มหาเศรษฐีผู้คลั่งไคล้รถยนต์: จากความหลงใหลสู่การลงทุนสุดปัง มูลค่าแตะหลักพันล้าน
ในโลกแห่งความหรูหราและสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด หลายครั้งที่ “ความหลงใหล” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “การลงทุน” อันมหาศาล และสำหรับนักสะสมรถยนต์ระดับโลก เหล่าคนดังที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงและธุรกิจ พวกเขาไม่ได้มองเพียงคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ หรือความตื่นเต้นในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังมองเห็นศักยภาพในการเติบโตของมูลค่าใน “ยานยนต์คลาสสิก” และ “ซูเปอร์คาร์” ที่หายาก ยิ่งไปกว่านั้น การบริหารจัดการคอลเลกชันรถยนต์ให้สร้างผลกำไรนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้สำเร็จ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกชีวิตและกลยุทธ์ของ 10 นักสะสมรถยนต์ชั้นนำของโลก ผู้ซึ่งเปลี่ยนความคลั่งไคล้ในรถยนต์ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่น่าทึ่ง
ในยุคที่ตลาด “รถยนต์หรูมือสอง” และ “รถยนต์คลาสสิกเพื่อการลงทุน” กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง การสะสมรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกสำหรับมหาเศรษฐีอีกต่อไป แต่กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ ผู้เชี่ยวชาญในวงการ “ตลาดรถยนต์สะสม” ต่างเห็นพ้องกันว่า รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หาได้ยาก และมีสภาพสมบูรณ์ มักจะมีการเติบโตของมูลค่าที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
โรวัน แอตกินสัน (Rowan Atkinson): “มิสเตอร์บีน” ผู้ชาญฉลาดในโลกยานยนต์
หลายคนอาจรู้จักเขาในบทบาท “มิสเตอร์บีน” ตัวละครสุดป่วน แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและท่าทางเปิ่นๆ ของ โรวัน แอตกินสัน คือนักสะสมรถยนต์ตัวยงผู้มีสายตาเฉียบคมในตลาด “รถสปอร์ตหายาก” ผลงานชิ้นโบว์แดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาคือ McLaren F1 ซึ่งเป็นรถที่ผลิตออกมาเพียง 107 คันทั่วโลก แอตกินสันซื้อรถคันนี้ในปี 1997 ด้วยราคาประมาณ 640,000 ปอนด์ และภายหลังขายออกไปในราคาถึง 8 ล้านปอนด์ แม้ว่ารถคันดังกล่าวจะเคยประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้ง และต้องเข้ารับการซ่อมแซมด้วยงบประมาณมหาศาลกว่า 1 ล้านปอนด์โดย McLaren เอง แต่สภาพที่เหมือนใหม่หลังการซ่อมแซมและการดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ ทำให้มูลค่าของรถคันนี้ยังคงสูงลิบลิ่ว
แอตกินสันไม่ได้มองรถเป็นเพียงวัตถุ แต่คือการลงทุนระยะยาว เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า McLaren F1 เป็นรถที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงการมองเห็นคุณค่าที่มากกว่าแค่สมรรถนะ เขาเลือกที่จะไม่สะสม Porsche เพราะไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในการเลือกสรร “รถยนต์สะสมมูลค่าสูง” ที่เข้ากับรสนิยมส่วนตัว
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Aston Martin DB2 (€250,000), BMW 328 1939 (€220,000), Mercedes SLS AMG (€160,000)
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage): นักแสดงเจ้าเสน่ห์กับความคลั่งไคล้รถยนต์สุดหรู
นิโคลัส เคจ เป็นอีกหนึ่งนักแสดงฮอลลีวูดที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นนักสะสมรถยนต์ที่มีรสนิยมสูง เขามีคอลเลกชัน “ซูเปอร์คาร์คลาสสิก” ที่น่าประทับใจหลายคัน หนึ่งในนั้นคือ Ferrari 599 GTB ปี 2007 ที่ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ HGTE เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการขับขี่ นอกจากนี้ เคจยังเป็นเจ้าของ Bugatti Type 101C ซึ่งเป็นรถที่ผลิตออกมาเพียง 6 คันทั่วโลก
รถยนต์ที่น่าจับตามองอีกคันในคอลเลกชันของเขาคือ Lamborghini Miura SVJ ที่เคยเป็นของอดีตกษัตริย์อิหร่าน เคจซื้อมาในราคาครึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1997 และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว การเลือกสะสมรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์และความพิเศษเฉพาะตัวเช่นนี้ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่งดงาม ทำให้เขาสามารถทำกำไรจากการขายรถบางคันได้อย่างมหาศาล
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Ferrari 250 GT California Spyder (€6,000,000), Bugatti T57C Atlante Coupe (€1,800,000), Lamborghini 350 GT (€600,000)
นิค เมสัน (Nick Mason): มือกลอง Pink Floyd ผู้พลิกความหลงใหลให้เป็นทรัพย์สิน
นิค เมสัน มือกลองระดับตำนานของวง Pink Floyd ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในวงการดนตรี แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาเป็นเจ้าของ Ferrari 250 GTO รถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกคันหนึ่ง ผลิตออกมาเพียง 36 คันในช่วงปี 1962-1964 เมสันซื้อรถคันนี้ในปี 1977 ด้วยราคา 35,000 ปอนด์ และในปี 2016 มูลค่าของมันพุ่งสูงถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์
เมสันมองว่ารถยนต์คือการลงทุนระยะยาวเช่นกัน เขาไม่ได้เร่งรีบขายรถคันใดคันหนึ่ง แต่เลือกที่จะรักษาและชื่นชมคุณค่าของมัน เขายังมีรถแข่งในตำนานอีกกว่า 40 คันที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความเข้าใจใน “สมบัติแห่งโลกยานยนต์” ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราว
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Alfa Romeo 8C (€3,000,000), Bugatti 35B (ตัวแข่ง), Maserati 250F Birdcage (ตัวแข่ง), Ferrari 512S (ตัวแข่ง), Trabant 601 (€5,000)
เจย์ เลโน (Jay Leno): พิธีกรขวัญใจชาวอเมริกันกับโรงเก็บรถระดับตำนาน
เจย์ เลโน พิธีกรและนักแสดงตลกชื่อดัง คืออีกหนึ่งบุคคลที่หลงใหลในรถยนต์อย่างแท้จริง เขาถึงกับมีรายการโทรทัศน์ของตัวเองอย่าง “Jay Leno’s Garage” เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับรถยนต์ เลโนมีคอลเลกชันรถยนต์กว่า 130 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกราว 100 คัน รถทุกคันจอดเก็บไว้ในโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการดูแลโดยทีมช่างมืออาชีพ 4 คน
McLaren P1 ถือเป็นรถคู่ใจของเลโน เขาชื่นชมในเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัยของรถคันนี้ ซึ่งให้กำลังถึง 903 แรงม้า เลโนไม่ได้มองรถเป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะและเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง การมีรถจำนวนมากและได้รับการดูแลอย่างดี ทำให้รถแต่ละคันพร้อมใช้งานเสมอ และสามารถขายทำกำไรได้ในอนาคตหากต้องการ
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Lamborghini Miura (€1,500,000), Jaguar XJ 220 (€400,000), Lamborghini LM002 (€150,000), Mercedes 600 (€100,000)
เจอร์รี ไซนเฟลด์ (Jerry Seinfeld): เทพเจ้า Porsche ผู้สร้างรายได้จากการสนทนา
เจอร์รี ไซนเฟลด์ นักแสดงตลกผู้โด่งดัง มีความหลงใหลในแบรนด์ Porsche เป็นพิเศษ เขามี Porsche สะสมมากถึง 47 คัน โดยคันแรกที่ซื้อคือ Porsche 911 เขาครอบครองรุ่น Carrera GT และ 550 Spyder รวมถึงรถ Volkswagen Beetle และ Combi ด้วย
รายการ “Comedians in Cars Getting Coffee” ของไซนเฟลด์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เขาแบ่งปันความรักในรถยนต์ให้กับผู้ชม โดยเขาเชิญคนดังมาพูดคุยกันบนรถยนต์คลาสสิกในคอลเลกชันของเขา การนำเสนอรถยนต์ในมุมมองที่น่าสนใจและสนุกสนาน ทำให้เขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรถยนต์สะสมของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Mercedes 300 SL (€1,000,000), Mazda Cosmo (€90,000), Dodge Charger Daytona (€50,000), Fiat 500 (€15,000)
ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren): ดีไซเนอร์ผู้มองรถยนต์คือศิลปะชั้นสูง
ราล์ฟ ลอเรน ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เป็นเจ้าของคอลเลกชันรถสปอร์ตที่น่าอิจฉาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีรถยนต์สะสมกว่า 70 คัน และเลือก 17 คันมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 คือหนึ่งในคันที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชันของเขา รถคันนี้ผลิตเพียง 34 คัน และได้รับการออกแบบโดยเน้นที่ประสิทธิภาพการใช้งานเป็นหลัก ลอเรนมองว่ารถยนต์คือ “งานศิลปะร่วมสมัย” ทั้งในด้านการออกแบบตัวถังและการพัฒนากลไกภายใน เขาขับรถทุกคันที่ครอบครอง และหากขาย Ferrari 250 TR คันนี้ในปัจจุบัน เขาสามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: McLaren F1 LM (€12,000,000), Ferrari 250 LM (€7,500,000), Ferrari 250 GT Berlinetta SWB (€6,000,000), Porsche 550 Spyder (€5,000,000)
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (Floyd Mayweather): “Money” ผู้ยิ่งใหญ่กับคอลเลกชัน Bugatti
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ นักมวยไร้พ่ายผู้ร่ำรวย ไม่ได้เน้นสะสมรถยนต์วินเทจ แต่เลือกที่จะครอบครอง “ไฮเปอร์คาร์” รุ่นใหม่ล่าสุด เขาเป็นเจ้าของ Bugatti Veyron EB 16/4 ถึงสามคัน แต่ละคันมีมูลค่ากว่า 2.3 ล้านยูโร และมีความเร็วสูงสุดถึง 400 กม./ชม. โรงจอดรถ “Big Boy Mansion” ของเขามีพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร รองรับรถยนต์หรูอีกมากมาย
เมย์เวทเธอร์มักโพสต์ภาพรถยนต์คันหรูของเขาบนโซเชียลมีเดีย เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “Money” ที่ประสบความสำเร็จทั้งในวงการกีฬาและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนใน “รถยนต์สมรรถนะสูง” ที่มีมูลค่าสูงลิบลิ่ว
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Ferrari Enzo (€1,200,000), Lamborghini Aventador (€300,000), McLaren 650S (€230,000), Porsche 911 Turbo Convertible (€150,000)
เจย์ เคย์ (Jay Kay): นักร้องนำ Jamiroquai กับความรักใน Ferrari สีสันจัดจ้าน
เจย์ เคย์ นักร้องนำวง Jamiroquai เป็นอีกหนึ่งนักสะสม “รถยนต์สปอร์ตคลาสสิก” ที่น่าสนใจ เขาเป็นเจ้าของ Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์ ความหลงใหลในรถยนต์ของเขายังสะท้อนผ่านผลงานเพลงของเขา เช่น อัลบั้ม “Travelling Without Moving” ที่มีปกอัลบั้มล้อเลียนโลโก้ Ferrari และเพลง “Black Devil Car” ที่กล่าวถึง Ferrari Enzo สีดำคันโปรด
เคย์ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจรถยนต์ว่า “ถ้าคุณมีเงินตั้งแต่ 10 – 15,000 ยูโร จงใช้มันไปกับอะไรบางอย่างที่จะเพิ่มมูลค่าในภายหลัง” ซึ่งเป็นแนวคิดการลงทุนที่ใช้ได้ผลจริงในตลาดรถยนต์สะสม
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Maserati A6G Zagato (€1,500,000), Aston Martin DB6 Mark1 Volante (€700,000), Rolls-Royce Phantom (€500,000), BMW 2002 Convertible Baur (€25,000)
คริส อีแวนส์ (Chris Evans): พิธีกร Top Gear ผู้หลงใหลใน Ferrari
คริส อีแวนส์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง “Top Gear” มีความรักในรถยนต์อย่างมาก เขาเป็นเจ้าของ Ferrari 250 GTO ปี 1963 ที่ซื้อมาในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสามเท่า เขายังเคยครอบครอง Ferrari 250 GT California Spyder ปี 1961 ซึ่งเป็นรถที่เขาซื้อมาด้วยราคาสูงถึง 8.9 ล้านยูโร แต่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เขาต้องรีบขายต่อในราคา 5.3 ล้านยูโร
อีแวนส์ชื่นชอบแบรนด์ Ferrari และ Porsche โดยมักเลือกสะสมรถยนต์สีขาว เขาเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการความเสี่ยงในตลาด “รถยนต์มูลค่าสูง” ซึ่งแม้จะมีโอกาสในการลงทุนที่สูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Lamborghini Miura (€1,500,000), Aston Martin DB5 Convertible (€1,300,000), Ferrari F40 (€1,100,000), Lamborghini Diablo (€130,000)
ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille): ช่างทำนาฬิกาผู้ให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ยานยนต์
ริชาร์ด มิลล์ ผู้ผลิตนาฬิกาหรูชื่อดัง ให้คุณค่ากับการสะสมรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์และการแข่งขัน เขาชื่นชอบรถยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Lancia Stratos ปี 1975 ไปจนถึง Porsche 910 และรถอเมริกันที่ใช้ในการแข่งขัน Formula 1
มิลล์กล่าวว่า “ยิ่งเรารุดหน้าไปเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เรายังไม่รู้มากมาย และมันก็ทำให้คุณตัดสินใจเลือกอะไรได้ดีขึ้น เสน่ห์ของการสะสมก็คือการที่เรายังคงอยากจะรู้ เกี่ยวกับสิ่งที่เราสะสมมากขึ้น” แนวคิดนี้สะท้อนถึงความเข้าใจในคุณค่าที่แท้จริงของ “รถยนต์คลาสสิกเพื่อการลงทุน” ที่ไม่ได้มองแค่ราคา แต่คือเรื่องราวและประวัติศาสตร์ที่ทำให้รถยนต์แต่ละคันมีเอกลักษณ์
คอลเลกชันเด่นอื่นๆ: Ferrari 250 PF (€600,000), Jaguar Type E (€130,000), Lotus 33 (ตัวแข่ง), McLaren M2B (ตัวแข่ง), Porsche 917 (ตัวแข่ง)
อนาคตของตลาดรถยนต์สะสม: โอกาสและการลงทุนที่น่าสนใจ
จากตัวอย่างของนักสะสมเหล่านี้ เราเห็นได้ชัดว่า “การลงทุนในรถยนต์คลาสสิก” ไม่ใช่แค่ความฝันของคนมีเงิน แต่คือกลยุทธ์การลงทุนที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และความอดทน หากคุณมีความหลงใหลในยานยนต์และมองหาโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ การศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญใน “ตลาดรถยนต์วินเทจ” คือก้าวแรกที่สำคัญ
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหา “โอกาสในการลงทุนรถยนต์” ที่มีศักยภาพ หรือต้องการที่ปรึกษาเกี่ยวกับ “การประเมินมูลค่ารถยนต์คลาสสิก” หรือ “การซื้อขายรถยนต์หายาก” อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ ตลาดรถยนต์สะสมกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการก้าวเข้าสู่โลกอันน่าตื่นเต้นนี้.

