จาก Passion สู่ผลตอบแทนมหาศาล: 10 นักสะสมรถยนต์ระดับโลก ผู้พลิกความคลั่งไคล้ให้เป็นสมบัติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ที่หลงใหลในยานยนต์สุดหรู น้อยคนนักที่จะสามารถเปลี่ยนความรักและความหลงใหลในรถยนต์ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่มหาศาลได้อย่างแท้จริง การสะสมรถยนต์คลาสสิกหรือรถซูเปอร์คาร์ที่หายาก ไม่ได้เป็นเพียงการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อครอบครองวัตถุ แต่สำหรับนักสะสมตัวจริง มันคือการลงทุนที่อาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจในตลาด และบางครั้งก็รวมถึงโชค ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการยานยนต์และการลงทุน ผมได้เห็นมาแล้วมากมายว่า ความหลงใหลใน “เครื่องจักรแห่งความเร็ว” นี้ สามารถสร้างมูลค่าได้อย่างไร วันนี้ ผมจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกอันน่าทึ่งของนักสะสมรถยนต์ระดับโลก 10 ท่าน ที่ไม่ได้เพียงแค่สะสม แต่ยังสามารถทำกำไรจากการสะสมอันเป็นที่รักของพวกเขาได้อย่างน่าทึ่ง
หัวใจของการสะสม: มากกว่าแค่ยานพาหนะ คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับบุคคลสำคัญเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้นักสะสมบางคนประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดรถยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความผันผวนและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ความรู้เชิงลึก: การเข้าใจประวัติศาสตร์ของรถแต่ละรุ่น, จำนวนการผลิต, ความหายาก, สมรรถนะ, และความสำคัญทางวัฒนธรรม คือหัวใจสำคัญ การรู้ว่ารถคันไหนมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในอนาคต คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
การเข้าถึง: ความสัมพันธ์ในวงการ, การมีเครือข่ายกับผู้ประมูล, ดีลเลอร์, และนักสะสมคนอื่นๆ ช่วยให้สามารถเข้าถึงรถที่หายากได้ก่อนใคร
การบำรุงรักษาและบูรณะ: รถยนต์คลาสสิกต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถัน การซ่อมแซมโดยผู้เชี่ยวชาญ การใช้อะไหล่แท้ และการรักษาสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด คือสิ่งสำคัญที่จะคงหรือเพิ่มมูลค่า
จังหวะเวลา: การซื้อและขายในเวลาที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง ตลาดรถยนต์คลาสสิกมีการเปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจ, ความนิยม, และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ
Passion ที่ขับเคลื่อนการลงทุน: แม้ว่าการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ความรักและความผูกพันที่มีต่อรถแต่ละคัน ก็เป็นแรงผลักดันที่สำคัญ ซึ่งมักจะนำไปสู่การตัดสินใจที่รอบคอบและยั่งยืน
Rowan Atkinson: นักแสดงผู้ผันตัวเป็นนักลงทุน McLaren F1
ใครจะคาดคิดว่านักแสดงตลกชื่อดังชาวอังกฤษอย่าง Rowan Atkinson จะเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดในตลาดรถยนต์? Atkinson ซึ่งเป็นที่รู้จักจากบทบาท Mr. Bean ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ด้านการแสดง แต่ยังมีสายตาที่เฉียบคมในการเลือกรถยนต์ เขาเคยครอบครอง McLaren F1 คันที่ 64 จากทั้งหมด 107 คันทั่วโลก ซึ่งเขาซื้อมาในราคาประมาณ 640,000 ปอนด์ และขายออกไปในราคาถึง 8 ล้านปอนด์!
แม้ว่ารถคันนี้จะประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้ง ครั้งหลังสุดทำให้ต้องใช้เวลากว่าสองปีในการซ่อมแซม โดย McLaren Special Operations เข้ามาดูแลการบูรณะทั้งหมดด้วยมูลค่าราว 1 ล้านปอนด์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความแพงของรถรุ่นนี้ แต่ด้วยการซ่อมแซมที่ได้มาตรฐานสูงสุด ทำให้ McLaren F1 คันนี้ยังคงสภาพเหมือนใหม่ สามารถขายต่อได้ในราคาสูงลิ่ว แม้จะมีระยะทางวิ่งไปถึงประมาณ 41,000 ไมล์ (65,000 กิโลเมตร) Atkinson ไม่ได้มองรถเป็นเพียงเครื่องมือ แต่คือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล เขาเคยกล่าวชื่นชม McLaren F1 ว่าเป็นรถที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่อย่างแท้จริง ด้วยพื้นที่ภายในที่สะดวกสบาย แม้จะนั่งได้สามคน และยังสามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข ต่างจากซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ที่มักจะใหญ่เทอะทะและขาดพื้นที่ใช้สอย
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Aston Martin DB2 (€250,000), BMW 328 1939 (€220,000), Mercedes SLS AMG (€160,000), Aston Martin V8 Vantage Zagato (€130,000), Lancia Delta Integrale (€50,000)
Nicolas Cage: นักแสดงผู้ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย แต่รสนิยมไม่เป็นรอง
Nicolas Cage นักแสดงเจ้าบทบาทชาวอเมริกัน เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ถูกกล่าวขานถึงการใช้จ่ายที่หรูหราฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องภาษีในปี 2010 เขาได้ทุ่มเทเงินจำนวนมหาศาลไปกับการซื้อซูเปอร์คาร์แทบทุกรุ่นที่เคยผลิตมา รสนิยมของเขาอาจจะดูสุดโต่ง แต่ก็สะท้อนถึงความร่ำรวยและความกล้าที่จะตามหาของที่ต้องการ
Cage เคยเป็นเจ้าของ Bugatti Type 101C เพียง 6 คันทั่วโลกที่ผลิตในปี 1954 และรถ Ferrari 599 GTB ปี 2007 เกียร์ธรรมดาพร้อมออปชัน HGTE นอกจากนี้ เขายังมี Lamborghini Miura SVJ ที่เคยเป็นของอดีตกษัตริย์อิหร่าน ซึ่งเขาซื้อมาในราคาครึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1997 และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ความพิเศษของรถยนต์เหล่านี้บ่งบอกถึงความหลงใหลในรถสปอร์ตสุดคลาสสิกและหายาก
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Ferrari 250 GT California Spyder (€6,000,000), Bugatti T57C Atlante Coupe (€1,800,000), Lamborghini 350 GT (€600,000), Porsche 356 Pre-A Speedster (€400,000), Jaguar Type E Semi-lightweight (€250,000)
Nick Mason: มือกลอง Pink Floyd ผู้มองเห็นคุณค่าในรถแข่งระดับตำนาน
Nick Mason มือกลองจากวง Pink Floyd ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่ในวงการดนตรี แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม เขาคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ครอบครอง Ferrari 250 GTO หนึ่งในรถที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ซึ่งผลิตออกมาเพียง 36 คันในช่วงปี 1962-1964 Mason ซื้อรถคันนี้มาในปี 1977 ด้วยราคา 35,000 ปอนด์ ซึ่งในเวลานั้นเขาเองยังรู้สึกว่าเป็นการใช้เงินที่มากเกินไป แต่ใครจะคาดคิดว่าในปี 2016 ราคาของรถคันนี้จะพุ่งทะยานไปถึง 30 ล้านปอนด์!
แม้ว่าจะมีโอกาสทำกำไรมหาศาล Mason ก็ยังคงรักและเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี นอกจาก Ferrari 250 GTO แล้ว เขายังเป็นเจ้าของรถแข่งในตำนานอีกกว่า 40 คัน ที่เคยผ่านสนามแข่งขันมาแล้วมากมาย ซึ่งล้วนจัดเก็บอยู่ที่สนามบิน Royal Air Force ที่บ่งบอกถึงรสนิยมที่ไม่ธรรมดาของมือกลองผู้นี้
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Alfa Romeo 8C (€3,000,000), Bugatti 35B (ตัวที่ใช้แข่งจริง), Maserati 250F Birdcage (ตัวที่ใช้แข่งจริง), Ferrari 512S (ตัวที่ใช้แข่งจริง), Trabant 601 (€5,000)
Jay Leno: พิธีกรรายการดัง ผู้เปลี่ยนโรงจอดเครื่องบินให้เป็นพิพิธภัณฑ์รถยนต์
Jay Leno อดีตพิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกา เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความหลงใหลในรถยนต์อย่างลึกซึ้ง จนถึงขั้นมีรายการโทรทัศน์ของตัวเองอย่าง “Jay Leno’s Garage” เพื่อทดสอบรถยนต์คันโปรดของเขาเอง เขาครอบครองรถยนต์กว่า 130 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกราว 100 คัน ซึ่งเริ่มสะสมมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 รถทั้งหมดจอดอยู่ในโรงจอดเครื่องบินส่วนตัวขนาดใหญ่ที่เบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีทีมช่าง 4 คน คอยดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
Leno รักรถทุกคันที่เขาครอบครอง แต่ McLaren P1 คันนี้ ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริด 903 แรงม้า ถือเป็นลูกรักคันพิเศษของเขา เขาชื่นชมว่ามันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนไม่สามารถเลิกขับมันได้
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Lamborghini Miura (€1,500,000), Jaguar XJ 220 (€400,000), Lamborghini LM002 (€150,000), Mercedes 600 (€100,000), Citroën DS (€30,000)
Jerry Seinfeld: เจ้าพ่อ Porsche ผู้มีมากกว่า 40 คัน
Jerry Seinfeld นักแสดงตลกและพิธีกรชาวอเมริกัน มีความหลงใหลในรถยนต์ Porsche เป็นพิเศษ โดยครอบครองรุ่นต่างๆ มากกว่า 47 คัน คันแรกที่เขาซื้อคือ Porsche 911 และยังรวมถึงรุ่น Carrera GT และ 550 Spyder ปี 1955 ซึ่งเขาประมูลมาพร้อมกับรถอีก 17 คันในปี 2015 ด้วยมูลค่ารวมกว่า 22.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะ Porsche 550 Spyder คันเดียวมีมูลค่าถึง 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายการ “Comedians in Cars Getting Coffee” ที่เขาเป็นผู้ดำเนินรายการ ก็เป็นการแสดงความรักต่อรถยนต์ของเขาอย่างชัดเจน โดยเชิญคนดังมานั่งพูดคุยและให้สัมภาษณ์ภายในรถยนต์คอลเลกชันส่วนตัวของเขา
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Mercedes 300 SL (€1,000,000), Mazda Cosmo (€90,000), Dodge Charger Daytona (€50,000), Fiat 500 (€15,000) และ Porsche อีกมากมาย
Ralph Lauren: ดีไซเนอร์ผู้มองรถยนต์เป็นงานศิลปะ
Ralph Lauren ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เป็นเจ้าของคอลเลกชันรถยนต์สปอร์ตที่ติดอันดับต้นๆ ของโลก เขามีรถยนต์กว่า 70 คัน และเคยนำรถยนต์บางส่วนจากคอลเลกชันมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ แต่หากต้องเลือกคันที่ดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 คันนี้ ซึ่งผลิตออกมาเพียง 34 คันทั่วโลก
Lauren มองว่ารถยนต์เป็นงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งในด้านการออกแบบตัวถังและการพัฒนากลไกภายใน เขาให้ความสำคัญกับการใช้งานมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก เช่น ปีกโค้งที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพของเบรกหลัง เครื่องยนต์ V12 ความจุ 3 ลิตร สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 300 แรงม้า หากเขาตัดสินใจขาย Ferrari 250 Testa Rossa คันนี้ในปัจจุบัน เขาก็จะสามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคาของรถคันนี้ก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: McLaren F1 LM (€12,000,000), Ferrari 250 LM (€7,500,000), Ferrari 250 GT Berlinetta SWB (€6,000,000), Porsche 550 Spyder (€5,000,000), Jaguar XKSS (ตัวที่ใช้แข่งจริง)
Floyd Mayweather: นักมวยผู้ร่ำรวย ‘Money’ กับคอลเลกชัน Bugatti Veyron
Floyd Mayweather นักมวยระดับโลกผู้มีฉายาว่า “Money” เป็นหนึ่งในคนดังไม่กี่คนที่ไม่เน้นสะสมรถยนต์รุ่นวินเทจ แต่ชื่นชอบซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ เขาครอบครอง Bugatti Veyron EB 16/4 ถึงสามคัน ซึ่งแต่ละคันมีมูลค่ากว่า 2.3 ล้านยูโร และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กม./ชม. โรงจอดรถของเขาที่ลาสเวกัส ซึ่งมีชื่อว่า “Big Boy Mansion” มีพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร และยังเป็นบ้านของรถยนต์ยุโรปสีขาวอีกประมาณสิบคัน ทั้ง Ferrari, Porsche, Lamborghini, McLaren รวมถึง Rolls-Royce Phantom
Mayweather มักโพสต์ภาพรถยนต์หรูของเขาลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแคปชันที่บ่งบอกถึงความหรูหรา เช่น ภาพถ่ายกับรถ 9 คันจอดอยู่หน้าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมแคปชัน “Welcome to my world.”
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Ferrari Enzo (€1,200,000), Lamborghini Aventador (€300,000), McLaren 650S (€230,000), Porsche 911 Turbo Convertible (€150,000), Mercedes G-Class และ S-Class
Jay Kay: นักร้องนำ Jamiroquai กับความหลงใหลใน Ferrari
Jay Kay นักร้องนำวง Jamiroquai มีความหลงใหลในรถยนต์ Ferrari เป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ที่มีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์ เขาครอบครองรถยนต์ถึง 86 คัน มอเตอร์ไซค์ 19 คัน และรถแทร็กเตอร์อีก 1 คัน
ความหลงใหลในรถยนต์ของเขายังถูกนำมาใช้ในผลงานเพลงและอัลบั้มของเขาอยู่บ่อยครั้ง เช่น หน้าปกอัลบั้ม “Travelling Without Moving” ที่ล้อเลียนโลโก้ Ferrari หรือเพลง “Black Devil Car” ที่พูดถึง Ferrari Enzo สีดำคันโปรดของเขา เขายังเชื่อว่าการฟังเดโมเพลงทั้งหมดจะต้องทำบนรถเท่านั้น
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Maserati A6G Zagato (€1,500,000), Aston Martin DB6 Mark 1 Volante (€700,000), Rolls-Royce Phantom (€500,000), BMW 2002 Convertible Baur (€25,000)
Chris Evans: ดาราอังกฤษผู้ “เสพติด” รถยนต์
Chris Evans พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังชาวอังกฤษ ผู้เคยดำเนินรายการ “Top Gear” เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ “เสพติด” รถยนต์อย่างแท้จริง คอลเลกชันรถของเขายาวเหยียด รวมถึง Ferrari 250 GTO ปี 1963 ที่เขาซื้อมาในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า
Evans มักเลือกรถยนต์สีขาว และชื่นชอบแบรนด์รถสปอร์ตชั้นนำอย่าง Ferrari และ Porsche เขามีรถรุ่นเด็ดอย่าง 365 GTS/4 Daytona Spyder, 250 GT/L Lusso, Dino 246, TR61, 288 GTO และรุ่นร่วมสมัยอย่าง 458 Speciale
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Lamborghini Miura (€1,500,000), Aston Martin DB5 Convertible (€1,300,000), Ferrari F40 (€1,100,000), Lamborghini Diablo (€130,000), Jaguar Type E (€130,000)
Richard Mille: ผู้ผลิตนาฬิกาผู้หลงใหลใน Formula 1
Richard Mille ผู้ผลิตนาฬิกาหรูระดับโลก ใช้เวลาว่างกับการขับรถในฝันบนถนนเล็กๆ ในเบรอตาญ ฝรั่งเศส เขามีรถยนต์หลากหลายรุ่น รวมถึงรถอเมริกันที่ใช้แข่ง Formula 1 และรถในตำนานอย่าง Formula 1 BRM P160 ปี 1971
Mille เชื่อว่าการสะสมคือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เขาให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เราสะสม เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น และความหลงใหลนี้เองที่ผลักดันให้เขามองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
รถคันอื่นๆ ในครอบครอง: Ferrari 250 PF (€600,000), Jaguar Type E (€130,000), Lotus 33 (ตัวที่ใช้แข่งจริง), McLaren M2B (ตัวที่ใช้แข่งจริง), Porsche 917 (ตัวที่ใช้แข่งจริง)
บทสรุป: ความหลงใหลที่สร้างมูลค่ามหาศาล
เรื่องราวของนักสะสมรถยนต์ทั้ง 10 ท่านนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความหลงใหลในยานยนต์ ไม่ใช่เพียงแค่ความชอบส่วนตัว แต่สามารถกลายเป็น “การลงทุน” ที่สร้างผลตอบแทนที่น่าทึ่งได้ หากคุณมีความรู้ความเข้าใจในตลาด, มีวิสัยทัศน์, และที่สำคัญที่สุด คือมี “Passion” ที่แท้จริง
ตลาดรถยนต์คลาสสิกและซูเปอร์คาร์ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับนักลงทุนที่ชาญฉลาด หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของยานยนต์ และกำลังมองหาแนวทางการลงทุนที่แตกต่าง การศึกษาเรื่องราวของนักสะสมเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม
หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นการเดินทางในโลกแห่งยานยนต์สุดหรู หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในรถยนต์คลาสสิกและซูเปอร์คาร์ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อให้เราช่วยคุณค้นหา “สมบัติ” ชิ้นต่อไปที่รอคุณอยู่.

