Ferrari 499P: การกลับมาของตำนานไฮเปอร์คาร์บนเวที WEC สู่ยุคใหม่แห่งชัยชนะ
ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ชื่อที่คุ้นเคยอย่าง Ferrari ได้จุดประกายความตื่นเต้นอีกครั้งด้วยการเ
ปิดตัว Ferrari 499P ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ ที่ประกาศศักดาการกลับคืนสู่เวทีการแข่งขัน World Endurance Championship (WEC) ในระดับสูงสุด หลังจากห่างหายไปนานถึง 50 ปี นี่ไม่ใช่แค่การกลับมา แต่คือการประกาศกร้าวถึงความมุ่งมั่นที่จะทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง ด้วยการผสมผสานมรดกอันยาวนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย Ferrari 499P คือสัญลักษณ์แห่งวิสัยทัศน์ใหม่ที่มองไปสู่อนาคต
50 ปีแห่งการรอคอย: สู่คลาสสูงสุดของ World Endurance Championship
Ferrari 499P ไม่ได้เป็นเพียงชื่อรุ่น แต่คือการปลุกชีพประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของ “ม้าลำพอง” ชื่อรุ่นนี้สืบทอดธรรมเนียมของรถแข่งต้นแบบในอดีตที่ใช้ตัวอักษร ‘P’ นำหน้า ตามด้วยตัวเลขแสดงความจุเครื่องยนต์ทั้งหมด การกลับมาสู่รายการ WEC ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในอดีตที่เคยสร้างตำนานคว้าแชมป์โลกถึง 22 สมัย และชัยชนะ Overall ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ถึง 9 ครั้ง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การนำเอาวิศวกรรมและดีไซน์อันล้ำสมัยจากรถแข่งเหล่านี้ มาปรับใช้กับรถยนต์บนท้องถนน (Road Car) ในอนาคต
การปรากฏตัวของ 499P ในรายการ 1000 Miles of Sebring มาพร้อมกับลวดลายสีสันที่ถอดแบบมาจาก Ferrari 312P ในยุค 1970 ซึ่งถือเป็นรถแข่งที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากในยุคนั้น เพื่อตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ รถทั้งสองคันที่จะลงแข่งขันจะมาพร้อมกับหมายเลข 50 และ 51 ซึ่งเป็นหมายเลขที่มีประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะอันยาวนานของ Ferrari การประกาศรายชื่อนักขับอย่างเป็นทางการจะสร้างความคาดหวังให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก
Le Mans Hypercar: DNA แห่งชัยชนะที่ถูกปลุกขึ้นใหม่
ภายใต้กฎระเบียบใหม่ของ FIA (Fédération Internationale de l’Automobile) และ ACO (Automobile Club de l’Ouest) สำหรับคลาส Le Mans Hypercar (LMH) Ferrari ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง 499P คือผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นดังกล่าว ซึ่งยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Ferrari ที่มองว่าสนามแข่งคือสนามทดลองอุดมคติสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะนำไปสู่การผลิตรถยนต์บนท้องถนน การเข้าร่วมการแข่งขัน Endurance ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของ Ferrari ที่มีต่อกีฬามอเตอร์สปอร์ตประเภทนี้อย่างแท้จริง
Ferrari 499P ถูกสร้างขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางเทคนิคของคลาส LMH ซึ่งกำหนดให้ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด โดยมีกำลังสูงสุด 500 กิโลวัตต์ (ประมาณ 680 แรงม้า) และมีน้ำหนักขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,030 กิโลกรัม การสร้างสรรค์ 499P ต้องอาศัยทรัพยากรทางเทคนิค ความเชี่ยวชาญ และบุคลากรชั้นยอดจาก Maranello โดยทีม “Attività Sportive GT” ภายใต้การดูแลของ Antonello Coletta และ Ferdinando Cannizzo หัวหน้าฝ่ายเทคนิค รับผิดชอบเต็มที่ในด้านวิศวกรรม การพัฒนา และการแข่งขันรถ GT และรถสปอร์ต
หัวใจไฮบริดยุคใหม่: พลังที่เหนือกว่าทุกการคาดการณ์
หัวใจสำคัญของ Ferrari 499P คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดอันล้ำสมัยที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์วางกลางลำด้านหลัง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ของ 499P ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ในรถแข่ง GT รุ่นใหม่ โดยได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดโดยวิศวกรของ Ferrari เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดน้ำหนัก การออกแบบตำแหน่งเครื่องยนต์บนโครงสร้างรถก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรถ GT ของคู่แข่งที่ติดตั้งบนโครงสร้างรองรับช่วงล่างหลัง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือระบบ Energy Recovery System (ERS) ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 200 กิโลวัตต์ (ประมาณ 272 แรงม้า) มอเตอร์ไฟฟ้ามาพร้อมกับเฟืองท้ายในตัว และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูง 900 โวลท์ ที่ได้รับการพัฒนาโดยอ้างอิงประสบการณ์จากรถแข่ง Formula 1 แบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟกลับคืนได้โดยอัตโนมัติขณะถอนคันเร่งและการเบรก โดยไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งพลังงานภายนอกอื่นใด กำลังรวมสูงสุดของ 499P อยู่ที่ 500 กิโลวัตต์ (ประมาณ 680 แรงม้า) ทำงานร่วมกับเกียร์ซีเควนเชียล 7 จังหวะ มอบสมรรถนะที่น่าทึ่ง
ดีไซน์ที่พลิ้วไหว: สุนทรียศาสตร์แห่งอากาศพลศาสตร์
การออกแบบ Ferrari 499P เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ Ferrari Styling Centre นำโดย Flavio Manzoni ซึ่งเน้นการผสมผสานคุณสมบัติทางเทคนิคและอากาศพลศาสตร์เข้ากับรูปทรงที่เรียบง่ายและโค้งมน สะท้อนถึง DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari ได้อย่างชัดเจน ความสมดุลระหว่างเส้นสายที่เฉียบคมและพื้นผิวที่ลื่นไหล สร้างสรรค์ภาษาการออกแบบที่ล้ำยุคและโดดเด่น เป็นสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสำคัญ
ตัวถังของ 499P ถูกขัดเกลาจากพื้นผิวเรียบๆ ไปสู่ช่องอากาศและซุ้มล้อที่กลมกลืน กระแสอากาศไหลผ่านช่องด้านข้างเหนือห้องโดยสารเพื่อระบายความร้อนให้กับหม้อน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวถัง ซุ้มล้อดีไซน์เฉพาะตัวของ Ferrari โดดเด่นด้วยบานเกล็ดขนาดใหญ่ เพื่อลดแรงดันภายในโพรงซุ้มล้อ ด้านหน้าของรถได้รับการออกแบบใหม่ให้กลมกลืนกับชุดไฟหน้าที่เพิ่งเปิดตัวไปใน Ferrari Daytona SP3
ส่วนท้ายของรถ คือการหลอมรวมเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และการออกแบบอันล้ำเลิศ พื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์ที่พลิ้วไหวทำหน้าที่หลากหลาย และเปิดโล่งให้มองเห็นล้อและช่วงล่าง สปอยเลอร์หลังโดดเด่นด้วยปีกแนวนอนคู่ ซึ่งทั้งปีกหลักและแผ่นกั้นด้านบนถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้แรงกดตามต้องการและประสิทธิภาพสูงสุด ปีกด้านล่างมาพร้อมกับ “เส้นนำแสง” ที่เสริมให้ดีไซน์ด้านท้ายดูงดงามยิ่งขึ้น ช่องดักอากาศ 3 ช่องบริเวณด้านบนรถ ทำหน้าที่รับอากาศป้อนให้กับขุมพลัง V6 และส่งอากาศเย็นไปยังแบตเตอรี่และชุดเกียร์
เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย: ก้าวข้ามขีดจำกัดของมอเตอร์สปอร์ต
Ferrari 499P สร้างขึ้นบนแชสซีส์ Monocoque จากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง การจัดวางโครงสร้างปีกนกคู่ของช่วงล่างแบบ Push-rod มอบประสิทธิภาพการดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการเข้าโค้ง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในการแข่งขัน GT
ระบบเบรกของ 499P ก็มีความซับซ้อนไม่แพ้กัน โดยใช้ระบบ Brake-by-wire เพื่อให้สามารถนำพลังงานจลน์จากล้อหน้ากลับมาใช้ใหม่ขณะเบรกได้ ระบบนี้ได้รับการพัฒนาให้ผสานความแม่นยำ การตอบสนองที่รวดเร็ว ความเสถียรภาพ และความทนทาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในการแข่งขัน Endurance พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการเบรกที่ล้อหน้าจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่แรงดันสูง และส่งกลับไปยังล้อหน้าเมื่อต้องการกำลังเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกสนามแข่ง
ความร่วมมืออันแข็งแกร่ง: AF Corse พันธมิตรแห่งชัยชนะ
Ferrari 499P จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมช่างและวิศวกรจาก Maranello ร่วมกับ AF Corse ซึ่งยังคงเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งในการสร้างสรรค์ชัยชนะ ความร่วมมือนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2006 ในการแข่งขัน FIA GT กับรถแข่ง F430 GT2 ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะประเภททีมและผู้ผลิตได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เปิดตัว ความสำเร็จส่วนใหญ่ของ Ferrari ในการแข่งขัน GT ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จทั้งหมดในการแข่งขัน World Endurance Championship (WEC) ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2012 ล้วนเป็นผลมาจากความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง Ferrari และ AF Corse
มุมมองจากผู้นำ: วิสัยทัศน์สู่ชัยชนะ
John Elkann ประธานกรรมการบริหารของ Ferrari กล่าวว่า “499P คือเครื่องพิสูจน์ว่าเราได้กลับมาเพื่อทวงบัลลังก์แชมป์ในรายการ WEC อีกครั้ง การตัดสินใจของเราในการดำเนินโปรเจกต์นี้ คือการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนวัตกรรมและการพัฒนา ยึดมั่นในธรรมเนียมของเราที่มองว่าสนามแข่งคือภูมิประเทศอันสมบูรณ์แบบในการผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อส่งต่อไปยังรถยนต์บนท้องถนนของเรา เราเข้าสู่การแข่งขันนี้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ก็ตระหนักดีถึงประวัติศาสตร์ที่นำพาเราสู่ตำแหน่งแชมป์โลก Endurance ถึง 20 ครั้ง และชัยชนะ Overall ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ถึง 9 ครั้ง”
Antonello Coletta หัวหน้าทีม Ferrari Attività Sportive GT กล่าวเสริมว่า “499P คือความฝันที่เป็นจริง นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักในโปรเจกต์นี้มาตลอดสองปีที่ผ่านมา เราต้องการอุทิศผลงานนี้ให้กับประวัติศาสตร์ของเรา โดยการค้นคว้าข้อมูลที่สำคัญทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็กในอดีตที่เต็มไปด้วยความสำเร็จและชัยชนะ อย่างไรก็ตาม เรามองไปข้างหน้าเพื่อประกาศความมุ่งมั่นของเราต่อการแข่งขัน World Endurance Championship นี้ 499P คือรถต้นแบบที่แสดงถึงความแน่วแน่ที่แท้จริงของ Ferrari และเราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้เผยโฉมให้ลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ของเราได้เห็นในวันนี้”
Ferdinando Cannizzo หัวหน้าฝ่ายพัฒนารถแข่ง Ferrari GT ทิ้งท้ายว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผมและทุกคนในทีม เราทราบดีถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง เราได้ออกแบบและสร้างรถยนต์ที่แปลกใหม่และซับซ้อนในทุกมิติ ความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ ได้กระตุ้นให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน แบ่งปันข้อมูลกับทุกแผนกในบริษัทและพันธมิตรด้านเทคนิคของเรา การเริ่มต้นจากศูนย์คือแรงผลักดันที่อธิบายได้ยาก ในการค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรับประกันสมรรถนะและความเสถียรภาพของ 499P ตั้งแต่การทดสอบครั้งแรกจนถึงการแข่งขันแรก เราได้วางแผนโปรแกรมการพัฒนาที่เข้มข้นมาก ทั้งบนแท่นทดสอบและในสนามแข่ง จนได้ข้อมูลที่น่าสนใจกลับมา การวิเคราะห์ที่รอเราอยู่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงการทดสอบในสนามอื่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการปรับแต่งขั้นสุดท้ายและการผสานรวมระบบทั้งหมดเข้าด้วยกัน แน่นอนว่าเรายังมีระยะทางอีกมากที่ต้องทดสอบ แต่ทีมงานทุกคนยังคงตระหนักถึงความสำคัญของโปรเจกต์นี้ และจะยึดมั่นในความมุ่งมั่น ความหลงใหล ความเชี่ยวชาญ และความเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ต่อไป”
Ferrari 499P ไม่ใช่แค่รถแข่ง แต่คือสัญลักษณ์แห่งการกลับมา การผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสร้างสรรค์นิยามใหม่แห่งชัยชนะบนเวทีการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก
ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดไฮเปอร์คาร์
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดและประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Ferrari การปรากฏตัวของ 499P บนสนามแข่ง WEC คือการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื่นเต้น หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดไฮเปอร์คาร์ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โปรดติดตามข่าวสารล่าสุดจาก Ferrari และติดตามการแข่งขัน WEC ที่กำลังจะมาถึง แล้วคุณจะได้เห็นตำนานบทใหม่ถูกเขียนขึ้นต่อหน้าต่อตา
บทความโดย: นิธิ ท้วมประถม
อย่าพลาดทุกข้อมูล ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ รถใหม่ สกู๊ปพิเศษ ลองขับ อย่าลืมติดตามเราบน YouTube – auto lifethailand tv
สอบถามข้อมูลโฆษณา:
Project Manager (คุณแอม)
โทร. 089 533 5115
Email: autolifethailand@gmail.com
หรือ Inbox ผ่าน Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/autolifethailand.tv
รีวิวรถยนต์ | ข่าวแบรนด์รถยนต์ | ไลฟ์สไตล์ | รถใหม่