Hyundai Ioniq 5 N: เมื่อจิตวิญญาณแห่งรถแข่งปะทะขุมพลังไฟฟ้าไร้ขีดจำกัด
ในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาพลิกโฉมวงการรถยนต์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนึ่งในคำถามที่ผู้หลงใหลในสมรรถนะสูงยังคงถกเถียงกันอยู่เสมอ คือ “รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจและเข้าถึงอารมณ์ได้เทียบเท่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการพิสูจน์มานานหลายทศวรรษได้หรือไม่?” สำหรับผม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี คำถามนี้เคยเป็นเหมือนกำแพงที่กั้นระหว่างสองโลกของเทคโนโลยี แต่การมาถึงของ Hyundai Ioniq 5 N ได้ทลายกำแพงนั้นลงอย่างงดงาม
กำเนิดของ “ปีศาจไฟฟ้า” แห่งเกาหลี
Hyundai Ioniq 5 N ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงธรรมดาๆ มันคือการผสมผสานอันน่าทึ่งระหว่างดีไซน์แบบแฮตช์แบ็กที่โฉบเฉี่ยวและความดุดันที่ถูกถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง ผสานกับขุมพลังอันมหาศาลของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่รีดกำลังได้สูงสุดถึง 601 แรงม้า (และสามารถบูสต์ได้ถึง 641 แรงม้า ในโหมด N Grin Boost) แรงบิดสูงสุด 740-770 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ Ioniq 5 N เป็น “นางร้าย” ที่พร้อมจะฉีกทุกกฎเกณฑ์ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า
หลายคนอาจเคยสัมผัสถึงแรงบิดมหาศาลของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่สามารถทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกผลักไปข้างหน้าอย่างรุนแรง แต่บ่อยครั้งที่ฟิลลิ่งเหล่านั้นยังคงห่างไกลจากความรู้สึกดิบๆ และเร้าใจของเครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ Hyundai ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาพยายามอย่างหนักที่จะถ่ายทอด “จิตวิญญาณ” ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเข้ามาสู่ Ioniq 5 N ด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ยกเว้นแต่เพียงแรงฉุดที่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไม่มีวันเทียบเคียงได้ หรือถ้าจะเทียบ ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่วเกินเอื้อม
สูตรลับจากเยอรมนี สู่สมรรถนะระดับตำนาน
เบื้องหลังการพัฒนา Hyundai Ioniq 5 N ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการผสมผสานระหว่างวิสัยทัศน์ของแบรนด์ Hyundai และความเชี่ยวชาญระดับสูงของวิศวกรชาวเยอรมันที่เคยร่วมงานกับแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง BMW M นี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกปรับจูนอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสมรรถนะสูงในทุกมิติ
ในตลาดปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Tesla Model 3 Performance, BMW i5 M60, Lotus Eletre ไปจนถึง Porsche Taycan และในฝั่งจีนที่น่าจับตา ก็มี BYD Seal ที่มาพร้อมกำลังม้ากว่า 500 ตัว ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารถยนต์ซีดานขนาดกลางหลายรุ่น หรือ MG i-SMART ที่ให้กำลัง 600 แรงม้า ในราคาเพียง 1.6 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นว่า “พลังม้าครึ่งพัน” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะกลุ่มคนรวย หรือผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถอีกต่อไป โลกยานยนต์กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
Ioniq 5 N: เมื่อราคา 3.79 ล้านบาท เทียบชั้นกับ Supercar
ลองจินตนาการถึงรถยนต์ที่มอบกำลัง 650 แรงม้า ในราคาเพียง 3.79 ล้านบาท เทียบกับ Porsche 911 ที่รุ่นเริ่มต้นบางรุ่นมีกำลังน้อยกว่า แต่ราคาพุ่งไปถึง 15 ล้านบาท นี่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Ioniq 5 N ไม่ได้ให้มาแค่ตัวเลขแรงม้าที่น่าประทับใจ แต่มันยังมาพร้อมกับการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
Ioniq 5 N ได้รับการหล่อหลอมจากมันสมองของวิศวกรชั้นยอดที่เคยมีประสบการณ์กับบริษัทรถยนต์ระดับโลก พวกเขาไม่ได้เพียงแค่นำรถไปทดสอบในสนาม Nürburgring อันเลื่องชื่อ หรือบนถนนน้ำแข็งที่ Arjeplog แต่ยังลงลึกไปถึงการปรับจูนช่วงล่าง จนทำให้รถยนต์ที่มีน้ำหนักกว่าสองตัน สามารถตอบสนองได้อย่างคล่องแคล่วราวกับรถที่มีน้ำหนักเพียงตันเจ็ด แม้ว่ามันอาจจะไม่สามารถให้ความรู้สึกเบาและปราดเปรียวเท่ารถอย่าง GR86 ได้ แต่เสียงตอบรับจากผู้ที่ได้ทดลองขับต่างเป็นเอกฉันท์ว่า Ioniq 5 N คือปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้า
รายละเอียดที่ทำให้ Ioniq 5 N แตกต่าง: ไม่ใช่แค่ EV ที่แรง แต่คือ “รถแข่งที่วิ่งได้บนถนน”
สมรรถนะ: กำลังสูงสุด 601 แรงม้า (บูสต์ได้ถึง 641 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 740-770 นิวตันเมตร (บูสต์ได้ 770 นิวตันเมตร) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม.
แบตเตอรี่: 84 kWh รองรับการชาร์จเร็ว 800V
การขับขี่: ระบบช่วงล่างแบบ N (MacPherson Strut/Multi-Link) ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ, ระบบเบรกสมรรถนะสูง, ระบบพวงมาลัย R-MDPS ที่คมและแม่นยำ
ดีไซน์: ชุดแต่ง N เต็มรูปแบบ ทั้งกันชนหน้า/หลัง, สปอยเลอร์, ดิฟฟิวเซอร์, ล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 21 นิ้ว หุ้มยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35ZR21, ภายในตกแต่งด้วยเบาะสปอร์ต N สีดำตัดแดง
เทคโนโลยีจำลองเสียง/เกียร์: ระบบ N e-shift และ N Active Sound+ ที่จำลองเสียงเครื่องยนต์สันดาปและฟีลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแนบเนียน
ความแตกต่างที่ชัดเจน: IONIQ 5, IONIQ 5 N Line และ IONIQ 5 N
IONIQ 5 (รุ่นมาตรฐาน): เน้นความสบายในการใช้งานทั่วไป
IONIQ 5 N Line: เป็นรุ่นตกแต่งสไตล์สปอร์ต แต่สมรรถนะยังคงเหมือนรุ่นมาตรฐาน (228 แรงม้า) ในราคาประมาณ 1.99 ล้านบาท
IONIQ 5 N: คือสุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่สร้างมาเพื่อสนามแข่งอย่างแท้จริง ด้วยราคา 3.79 ล้านบาท
วิศวกรรมอากาศพลศาสตร์: มากกว่าแค่ความสวยงาม
Ioniq 5 N ไม่ได้มีแค่แอโรพาร์ทที่ดูดุดัน แต่ทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิศวกรรมที่ชัดเจน การระบายความร้อนส่วนต่างๆ การไหลเวียนของอากาศ ถูกพิจารณาอย่างละเอียด โครงสร้างของรถมีความแข็งแกร่งเหนือกว่า Ioniq 5 รุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ซับเฟรม, จุดยึดช่วงล่าง, ยางรองมอเตอร์, ยางยึดแบตเตอรี่ ล้วนได้รับการปรับปรุงให้เป็นแบบ Heavy Duty จุดเชื่อมบนตัวถังเพิ่มขึ้นถึง 42 จุด และมีการใช้กาวอุตสาหกรรมมากกว่ารุ่นปกติ เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับการนำ Lancer 1.8 CVT มาเปรียบเทียบกับ Lancer Evolution 8MR ความแตกต่างมันชัดเจนขนาดนั้น
มิติที่สะท้อนความดุดัน
เมื่อมองจากภายนอก Ioniq 5 N มีมิติที่แตกต่างจาก Ioniq 5 รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ตัวรถเตี้ยลง 20 มิลลิเมตร (1,585 มม.), กว้างขึ้น 50 มิลลิเมตร (1,940 มม.), และยาวขึ้น 80 มิลลิเมตร (4,715 มม.) ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,628 มม. และหลัง 1,638 มม. ฐานล้อ 3,000 มม. และระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 160 มม. ด้านหน้าโดดเด่นด้วยสปลิตเตอร์, แผงแอร์, และม่านอากาศแบบใหม่ ด้านหลังมาพร้อมสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์, ดิฟฟิวเซอร์, และไฟเบรกทรงสามเหลี่ยม ล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 21 นิ้ว หุ้มยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35ZR21 คือสิ่งที่ยืนยันถึงความไม่ธรรมดาของรถคันนี้
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งสนามแข่ง
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่จะสัมผัสได้คือการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง พวงมาลัยหุ้มหนังให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม พร้อมปุ่ม N ต่างๆ รวมถึงปุ่ม N Grin Boost ที่สามารถปลดปล่อยพละกำลังสูงสุดได้ทันที คอนโซลกลางถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่ง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่เน้นข้อมูลสำคัญ เบาะนั่งแบบสปอร์ต N ให้การรองรับที่ยอดเยี่ยม ขณะที่ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกจัดวางอย่างเหมาะสมเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
N e-shift และ N Active Sound+: ถอดรหัสฟิลลิ่งเครื่องยนต์สันดาป
จุดเด่นที่ทำให้ Ioniq 5 N ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป คือระบบ N e-shift และ N Active Sound+ ที่พยายามจำลองอารมณ์การขับขี่ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในได้อย่างน่าทึ่ง
N e-shift: ระบบนี้ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนเกียร์ แต่เป็นการจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์แบบคลัตช์คู่ (DCT) ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป 8 สปีด การปรับจูนกราฟแรงบิดเฉพาะทาง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงแรงกระชากที่ชัดเจนในแต่ละจังหวะ เปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่องยนต์จำลอง 8,000 รอบต่อนาที ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถแข่งจริงจัง
N Active Sound+: ระบบเสียงที่สามารถเลือกได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ เสียงเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบของ Hyundai (เสียงที่สมจริงที่สุด), เสียงรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป, และเสียงเครื่องบินเจ็ต แม้เสียงสังเคราะห์จะดูไม่จำเป็นในโลกของรถยนต์สันดาป แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ปกติจะเงียบ การมีเสียงที่ปรุงแต่งอย่างดี ช่วยเพิ่มอรรถรสและอารมณ์ในการขับขี่ได้อย่างมาก
N Torque Distribution: การควบคุมที่ไร้ขีดจำกัด
ระบบปรับการกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) ที่ทำงานได้ทั้งในโหมด AUTO และให้ผู้ขับขี่กำหนดเอง คืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าทึ่ง คุณสามารถส่งแรงบิดไปที่ล้อหน้า 100%, ล้อหลัง 100%, หรือกำหนดสัดส่วนผกผันระหว่างเพลาหน้าและหลังได้อย่างอิสระ สิ่งนี้ทำให้ Ioniq 5 N สามารถจำลองฟิลลิ่งการขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่รถขับหน้าอาการท้ายปัดยามออกตัว, การดริฟต์แบบรถขับหลัง, ไปจนถึงการควบคุมแบบรถขับสี่ที่สมดุล นี่คือรถคันเดียวที่คุณสามารถฝึกฝนทักษะการขับขี่ที่ซับซ้อนได้หลากหลายรูปแบบ
N Brand: ตราสัญลักษณ์แห่งความแรง
N Brand คือชื่ออย่างเป็นทางการของแผนกพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงของ Hyundai เปรียบเสมือน BMW M หรือ Mercedes-AMG สำหรับ Hyundai N คือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการยกระดับสมรรถนะของรถยนต์รุ่นมาตรฐาน ให้มีความสนุกสนานและใกล้เคียงกับรถแข่งมากยิ่งขึ้น รถ N คันแรกที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาคือ Veloster N ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ตามมาด้วย Elantra N, Kona N, i20 N, และ i30 N ในยุโรป และที่สำคัญที่สุด คือการก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงด้วย Ioniq 5 N และ Ioniq 6 N
การพัฒนาที่ก้าวกระโดด: จาก N Vision 74 สู่ Ioniq 5 N
Hyundai ไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง การมีห้องปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ทำให้เกิดโครงการที่น่าสนใจมากมาย เช่น รถต้นแบบ RM20e (810 แรงม้า), RN22e (570 แรงม้า) และ N Vision 74 (670 แรงม้า ใช้พลังงานไฮโดรเจน) Ioniq 5 N คือผลผลิตจากการสั่งสมประสบการณ์เหล่านี้ โดยมาพร้อมแบตเตอรี่ 84 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหน้า (166 กิโลวัตต์ / 222 แรงม้า) และมอเตอร์หลัง (282 กิโลวัตต์ / 378 แรงม้า) รวมกำลังสูงสุด 448 กิโลวัตต์ หรือ 601 แรงม้า ซึ่งสามารถเพิ่มเป็น 478 กิโลวัตต์ หรือ 650 แรงม้า ในโหมด N Boost
การบริหารจัดการความร้อน: หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง การบริหารจัดการความร้อนของชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง Hyundai ได้พัฒนา Ioniq 5 N ด้วยระบบระบายความร้อนที่ได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงหม้อน้ำแยกสำหรับแบตเตอรี่และมอเตอร์โดยเฉพาะ การออกแบบช่องเหนี่ยวนำความร้อน ช่วยถ่ายเทอุณหภูมิความร้อนออกจากเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าสามารถทำงานเต็มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง
ทดสอบในสนาม Nürburgring: ยืนยันสมรรถนะระดับโลก
จากการทดสอบในสนาม Nürburgring ระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมของ Ioniq 5 N ทำให้ลูกค้าสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มสมรรถนะตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสม การออกแบบหม้อน้ำใหม่ พร้อมการระบายอากาศส่วนหน้าที่มากขึ้น และปั๊มไฟฟ้าแรงดันสูง ช่วยให้สารหล่อเย็นไหลผ่านเซลล์แบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น ระบบซอฟต์แวร์ยังสามารถปรับตั้งอุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้าได้ถึงสองระดับ คือโหมด “Sprint” สำหรับการใช้งานระยะสั้นที่ต้องการกำลังสูงสุด และโหมด “Endurance” สำหรับการขับขี่ในสนามแข่งที่ต้องการรักษาอุณหภูมิให้คงที่
โครงสร้างที่แข็งแกร่ง: พร้อมรับทุกสถานการณ์
เพื่อรองรับสมรรถนะระดับสูง Ioniq 5 N ถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยจุดเชื่อมเพิ่มเติม 42 จุด และการใช้กาวพิเศษที่ช่วยยึดชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้ตัวถังมีความทนทานต่อแรงบิดสูง ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ถูกติดตั้งบนแร็คพร้อมอัตราการบังคับเลี้ยวที่รวดเร็ว สอดคล้องกับการทำงานของแรงบิดที่เพิ่มขึ้น
N Pedal และ i-Pedal: ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
N Pedal: โหมดนี้ช่วยให้การเข้าโค้งโดยไม่ต้องเหยียบแป้นเบรกก่อนถึงหัวโค้งเป็นเรื่องง่าย ในขณะที่ระบบสะสมพลังงานระหว่างการเบรก (Regenerative Braking) ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อชะลอความเร็วและเก็บพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่
i-Pedal: โหมดนี้ใช้การเบรกแบบ Regenerative Braking เป็นหลัก เพื่อชะลอความเร็วและจ่ายพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ช่วยในการถ่ายเทน้ำหนักและเข้าโค้งได้อย่างคมชัดยิ่งขึ้น
N Drift Optimiser: ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งการดริฟต์
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสุดขั้ว N Drift Optimiser คือฟีเจอร์ที่ห้ามพลาด ระบบนี้จะสั่งงานให้ส่งแรงบิดทั้งหมดไปยังเพลาล้อหลัง 100% โดยตัดการทำงานของมอเตอร์หน้า และสามารถปรับการแบ่งแรงบิดระหว่างเพลาหน้า-หลังได้อย่างหลากหลาย นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสัมผัสประสบการณ์การดริฟต์ได้อย่างเร้าใจ แต่โปรดจำไว้ว่า ฟีเจอร์นี้ต้องการพื้นที่ปิดที่ปลอดภัยและทักษะการควบคุมรถในระดับสูง
N Race Mode: ปรับโหมดตามสไตล์การขับขี่
N Race Mode ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยมีโหมดย่อยอีกสองโหมด คือ Sprint และ Endurance
Sprint: เน้นการขับขี่แบบจับเวลาต่อรอบ โดยป้อนพลังงานไฟฟ้าให้มอเตอร์ขับเคลื่อนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Endurance: เน้นการทำระยะทางยาวๆ โดยบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้รถสามารถวิ่งได้ต่อเนื่อง
ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง: ความมั่นใจที่มาพร้อมความแรง
Ioniq 5 N มาพร้อมระบบเบรกประสิทธิภาพสูง จานดิสก์หน้าขนาด 400 มม. คาลิเปอร์สี่ลูกสูบสีส้มประทับตรา N จานดิสก์หลังขนาด 360 มม. คาลิปเปอร์ซิงเกิลพอต สีส้มเช่นกัน ระบบเบรกแบบ Regenerative Braking ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้แรงชะลอความเร็วได้ 0.6 G ผสมผสานอย่างลงตัวกับการทำงานของระบบเบรกไฮดรอลิก
การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย: ความสมดุลระหว่างพลังและความแม่นยำ
แม้จะมีน้ำหนักกว่า 2.2 ตัน Ioniq 5 N สามารถปิดบังน้ำหนักตัวได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการเลี้ยวที่คล่องแคล่วและการถ่ายเทน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม แบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่บนพื้น ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถมีความสมดุลเป็นเลิศ วิศวกรได้เพิ่มความเสถียรให้กับแชสซี พร้อมระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพ ทำให้เกิดความมั่นใจอย่างมากเมื่อขับด้วยความเร็วสูง แรงบิดที่ลงสู่ล้อทั้งสี่ได้อย่างสมดุล การควบคุมทั้งหมดขึ้นอยู่กับองศาของคันเร่งและมุมของพวงมาลัย
เสียงจำลอง: ปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัส
ระบบเสียงจำลองใน Ioniq 5 N มีให้เลือก 3 แบบ คือ Engine Sound (ใกล้เคียงเครื่องยนต์สันดาปมากที่สุด), Evolution (ออกแนวอวกาศ), และ Supersonic (เสียงเครื่องบินเจ็ต) ส่วนตัวแล้ว Engine Sound คือที่สุดแห่งความสมจริงและเร้าใจ เสียงเครื่องยนต์จำลองที่เหมือนการเดินเบาของรถแข่ง เสียงระเบิดปังๆ เมื่อกระแทกคันเร่ง หรือเสียงเครื่องยนต์รอบสูงเมื่อยกคันเร่ง ล้วนสร้างอารมณ์ที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
N Drift Optimiser: การปลดปล่อยอิสระของรถยนต์ไฟฟ้า
N Drift Optimiser ไม่ใช่แค่การปิดระบบช่วยทรงตัว แต่มันคือการเปิดประตูสู่โลกแห่งการดริฟต์อย่างแท้จริง ระบบจะสั่งงานให้ส่งแรงบิดทั้งหมดไปยังเพลาล้อหลัง 100% โดยอาศัยเพียงระบบสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์ที่เบาที่สุด เพื่อให้สามารถเข้าโค้งด้วยการปั่นล้อหลังทิ้งไปพร้อมกับรอยยางไหม้ มันคือการจำลองคลัตช์ปลอมๆ ที่สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
บทสรุป: Ioniq 5 N คือจุดเปลี่ยนของวงการรถยนต์ไฟฟ้า
Hyundai Ioniq 5 N ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง แต่คือการปฏิวัติวงการยานยนต์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ เข้าถึงอารมณ์ และมีความสนุกสนานได้เทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในในหลายๆ ด้าน มันคือการผสานรวมองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี ประสบการณ์ด้านมอเตอร์สปอร์ต และการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง
ด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ใน Ioniq 5 N ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่แรง ดุดัน และมอบความรู้สึกดิบๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน แรงบิด 740 นิวตันเมตร ที่มาอย่างฉับพลันทันที ปราศจากอาการรอรอบ ทำให้รถพุ่งทะยานราวกับลูกธนู แม้จะมีน้ำหนักมากถึง 2.2 ตัน แต่การปรับแต่งระบบช่วงล่างและการกระจายกำลังอย่างชาญฉลาด ทำให้ Ioniq 5 N ยังคงควบคุมได้ดี แม้จะใส่มาเต็มกำลัง
Ioniq 5 N คือตัวแทนแห่งอนาคตของยานยนต์สมรรถนะสูง เป็นบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการเดินทางที่ประหยัดพลังงาน แต่ยังสามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ และเต็มไปด้วยอารมณ์ได้อย่างแท้จริง
ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตแล้วหรือยัง?
หากคุณกำลังมองหาสิ่งใหม่ ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และต้องการสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการยานยนต์ เราขอเชิญชวนให้คุณเข้ามาสัมผัสและทดลองขับ Hyundai Ioniq 5 N ด้วยตัวคุณเอง จองการทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์บริการ Hyundai ทั่วประเทศ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านคุณ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง!

