BMW M4: เหนือกว่าความเร็ว สู่ตำนานแห่งชัยชนะของนักขับ
ในโลกของยนตรกรรมสมรรถนะสูง ชื่อของ BMW M4 คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความแม่นยำ การควบคุม และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่แท้จริง สำหรับนักขับผู้มีชัยชนะเป็นที่ประจักษ์ การครอบครอง BMW M4 ไม่ใช่เพียงแค่รางวัล แต่คือการประกาศเกียรติยศอันทรงเกียรติ ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จอันหาที่เปรียบมิได้ ในปี 2016 มาร์โก วิตต์แมนน์ นักขับผู้เก่งกาจแห่งเวที DTM ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้ จากการคว้าแชมป์ DTM เป็นสมัยที่สอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของ BMW และวงการมอเตอร์สปอร์ต
BMW M4 Competition Sport: การผสมผสานสุดลงตัวระหว่างสมรรถนะและความสง่างาม
การมอบ BMW M4 รุ่นพิเศษ ให้กับแชมป์ DTM ไม่ใช่เพียงแค่การมอบพาหนะ แต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศและการอุทิศตนเพื่อกีฬามอเตอร์สปอร์ต แม้ว่า BMW M4 คันพิเศษนี้จะไม่ได้ถูกปรับแต่งเพื่อการลงสนามแข่งอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ได้รับการยกระดับด้วยชุดแต่ง BMW M Performance Parts ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มสมรรถนะและรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูโดดเด่นและดุดันยิ่งขึ้น การปรับแต่งเหล่านี้รวมถึงสปอยเลอร์หลังที่เพิ่มแรงกดอากาศ (downforce) ดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ที่เสริมอากาศพลศาสตร์ และกระจังหน้าสีดำเงาที่สื่อถึงความเข้มขรึมและทรงพลัง
มาร์โก วิตต์แมนน์ ได้กล่าวถึงรถประจำตำแหน่งของเขาด้วยความพึงพอใจว่า “รถคันนี้ดูดีทีเดียว และขับได้สนุกมาก สีรถก็ถูกใจผมเป็นพิเศษ ผมเป็นคนที่ชอบรถที่มีความโดดเด่น แตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้ว” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในรถยนต์ที่สะท้อนถึงบุคลิกและผลงานของเขาได้อย่างชัดเจน สีเขียวสว่างที่เป็นเอกลักษณ์ของรถคันนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้โดดเด่นบนท้องถนน แต่ยังเป็นเหมือนเครื่องหมายแห่งชัยชนะที่ส่องประกาย
การยกระดับประสบการณ์ขับขี่ด้วย BMW M Performance Parts
นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันแล้ว BMW M4 คันนี้ยังได้รับการตกแต่งภายในด้วยชุดแต่ง BMW M Performance Parts เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เช่น หัวเกียร์ใหม่ แป้นเหยียบที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้น และบันไดข้างเรืองแสง M ที่เพิ่มความสปอร์ตและความหรูหราภายในห้องโดยสาร ล้วนแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ BMW ที่ต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
มาร์โก วิตต์แมนน์: ดาวเด่นแห่งวงการ DTM
ประวัติของมาร์โก วิตต์แมนน์ คือเครื่องพิสูจน์ความสามารถและความมุ่งมั่นอันน่าทึ่ง เขาเริ่มต้นเส้นทางใน DTM ในปี 2013 และสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วด้วยการคว้าแชมป์ครั้งแรกในปี 2014 และตามด้วยแชมป์สมัยที่สองในปี 2016 การคว้าแชมป์ DTM สองสมัยในวัยเพียง 26 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักขับ BMW ที่อายุน้อยที่สุดที่ทำสถิติได้เช่นนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ของ BMW Motorsport
BMW M4 CS: นิยามใหม่ของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงในประเทศไทย
ในปี 2018 BMW Group ประเทศไทย ได้นำเสนอ BMW M4 CS สู่ตลาดไทย ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการจัดงาน Bangkok International Motor Show 2018 BMW M4 CS ไม่ใช่เพียงแค่รถสปอร์ตธรรมดา แต่เป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด สะท้อนถึงความพิเศษและความต้องการของนักขับที่แสวงหาประสิทธิภาพอันเหนือชั้น พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การออกแบบภายนอก: ความดุดันที่มาพร้อมกับความสง่างาม
BMW M4 CS ได้รับการออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอย่างแท้จริง กระจังหน้าทรงไตคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW มาพร้อมกับช่องดักอากาศขนาดใหญ่ 3 ช่อง ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟหน้า LED ดีไซน์ทันสมัยให้การมองเห็นที่ชัดเจนในทุกสภาพแสง ส่วนประกอบสำคัญอย่างฝากระโปรงหน้าและหลังคาที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักของรถ แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพในด้านอากาศพลศาสตร์
เส้นสายสไตล์คูเป้ที่เฉียบคม ผสานกับชุดแต่ง M ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ สร้างความรู้สึกทรงพลังและปราดเปรียว แม้ในขณะที่รถจอดนิ่งอยู่ การออกแบบซุ้มล้อที่บึกบึนพร้อมล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 19 นิ้วสำหรับล้อหน้า และ 20 นิ้วสำหรับล้อหลัง พร้อมยางสมรรถนะสูง (265/35 R19 ด้านหน้า และ 285/30 R20 ด้านหลัง) ยิ่งเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับ BMW M4 CS คันนี้ มิติตัวถังที่ยาว 4,672 มม. ความกว้าง 1,870 มม. และความสูง 1,392 มม. ทำให้รถมีสัดส่วนที่สมดุลและดูสปอร์ตอย่างลงตัว
การออกแบบภายใน: ความสปอร์ตที่มาพร้อมกับความหรูหรา
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW M4 CS คุณจะสัมผัสได้ถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา เบาะนั่งแบบ M Sport ที่มีน้ำหนักเบา หุ้มด้วยหนังแท้สลับกับ Alcantara ให้การรองรับที่ยอดเยี่ยมขณะเข้าโค้ง พนักพิงหลังที่สามารถปรับความกว้างได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่ทุกสรีระสามารถหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เข็มขัดนิรภัยลาย M เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับภายในห้องโดยสาร
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนัง Alcantara ดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ (paddle shifters) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงและรายละเอียดการตกแต่งที่ปราณีต สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของ BMW ในทุกอณูของการออกแบบ และการมีสีพิเศษจาก BMW Individual ให้เลือก ยิ่งทำให้ BMW M4 CS เป็นรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีเพื่อประสบการณ์ขับขี่ขั้นสุด
BMW M4 CS มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและปลอดภัยที่สุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ที่สามารถทำงานในโหมด M Dynamic (MDM) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปลดปล่อยสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัย ระบบเฟืองท้าย Active M ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังอย่างเหมาะสม ทำให้การควบคุมรถในยามเข้าโค้งทำได้อย่างแม่นยำและมั่นคง
ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ Comfort, Sport และ Sport+ เพียงแค่สัมผัสปุ่มบนคอนโซลกลาง การปรับเปลี่ยนโหมดเหล่านี้จะส่งผลต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบช่วงล่าง ทำให้รถสามารถปรับตัวให้เข้ากับลักษณะของเส้นทางและการขับขี่ได้อย่างลงตัว มอบทั้งความนุ่มนวลสำหรับการเดินทางปกติ และความเร้าใจสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต
ขุมพลัง: ความแรงที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพ
หัวใจของ BMW M4 CS คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo อันเลื่องชื่อ เครื่องยนต์นี้ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุด โดยสามารถให้กำลังสูงสุดถึง 460 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลถึง 600 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 4,000-5,380 รอบต่อนาที
ด้วยพละกำลังขนาดนี้ BMW M4 CS สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้น และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความแรงนี้ได้รับการผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic ซึ่งเป็นระบบเกียร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและราบรื่นภายในเสี้ยววินาที ทำให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด เสริมด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift บนพวงมาลัยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริง
BMW M4: โอกาสในการสัมผัสความเป็นเลิศ
BMW M4 CS ซึ่งเปิดตัวด้วยราคาจำหน่าย 11,399,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่มันคือผลผลิตของนวัตกรรม วิศวกรรม และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน การเป็นเจ้าของ BMW M4 คือการได้สัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีของ BMW ที่ผสานรวมสมรรถนะที่เหนือชั้น การออกแบบที่งดงาม และประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมสมรรถนะสูง มองหาความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่ และปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศและความสำเร็จ อย่ารอช้า ติดต่อผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมเพื่อสัมผัสและทดลองขับ BMW M4 รุ่นต่างๆ เพื่อค้นหา BMW M4 ที่ใช่สำหรับคุณ และเริ่มต้นการเดินทางอันน่าจดจำบนเส้นทางแห่งสมรรถนะและชัยชนะ.

