Bugatti Chiron Pur Sport: สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งยุคที่ผสานศาสตร์แห่งแอโรไดนามิกส์และสมรรถนะขั้นสุด
ในโลกของซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ และ Bugatti คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย การเปิดตัว Bugatti Chiron Pur Sport คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอันไม่สิ้นสุดในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักขับที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่ดุดันและเร้าใจที่สุดในสไตล์ “ไฮเปอร์คาร์ Bugatti” นี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่อง Chiron ให้กลายเป็นสุดยอดแห่งยานยนต์สำหรับการวิ่งในสนามแข่งและบนท้องถนนที่เปิดกว้าง
ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมานับไม่ถ้วน แต่ Bugatti Chiron Pur Sport ยังคงยืนหนึ่งในฐานะปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง การที่ Bugatti เลือกที่จะผลิตเพียง 60 คันทั่วโลก สะท้อนถึงความพิเศษและความต้องการที่ล้นหลามในตลาด “รถยนต์ Bugatti หายาก” ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เครื่องยนต์ W16 อันทรงพลัง: หัวใจของ Chiron Pur Sport
หัวใจหลักของ Bugatti Chiron Pur Sport ยังคงเป็นเครื่องยนต์ Quad-turbo W16 ขนาด 8.0 ลิตร อันเป็นตำนาน ที่สามารถรีดพละกำลังออกมาได้ถึง 1,500 แรงม้า แต่สำหรับรุ่น Pur Sport นี้ Bugatti ได้ทำการปรับปรุงอย่างละเอียดเพื่อให้เข้ากับวัตถุประสงค์ที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงที่สำคัญคือการเพิ่มรอบเครื่องยนต์สูงสุด (redline) ให้สูงขึ้น 200 รอบต่อนาที เป็น 6,900 รอบต่อนาที สิ่งนี้อาจฟังดูเล็กน้อย แต่สำหรับเครื่องยนต์ V16 ที่ซับซ้อนเช่นนี้ หมายถึงการปรับปรุงทางวิศวกรรมที่สำคัญ
นอกจากนี้ Bugatti ยังได้ปรับอัตราทดเกียร์ให้สั้นลง 15% ซึ่งหมายถึงการส่งกำลังที่เฉียบคมและตอบสนองทันทีในทุกจังหวะการกดคันเร่ง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (flexibility) ของเครื่องยนต์ได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับ Chiron รุ่นมาตรฐาน นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับ “สมรรถนะ Bugatti Chiron” ที่เหนือกว่าใคร ทำให้รถตอบสนองต่อการสั่งการของผู้ขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ เป็นการยกระดับประสบการณ์ “รถสปอร์ต Bugatti” ให้ไปสู่อีกระดับ
การออกแบบแอโรไดนามิกส์: ขีดสุดแห่งอากาศพลศาสตร์
Bugatti Chiron Pur Sport ไม่ได้มีดีแค่พละกำลัง แต่การออกแบบภายนอกยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดด้านอากาศพลศาสตร์อย่างแท้จริง ตัวถังได้รับการปรับปรุงเล็กน้อย แต่มีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าที่ออกแบบมาเพื่อรีดอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตัวเลข “16” สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti กันชนหน้าใหม่มาพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ เพื่อรีดอากาศเย็นเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์และเบรกอย่างเต็มที่
ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดคือสปอยเลอร์หลังยาวถึง 1.9 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกด (downforce) สูงสุด ช่วยยึดเกาะถนนในยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ท่อไอเสียที่ทำจากไทเทเนียมขึ้นรูป 3 มิติ ไม่เพียงแต่มีน้ำหนักเบาและทนทานต่อความร้อนสูง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด การใส่ใจในทุกองค์ประกอบเหล่านี้ คือสิ่งที่ทำให้ “Bugatti Chiron Pur Sport ราคา” ที่สูงนั้นคุ้มค่า และสะท้อนถึงความเป็น “ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง” อย่างแท้จริง
ล้อและยาง: การประสานงานระดับสุดยอด
ล้อของ Chiron Pur Sport ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีน้ำหนักเบาลง และที่สำคัญคือช่วยเพิ่มการระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง ล้อเหล่านี้ผลิตจากโลหะผสมน้ำหนักเบา และหุ้มด้วยยางพิเศษที่ Bugatti พัฒนาร่วมกับ Michelin คือยาง Sport Cup 2 R ซึ่งเป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อ “รถยนต์ Bugatti” โดยเฉพาะ ให้การยึดเกาะที่เหนือชั้น ยางหน้ามีขนาด 285/30 R20 และยางหลัง 355/25 R21 ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการยึดเกาะและการตอบสนอง
ระบบช่วงล่างและเบรก: ความแม่นยำที่เหนือกว่า
เพื่อรองรับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น Bugatti ได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบใหม่ใน Chiron Pur Sport โดยเพิ่มความแข็งของสปริงขึ้น 65% ที่ด้านหน้า และ 33% ที่ด้านหลัง พร้อมกับโช้คอัพแบบปรับได้ตามสมรรถนะรถ สิ่งเหล่านี้ทำงานร่วมกับผ้าเบรคไทเทเนียมใหม่ และการลดน้ำหนักของล้อลงถึง 16 กิโลกรัม ส่งผลให้ Chiron Pur Sport มีน้ำหนักโดยรวมลดลงถึง 50 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Chiron รุ่นมาตรฐาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ “Bugatti Chiron Pur Sport ราคา” สะท้อนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่นำมาใช้เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แม่นยำและเฉียบคมที่สุด
ความพิเศษที่มาพร้อมกับราคา
Bugatti Chiron Pur Sport ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 60 คันทั่วโลก โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3 ล้านยูโร (ประมาณ 106 ล้านบาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบ่งบอกถึงสถานะของ “รถซูเปอร์คาร์ Bugatti” ที่มีความพิเศษและเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมระดับโลก การผลิตเริ่มต้นขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 และรถทุกคันที่ออกจากโรงงานล้วนผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่า “Bugatti Chiron Pur Sport ประเทศไทย” หรือที่อื่นๆ ทั่วโลก จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับเจ้าของ
Leapmotor B10: ทางเลือกใหม่สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV
ในอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และ Leapmotor ได้เปิดตัว B10 รถยนต์ไฟฟ้าพิกัด B-SUV ที่น่าสนใจ ซึ่งมาพร้อมกับการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะที่น่าพอใจ และราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ “รถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor” ในตลาดประเทศไทย
Leapmotor B10: มิติตัวถังและการออกแบบ
Leapmotor B10 มีมิติตัวถังยาว 4,515 มิลลิเมตร กว้าง 1,885 มิลลิเมตร และสูง 1,655 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางสำหรับรถยนต์ในกลุ่ม B-SUV เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง C10 จะเห็นได้ว่า B10 มีขนาดที่กะทัดรัดกว่าเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเหมาะสมกับสภาพการจราจรในเมืองใหญ่ได้ดี การออกแบบภายนอกมีความทันสมัย เน้นเส้นสายที่ดูสปอร์ตและคล่องแคล่ว
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
Leapmotor B10 มาพร้อมกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร การขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหลัง (RWD) ซึ่งช่วยให้การขับขี่มีความคล่องตัวและสนุกสนาน
B10 Life (56.2 kWh): มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาด 56.2 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 470 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน
B10 Style / Design (67.1 kWh): อัปเกรดมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 67.1 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 516 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางไกล
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม. ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้
ระบบช่วงล่างและการขับขี่
Leapmotor B10 ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ 4-Linksอิสระ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 225/50 R18 ให้ความสมดุลระหว่างความสบายในการขับขี่และการควบคุมที่มั่นคง
การชาร์จและเทคโนโลยี V2L
ระบบการชาร์จของ Leapmotor B10 รองรับ AC สูงสุด 11 kW และ DC Fast Charging ที่น่าประทับใจ โดยรุ่น Life รองรับสูงสุด 140 kW และรุ่น Style/Design รองรับสูงสุด 168 kW ทำให้การชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลาเพียง 18-20 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟออกสูงสุด 3.3 kW สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสาร Leapmotor B10 เน้นความสะดวกสบายและความทันสมัย หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมกรอง PM 2.5 จอมาตรวัด Full Digital LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (เริ่มใช้งานได้ ธันวาคม 2568)
รุ่น Style และ Design จะได้รับออปชันเพิ่มเติม เช่น เบาะนั่งหุ้มหนัง ECO Leather, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่น, ระบบเสียงลำโพง 12 ตำแหน่ง, ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 64 สี และฝาท้ายไฟฟ้า ซึ่งบ่งบอกถึงความคุ้มค่าของ “Leapmotor B10 ราคา” ในแต่ละรุ่น
ระบบความปลอดภัย: ครบครันตามมาตรฐาน
Leapmotor B10 มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VDC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยลงทางลาดชัน HDC, ระบบช่วยออกตัว HHC, และระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด BOS รวมถึงระบบ ADAS ระดับ L2 ที่ประกอบด้วย ACC, LCC, LKA, FCW, AEB และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง พร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา
อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
การเข้ามาของ Leapmotor B10 สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า SUV” ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม B-SUV ที่มีความต้องการสูง Leapmotor ประเทศไทย โดย PNA Group พระนครยนตรการ ได้นำเสนอรถยนต์ที่น่าสนใจภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าและเทคโนโลยี ในขณะที่ Bugatti Chiron Pur Sport แสดงถึงขีดสุดของเทคโนโลยีและสมรรถนะสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ
ทั้งสองแบรนด์นี้ แม้จะอยู่ในคนละ Segment และมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็สะท้อนถึงพลวัตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัดของไฮเปอร์คาร์ และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ยั่งยืนของรถยนต์ไฟฟ้า
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าใคร หรือกำลังพิจารณาทางเลือกใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูลและสัมผัสกับสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง การเลือก “รถยนต์ Bugatti” หรือ “รถยนต์ไฟฟ้า” คันใหม่ คือการลงทุนที่มาพร้อมกับประสบการณ์และความพึงพอใจที่ยาวนาน.
![[ครบชุด] T0701272 กสะใภ จอมข เก ยจ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-501.png)
![[ครบชุด] T0701259 จนไม พอ งห วส งอ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-500.png)