จักรพรรดิแห่งยนตรกรรม: คอลเลกชันรถยนต์สุดหรู มูลค่ามหาศาล และการลงทุนที่พลิกชีวิต
ในโลกที่ความหลงใหลสามารถแปรเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่า และความเชี่ยวชาญสามารถสร้างผลกำไรอย่างมหาศาล มีบุคคลไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่สามารถเปลี่ยนความคลั่งไคล้ในยานยนต์คลาสสิกและรถยนต์สมรรถนะสูงให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งมูลค่า การเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หรือรถยนต์หายาก ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงออกถึงฐานะหรือรสนิยม แต่สำหรับนักสะสมตัวจริง พวกเขาคือผู้ที่มองเห็นศักยภาพในการลงทุนในทุกชิ้นส่วน ทุกเส้นสาย และทุกประวัติศาสตร์ที่รถแต่ละคันได้สร้างขึ้น บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกอันน่าทึ่งของนักสะสมรถยนต์ระดับโลก ที่ไม่เพียงแต่ครอบครองยานพาหนะที่สวยงามและทรงพลัง แต่ยังเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดในการสร้างรายได้จากความหลงใหลของตนเอง
การสร้างคอลเลกชันรถยนต์ที่ทรงคุณค่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รถยนต์ ตลาดซื้อขาย เทคนิคการบำรุงรักษา และที่สำคัญที่สุดคือวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณค่าในระยะยาว นักสะสมเหล่านี้คือผู้ที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า “รถยนต์คลาสสิก” หรือ “รถซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ” นั้นไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นเหมือนงานศิลปะที่มีชีวิต ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าขึ้นได้ตามกาลเวลาและสถานการณ์ตลาด ด้วยกลยุทธ์การซื้อ การเก็บรักษา และการขายที่ชาญฉลาด หลายคนสามารถสร้างผลกำไรจากการลงทุนในรถยนต์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หัวใจของการสะสม: มากกว่าความหลงใหล คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์
สำหรับหลายท่าน การเป็นเจ้าของรถยนต์หรูสักคันอาจเป็นความฝัน แต่สำหรับนักสะสมระดับโลกเหล่านี้ มันคือการลงทุนที่ต้องใช้ทั้งเงินทุน ความรู้ และความกล้าหาญในการตัดสินใจ การมองเห็นศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าของรถยนต์แต่ละคัน เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากนักเล่นรถทั่วไป พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ซื้อรถที่สวยงาม แต่เลือกซื้อรถที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ มีจำนวนจำกัด หรือเป็นรุ่นที่เป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ การตัดสินใจขายรถคันเก่าเพื่อนำเงินไปซื้อคันใหม่ที่เจ๋งกว่า หรือการยอมรับการเสื่อมราคาเพื่อแลกกับการได้ครอบครองรถในฝัน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเกมการลงทุนที่ซับซ้อนนี้
ในโลกของ การซื้อขายรถยนต์คลาสสิก และ รถยนต์หายาก มูลค่าของรถยนต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปีที่ผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประวัติการใช้งาน จำนวนที่ผลิต สภาพดั้งเดิม การปรับแต่ง หรือแม้กระทั่งชื่อเสียงของผู้เป็นเจ้าของก่อนหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อราคาซื้อขาย ทั้งในตลาดประมูล และการซื้อขายส่วนตัว
โรวัน แอทคินสัน (Rowan Atkinson): นักแสดงตลกผู้มองรถเป็นศิลปะและสินทรัพย์
เป็นที่ทราบกันดีว่า โรวัน แอทคินสัน นักแสดงตลกชาวอังกฤษผู้โด่งดัง ไม่ได้มีเพียงพรสวรรค์ด้านการแสดง แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ตัวยง ผู้ที่มีสายตาเฉียบคมในการมองเห็นคุณค่าของยานยนต์ เขาคือหนึ่งในบุคคลที่สามารถเปลี่ยนความหลงใหลในรถยนต์ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างงดงาม
รถยนต์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขามากที่สุด คงหนีไม่พ้น McLaren F1 ซึ่งเขาได้ครอบครองหนึ่งใน 107 คันที่ผลิตทั่วโลก การซื้อมาในราคา 640,000 ปอนด์ และขายไปในราคา 8 ล้านปอนด์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แม้รถคันดังกล่าวจะประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้ง และต้องใช้เงินซ่อมแซมกว่าหนึ่งล้านปอนด์โดย McLaren เอง แต่สภาพที่ได้รับการบูรณะจนเหมือนใหม่ ทำให้มูลค่าของมันยังคงพุ่งสูง การตัดสินใจลงทุนใน McLaren F1 ของแอทคินสัน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาด รถยนต์ซูเปอร์คาร์มือสอง และการมองเห็นคุณค่าของรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
แอทคินสัน แสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ว่า เขาไม่ได้มองว่ารถเป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นงานศิลปะที่มีความหมายและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม เขากล่าวว่า “รถซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ดูใหญ่เทอะทะ หนัก และแทบไม่มีที่ว่าง แต่ F1 คันเล็กนิดเดียว แต่นั่งได้ถึงสามคน ขับไปเที่ยวเล่นเป็นครอบครัว หรือแม้แต่นอนในรถก็ยังได้” มุมมองนี้สะท้อนถึงการให้คุณค่ากับ รถยนต์ที่ใช้งานได้จริง ควบคู่ไปกับสมรรถนะและประวัติศาสตร์
นอกจาก McLaren F1 แล้ว คอลเลกชันของเขายังประกอบด้วยรถยนต์หายากอื่นๆ เช่น Aston Martin DB2, BMW 328 ปี 1939, Mercedes SLS AMG, Aston Martin V8 Vantage Zagato และ Lancia Delta Integrale แสดงให้เห็นถึงรสนิยมที่หลากหลายและมุมมองที่กว้างไกลในวงการ รถยนต์คลาสสิกสำหรับนักสะสม
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage): การใช้จ่ายที่เกินขอบเขต แต่ก็แฝงด้วยศักยภาพการลงทุน
นักแสดงเจ้าบทบาทชาวอเมริกันอย่าง นิโคลัส เคจ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบุคคลที่มีความหลงใหลในรถยนต์อย่างแรงกล้า ซึ่งบางครั้งก็มาพร้อมกับการใช้จ่ายที่หวือหวา อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในพอร์ตฟอลิโอรถยนต์ของเขา จะพบว่าหลายคันเป็นรถที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแท้จริง
ก่อนที่จะประสบปัญหาด้านภาษีในปี 2010 เคจได้ทุ่มเทเงินจำนวนมหาศาลไปกับการซื้อรถสปอร์ตหรูหลายคัน เขาเป็นเจ้าของ Bugatti Type 101C ที่ผลิตเพียง 6 คันทั่วโลก, Ferrari 599 GTB พร้อมออปชันพิเศษ, Lamborghini Miura SVJ ที่เคยเป็นของกษัตริย์อิหร่าน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และ Porsche 911 2.7 RS รวมถึง Ferrari อีกหลายรุ่น
แม้ว่าการซื้อรถของเคจบางครั้งอาจดูเป็นการใช้จ่ายตามอารมณ์ แต่การที่เขาสามารถครอบครองรถยนต์อย่าง Ferrari 250 GT California Spyder ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านยูโร หรือ Bugatti T57C Atlante Coupe มูลค่า 1.8 ล้านยูโร บ่งบอกถึงการเข้าถึงรถยนต์ระดับ Supercar ระดับตำนาน ซึ่งในตลาด รถยนต์หายากระดับโลก ราคาของรถเหล่านี้มักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเสมอ การมีรถยนต์เหล่านี้ในครอบครอง ถือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงทนและมีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว
นิค เมสัน (Nick Mason): มือกลอง Pink Floyd กับคอลเลกชันมูลค่ากว่าพันล้าน
นิค เมสัน มือกลองแห่งวง Pink Floyd ไม่เพียงแต่เป็นตำนานแห่งวงการดนตรีร็อก แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ตัวยงที่มีความรู้และวิสัยทัศน์ที่น่าทึ่ง เขาเป็นเจ้าของ Ferrari 250 GTO หนึ่งในรถที่มีราคาสูงที่สุดในโลก ซึ่งเขาซื้อมาตั้งแต่ปี 1977 ในราคา 35,000 ปอนด์ และปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 36 ล้านยูโร การตัดสินใจซื้อ GTO คันนี้ในยุคสมัยนั้น แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสายตาที่มองขาดในการลงทุนใน รถยนต์แข่งคลาสสิก
เมสัน เปรียบเทียบการลงทุนใน Ferrari 250 GTO ว่าเป็นการตัดสินใจที่ “โง่” ในเวลานั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล เขาไม่เพียงแต่ครอบครอง GTO คันเดียว แต่ยังมีรถในตำนานอีกกว่า 40 คันที่เคยลงสนามแข่ง ซึ่งทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัว
คอลเลกชันของเมสันยังรวมถึงรถยนต์ที่หาได้ยากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น Alfa Romeo 8C, Bugatti 35B, Maserati 250F Birdcage, Ferrari 512S และแม้แต่ Trabant 601 ที่สะท้อนถึงความหลากหลายและความลึกซึ้งในความหลงใหลของเขา การมีรถที่ผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้วจำนวนมาก บ่งบอกถึงการเป็นนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับ ประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต และ รถยนต์สูตรหนึ่ง (F1) ซึ่งเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมากในตลาด
เจย์ เลโน (Jay Leno): ตำนานพิธีกรผู้มีโรงเก็บรถระดับพิพิธภัณฑ์
เจย์ เลโน พิธีกรและนักแสดงตลกชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักในวงกว้างถึงความหลงใหลในรถยนต์อย่างลึกซึ้ง จนถึงขั้นมีรายการโทรทัศน์ของตนเองชื่อ “Jay Leno’s Garage” เพื่อทดสอบและนำเสนอรถยนต์ในคอลเลกชันอันน่าทึ่งของเขา
เลโนเป็นเจ้าของรถยนต์ประมาณ 130 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกราว 100 คัน ซึ่งทั้งหมดจอดเก็บรักษาไว้อย่างดีในโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวขนาดใหญ่ในเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาจ้างช่างเทคนิคเต็มเวลา 4 คนเพื่อดูแลรักษารถทุกคันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
หนึ่งในรถยนต์ที่เป็นที่รักของเขาคือ McLaren P1 ซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง การที่เลโนกล่าวว่า “นี่คือการผสมผสานอันลงตัวของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผมเลิกขับรถคันนี้ไม่ได้จริงๆ” แสดงให้เห็นถึงความชื่นชมในนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของรถยนต์สมัยใหม่
คอลเลกชันของเลโนมีความหลากหลาย ตั้งแต่ Lamborghini Miura, Jaguar XJ220, Lamborghini LM002 ไปจนถึง Mercedes 600 และ Citroën DS ซึ่งบ่งบอกถึงความรักในรถยนต์ทุกรูปแบบ การที่เขายังคงสะสมและดูแลรักษารถยนต์เหล่านี้ด้วยความใส่ใจ สะท้อนให้เห็นถึงการมองรถยนต์เป็นมากกว่าวัตถุ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางอารมณ์และเศรษฐกิจ
เจอร์รี ไซน์เฟลด์ (Jerry Seinfeld): ราชาแห่ง Porsche กับความหลงใหลที่ไม่สิ้นสุด
นักแสดงตลกและพิธีกรชื่อดัง เจอร์รี ไซน์เฟลด์ มีความหลงใหลในแบรนด์ Porsche เป็นพิเศษ โดยเขาครอบครองรถยนต์ Porsche มากถึง 47 คัน! คันแรกที่เขาซื้อคือ Porsche 911 และเขายังมีรุ่น Carrera GT และ 550 Spyder รวมถึงรถยนต์คลาสสิกอื่นๆ อีกจำนวนมาก
ในปี 2015 ไซน์เฟลด์ได้ประมูลรถยนต์หลายคัน รวมถึง Porsche 550 Spyder ในราคารวมกว่า 22.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเฉพาะ 550 Spyder คันเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การที่เขาสามารถครอบครอง Porsche 550 Spyder ปี 1955 ถือเป็นการลงทุนในรถยนต์ที่เป็นตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
รายการโทรทัศน์ของเขา “Comedians in Cars Getting Coffee” ที่เชิญคนดังมาพูดคุยพร้อมนั่งรถยนต์ที่เขาเก็บสะสม ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความหลงใหลในยานยนต์ของเขา คอลเลกชันของเขายังมีรถอย่าง Mercedes 300 SL, Mazda Cosmo, Dodge Charger Daytona และ Fiat 500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบในรถยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รถสปอร์ตหรู ไปจนถึงรถยนต์ขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์
ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren): ดีไซเนอร์ผู้รังสรรค์คอลเลกชันรถยนต์ระดับศิลปะ
ราล์ฟ ลอเรน ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เป็นอีกหนึ่งผู้ที่สามารถผสมผสานความรักในงานศิลปะและการออกแบบเข้ากับความหลงใหลในรถยนต์ได้อย่างลงตัว เขามีคอลเลกชันรถยนต์สปอร์ตที่ใหญ่และมีคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์กว่า 70 คัน
หนึ่งในไฮไลท์ของคอลเลกชันคือ Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 ซึ่งผลิตออกมาเพียง 34 คัน เขาให้มุมมองที่น่าสนใจว่า รถยนต์เปรียบเสมือนงานศิลปะร่วมสมัย ที่ผสมผสานทั้งการออกแบบตัวถังและวิศวกรรมเครื่องกลเข้าไว้ด้วยกัน เขามองว่ารถยนต์ทุกคันที่เขาเป็นเจ้าของคือผลงานศิลปะที่เขาต้องการสัมผัสและขับเคลื่อนด้วยตนเอง
การที่เขาสามารถเลือก Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 เป็นรถคันโปรด สะท้อนให้เห็นถึงการให้คุณค่ากับ รถยนต์ Ferrari คลาสสิก ที่มีความพิเศษทั้งในด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ และประวัติศาสตร์ การที่เขากล่าวว่าหากขายรถคันนี้ในปัจจุบัน เขาจะสามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพในการลงทุนของรถยนต์เหล่านี้
คอลเลกชันของลอเรนยังรวมถึง McLaren F1 LM, Ferrari 250 LM, Ferrari 250 GT Berlinetta SWB, Porsche 550 Spyder และ Jaguar XKSS ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์ระดับตำนานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (Floyd Mayweather): “Money” กับอาณาจักร Supercar สีขาว
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ นักมวยชื่อดังระดับโลก ซึ่งมีฉายาว่า “Money” สมกับฐานะทางการเงิน เขาเป็นเจ้าของคอลเลกชันรถยนต์สุดหรูจำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Supercar สีขาว
จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือ Bugatti Veyron EB 16/4 จำนวนสามคัน ซึ่งแต่ละคันมีมูลค่ากว่า 2.3 ล้านยูโร และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กม./ชม. นอกจากนี้ เขายังมีรถยนต์ยุโรปหรูอื่นๆ อีกราวสิบคัน เช่น Ferrari, Porsche, Lamborghini, McLaren และ Rolls-Royce Phantom
การโพสต์ภาพรถยนต์ของเขาบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแคปชั่น “Welcome to my world.” เป็นการแสดงออกถึงความสำเร็จและความภาคภูมิใจในทรัพย์สินที่เขาสะสม การมีรถยนต์ Supercar หลายสิบคัน เป็นการลงทุนที่ชัดเจนในตลาด รถยนต์สมรรถนะสูง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรุ่นที่มีจำนวนจำกัดหรือมีประวัติที่น่าสนใจ
เจย์ เคย์ (Jay Kay): นักร้องผู้มีรถยนต์เป็นแรงบันดาลใจ
เจย์ เคย์ นักร้องนำวง Jamiroquai เป็นอีกหนึ่งนักดนตรีที่ใช้ความหลงใหลในรถยนต์เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของเขา เขามีคอลเลกชันรถยนต์ที่น่าประทับใจ ซึ่งรวมถึง Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ที่มีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์
เขาครอบครองรถยนต์ถึง 86 คัน มอเตอร์ไซค์ 19 คัน และรถแทร็กเตอร์อีก 1 คัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความลึกซึ้งในความสนใจของเขา การที่เขาต้องฟังเดโมเพลงของเขาบนรถยนต์เท่านั้น และใช้รถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของหน้าปกอัลบั้มหรือมิวสิกวิดีโอ ยิ่งตอกย้ำว่ารถยนต์ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและอาชีพของเขา
นอกจาก Ferrari 275 GTB/4 แล้ว เขายังมี Porsche 911 2.7 RS สีม่วง และ Mercedes 300 SL Roadster ที่มีประวัติการใช้งานน้อยมาก การให้คำแนะนำสำหรับคอรถยนต์ว่า “ถ้าคุณมีเงินตั้งแต่ 10 – 15,000 ยูโร จงใช้มันไปกับอะไรบางอย่างที่จะเพิ่มมูลค่าในภายหลัง” ชี้ให้เห็นถึงหลักการลงทุนที่ชาญฉลาดของเขา
คริส อีแวนส์ (Chris Evans): พิธีกรรายการดัง ผู้มี Ferrari เป็นหัวใจหลัก
คริส อีแวนส์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังชาวอังกฤษ ผู้เคยดำเนินรายการ “Top Gear” เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ “เสพติดรถยนต์” อย่างแท้จริง เขามีคอลเลกชันรถยนต์ที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ferrari
รถยนต์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในคอลเลกชันของเขาคือ Ferrari 250 GTO ปี 1963 ซึ่งเขาซื้อมาในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า การเป็นเจ้าของ GTO คันนี้ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
อีแวนส์ยังเคยมีประสบการณ์ในการซื้อขาย Ferrari 250 GT California Spyder ปี 1961 ที่เขาซื้อมาในราคา 8.9 ล้านยูโร แต่ประสบอุบัติเหตุและขายต่อในราคา 5.3 ล้านยูโร เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุนในรถยนต์ แต่ก็ไม่ลดทอนความหลงใหลของเขาที่มีต่อแบรนด์ Ferrari และ Porsche
คอลเลกชันของเขาประกอบด้วย Ferrari รุ่นสำคัญๆ มากมาย เช่น 365 GTS/4 Daytona Spyder, 250 GT/L Lusso, Dino 246, TR61, 288 GTO รวมถึงรุ่นร่วมสมัยอย่าง 458 Speciale
ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille): ผู้สร้างสรรค์นาฬิกาหรู และนักสะสมรถยนต์ Formula 1
ริชาร์ด มิลล์ ผู้ผลิตนาฬิกาหรูชื่อดังระดับโลก ไม่เพียงแต่มีความเชี่ยวชาญในโลกแห่งเวลา แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ที่มีรสนิยมโดดเด่น เขาชื่นชอบการขับรถยนต์ในวันหยุดพักผ่อนบนถนนเล็กๆ ในเบรอตาญ โดยมักเลือก Lancia Stratos ปี 1975 หรือ Porsche 910
รถยนต์ที่เขาสะสมมีความหลากหลาย รวมถึงรถอเมริกันที่ใช้แข่ง Formula 1 ในอดีต มิลล์ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า “ยิ่งเรารุดหน้าไปเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เรายังไม่รู้มากมายและมันก็ทำให้คุณตัดสินใจเลือกอะไรได้ดีขึ้น เสน่ห์ของการสะสมก็คือการที่เรายังคงอยากจะรู้ เกี่ยวกับสิ่งที่เราสะสมมากขึ้น” มุมมองนี้แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งในกระบวนการสะสม ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การครอบครอง แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์
คอลเลกชันของเขายังมี Ferrari 250 PF, Jaguar Type E, Lotus 33, McLaren M2B และ Porsche 917 ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต การเป็นเจ้าของรถยนต์ Formula 1 ที่ใช้ในการแข่งขันจริงเหล่านี้ ถือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม รถยนต์แข่งสูตรหนึ่ง
อนาคตของตลาดรถยนต์คลาสสิกและการลงทุน
ตลาด รถยนต์คลาสสิกและการลงทุน ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถยนต์หายากมูลค่าสูง และ รถยนต์ Supercar รุ่นพิเศษ นักลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจในการสะสมรถยนต์เป็นสินทรัพย์ทางเลือก เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และยังเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางอารมณ์
สำหรับผู้ที่สนใจในวงการนี้ การศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับ ประวัติรถยนต์, ตลาดซื้อขายรถยนต์คลาสสิก, การประเมินราคารถยนต์โบราณ, และ การลงทุนในรถยนต์หายาก เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การเข้าร่วมงานประมูลรถยนต์, การศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ, และการเข้าร่วมสโมสรรถยนต์คลาสสิก ก็เป็นอีกหนทางที่จะเพิ่มพูนความรู้และสร้างเครือข่ายในวงการนี้
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนที่น่าตื่นเต้นและมีศักยภาพในการสร้างผลกำไร การสำรวจโลกของ รถยนต์คลาสสิกสำหรับนักลงทุน และ รถยนต์ Supercar หายาก อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะเปลี่ยนความหลงใหลของคุณให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่า
การลงทุนในรถยนต์ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อหาสิ่งของ แต่เป็นการลงทุนในประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิศวกรรม หากคุณมีความเข้าใจ ความหลงใหล และกลยุทธ์ที่ถูกต้อง โลกของยานยนต์คลาสสิกอาจเป็นประตูสู่ความมั่งคั่งที่คุณคาดไม่ถึง

