• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0101004 หญ งม กมาก Ep.2

admin79 by admin79
December 31, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0101004 หญ งม กมาก Ep.2

<h2>สุดยอดซูเปอร์คาร์แห่งปี 2025: คู่มือเจาะลึกเทคโนโลยี ความแรง และดีไซน์ที่เหนือกว่า</h2>

ในโลกของยานยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาในอุตสาหกรรมซูเปอร์คาร์ เทคโนโลยีล้ำสมัยถูกผสานเข้ากับศิลปะการออกแบบอย่างลงตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่หลงใหลในความเร็วและความหรูหรา ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของซูเปอร์คาร์มาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็มีรุ่นใหม่ๆ ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งผมได้คัดสรรและวิเคราะห์มาเพื่อนำเสนอให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมของ “ซูเปอร์คาร์มาแรง 2025” ที่จะสร้างนิยามใหม่แห่งสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่

ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดซูเปอร์คาร์มีการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำต่างทุ่มเททรัพยากรเพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่มีทั้งพละกำลังมหาศาล ดีไซน์ที่น่าตื่นตา และเทคโนโลยีที่ล้ำยุค การมาถึงของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงได้เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของซูเปอร์คาร์ไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงแค่ความเร็วสูงสุดหรืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่น่าประทับใจอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน การตอบสนองที่เฉียบคม และประสบการณ์การขับขี่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะ

ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกของซูเปอร์คาร์ที่มาแรงที่สุดในปี 2025 โดยจะเจาะลึกในแต่ละรุ่น ตั้งแต่ขุมพลัง ไปจนถึงนวัตกรรมที่ทำให้รถแต่ละคันโดดเด่น รวมถึงการออกแบบที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง หากคุณกำลังมองหา “ซูเปอร์คาร์ราคา” ที่คุ้มค่ากับสมรรถนะ หรือกำลังวางแผนที่จะ “ซื้อซูเปอร์คาร์” ในอนาคตอันใกล้ บทความนี้คือแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

1. Ferrari 296 GTB: การปฏิวัติของ V6 ไฮบริด

Ferrari 296 GTB คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวและนวัตกรรมของแบรนด์ม้าลำพอง รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการนำเสนอดีไซน์ที่สวยงามและโฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับ Ferrari เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของเครื่องยนต์ V6 ที่มาพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริดเป็นครั้งแรกในตระกูล GTB

หัวใจหลักของ 296 GTB คือเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาด 2.9 ลิตร ซึ่งให้กำลังถึง 653 แรงม้า ผสานรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า สร้างกำลังรวมสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 830 แรงม้า และแรงบิด 740 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลให้ 296 GTB สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กม./ชม.

สิ่งที่ทำให้ 296 GTB พิเศษยิ่งขึ้นคือการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อหลังโดยตรง ช่วยเสริมกำลังในจังหวะที่ต้องการความจัดจ้าน ในขณะที่เครื่องยนต์ V6 ที่ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 สปีด ก็มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำ นอกจากนี้ 296 GTB ยังสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ระยะทาง 25 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะสุดขั้วและประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว

การออกแบบภายนอกยังคงไว้ซึ่ง DNA ของ Ferrari แต่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่ กันชนหน้า-หลังที่ถูกออกแบบใหม่ และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านข้างของรถ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมรรถนะ ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา พร้อมด้วยจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 16 นิ้วตรงกลางคอนโซล และจอแสดงผลขนาดเล็กด้านหลังพวงมาลัย เพื่อมอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ให้กับผู้ขับขี่ เบาะนั่งสปอร์ตโอบกระชับ มอบความสบายและความมั่นคงในการเข้าโค้ง

2. Porsche 911 GT3 RS: นิยามใหม่ของรถในสนามแข่งบนถนนสาธารณะ

เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งอย่างแท้จริง ชื่อของ Porsche 911 GT3 RS คือตำนานที่ถูกกล่าวขานมาอย่างยาวนาน ในปี 2025 รุ่นนี้ยังคงเป็นหนึ่งใน “ซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก” ที่สามารถนำมาวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย

หัวใจของ 911 GT3 RS คือเครื่องยนต์ 6 สูบนอน 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) ซึ่งเป็นที่รักของนักขับที่ต้องการการตอบสนองที่บริสุทธิ์และเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า และแรงบิด 470 นิวตันเมตร แม้ตัวเลขอาจดูไม่สูงเท่าซูเปอร์คาร์ไฮบริดบางรุ่น แต่ด้วยน้ำหนักที่เบาและระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขัน ทำให้มันสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 312 กม./ชม.

ความโดดเด่นของ 911 GT3 RS คือการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะในสนามแข่งอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่สามารถปรับตั้งได้ละเอียด เบรกคาลิปเปอร์แบบคาร์บอนเซรามิกที่ทรงพลัง และปีกหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างแรงกด (Downforce) อย่างมหาศาล เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด เบาะนั่งแบบสปอร์ตที่โอบกระชับ และพวงมาลัยแบบท้ายตัด (Flat-bottom steering wheel) คืออุปกรณ์มาตรฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นรถแข่งอย่างชัดเจน ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ท้าทายและบริสุทธิ์ 911 GT3 RS คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ

3. Lamborghini Huracan Tecnica: สุนทรียภาพแห่งเครื่องยนต์ V10

Lamborghini Huracan Tecnica คือรถที่ผสมผสานความดุดันของซูเปอร์คาร์ในตำนาน เข้ากับความคล่องตัวและความสนุกสนานในการขับขี่บนถนนทั่วไปได้อย่างลงตัว การเปิดตัวในเดือนเมษายน 2022 เป็นการตอกย้ำว่า Lamborghini ยังคงยืนหยัดในการนำเสนอประสบการณ์ขับขี่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์

ขุมพลังของ Huracan Tecnica คือเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini ที่ให้กำลัง 640 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 325 กม./ชม. เสียงเครื่องยนต์ V10 อันทรงพลังคือหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้รถคันนี้แตกต่าง

ดีไซน์ภายนอกของ Tecnica มีความดุดันและสปอร์ตยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ช่องระบายอากาศที่โดดเด่น กันชนหน้า-หลังที่ถูกออกแบบใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และเส้นสายที่เฉียบคม รับกับตัวถังที่ดูทรงพลัง

ภายในห้องโดยสารยังคงความเป็น Lamborghini ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งแบบสปอร์ต จอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้วสำหรับมาตรวัดความเร็ว และจอแสดงผลขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

4. McLaren Artura: การมาถึงของไฮบริดยุคใหม่

McLaren Artura คือก้าวสำคัญของ McLaren ในการก้าวสู่ยุคของซูเปอร์คาร์ไฮบริดอย่างเต็มตัว รถคันนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด MCLA (McLaren Carbon Lightweight Architecture) ซึ่งเน้นการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบาแต่แข็งแกร่ง

หัวใจของ Artura คือระบบส่งกำลังแบบไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า การทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบนี้ สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า ส่งผลให้ Artura สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 330 กม./ชม.

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Artura คือการเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดคันแรกที่มาพร้อมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และระบบเบรกแบบ Regenerative ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เฉียบคมและตอบสนองได้ดีเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ McLaren ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

5. Maserati MC20: ความสง่างามและสมรรถนะที่เหนือกว่า

Maserati MC20 คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Maserati ในตลาดซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งคันนี้ ผสมผสานความหรูหราแบบอิตาเลียนเข้ากับสมรรถนะที่เหนือชั้นได้อย่างลงตัว

ขุมพลังของ MC20 คือเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร “Nettuno” ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Maserati ให้กำลัง 630 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ด้วยพละกำลังขนาดนี้ MC20 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม. และเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที

สิ่งที่ทำให้ MC20 พิเศษคือโครงสร้างตัวถังที่สร้างขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 1,500 กิโลกรัม การใช้วัสดุน้ำหนักเบาประกอบกับการออกแบบที่เน้นอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้ MC20 มีความคล่องตัวและเฉียบคมในการขับขี่ ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งสี่ล้อ และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ช่วยเสริมประสิทธิภาพและความมั่นใจในการควบคุม

MC20 มีให้เลือกในหลายรูปแบบ ทั้ง MC20 Coupe (หลังคาแข็ง), MC20 Spider (เปิดประทุน) และ MC20 Trofeo (รุ่นสมรรถนะสูง) แต่ละรุ่นล้วนมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งความสปอร์ตและความหรูหราของ Maserati

6. Chevrolet Corvette C8: รถสปอร์ตอเมริกันที่มาพร้อมความคุ้มค่า

Chevrolet Corvette C8 คือรถสปอร์ตอเมริกันที่สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “ซูเปอร์คาร์” ด้วยการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์มาไว้ด้านหลัง (Mid-engine) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Corvette

ขุมพลังของ C8 คือเครื่องยนต์ LT2 V8 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 495 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ด้วยการจัดวางเครื่องยนต์แบบใหม่ ทำให้ C8 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96.5 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม.

ดีไซน์ภายนอกของ Corvette C8 มีความทันสมัยและสปอร์ต ด้วยไฟหน้าทรงเรียบง่ายที่กลมกลืนไปกับตัวรถ กระจกหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยให้มองเห็นเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลังได้ชัดเจน ร่องระบายอากาศ 7 ช่อง และท่อไอเสีย 4 ชุดที่ติดตั้งอยู่ที่ด้านริมทั้งสองฝั่ง เพิ่มความดุดันให้กับรูปลักษณ์

Corvette C8 ได้รับการยกย่องในด้านความคุ้มค่าของสมรรถนะเมื่อเทียบกับราคา ทำให้เป็น “ซูเปอร์คาร์ที่เข้าถึงได้” สำหรับนักขับหลายๆ คน ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตสมรรถนะสูง

7. Aston Martin DBS Superleggera: พลัง V12 ผสานความสง่างาม

Aston Martin DBS Superleggera คือสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่ผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ V12

หัวใจหลักของ DBS Superleggera คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังถึง 715 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 340 กม./ชม.

การออกแบบภายนอกของ DBS Superleggera สะท้อนถึงความหรูหราและทรงพลัง โดย Marek Reichman หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Aston Martin ได้รังสรรค์ให้รถคันนี้มีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู และไฟท้าย LED รูปทรงเรียวยาว

DBS Superleggera ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านสมรรถนะและความหรูหรา จนได้รับรางวัล “Car of the Year” จากนิตยสาร Top Gear และ “Best Supercar” จากนิตยสาร Autocar ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็นสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบ

การดูแลรักษาแบตเตอรี่ซูเปอร์คาร์: หัวใจสำคัญของการรักษาคุณค่า

ในยุคที่ซูเปอร์คาร์เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การดูแลรักษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับ “เจ้าของซูเปอร์คาร์” ที่อาจไม่ได้ใช้งานรถทุกวัน อาการแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดทิ้งไว้นานสามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกประเภท รวมถึงซูเปอร์คาร์ราคาแพง

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะ CTEK จากสวีเดน คือโซลูชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับปัญหานี้ ด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ CTEK MXS 5.0 ไม่เพียงแค่ชาร์จไฟให้แบตเตอรี่เต็ม แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน ป้องกันการเสื่อมสภาพ และรักษาประสิทธิภาพสูงสุดของแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม ทำให้สามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเวลานาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้แบตเตอรี่เสียหาย เป็นมิตรต่อระบบไฟฟ้าภายในรถ และใช้งานง่ายแม้ไม่มีความรู้ด้านช่าง

การลงทุนในเครื่องชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูงอย่าง CTEK จึงไม่ใช่แค่การบำรุงรักษารถยนต์ แต่เป็นการรักษาคุณค่าของ “ซูเปอร์คาร์” คันโปรดของคุณให้คงสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานเสมอ

บทสรุป: อนาคตของซูเปอร์คาร์คือการผสมผสานที่ไร้ขีดจำกัด

ปี 2025 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวงการซูเปอร์คาร์กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายใน สมรรถนะสูง และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบเสียงคำรามอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V12 หรือความเงียบสงบแต่แฝงด้วยพลังอันมหาศาลของระบบไฮบริด ซูเปอร์คาร์ในปี 2025 มีตัวเลือกที่ตอบสนองทุกความต้องการอย่างแน่นอน หากคุณกำลังมองหา “ซูเปอร์คาร์มือสอง” ที่ยังคงคุณสมบัติเด่น หรือกำลังตัดสินใจ “ซื้อซูเปอร์คาร์ป้ายแดง” การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในเทคโนโลยีเหล่านี้ คือก้าวแรกที่สำคัญ

หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งยนตรกรรม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่” และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เชิญติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาอย่างละเอียด เราพร้อมที่จะช่วยคุณค้นหา “ซูเปอร์คาร์ที่ใช่” สำหรับคุณ

Previous Post

[ครบชุด] T0101025 ดอกฟ าก บหมาว

Next Post

[ครบชุด] T0101008 ผัวขี้ข้า 15081

Next Post
[ครบชุด] T0101008 ผัวขี้ข้า 15081

[ครบชุด] T0101008 ผัวขี้ข้า 15081

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.