BMW Xpo 2017: การเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์หรู สปอร์ต และขุมพลังแห่งอนาคต
ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ในปี 2560 ที่ผ่านมา BMW ประเทศไทย ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมหรูและสมรรถนะสูง ด้วยการจัดงาน “BMW Xpo 2017” ซึ่งไม่เพียงแต่นำเสนอทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลาย แต่ยังได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษที่สร้างปรากฏการณ์และเป็นที่จับตามองในวงการยานยนต์ทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW M4 DTM Champion Edition ซึ่งมาพร้อมการเฉลิมฉลองชัยชนะในสนามแข่งอันทรงเกียรติ ผสานกับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ BMW ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มามากกว่าทศวรรษ ผมมองว่างาน BMW Xpo 2017 นี้ เป็นมากกว่าเพียงแค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ของ BMW ในการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ การออกแบบที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว
และการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันเร้าใจกับความสะดวกสบายระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว BMW M4 DTM Champion Edition ราคา ที่บ่งบอกถึงความพิเศษและเอกสิทธิ์สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงสุด
BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดยนตรกรรมแห่งชัยชนะที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อนักสะสม
ไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาได้อย่างไม่ต้องสงสัยในงาน BMW Xpo 2017 คือ BMW M4 DTM Champion Edition รถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นพิเศษนี้ ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ทั่วไป แต่เป็นผลผลิตจากการเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักแข่งระดับโลกอย่าง Marco Wittmann จาก BMW Team RMG ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) อันทรงเกียรติในปี 2559 ด้วยจำนวนการผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นที่หมายปองของนักสะสมรถยนต์ทั่วโลกอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition แตกต่างและโดดเด่นคือการผสานเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่ท้องถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรมระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) ซึ่งเคยสร้างความประทับใจในรุ่น M4 GTS มาใช้กับเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ระบบนี้ช่วยลดอุณหภูมิของห้องเผาไหม้ ส่งผลให้เครื่องยนต์สามารถรีดพละกำลังออกมาได้อย่างเต็มที่ โดย BMW M4 DTM Champion Edition สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 500 แรงม้า (368 กิโลวัตต์) ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งสูงกว่า BMW M4 รุ่นมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ
พละกำลังอันมหาศาลนี้ ส่งผ่านระบบเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 สปีด พร้อม Manual Shift Mode ที่ตอบสนองฉับไว ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นสมรรถนะที่เชื้อเชิญให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงขีดสุดแห่งการขับขี่
ในด้านการออกแบบ BMW M4 DTM Champion Edition ได้รับการถ่ายทอด DNA จากรถแข่ง DTM มาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นลวดลายตกแต่งสุดคลาสสิกสไตล์ M ที่พาดผ่านบนตัวถังสีขาว Alpine White อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยชิ้นส่วนแอโรไดนามิกที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรง (CFRP) น้ำหนักเบาพิเศษ ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมความดุดัน แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศและเสถียรภาพการทรงตัวในความเร็วสูง
โครงสร้างน้ำหนักเบาเป็นหัวใจสำคัญของสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของ BMW M4 DTM Champion Edition โดยมีการนำวัสดุ CFRP มาใช้ในส่วนประกอบต่างๆ เช่น กระโปรงหน้า-หลัง หลังคา โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย รวมถึงระบบท่อไอเสียคู่ที่ทำจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ การออกแบบที่พิถีพิถันนี้ ไม่เพียงแต่ลดน้ำหนักรวมของรถ แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยของห้องโดยสารอีกด้วย
ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของ BMW M ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยเบาะนั่งคู่หน้าแบบ M Carbon bucket seat ที่โอบกระชับลำตัว หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino คุณภาพสูง พร้อมด้วยพวงมาลัย M Sports ที่ตกแต่งด้วยแถบสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกอณูของการออกแบบที่มุ่งเน้นประสบการณ์ผู้ขับขี่เป็นสำคัญ
ด้านเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย BMW M4 DTM Champion Edition มาพร้อมระบบสาระบันเทิงหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วย iDrive Controller และระบบสัมผัส พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และระบบนำทาง Professional นอกจากนี้ยังมี Head-up Display แสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน
ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มเช่นกัน ประกอบด้วยไฟหน้า LED พร้อมระบบ BMW Selective Beam, ไฟท้ายแบบ OLED, ระบบ Park Distance Control, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC), ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC), ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่แบบ M Dynamic (MDM) ที่ให้ผู้ขับขี่ควบคุมการขับขี่ได้มากขึ้น, ระบบควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (ADB-X), ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC), ถุงลมนิรภัย 6 ใบ และกระจกมองข้าง-หลัง ที่ปรับระดับความสว่างได้อัตโนมัติ
ราคาจำหน่ายของ BMW M4 DTM Champion Edition ในประเทศไทย อยู่ที่ 13,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard) ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษและความเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัด การได้ครอบครองรถคันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนในประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะและนวัตกรรมยานยนต์ของ BMW
BMW ซีรีส์ 7: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่า
นอกเหนือจาก BMW M4 DTM Champion Edition แล้ว งาน BMW Xpo 2017 ยังได้เปิดตัวสมาชิกใหม่ในตระกูลซีรีส์ 7 ซึ่งเป็นที่สุดแห่งความหรูหรา สะดวกสบาย และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น BMW 740Le xDrive Pure Excellence และ BMW 730Ld Pure Excellence ซึ่งได้รับการผลิตในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
BMW 740Le xDrive Pure Excellence: พลังแห่งยนตรกรรม Plug-in Hybrid สู่ความเหนือระดับ
BMW 740Le xDrive Pure Excellence เป็นตัวแทนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของ BMW ในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ระดับ Executive โดยรุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว การออกแบบตัวถัง Carbon Core ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ BMW ที่ผสมผสานวัสดุพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) เข้ากับเหล็กกล้าและอลูมิเนียม ช่วยลดน้ำหนักของรถได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยให้กับห้องโดยสาร
ขุมพลังของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (190 กิโลวัตต์) และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังเสริมอีก 113 แรงม้า (83 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะมอบกำลังรวมสูงสุดถึง 326 แรงม้า (240 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความราบรื่นและตอบสนองฉับไวในทุกสถานการณ์
ด้วยระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ xDrive แบบ All-wheel Drive และการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ BMW 740Le xDrive Pure Excellence มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างน่าประทับใจ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล หรือการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและลดการปล่อยมลพิษ
BMW 730Ld Pure Excellence: สมรรถนะดีเซลอันทรงพลัง ผสานความนุ่มนวลระดับสูงสุด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล BMW 730Ld Pure Excellence คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลัง สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการขับเคลื่อนรถยนต์ขนาดใหญ่ได้อย่างสง่างาม
การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลอันทรงพลังกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำให้ BMW 730Ld Pure Excellence สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 6.2 วินาที ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของซีรีส์ 7 ในด้านความนุ่มนวลและความสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสารไว้ได้อย่างครบถ้วน เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง Carbon Core ช่วยลดน้ำหนักของรถลงไปได้ถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น
ราคาจำหน่ายของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence อยู่ที่ 6,339,000 บาท และ BMW 730Ld Pure Excellence อยู่ที่ 5,839,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard) สำหรับรุ่นที่ประกอบในประเทศ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ BMW ในการนำเสนอยนตรกรรมระดับโลกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทย
นวัตกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Xpo 2017
นอกจากรุ่นไฮไลท์ที่กล่าวมาแล้ว BMW Xpo 2017 ยังได้นำเสนอรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น BMW X5 xDrive40e Pure Experience รถยนต์ SAV (Sports Activity Vehicle) แบบ Plug-in Hybrid ที่ผสมผสานความอเนกประสงค์และความประหยัด หรือ BMW i8 Protonic Frozen Black Edition ซูเปอร์คาร์สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริด ดีไซน์สุดล้ำ ที่สะท้อนถึงอนาคตของยานยนต์
ภายในงานยังได้จัดเตรียมข้อเสนอทางการเงินและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ BMW ในฝันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
สรุป
BMW Xpo 2017 ถือเป็นงานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและทิศทางการพัฒนาของ BMW ในยุคปัจจุบัน การเปิดตัว BMW M4 DTM Champion Edition เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ผสานจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ในขณะที่ซีรีส์ 7 รุ่นใหม่ ได้ยกระดับนิยามของความหรูหราและความสะดวกสบายไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี Plug-in Hybrid และขุมพลังดีเซลที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความหลงใหลในเทคโนโลยียานยนต์ BMW คือแบรนด์ที่มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และงาน BMW Xpo 2017 นี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมและยนตรกรรมที่เหนือกว่าความคาดหมาย
หากท่านกำลังมองหา BMW รุ่นที่ใช่ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อย่าพลาดโอกาสในการเยี่ยมชมโชว์รูม BMW ใกล้บ้านท่าน หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรมล่าสุดของเราได้ที่เว็บไซต์ทางการของ BMW ประเทศไทย เพื่อค้นหารถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ และก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคตของการขับเคลื่อนไปพร้อมกับ BMW.

