ไร้กาลเวลา
เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตในตำนานที่คงอยู่คู่กาลเวลาและเป็นที่ใฝ่ฝันของนักขับทั่วโลก ชื่อของ Porsche 911 ย่อมผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 60 ปี ตั้งแต่ปี 1963 จนถึงปัจจุบัน Porsche 911 ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงวิศวกรรมยานยนต์ชั้นเลิศของเยอรมนี แต่ยังเป็นไอคอนแห่งดีไซน์ที่ผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยได้อย่างลงตัว
ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์: ต้นแบบของความงามเหนือกาลเวลา
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ Porsche 911 คือเส้นสายหลังคาที่ลาดเอียงลงจรดท้ายรถ และไฟหน้าทรงกลมคู่ที่ได้รับฉายาว่า “ตากบ” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำรุ่นที่ได้รับการสืบทอดมาทุกเจเนอเรชั่น แม้จะผ่านการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่ดีไซน์พื้นฐานที่เป็นเอกลักษณ์นี้ก็ยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ Porsche 911 กลายเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา และเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ทั่วโลก
สมรรถนะเหนือชั้น: ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Porsche 911 เป็นที่ยอมรับในระดับสากล คือสมรรถนะที่เหนือชั้น การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์อันทรงพลัง ระบบช่วงล่างที่แม่นยำ และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัย ทำให้ Porsche 911 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและควบคุมได้อย่างไร้ที่ติ
สำหรับ Porsche 911 รุ่นล่าสุด (992) มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบนอน ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 480 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 570 นิวตันเมตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ (PDK) ที่ตอบสนองฉับไว หรือจะเลือกเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ เพื่อสัมผัสการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ทำได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สะท้อนถึงศักยภาพในการแข่งขันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่หลากหลาย เช่น ระบบช่วยเลี้ยวด้วยล้อหลัง (rear-axle steering) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TCS) ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความคล่องตัวในการเข้าโค้ง ทำให้ Porsche 911 เป็นรถสปอร์ตที่สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะ
รุ่นย่อยยอดนิยมของ Porsche 911: ความหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Porsche 911 นำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักขับแต่ละกลุ่ม โดยมีรุ่นย่อยยอดนิยมที่น่าสนใจดังนี้:
Porsche 911 Carrera S: รุ่นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 450 แรงม้า เกียร์ PDK 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 308 กม./ชม.
Porsche 911 Carrera GTS: รุ่นที่เน้นสมรรถนะยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 480 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 570 นิวตันเมตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ PDK 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที
Porsche 911 Turbo S: รุ่นเรือธงที่มาพร้อมขุมพลังสูงสุด ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ Boxer ขนาด 3.8 ลิตร เทอร์โบแปรผันคู่ VTG ให้กำลังสูงสุดถึง 650 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร เกียร์ PDK 8 จังหวะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.
Porsche 911 Targa: รุ่นหลังคาแข็งเปิดประทุน 2 ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อ โดดเด่นด้วยหลังคาอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดออกได้ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 385 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที
Porsche 911 Cabriolet: รุ่นหลังคาผ้าเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 385 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ PDK 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที
ราคา Porsche 911 ปี 2025
สำหรับราคา Porsche 911 ราคา 2025 นั้นมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและการตกแต่ง โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทสำหรับรุ่น Carrera และอาจสูงถึงกว่า 20 ล้านบาทสำหรับรุ่น Turbo S และรุ่นพิเศษอื่นๆ
การดูแลรักษารถสปอร์ต: ความใส่ใจเพื่อยืดอายุการใช้งาน
Porsche 911 หรือซูเปอร์คาร์อื่นๆ ที่จอดเป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน อาจประสบปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งเป็นเรื่องที่นักขับหลายคนกังวลใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่แบตเตอรี่คายประจุไฟอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ใช้งานรถก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก สามารถทำได้ด้วยการดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี
CTEK: ผู้ช่วยสำคัญในการรักษาแบตเตอรี่รถสปอร์ต
เพื่อรักษาสภาพแบตเตอรี่รถสปอร์ตของคุณให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่จอดนาน CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะจากสวีเดน เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
CTEK MXS 5.0 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด เหมาะสำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รวมถึงรถ EV) มีกระแสชาร์จสูงสุด 5A สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2 – 110Ah (สำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม ควรเลือกใช้รุ่น LITHIUM XS หรือ CS ONE) เครื่องชาร์จ CTEK ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติแทบทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านช่าง
CTEK MXS 5.0 จะทำการชาร์จไฟจนถึง 80% ด้วยกระแสสูงสุด จากนั้นจะค่อยๆ ลดกระแสลงและตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% เพื่อป้องกันภาวะ Overcharge ทำให้สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้นานโดยไม่ส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การชาร์จสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การชาร์จผ่าน Power socket 12V ตำแหน่งที่วางเท้าฝั่งคนนั่ง ซึ่ง Porsche ได้ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และใช้งานง่าย CTEK MXS 5.0 คือคำตอบที่ครอบคลุมทุกความต้องการของคุณ ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์
ก้าวต่อไปของคุณในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตและยนตรกรรมชั้นเลิศ
สำหรับนักขับชาวไทยที่หลงใหลในความเร็วและความหรูหรา การก้าวขึ้นมาของแซนดี้ในฐานะนักแข่ง Audi Sport Asia คนแรกของไทย และการสำรวจโลกของ Porsche 911 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดในวงการมอเตอร์สปอร์ต หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือต้องการดูแลรักษายานยนต์สุดหรูของคุณให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม การเข้าร่วมกิจกรรม หรือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด.