ศิลปะแห่งเครื่องจักร: ยอดนักสะสมรถยนต์ระดับโลกผู้พลิกความหลงใหลสู่อาณาจักรมูลค่า
ในโลกที่ความคลั่งไคล้บางครั้งก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นขุมทรัพย์อันมหาศาลได้ วงการยานยนต์คลาสสิกและรถยนต์ซูเปอร์คาร์หายาก คือสมรภูมิที่เหล่าเศรษฐีและผู้มีรสนิยมสูงได้แสดงศักยภาพในการเปลี่ยนความหลงใหลส่วนตัวให้กลายเป็นผลตอบแทนที่น่าทึ่ง การลงทุนในรถยนต์คลาสสิก ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อหาวัตถุเพื่อความพึงพอใจทางสุนทรียะ แต่หากมองด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ มันคือการหยั่งรู้ถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะการออกแบบ และศักยภาพในการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ “การลงทุนในรถยนต์คลาสสิก” กลายเป็นคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในหมู่นักสะสม และ “มูลค่ารถยนต์โบราณ” มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์หลายครั้ง ที่ซึ่งรถยนต์ธรรมดาคันหนึ่ง สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกโลกอันน่าทึ่งของนักสะสมรถยนต์ระดับโลก ที่ไม่เพียงแต่ครอบครองยานพาหนะที่สวยงามและทรงพลัง แต่ยังสามารถบริหารจัดการและสร้างผลกำไรจากคอลเลกชันของพวกเขาได้อย่างน่าทึ่ง เราจะสำรวจแนวคิด กลยุทธ์ และตัวอย่างจริงของบุคคลที่เปลี่ยนความหลงใหลใน “รถยนต์หายาก” และ “รถซูเปอร์คาร์” ให้กลายเป็นอาณาจักรมูลค่า ควบคู่ไปกับการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของ “รถยนต์วินเทจ”
มากกว่าความรัก: การมองรถยนต์ในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทน
หลายคนอาจมองว่าการสะสมรถยนต์หรูหรือรถยนต์คลาสสิกเป็นเพียงการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่สำหรับนักสะสมตัวจริง โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้ง รถยนต์เหล่านี้คือสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างงดงาม “การลงทุนในรถหรู” นั้นมีความซับซ้อนกว่าการซื้อหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เพราะต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดที่แม่นยำ
แนวคิดหลักของการทำกำไรจากการสะสมรถยนต์ คือการมองเห็นศักยภาพของรถยนต์แต่ละคัน ตั้งแต่แง่มุมของการผลิต จำนวนจำกัด ความหายาก ประวัติความเป็นมาของผู้ครอบครองเดิม ไปจนถึงสภาพของตัวรถและประวัติการซ่อมบำรุง นักสะสมชั้นนำจะมองหา “รถยนต์ที่กำลังจะมีมูลค่า” (Emerging value cars) หรือ “รถยนต์ลงทุน” (Investment cars) ที่มีแนวโน้มราคาจะสูงขึ้นในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ที่ “แพง” ณ ปัจจุบัน
โรวัน แอทคินสัน: นักแสดงอารมณ์ดีกับ McLaren F1 ที่มีมูลค่ามหาศาล
หากพูดถึงนักแสดงตลกชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ชื่อของ โรวัน แอทคินสัน (Rowan Atkinson) ย่อมเป็นที่จดจำ เขาไม่เพียงแต่เป็นที่รักจากบทบาท Mr. Bean แต่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักสะสมรถยนต์ตัวยงที่มีความเข้าใจในคุณค่าของยานยนต์อย่างลึกซึ้ง คอลเลกชันของเขาประกอบด้วยรถยนต์หายากและมีมูลค่าสูงหลายคัน แต่คันที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดคือ McLaren F1
แอทคินสัน ซื้อ McLaren F1 คันที่ 64 จากทั้งหมด 107 คันทั่วโลก ในราคาประมาณ 640,000 ปอนด์ และต่อมาได้ขายไปในราคาถึง 8 ล้านปอนด์ สร้างกำไรกว่า 12 เท่า! สิ่งที่น่าสนใจคือ รถคันนี้ประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้ง ครั้งที่สองทำให้รถต้องใช้เวลาซ่อมนานกว่าสองปี โดย McLaren Special Operations เป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อมแซมที่สูงถึงหนึ่งล้านปอนด์ เนื่องจากไม่มีบริษัทประกันใดสามารถรับภาระได้ การซ่อมแซมที่พิถีพิถันนี้เองที่ทำให้รถคันดังกล่าวกลับมาอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ แม้จะผ่านการใช้งานมาแล้วกว่า 41,000 ไมล์ (ประมาณ 65,000 กิโลเมตร)
แอทคินสัน ให้ทัศนะเกี่ยวกับ McLaren F1 ว่าเป็นรถที่ “สร้างสรรค์ด้วยจินตนาการและเข้าใจผู้ใช้รถ” โดยเปรียบเทียบกับซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ที่มักมีขนาดใหญ่เทอะทะและไม่สะดวกสบาย F1 คันเล็กแต่สามารถนั่งได้ถึงสามคน และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางไกล การที่เขามองรถยนต์เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็น “การลงทุน” แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่านักสะสมทั่วไป นอกจากนี้ เขายังกล่าวอย่างชัดเจนว่า เขาจะไม่ซื้อ Porsche เนื่องจากไม่ตรงกับสไตล์ของเขา ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในรสนิยมส่วนตัวและการเลือกสรรที่เจาะจง
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Aston Martin DB2 (€250,000), BMW 328 1939 (€220,000), Mercedes SLS AMG (€160,000), Aston Martin V8 Vantage Zagato (€130,000), Lancia Delta Integrale (€50,000)
นิโคลัส เคจ: มหากาพย์แห่งการใช้จ่ายและความคลั่งไคล้ใน Ferrari Enzo
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ มีชื่อเสียงในด้านการใช้จ่ายอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์หรู เคจเคยครอบครองรถสปอร์ตหลากหลายรุ่น และบางคันก็มีมูลค่ามหาศาล แม้ว่าการบริหารจัดการทางการเงินของเขาอาจเป็นที่ถกเถียง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีรสนิยมที่ยอดเยี่ยมในการเลือกสรรยานยนต์
หนึ่งในรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชันของเขาคือ Ferrari Enzo ซึ่งมีมูลค่าสูงมากในตลาด “ราคาซื้อขายรถ Ferrari Enzo” มักผันผวนตามสภาพและความหายาก เคจยังเคยเป็นเจ้าของ Bugatti Type 101C ที่ผลิตเพียงหกคันทั่วโลก รวมถึง Lamborghini Miura SVJ ที่เคยเป็นของกษัตริย์อิหร่านมาก่อน ซึ่งราคาซื้อขายของรถคันนี้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจากราคาเดิมที่เขาซื้อในปี 1997
แม้ว่าเคจอาจไม่ได้เน้นการทำกำไรจากการขายรถ แต่การสะสมรถยนต์ระดับตำนานของเขา ก็สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งที่ดีที่สุดในโลกยานยนต์ การครอบครองรถยนต์หายากเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงออกถึงฐานะ แต่เป็นการเข้าถึงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตและเทคโนโลยี
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Ferrari 250 GT California Spyder (€6,000,000), Bugatti T57C Atlante Coupe (€1,800,000), Lamborghini 350 GT (€600,000), Porsche 356 Pre-A Speedster (€400,000), Jaguar Type E Semi-lightweight (€250,000)
นิค เมสัน: มือกลองแห่ง Pink Floyd กับ Ferrari GTO อันเป็นตำนาน
นิค เมสัน (Nick Mason) มือกลองระดับตำนานของวง Pink Floyd คือหนึ่งในนักสะสมรถยนต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลก เขาไม่เพียงแต่มีความเข้าใจในศิลปะดนตรี แต่ยังมีความหลงใหลและความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในโลกของรถยนต์คลาสสิกและรถแข่ง
รถยนต์ที่เป็นเหมือน “หัวใจ” ของคอลเลกชันเมสัน คือ Ferrari 250 GTO ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่หายากและมีมูลค่ามากที่สุดในโลก เมสันครอบครองรถคันนี้มาตั้งแต่ปี 1977 ในราคา 35,000 ปอนด์ ซึ่งในขณะนั้นเขาเองก็รู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่สูง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2016 ราคาของรถคันนี้ได้พุ่งสูงถึง 30 ล้านปอนด์! นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการ “ลงทุนระยะยาวในรถยนต์คลาสสิก” ที่ให้ผลตอบแทนแบบทวีคูณ
เมสันมีรถยนต์คลาสสิกและรถแข่งในครอบครองมากกว่า 40 คัน โดยบางส่วนจัดแสดงอยู่ที่สนามบิน Royal Air Force ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงจังและความทุ่มเทของเขาในฐานะนักสะสม เขาไม่ได้มองรถเป็นเพียงของสะสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ต้องการการดูแลรักษาและอนุรักษ์
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Alfa Romeo 8C (€3,000,000), Bugatti 35B (รถแข่ง), Maserati 250F Birdcage (รถแข่ง), Ferrari 512S (รถแข่ง), Trabant 601 (€5,000)
เจย์ เลโน: พิธีกรขวัญใจมหาชนกับ “Jay Leno’s Garage”
เจย์ เลโน (Jay Leno) พิธีกรและนักแสดงตลกชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักกันดีในวงการยานยนต์จากรายการ “Jay Leno’s Garage” ซึ่งเขาได้แสดงความหลงใหลและความรู้เกี่ยวกับรถยนต์อย่างไม่ปิดบัง เลโนสะสมรถยนต์กว่า 130 คัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 100 คัน โดยจอดเก็บรักษาไว้ในโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัว
สิ่งที่ทำให้เลโนโดดเด่นคือวิธีการดูแลรักษารถของเขา เขาจ้างช่างฝีมือดี 4 คนให้ดูแลรถทุกคันอย่างใกล้ชิด ทำให้รถทุกคันพร้อมใช้งานตลอดเวลา เลโนไม่ได้มองรถในคอลเลกชันของเขาเป็นเพียงสิ่งของ แต่เป็น “เพื่อน” ที่เขาต้องการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
หนึ่งในรถยนต์ที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษคือ McLaren P1 ซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่ให้กำลังสูงถึง 903 แรงม้า เลโนกล่าวว่า “นี่คือการผสมผสานอันลงตัวของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผมเลิกขับรถคันนี้ไม่ได้จริงๆ” การที่เขาสามารถให้คุณค่าและความสำคัญกับรถยนต์แต่ละคัน แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเข้าใจในสมรรถนะและเทคโนโลยีของยานยนต์
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Lamborghini Miura (€1,500,000), Jaguar XJ 220 (€400,000), Lamborghini LM002 (€150,000), Mercedes 600 (€100,000), Citroën DS (€30,000)
เจอร์รี ไซนเฟลด์: เทพแห่ง Porsche 550 Spyder
เจอร์รี ไซนเฟลด์ (Jerry Seinfeld) นักแสดงตลกและพิธีกรชื่อดัง มีความหลงใหลในรถยนต์ Porsche เป็นพิเศษ เขาครอบครองรถ Porsche มากถึง 47 คัน! คันแรกที่เขาซื้อคือ Porsche 911 และเขายังมีรุ่น Carrera GT และ Porsche 550 Spyder ปี 1955 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง
ในปี 2015 ไซนเฟลด์ได้ประมูลรถยนต์หลายคัน รวมถึง Porsche 550 Spyder ในราคารวมกว่า 22.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Porsche 550 Spyder คันเดียวมีมูลค่าถึง 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การประมูล “รถยนต์คลาสสิกหายาก” เช่นนี้ เป็นการยืนยันถึงความต้องการและมูลค่าที่สูงของรถยนต์เหล่านี้ในตลาด
รายการ “Comedians in Cars Getting Coffee” ของไซนเฟลด์ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เขาได้แสดงความรักและความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ โดยเชิญแขกรับเชิญคนดังมาพูดคุยกันบนรถยนต์คลาสสิกในคอลเลกชันของเขา ซึ่งช่วยเผยแพร่ความน่าสนใจของ “รถยนต์โบราณ” ให้แก่สาธารณชน
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Mercedes 300 SL (€1,000,000), Mazda Cosmo (€90,000), Dodge Charger Daytona (€50,000), Fiat 500 (€15,000) และ Porsche อีกมากมาย
ราล์ฟ ลอเรน: ดีไซเนอร์ผู้รังสรรค์คอลเลกชันรถยนต์ราวกับงานศิลปะ
ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่น แต่ยังเป็นเจ้าของคอลเลกชันรถยนต์สปอร์ตที่ได้รับการยอมรับว่าติดอันดับต้นๆ ของโลก คอลเลกชันของเขามีรถยนต์กว่า 70 คัน ซึ่งแต่ละคันล้วนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ
หนึ่งในรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือ Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 ซึ่งผลิตออกมาเพียง 34 คันเท่านั้น การที่เขาสามารถเลือกเพียงหนึ่งคันจากรถจำนวนมหาศาลนี้ แสดงให้เห็นถึงการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เขาเปรียบเทียบรถยนต์กับ “งานศิลปะร่วมสมัย” ทั้งในด้านการออกแบบตัวถังและวิศวกรรมเครื่องยนต์
ลอเรนกล่าวว่าเขาขับรถทุกคันที่เขาเป็นเจ้าของ ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพและความผูกพันที่เขามีต่อยานยนต์เหล่านั้น หากเขาตัดสินใจขาย Ferrari 250 Testa Rossa คันนี้ในปัจจุบัน เขาก็สามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของ “มูลค่ารถยนต์หายาก”
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: McLaren F1 LM (€12,000,000), Ferrari 250 LM (€7,500,000), Ferrari 250 GT Berlinetta SWB (€6,000,000), Porsche 550 Spyder (€5,000,000), Jaguar XKSS (รถแข่ง)
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์: “Money” กับขุมทรัพย์ Bugatti Veyron สามคัน
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (Floyd Mayweather) อดีตนักมวยระดับโลกผู้มีฉายาว่า “Money” เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงจากการครอบครองรถยนต์หรูจำนวนมาก โรงจอดรถส่วนตัวของเขา “Big Boy Mansion” ในลาสเวกัส มีขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร และเป็นที่อยู่ของ Bugatti Veyron ถึงสามคัน ซึ่งแต่ละคันมีมูลค่ากว่า 2.3 ล้านยูโร และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กม./ชม.
เมย์เวทเธอร์ไม่ได้เน้นสะสมรถยนต์วินเทจ แต่เน้นรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงและหรูหรา คอลเลกชันของเขายังประกอบด้วยรถยนต์จากแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น Ferrari, Porsche, Lamborghini, McLaren และ Rolls-Royce Phantom การโพสต์ภาพรถยนต์ของเขาลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแคปชั่น “Welcome to my world.” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความมั่งคั่งและความสำเร็จ
การครอบครอง Bugatti Veyron จำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าถึงและซื้อขาย “รถยนต์ซูเปอร์คาร์ราคาแพง” ที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องการเงินลงทุนสูงและมีการแข่งขันที่น่าสนใจ
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Ferrari Enzo (€1,200,000), Lamborghini Aventador (€300,000), McLaren 650S (€230,000), Porsche 911 Turbo Convertible (€150,000), Mercedes G-Class และ S-Class อีกมากมาย
เจย์ เคย์: นักร้องนำ Jamiroquai กับ Ferrari 275 GTB/4 อันทรงเสน่ห์
เจย์ เคย์ (Jay Kay) นักร้องนำวง Jamiroquai เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความหลงใหลอย่างแรงกล้าในรถยนต์คลาสสิก เขาครอบครองรถยนต์ถึง 86 คัน รถจักรยานยนต์ 19 คัน และรถแทร็กเตอร์อีก 1 คัน
รถยนต์ที่โดดเด่นในคอลเลกชันของเขาคือ Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์ ความหลงใหลในรถยนต์ของเขาปรากฏชัดในผลงานเพลงและปกอัลบั้ม เช่น อัลบั้ม “Travelling Without Moving” ที่มีปกเลียนแบบโลโก้ Ferrari หรือเพลง “Black Devil Car” ที่กล่าวถึง Ferrari Enzo สีดำคู่ใจ
เจย์ เคย์ ให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในรถยนต์ว่า “ถ้าคุณมีเงินตั้งแต่ 10 – 15,000 ยูโร จงใช้มันไปกับอะไรบางอย่างที่จะเพิ่มมูลค่าในภายหลัง” คำแนะนำนี้สะท้อนถึงหลักการสำคัญของการ “ซื้อรถยนต์เพื่อการลงทุน” คือการเลือกสรรอย่างชาญฉลาดเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอนาคต
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Maserati A6G Zagato (€1,500,000), Aston Martin DB6 Mark1 Volante (€700,000), Rolls-Royce Phantom (€500,000), BMW 2002 Convertible Baur (€25,000)
คริส อีแวนส์: นักแสดงดาวรุ่งกับ Ferrari 250 GTO ที่มูลค่าพุ่งกระฉูด
คริส อีแวนส์ (Chris Evans) ดารานำจากฝั่งอังกฤษ ผู้เคยดำเนินรายการ “Top Gear” เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่ “เสพติดรถยนต์” อย่างแท้จริง เขามีรายชื่อรถยนต์ในคลังที่ยาวเหยียด รวมถึงรถยนต์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาอย่าง Ferrari 250 GTO ปี 1963
อีแวนส์ซื้อ Ferrari 250 GTO ในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และมูลค่าของรถคันนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการ “ทำกำไรจากรถยนต์คลาสสิก” เขาเคยประสบอุบัติเหตุกับ Ferrari 250 GT California Spyder ปี 1961 ซึ่งซื้อมาในราคา 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายต่อไปในราคา 5.3 ล้านยูโรหลังเกิดเหตุการณ์นั้นไม่นาน
อีแวนส์ชื่นชอบรถยนต์แบรนด์ Ferrari และ Porsche และมักจะเลือกรถสะสมในโทนสีขาว ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมที่ชัดเจนของเขา
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Lamborghini Miura (€1,500,000), Aston Martin DB5 Convertible (€1,300,000), Ferrari F40 (€1,100,000), Lamborghini Diablo (€130,000), Jaguar Type E (€130,000)
ริชาร์ด มิลล์: ช่างทำนาฬิกาผู้หลงใหล Formula 1 BRM P160
ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) ช่างทำนาฬิกาชื่อดัง ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์ผลงานที่หรูหราและซับซ้อนในวงการนาฬิกา แต่ยังเป็นนักสะสมรถยนต์ที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขาชื่นชอบการขับรถเล่นบนถนนชนบท และมักจะเลือกรถยนต์ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน
รถยนต์ที่น่าสนใจในคอลเลกชันของเขาคือ Formula 1 BRM P160 ปี 1971 ซึ่งเป็นรถแข่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เขายังครอบครองรถยนต์หลากหลายรุ่น รวมถึงรถอเมริกันที่ใช้ในการแข่งขัน Formula 1
มิลล์กล่าวว่า “ยิ่งเรารุดหน้าไปเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เรายังไม่รู้มากมาย และมันก็ทำให้คุณตัดสินใจเลือกอะไรได้ดีขึ้น เสน่ห์ของการสะสมก็คือการที่เรายังคงอยากจะรู้ เกี่ยวกับสิ่งที่เราสะสมมากขึ้น” ทัศนะนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาและการเรียนรู้ในกระบวนการสะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการ “บริหารจัดการคอลเลกชันรถยนต์” ให้มีคุณค่าและสร้างผลกำไร
รถคันอื่นๆ ในคอลเลกชัน: Ferrari 250 PF (€600,000), Jaguar Type E (€130,000), Lotus 33 (รถแข่ง), McLaren M2B (รถแข่ง), Porsche 917 (รถแข่ง)
สรุป: การลงทุนในความหลงใหล คือการลงทุนในอนาคต
เรื่องราวของนักสะสมรถยนต์ระดับโลกเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่าความหลงใหลในยานยนต์ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสในการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล การ “ซื้อขายรถยนต์คลาสสิก” ที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงโชค แต่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ตลาด และวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล
สำหรับผู้ที่สนใจใน “ตลาดรถยนต์หรู” หรือต้องการเริ่มต้น “ลงทุนในรถยนต์วินเทจ” สิ่งสำคัญคือการศึกษาหาข้อมูล ทำความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของรถยนต์แต่ละรุ่น เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญที่สุด คือการมองหารถยนต์ที่สามารถสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ได้อย่างแท้จริง
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่มีความฝันที่จะสร้างอาณาจักรมูลค่าจากความหลงใหลในยานยนต์ หรือกำลังมองหา “ที่ปรึกษาด้านการลงทุนรถยนต์คลาสสิก” ที่มีประสบการณ์ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้และนำพาคุณไปสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดในโลกแห่งรถยนต์สุดพิเศษนี้.

