• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T1901230 เธอเป นล กท เก บมาเล ยง เธอไม แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
T1901230 เธอเป นล กท เก บมาเล ยง เธอไม แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

errari 12Cilindri: นิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ V12 สปอร์ตหรู คว้ารางวัล Car Design Award 2025

ในโลกแห่งยนตรกรรมที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การยืนหยัดในเส้นทางแห่งสมรรถนะและความงดงามเหนือกาลเวลาคือความท้าทายที่น้อยแบรนด์จะทำได้สำเร็จ แต่สำหรับ Ferrari, ตราสัญลักษณ์ม้าลำพอง, การสร้างสรรค์ตำนานบทใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลก ล่าสุด, Ferrari 12Cilindri ไม่เพียงแต่ปรากฏตัวอย่างสง่างามในฐานะเรือธง V12 ยุคใหม่ แต่ยังได้รับการยกย่องด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ Car Design Award 2025 ในสาขา Production Cars ตอกย้ำความโดดเด่นด้านการออกแบบที่ไม่เป็นรองใคร

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า Ferrari 12Cilindri คือผลลัพธ์ของการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างมรดกอันยาวนานและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต มันคือซูเปอร์คาร์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง Ferrari V12 ในตำนาน ผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัย และแน่นอนว่ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาที่เปรียบมิได้

รางวัล Car Design Award 2025: เครื่องยืนยันความงดงามเหนือระดับ

การได้รับรางวัล Car Design Award ในปี 2025 ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับ Ferrari 12Cilindri

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรางวัลนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในเวทีประเมินการออกแบบยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด รางวัลนี้ไม่ได้มอบให้เพียงรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงการตีความปรัชญาการออกแบบที่สะท้อนถึงแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง คณะกรรมการได้ยกย่อง Ferrari 12Cilindri ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสามารถของ Ferrari ในการสืบทอด DNA ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

นี่คือ Ferrari คันที่ 5 ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ นับตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการมอบรางวัลนี้ แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความเป็นเลิศด้านการออกแบบของ Ferrari มาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างรุ่นก่อนหน้าที่เคยคว้ารางวัลนี้ไปครอง ได้แก่ Ferrari Testarossa (1985), Ferrari Roma (2020), Ferrari 296 GTB (2022) และ Ferrari Purosangue (2023) ในปีที่ผ่านมา Ferrari ยังได้รับรางวัลในหมวด Brand Design Language จาก Purosangue อีกด้วย รางวัลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Ferrari ในการพัฒนารูปแบบภาษาการออกแบบ (Design Language) ที่เป็นเอกลักษณ์และมีความต่อเนื่อง

พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week งานนี้เป็นเวทีที่รวบรวมสุดยอดผลงานการออกแบบจากทั่วโลก คุณ Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ได้ขึ้นรับรางวัลในฐานะตัวแทนทีมงาน ซึ่งสะท้อนถึงความภูมิใจและความทุ่มเทของทีมออกแบบทุกคน

เหตุผลที่คณะกรรมการจาก ADI (Associazione per il Design Industriale) เลือก Ferrari 12Cilindri นั้นมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง พวกเขาชื่นชมว่า “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ การพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันจะไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย”

DNA แห่งตำนาน V12: การออกแบบที่ผสมผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Ferrari 12Cilindri ได้รับแรงบันดาลใจหลักจากรถยนต์ Gran Turismo ของ Ferrari ในยุคทศวรรษที่ 1950s และ 1960s ซึ่งเป็นยุคทองของเครื่องยนต์ V12 วางหน้าอันทรงพลัง รถคันนี้ถ่ายทอดภารกิจของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางหน้า แบบ 2 ที่นั่ง ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 สู่ยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Ferrari 12Cilindri แสดงออกถึงความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมในเส้นสาย ตัวถังที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง ได้รับการเสริมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น

แอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ (Active Aerodynamics): เทคโนโลยีนี้ผสานเข้ากับตัวรถอย่างแนบเนียน ปรับเปลี่ยนการไหลเวียนของอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและเสถียรภาพตามสภาวะการขับขี่

ฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง: การออกแบบที่ชาญฉลาดนี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มมุมมองที่น่าสนใจ แต่ยังเปิดเผยความงามสง่าของขุมพลัง V12 ที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง

ท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair: อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari เครื่องยนต์ V12 ที่ยังคงไว้ซึ่งความดุดันและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์

การออกแบบทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ Ferrari ในการยกระดับมรดกของแบรนด์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายในการขับขี่

เมื่อมองเผินๆ อาจมีความคล้ายคลึงกับ Ferrari F80 หรือรุ่นอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะด้านหน้ามุมตรงที่มีดีไซน์คล้ายกับ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในอดีต รวมถึงดีไซน์ด้านข้างบริเวณประตูที่มีความโค้งมน ต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่เน้นความดุดันสปอร์ต การออกแบบที่ดู กระชับ เรียบหรู โค้งมน นี้ ทำให้ 12Cilindri มีกลิ่นอายที่แตกต่างออกไป โดยยังคงไว้ซึ่ง “กล้ามเนื้อ” อันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Ferrari ยุค 50s-60s

ด้านหน้าของ 12Cilindri ใช้ไฟทรงสี่เหลี่ยม โดยมีไฟ DRL อยู่ด้านล่าง พร้อมแถบสีดำคาดกลางและโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กที่ด้านหน้า ทำให้เกิดความรู้สึก เรโทร (Retro) อย่างชัดเจน กระจังหน้าเป็นแบบตะแกรงสีดำ ติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งช่วยในการระบายความร้อนสำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรง ฝากระโปรงหน้ามีความยาว และมีช่องระบายอากาศสองช่อง ลักษณะที่ยาวนี้คล้ายคลึงกับ Ferrari 812 Superfast เนื่องจากใต้ฝากระโปรงนี้คือขุมพลัง V12 NA ซึ่งอาจเป็น V12 รุ่นสุดท้ายของ Ferrari ทำให้รถคันนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

เมื่อมองที่ด้านข้าง เราจะเห็นเส้นสายที่โค้งมนและเต็มไปด้วย “กล้ามเนื้อ” อย่างชัดเจน บริเวณโป่งล้อหน้านั้น แท้จริงแล้วคือดีไซน์ของฝากระโปรงหน้าที่ถูกออกแบบมาให้ปิดลงจนคลุมเป็นโป่งล้อสไตล์กล้ามเนื้อ เหมือนกับ Ferrari ในอดีต บริเวณนี้มีช่องระบายลมใต้โป่งล้อหลังเพื่อช่วยจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศให้ไหลผ่านออกทางด้านข้างตัวรถ รายละเอียดเหล่านี้แตกต่างจาก Ferrari 812 Superfast ที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวแบบสุดขั้ว

ในส่วนของล้อ Ferrari 12Cilindri มาพร้อมล้อและยางขนาด 275/35 R21 ที่ด้านหน้า และ 315/35 R21 ที่ด้านหลัง แม้จะเห็นว่ายางดูเล็กเมื่อเทียบกับขนาดล้อ แต่เมื่อได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แล้ว จะพบว่ามันไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่คิด ระบบเบรกด้านหน้าเป็นขนาด 398 x 223 x 38 มม. และด้านหลัง 360 x 233 x 32 มม. มาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ ระบบเบรกนี้ได้รับการยกชุดมาจากรถรุ่นท็อปอย่าง SF90 และ 296 โดยเป็นระบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo เพื่อความแม่นยำในการเบรก แม้จะเบรกติดต่อกันซ้ำๆ รวมถึงระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ควบคุมมุมล้อหน้าหลังเพื่อการเลี้ยวที่เฉียบคม นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ซึ่งประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D เพื่อวิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

ส่วนท้ายของ Ferrari 12Cilindri มีการผสมผสานความทันสมัยกับกลิ่นอายย้อนยุคได้อย่างลงตัว มีลักษณะแบนราบคล้าย SF90 แต่ตัวไฟท้ายกลับมีดีไซน์คล้ายกับ Roma มาพร้อมดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ด้านล่างเพื่อช่วยรีดอากาศ การออกแบบส่วนท้ายนี้ถือว่ามีความสวยงามลงตัวและดูร่วมสมัยอย่างยิ่ง บริเวณฝากระโปรงท้ายมีแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้า ซึ่งดูเหมือนจะออกแบบมาเพื่อให้เป็น Ducktail เล็กๆ ที่ด้านท้ายด้วย แต่ความจริงแล้ว บริเวณปีกซ้ายและขวาของตัวรถ มีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ ซึ่งจะทำงานเมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. ขึ้นไป เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ทำให้ตัวรถมีความนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านในเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และกระเป๋าเป้เล็กๆ อีก 1 ใบ

ห้องโดยสารแห่งอนาคต: เทคโนโลยีและความหรูหราที่ผสานกัน

ภายในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri เลือกใช้วัสดุพรีเมียมตามสไตล์รถสปอร์ต GT รุ่นเรือธงของ Ferrari โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Dual Cockpit ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัว การตกแต่งภายในผสมผสานวัสดุชั้นเลิศ เช่น หนัง, หนังกลับ Alcantara, และคาร์บอนไฟเบอร์ คอนโซลกลางได้รับการออกแบบให้มีลักษณะแบ่งเป็นหลุมเรือนไมล์ 2 ฝั่ง

จุดเด่นของคอนโซลกลางคือหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 3 ชุด ประกอบด้วย:

หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่: ขนาด 15.6 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ

หน้าจอกลาง: ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto สามารถแสดงผลข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงสมรรถนะของรถ

หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า: ขนาด 8.8 นิ้ว ผู้โดยสารสามารถดูความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น Co-Driver ใต้จอนี้มีการติดป้ายรุ่น 12Cilindri เอาไว้

เพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิง Ferrari 12Cilindri ติดตั้งชุดเครื่องเสียง 15 ลำโพงจาก Burmester Audio System สร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงอันเหนือชั้น

พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อม Paddle Shift ซึ่งสำหรับ Ferrari แล้ว พวงมาลัยนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผู้ขับขี่ เพราะมีปุ่มควบคุมมากมาย ทั้งปุ่มสตาร์ท, ปุ่มปรับโหมดการขับขี่, ปุ่มไฟเลี้ยว, และปุ่มควบคุมอื่นๆ อีกสารพัดที่ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าทุกอย่างได้จบในที่เดียว พวงมาลัยลักษณะนี้ถูกนำไปใช้ในรถรุ่นเรือธงหลายรุ่นของ Ferrari เช่น SF90

ในส่วนของคันเกียร์ มีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด หากไม่เพียงพอ ข้างประตูทั้งสองฝั่งมีช่องสำหรับเสียบขวดน้ำได้ ตัวเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติที่ออกแบบให้มีลักษณะเหมือนเกียร์แมนวลแบบเรโทรของ Ferrari ในอดีต ซึ่งเป็นการดันก้านเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ ถัดลงมาเป็นพื้นที่สำหรับวางกุญแจ และมีปุ่มเปิด-ปิดกระจก หากเป็นรุ่น Spider ก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดหลังคาเพิ่มเข้ามา

เบาะนั่งเป็นทรงสปอร์ต ให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่งสไตล์ GT โดยมีพื้นฐานเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ตัววัสดุหุ้มเบาะสามารถเลือกได้ระหว่างหนัง หรือ หนัง Alcantara ตามออปชั่นที่ลูกค้าเลือก มีที่วางแขนตรงกลางที่อาจจะดูเล็กไปบ้าง แต่ภายในสามารถเก็บของได้ บริเวณเท้าฝั่งผู้โดยสารมีแป้นรองเท้าสำหรับวางเท้ามาให้

ขุมพลัง V12 NA: สมรรถนะดิบอันบริสุทธิ์

หัวใจของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ความจุ 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) วางหน้าค่อนกลาง ระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 350 บาร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์นี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเครื่องยนต์ V12 เดิมใน 812 Superfast โดยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนข้อเหวี่ยงให้เป็นไทเทเนียม เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนภายในเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อ นอกจากนี้ยังมีการใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 เช่น การปรับผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating ช่วยลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลให้กับเครื่องยนต์

กำลังจากเครื่องยนต์ V12 อันทรงพลัง ถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ลูกใหม่ ที่ได้รับการออกแบบให้ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหลัง (RWD) และมาพร้อมกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ

สมรรถนะ:

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที (รุ่น Coupe), 2.95 วินาที (รุ่น Spider)

อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 7.9 วินาที (รุ่น Coupe), 8.2 วินาที (รุ่น Spider)

ความเร็วสูงสุด: 340 กม./ชม.

น้ำหนักตัวถัง:

รุ่น Coupe: 1,560 กก.

รุ่น Spider: 1,620 กก.

อัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลัง: 48.4:51.6

แชสซีส์และมิติ: ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมความสบาย

แชสซีส์และตัวถังของ Ferrari 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ให้ซับเสียงได้ดีขึ้น และมีความแข็งแรงกว่า 812 Superfast ถึง 15% โดยที่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น และที่น่าประทับใจคือ Ferrari 12Cilindri เป็นรถยนต์ Production Car คันแรกของ Ferrari ที่นำอัลลอยด์รีไซเคิล 100% มาใช้เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์

มิติตัวถัง:

ยาว: 4,733 มม.

กว้าง: 2,176 มม.

สูง: 1,292 มม.

ระยะฐานล้อ: 2,700 มม.

เมื่อเปรียบเทียบกับ Ferrari 812 Superfast:

| มิติ | Ferrari 12Cilindri | Ferrari 812 Superfast |

| :———- | :—————– | :——————– |

| ยาว (มม.) | 4,733 | 4,657 |

| กว้าง (มม.) | 2,176 | 1,971 |

| สูง (มม.) | 1,292 | 1,276 |

| ฐานล้อ (มม.) | 2,700 | 2,720 |

ด้วยตัวถังที่เบาและแข็งแรงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งช่วงล่างของ 12Cilindri ให้มีความนุ่มนวลขึ้นได้ รวมถึงมีการปรับฐานล้อให้สั้นลงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความกระฉับกระเฉงของตัวรถ แม้ความกว้างและความสูงจะมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ขับใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้นอาจต้องใช้เวลาในการกะระยะสักเล็กน้อย

ประสบการณ์ขับขี่ Ferrari 12Cilindri Spider: ความสุขบนถนน

ในการทดลองขับครั้งนี้ เรามีโอกาสได้สัมผัสกับ Ferrari 12Cilindri Spider ซึ่งเป็นรุ่นหลังคาเปิดประทุน รายละเอียดบางอย่างอาจแตกต่างจากรุ่นหลังคาแข็งเล็กน้อย

หลังคาของรุ่น Spider เป็นแบบหลังคาแข็ง สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และสามารถทำได้ขณะขับขี่หากความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังจะเป็นแบบลาดลง แต่มีการเว้าตรงกลางและมีกระจกกั้น ซึ่งจะเปิด-ปิดโดยอัตโนมัติเมื่อใช้งานหลังคา

การเพิ่มหลังคาแบบ Spider ส่งผลให้น้ำหนักของตัวรถเพิ่มขึ้น โดยรุ่น Spider มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,620 กก. มากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง 60 กก. แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและดีไซน์ที่ต่างกันเล็กน้อย มีผลต่อสมรรถนะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 2.95 วินาที ซึ่งช้ากว่ารุ่นปกติเพียง 0.05 วินาที

รถที่ใช้ทดสอบมีการติดตั้งออปชั่นเพิ่มเติม เช่น พาร์ทคาร์บอนรอบคัน, เบาะ, และล้อพิเศษ ซึ่งออปชั่นเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเสริมสมรรถนะโดยตรง แต่เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประสบการณ์ที่ได้รับจะใกล้เคียงกับรถรุ่นมาตรฐานจากโรงงาน

Ferrari 12Cilindri Spider ขับดีไหม?

การทดสอบครั้งนี้จัดขึ้นที่สนาม ปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสตรีทเซอร์กิตเล็กๆ รถคันนี้มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 5 โหมด เราได้ทดสอบในโหมด Sport ซึ่งภายในสนามมีทางตรง 2 เส้นทาง, โค้งกว้างๆ 4-5 โค้ง, และโค้งแคบอีกนับไม่ถ้วน ไลน์การขับขี่เช่นนี้ช่วยให้เราประเมินสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่

เราเริ่มต้นด้วยการทดสอบ 3 รอบ โดยรอบแรกเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ขับให้เรานั่ง ฟังจากเสียงและสัมผัสได้เลยว่า “พี่แกขับโหดมาก” ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ Fast and Furious แต่สิ่งที่ประทับใจคือแม้ในการขับขี่ที่ดุดันขนาดนี้ รถก็ยังสามารถเอาอยู่ทุกโค้ง! เสียงเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อถึงรอบที่เราได้เป็นผู้ขับ ความรู้สึกแตกต่างจากตอนนั่งเป็นผู้โดยสารอย่างชัดเจน ตำแหน่งผู้ขับขี่ที่ตอนแรกคิดว่าจะนั่งลำบาก กลับสบายอย่างไม่น่าเชื่อ และทัศนวิสัยดีเยี่ยม มองเห็นทุกตำแหน่งได้ชัดเจน แม้ตัวรถจะมีความยาว ทำให้การกะระยะหน้ารถอาจต้องใช้เวลา แต่ด้วยตำแหน่งการนั่งที่ดี ทำให้สามารถมองเห็นฝากระโปรงหน้าได้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เมื่อทดลองขับบนทางตรงและเบรกอย่างรุนแรง รถพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหวานๆ ของเครื่องยนต์ V12 NA เป็นอารมณ์ที่เร้าใจแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา ความไหลลื่นของเกียร์ลูกใหม่นั้นเนียนนุ่มอย่างเหลือเชื่อ

แต่เมื่อเหยียบเบรกอย่างหนักหน่วง ความเร้าใจกลับทวีคูณขึ้น เบรกที่ใหญ่แน่นอนว่าหยุดรถได้อยู่หมัด แต่ด้วยระบบเบรกที่ยกมาจาก SF90 ทำให้การชะลอความเร็วทำได้อย่างแนบเนียน ไม่กระชากมากนัก และยังมี Engine Brake เข้ามาช่วยเสริม

การเหยียบเบรกแรงๆ ทำให้เกียร์ชิฟท์ดาวน์ลงอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ Engine Brake มีบทบาทสำคัญในการขับขี่และการเบรก ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือเกียร์ที่ทำงานได้รวดเร็ว ส่งผลให้เสียงเครื่องยนต์เร้าใจทุกครั้งที่ตบเกียร์ลง

ช่วงล่างและการเข้าโค้ง: นี่คือสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด เมื่อพิจารณาจากการออกแบบภายนอก หลายคนอาจคาดเดาว่ารถคันนี้ต้องนั่งลำบาก แข็งกระด้างอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม เมื่อขับเข้าโค้งลึกๆ จนท้ายเริ่มสะบัด เรากลับสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่ผสมผสานกับความเฟิร์มอย่างลงตัว บวกกับตำแหน่งที่นั่งที่ดี ทำให้มั่นใจได้ว่า 12Cilindri จะเป็น Supercar ที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง แม้จะเป็นรถที่ใช้ยางบาง แต่เซ็ตช่วงล่างมาได้ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยางหนาๆ นี่เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก

การเข้าโค้งแรงๆ ให้ความรู้สึกว่ารถเกาะถนนราวกับมีแม่เหล็กดูดพื้นตลอดเวลา เมื่อท้ายมีอาการสะบัด ระบบสามารถดึงรถกลับเข้าสู่ไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่รู้สึกถึงอันตราย แต่กลับรู้สึกสนุกและมั่นใจในรถคันนี้มาก

ด้วยฐานล้อที่สั้นกว่า 812 Superfast และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้ 12Cilindri มีความกระฉับกระเฉงขึ้นมาก บวกกับตัวถังที่แข็งแรงขึ้น และระยะใต้ท้องรถที่สูงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถเซ็ตอัพรถคันนี้ออกมาได้ลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ 12Cilindri คือรถ Supercar สไตล์ GT ที่เซ็ตช่วงล่างได้ยอดเยี่ยม สามารถขับขี่ได้ทุกวัน และใช้เป็นรถบ้านได้เลย (หากคุณไม่ติดเรื่องค่าน้ำมัน!)

Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ คือการสืบทอดตำนาน V12 สู่ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากคุณกำลังมองหาสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะอันดิบเถื่อน ความสง่างามเหนือกาลเวลา และเทคโนโลยีล้ำสมัย Ferrari 12Cilindri คือคำตอบที่คุณคู่ควร.

Previous Post

T1901229 การม ระยะห างก บเพ อนเพศตรงข าม นค อการให เก ยรต แฟนอย างน ณว าไหม part 2

Next Post

T1901231 (ตอนจบ) เธอเป นล กท เก บมาเล ยง แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

Next Post
T1901231 (ตอนจบ) เธอเป นล กท เก บมาเล ยง แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

T1901231 (ตอนจบ) เธอเป นล กท เก บมาเล ยง แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.