• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0701278 เม ยล างผลาญ สร างแต หน เจอแบบน องหน ให ไกล Ep.2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0701278 เม ยล างผลาญ สร างแต หน เจอแบบน องหน ให ไกล Ep.2

Bugatti Chiron Pur Sport: นิยามใหม่แห่งไฮเปอร์คาร์ประสิทธิภาพสูงสุด ขีดสุดแห่งวิศวกรรมยานยนต์

ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง การก้าวข้ามขีดจำกัดคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของแบรนด์อย่าง Bugatti มาโดยตลอด และเมื่อพูดถึง Bugatti Chiron Pur Sport เรากำลังพูดถึงอีกขั้นของการพัฒนาที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยี เครื่องยนต์อันทรงพลัง และการออกแบบที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่ผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 60 คันทั่วโลก บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่รายละเอียดของไฮเปอร์คาร์สุดพิเศษคันนี้ ที่ซึ่งการลดน้ำหนัก ความแม่นยำในการควบคุม และแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ ถูกยกระดับไปอีกขั้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ปลดปล่อยพละกำลัง 1,500 แรงม้า: หัวใจ W16 ที่ถูกปรับแต่งเพื่อความเร้าใจ

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าอันสง่างามของ Bugatti Chiron Pur Sport ยังคงเป็นขุมพลังอันเป็นตำนานอย่างเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Quad-turbocharger อันเป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับรุ่น Pur Sport นี้ Bugatti ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขพละกำลัง 1,500 แรงม้า ที่คุ้นเคย แต่ได้ทำการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มความดุดันและตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด

หัวใจสำคัญของการปรับแต่งอยู่ที่การทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ (Dual-clutch transmission) ที่ถูกปรับปรุงใหม่ โดย Bugatti ได้เพิ่มรอบเครื่องยนต์สูงสุด (Redline) ขึ้นอีก 200 รอบต่อนาที จากรุ่น Chiron ปกติ สู่ระดับ 6,900 รอบต่อนาที ซึ่งหมายความว่าเครื่องยนต์สามารถทำงานในช่วงรอบที่สูงขึ้น สร้างพละกำลังต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น เพิ่มมิติของความเร้าใจในการเร่งแซงและการเข้าโค้ง

ยิ่งไปกว่านั้น Bugatti ยังได้ปรับอัตราทดเกียร์ให้สั้นลงถึง 15% เมื่อเทียบกับ Chiron รุ่นมาตรฐาน การปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น การถ่ายทอดกำลังสู่ล้อทำได้ฉับไว ทำให้รู้สึกถึงแรงดึงที่ส่งตรงมายังผู้ขับขี่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Bugatti ระบุว่า การปรับปรุงนี้ส่งผลให้ค่าความยืดหยุ่น (Gear flexibility) หรือความสามารถในการเร่งแซงในเกียร์ต่างๆ เพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับ Chiron รุ่นปกติ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้

ปรับปรุงอากาศพลศาสตร์และโครงสร้าง: สร้างแรงกดสูงสุด ลดน้ำหนักให้มากที่สุด

Bugatti Chiron Pur Sport ไม่ใช่แค่การเพิ่มแรงม้า แต่คือการยกเครื่องการออกแบบตัวถังและระบบต่างๆ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานสอดคล้องกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดบนถนนและในสนามแข่ง

ด้านหน้าของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ถูกปรับให้ดุดันยิ่งขึ้น พร้อมการตกแต่งด้วยตัวเลข “16” สีฟ้าอันโดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงจำนวนสูบของเครื่องยนต์ กันชนหน้าถูกออกแบบใหม่ให้มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรีดอากาศเข้าสู่หม้อน้ำและระบบระบายความร้อนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างแรงกดที่ด้านหน้าของตัวรถ

ส่วนที่น่าทึ่งที่สุดคือปีกหลัง (Rear wing) ที่ได้รับการติดตั้งมาอย่างถาวรและมีขนาดใหญ่ถึง 1.9 เมตร ปีกหลังนี้ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) สูงสุด ช่วยยึดเกาะตัวรถให้ติดกับพื้นถนนในยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การออกแบบปีกหลังแบบตายตัวนี้ยังช่วยลดน้ำหนักของระบบแอคทีฟสปอยเลอร์แบบเดิมลงได้อีกด้วย

วัสดุศาสตร์เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Bugatti Chiron Pur Sport ท่อไอเสียที่ท้ายรถนั้นผลิตขึ้นจากไทเทเนียมเกรดพิเศษ ซึ่งไม่เพียงแต่น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แต่ยังทนทานต่ออุณหภูมิสูงที่เกิดจากไอเสียได้อย่างยอดเยี่ยม กระบวนการผลิตแบบ 3 มิติ (3D printing) ช่วยให้สามารถขึ้นรูปท่อไอเสียที่มีความซับซ้อนและน้ำหนักเบาได้อย่างแม่นยำ

ล้อน้ำหนักเบาและยางพิเศษ: จุดสัมผัสที่สำคัญกับพื้นถนน

Bugatti Chiron Pur Sport ได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์สองประการหลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้กับระบบเบรก และการปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ล้อเหล่านี้ผลิตจากวัสดุโลหะผสมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือการหุ้มด้วยยางพิเศษที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Michelin สำหรับ Bugatti โดยเฉพาะ ยางรุ่นนี้มีชื่อว่า Bugatti Sport Cup 2 R ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้มีสมรรถนะการยึดเกาะสูงสุด

ขนาดของยางที่ใช้ยังบ่งบอกถึงการเน้นประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ล้อหน้ามาพร้อมยางขนาด 285/30 R20 และล้อหลังขนาด 355/25 R21 การเลือกใช้ยางหน้ากว้างและแก้มยางที่เตี้ยลงนี้ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนให้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการออกแบบยางที่ให้การตอบสนองที่เฉียบคม ลดอาการหน้ายางบานเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

ระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพเบรกที่เหนือชั้น

Bugatti Chiron Pur Sport มาพร้อมกับระบบกันสะเทือน (Suspension) ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ สปริงถูกเพิ่มความแข็งขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นถึง 65% ที่ด้านหน้า และ 33% ที่ด้านหลัง การปรับปรุงนี้ช่วยลดการโคลงเคลงของตัวรถในขณะเข้าโค้ง เพิ่มความรู้สึกมั่นคงและแม่นยำในการควบคุม

นอกจากนี้ ตัวโช้คอัพยังเป็นแบบปรับได้อัตโนมัติ (Adaptive dampers) ซึ่งสามารถปรับการหน่วงได้ตามสภาวะการขับขี่และความเร็ว ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของผู้ขับขี่ได้อย่างทันท่วงที

หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Bugatti Chiron Pur Sport มีสมรรถนะการเบรกที่เหนือชั้น คือการนำผ้าเบรกที่ผลิตจากไทเทเนียมมาใช้ ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าและทนทานต่อความร้อนได้ดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับน้ำหนักที่ลดลงของล้อใหม่ ทำให้ Bugatti Chiron Pur Sport สามารถลดน้ำหนักรวมของตัวรถลงได้ถึง 50 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Bugatti Chiron รุ่นปกติ การลดน้ำหนักนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออัตราเร่งและการควบคุม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกได้อย่างมีนัยสำคัญ

การผลิตที่จำกัดและราคาค่าตัว: สิทธิ์พิเศษสำหรับนักสะสมตัวจริง

Bugatti Chiron Pur Sport ไม่ใช่รถสำหรับทุกคน ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 60 คันทั่วโลก ทำให้ไฮเปอร์คาร์คันนี้เป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่ของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมระดับสูงสุด ราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 3 ล้านยูโร (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเทียบเป็นเงินไทยราว 106 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลาดังกล่าว) ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความพิเศษ ความซับซ้อนทางวิศวกรรม และการใช้วัสดุชั้นเลิศที่ Bugatti ทุ่มเทให้กับ Chiron Pur Sport

การผลิต Bugatti Chiron Pur Sport เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bugatti ในการนำเสนอรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสัมผัสสุดยอดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: การแข่งขันที่เข้มข้นและการเปิดตัวของ Leapmotor B10

ในขณะที่ Bugatti Chiron Pur Sport คือสุดยอดแห่งรถยนต์สันดาปภายใน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยการแข่งขัน สำหรับปี 2025 นี้ มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือ Leapmotor B10 ที่นำเข้าโดย PNA Group พระนครยนตรการ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Stellantis

Leapmotor B10 คือรถยนต์ไฟฟ้าพิกัด B-SUV ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลาง โดยมีจุดเด่นที่มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง และระยะทางวิ่งที่ไกลพอสมควร

Leapmotor B10: สเปคและราคาในประเทศไทย

Leapmotor B10 เวอร์ชันประเทศไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย โดยเป็นรถที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศจีน

B10 Life: ราคา 688,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 56.2 kWh
B10 Style: ราคา 748,000 บาท ใช้แบตเตอรี่ขนาด 67.1 kWh
B10 Design: ราคา 788,000 บาท ใช้แบตเตอรี่ขนาด 67.1 kWh

รุ่นก่อนหน้าอย่าง Leapmotor C10 ซึ่งมีการปรับจูนช่วงล่างโดยทีมวิศวกรจาก Maserati อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายเท่าที่ควร แต่ Leapmotor B10 ได้รับการคาดหวังว่าจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในตลาด B-SUV ไฟฟ้า ที่ปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

มิติตัวถังและขนาด

Leapmotor B10 มีมิติตัวถังดังนี้:

ความยาว: 4,515 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,885 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,655 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,735 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 170 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Leapmotor C10 (4,739 x 1,900 x 1,680 มม. | ฐานล้อ 2,825 มม.) จะเห็นได้ว่า B10 มีขนาดที่กะทัดรัดกว่า เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและที่จอดรถที่อาจมีพื้นที่จำกัด

ขุมพลังและสมรรถนะ

Leapmotor B10 มีตัวเลือกขุมพลัง 2 รูปแบบ:

รุ่น Life (56.2 kWh):
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) จาก CATL ขนาด 56.2 kWh
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระยะทางวิ่งสูงสุด 470 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

รุ่น Style / Design (67.1 kWh):
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) จาก CATL ขนาด 67.1 kWh
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระยะทางวิ่งสูงสุด 516 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

ช่วงล่าง ระบบชาร์จ และการตกแต่งภายใน

Leapmotor B10 มาพร้อมล้ออัลลอย Star Sports ขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 225/50 R18 ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบอิสระ 4-Links

ในส่วนของการชาร์จไฟฟ้า:

AC: รองรับสูงสุด 11 kW
DC Fast Charging:
รุ่น Life: รองรับสูงสุด 140 kW
รุ่น Style/Design: รองรับสูงสุด 168 kW
อัตราการชาร์จ DC จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 18-20 นาที
มีระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก (V2L) สูงสุด 3.3 kW

ภายในห้องโดยสาร Leapmotor B10 มีการตกแต่งที่ทันสมัยและครบครัน:

หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมกรองฝุ่น PM 2.5
ระบบกุญแจ Bluetooth และ NFC Card
เบาะนั่งโครงสร้าง 7 ชั้น OEKO-TEX Certification หุ้มด้วยผ้า (ปรับด้วยมือสำหรับคู่หน้าในรุ่น Life)
พวงมาลัยแบบสปอร์ตสีทูโทน พร้อมสวิตช์ควบคุม
จอมาตรวัด Full Digital LCD สี ขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย (เริ่มใช้งานได้ ธันวาคม 2025)
ระบบแผนที่นำทาง Here Map
ลำโพง 6 ตำแหน่ง (รุ่น Life) หรือ 12 ตำแหน่ง (รุ่น Style/Design)
แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger 15W
ช่องชาร์จ USB Type C 60W

รุ่น Style และ Design จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น กระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า (Style), กระจกหน้าต่างหลัง Privacy Glass, กระจกมองข้างพับไฟฟ้าอัตโนมัติ (Design), ไฟ Ambient Light 64 สี, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ฝาท้ายไฟฟ้า, เบาะนั่งหุ้มหนัง ECO Leather, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่น (Design)

ระบบความปลอดภัย

Leapmotor B10 มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงมากมาย:

ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HHC
ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด BOS
ระบบสัญญาณเตือนหยุดรถฉุกเฉิน ESS
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น AVH
ระบบ ADAS ครบครัน เช่น ACC, LCC, LKA, AEB, BSD, RCTA และอื่นๆ อีกมากมาย
ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
กล้องรอบคัน 360 องศา
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด

บทสรุป: ความสุดขั้วของ Bugatti และทางเลือกที่เข้าถึงได้ในตลาด EV

Bugatti Chiron Pur Sport คือตัวอย่างที่ชัดเจนของวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุดที่มุ่งเน้นสมรรถนะและความพิเศษ การผลิตที่จำกัดและราคาที่สูงลิ่วทำให้เป็นสมบัติของผู้ครอบครองเพียงไม่กี่คน ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเปิดกว้างสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า Leapmotor B10 นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม B-SUV ไฟฟ้า ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และสเปคที่ครบครัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในความสุดขั้วของไฮเปอร์คาร์ระดับโลก หรือกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นเสมอ

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือต้องการเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในประเทศไทย ขอเชิญชวนให้คุณเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์และค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ.

Previous Post

[ครบชุด] T0701277 กไม ใช รองร บอารมณ ของพ อก บแม Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T0701287 งรวยย งต องทำงาน Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T0701287 งรวยย งต องทำงาน Ep.2

[ครบชุด] T0701287 งรวยย งต องทำงาน Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.