Lamborghini Aventador SVJ: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แรงบันดาลใจ และมิตรภาพที่แท้จริง
ในโลกของยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ ความหลงใหลในสมรรถนะอันเร้าใจ ความงดงามของการออกแบบ และเรื่องราวเบื้องหลัง คือสิ่งที่ขับเคลื่อนผู้คนนับไม่ถ้วนให้ก้าวเข้าสู่วงการนี้ คุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแห่ง Brother Global ธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ คือหนึ่งในนักสะสมซูเปอร์คาร์ตัวยง ที่ครั้งนี้ได้มาเปิดใจถึงความประทับใจใน Lamborghini Aventador SVJ สุดยอด Hypercar ที่ผลิตเพียง 900 คันทั่วโลก มูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและจุดเริ่มต้นของมิตรภาพอันล้ำค่า
จุดเริ่มต้นของแพสชัน: มากกว่าแค่ความเร็ว
หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่ชื่นชอบซูเปอร์คาร์มักจะหลงใหลในความเร็วสูงสุด แต่สำหรับคุณแบงค์แล้ว ประเด็นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง “ความจริงหลายคนที่ชอบซูเปอร์คาร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบความเร็ว แต่หลงใหลในประวัติศาสตร์ของรถและงานออกแบบ” เขาอธิบาย “สำหรับผม ผมไม่ได้อินกับรถขนาดที่ต้องศึกษาว่ารถค่ายนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานแค่ไหน สมัยวัยรุ่นผมแค่รู้สึกว่าซูเปอร์คาร์เป็น Man Toy อย่างหนึ่ง”
แพสชันด้านความเร็วของคุณแบงค์เริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเยาว์ แม้จะมีความกลัวความสูงเป็นพื้นฐาน แต่เขากลับพบความตื่นเต้นในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมต่างๆ ทั้งโกคาร์ต เจ็ตสกี และวินเซิร์ฟ “โดยเฉพาะการขับรถด้วยความเร็ว เพราะถ้าขับรถช้าผมจะง่วงนอน” เขาเล่าถึงประสบการณ์ขับรถตั้งแต่สมัยมัธยม ที่มีการแข่งขันกันเพื่อวัดสมรรถนะของรถ “คล้ายๆ กับการแข่งควอร์เตอร์ไมล์ในสมัยนี้” อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของคุณแบงค์ไม่ได้สนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้มากนัก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังจากที่เพื่อนๆ หลายคนประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ตลาดซูเปอร์คาร์ระดับโลกที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันมี “Three Kings” อันโด่งดัง ประกอบด้วย Ferrari, Porsche และ Lamborghini แต่ปัจจุบันได้ขยายเป็น “Four Kings” ด้วยการเพิ่ม McLaren เข้ามา “ด้วยอายุขนาดนี้ (47 ปี) ผมขับรถซูเปอร์คาร์มาแล้วทุกค่าย ซึ่งมีข้อดีข้อเด่นแตกต่างกัน” คุณแบงค์กล่าว
“ยกเว้น Lamborghini เกือบจะได้ซื้อหลายครั้ง ติดที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต จึงคิดว่าคงไม่เหมาะ แต่ก็เคยได้ขับตอนไปเรียนที่อังกฤษ รู้สึกว่ามีความดิบ” เขายังเสริมด้วยว่า “ผมเคยสังเกตว่าเวลาขับรถค่ายต่างๆ ทุกคนจะหันมองแต่ Lamborghini เสมอ ไม่รู้ทำไม คิดเองว่านอกจากความสวยหรู อาจด้วยภาพลักษณ์ของคนขับ Lamborghini ที่จะดูเป็นหนุ่มฮิป แนวแก๊งสเตอร์หน่อยๆ”
อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น คุณแบงค์ได้หยุดขับรถซูเปอร์คาร์ไปหลายปี “ด้วยอายุที่มากขึ้น แล้วมาถึงจุดที่เรียกว่าเบื่อหรือหมดแพสชัน เพราะในชีวิตประจำวันการขับรถซีดานสบายกว่า เวลาจะขึ้นลงก็ไม่ลำบาก” เขายกตัวอย่างปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ประสบการณ์การขับซูเปอร์คาร์ไม่สมบูรณ์แบบ “ปัญหาเวลาขับรถซูเปอร์คาร์ของผมคือสิ่งที่ควรจะดังอย่างวิทยุกลับไม่ดัง แม้จะติดเครื่องเสียงราคาหลักล้านบาท เสียงเครื่องยนต์กลบหมด แต่สิ่งที่ไม่ควรดัง…อย่างล้อรถกลับดัง หรือบางทีขับไปแอร์ไม่เย็น ต้องเปิดกระจก จนคนคิดว่าผมอยากโชว์ แต่ที่จริงแอร์เสีย (หัวเราะ)”
“อีกเหตุผลสำคัญคือผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับสังคมซูเปอร์คาร์ เพราะไม่ดื่ม ไม่เที่ยวกลางคืน จึงทำให้หยุดขับไปหลายปี จนคิดว่าคงเลิกขับซูเปอร์คาร์เป็นการถาวรแล้ว”
การกลับมาที่พลิกความรู้สึก: Lamborghini Aventador S กับบทพิสูจน์แห่งมิตรภาพ
โชคชะตามักเล่นตลกเสมอ การกลับมาสู่วงการซูเปอร์คาร์ของคุณแบงค์ และการได้เป็นเจ้าของ Lamborghini คันแรกในชีวิต เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ค่อนข้างไม่คาดคิด “เหตุผลที่ทำให้ผมกลับมาขับซูเปอร์คาร์อีกครั้งและได้เป็นเจ้าของรถ Lamborghini คันแรกในชีวิตถือว่าค่อนข้างแปลก คือมีรุ่นน้องที่สนิทกันคนหนึ่งถามผมว่า ไม่คิดจะมี Lamborghini บ้างหรือ แล้วพยายามคะยั้นคะยอให้ผมลองแวะไปดูรถที่โชว์รูมตรงถนนวิภาวดีรังสิต บอกว่าสีแดงสวยมาก ผมตอบทันทีว่าผมชอบสีดำ รถทุกคันเป็นสีดำทั้งหมด เขาก็ยังเชียร์ว่าแร็ปสีได้”
ด้วยความที่ภรรยาอย่างน้องไหม (พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์) เป็นผู้ช่วยเบรก เมื่อได้รับการชวน คุณแบงค์จึงตัดสินใจไปดูรถที่โชว์รูม “ที่สุดตกลงรับนัดไปดูรถกัน ผมชวนน้องไหม (พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์) ภรรยาไปด้วย เพื่อจะได้ช่วยเบรก ตอนมาเห็น Lamborghini Aventador S ครั้งแรกเริ่มรู้สึกว่าสวยดีเหมือนกัน แต่ยังเก็บอาการ รุ่นน้องก็จัดการให้ลองนั่ง เปิดประตู ซึ่งเป็นเหมือนปีกนก คือเขาอยากให้ซื้อเพื่อจะได้ขับเป็นเพื่อนกัน พร้อมกับบอกว่าถ้ายังไม่ตัดสินใจก็จองไว้ก่อน”
หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณแบงค์ก็เดินทางไปต่างประเทศ และเมื่อกลับมาก็ได้รับการแจ้งจากเซลส์ว่ารถที่จองไว้มาถึงแล้ว “ถัดจากนั้น 3 วันผมก็เข้ามาที่โชว์รูมแล้วจัดการซื้อ โดยเลือกใส่ออปชั่นทุกอย่างที่มี (ราคาประมาณ 40 กว่าล้านบาท)”
ช่วงแรก คุณแบงค์ยังคงรู้สึกห่างเหินกับรถคันใหม่ “ตอนซื้อคิดว่าเมื่อจ่ายแล้วก็ให้รถสไลด์ไปส่งที่บ้านเลย เพราะผมไม่ค่อยอินสักเท่าไร เลือกแบบเดิมๆ จากโรงงาน ไม่มีออปชั่นชุดแต่งเลยสักชิ้น” แต่สิ่งที่ทำให้ทัศนคติของเขาพลิกผัน คือการได้พบกับคุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ผู้ที่นำเข้าและจำหน่ายรถค่ายนี้
“สิ่งที่ทำให้พลิกความรู้สึกคือได้พบกับคุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายรถค่ายนี้ เขาไม่แสดงตัวหรือวางท่าว่าเป็นเจ้าของเลย เดินมาพูดคุยกับผมอย่างเป็นกันเองเหมือนผมเป็นลูกค้าประจำ” คุณแบงค์กล่าวด้วยความประทับใจ “ผมทดสอบด้วยการขอแลกไลน์ ซึ่งปกติผู้บริหารระดับนี้จะไม่ค่อยให้ไลน์กัน แต่เขาให้ด้วยความเต็มใจ ทำให้ผมกับภรรยาประทับใจมาก”
คุณนัทยังได้ชวนคุณแบงค์เข้ากลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งในช่วงแรกคุณแบงค์ก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก แต่เมื่อได้ทราบว่าเป็นกลุ่มย่อยและได้รับคำชวนอย่างจริงใจ ทำให้เขาเริ่มเปิดใจ “แล้วคุณนัทก็ชวนผมเข้ากลุ่มไลน์ของคนขับรถ Lamborghini ซึ่งผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะเคยมีประสบการณ์อย่างนั้นมาแล้ว แต่เขาบอกว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มย่อย อยากให้ผมเข้าร่วม ทำให้ผมค่อยๆ เปลี่ยนความคิดจากการต่อต้านมาสนุกกับการมีเพื่อนใหม่ที่มักจะจัดทริปขับรถ Lamborghini ไปไหว้พระ ทำบุญ เข้าคอร์สปฏิบัติธรรม”
เมื่อได้ทดลองขับ Lamborghini Aventador S ของตัวเองเป็นครั้งแรก ประสบการณ์นั้นเหนือความคาดหมาย “รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าทุกคันที่เคยขับมา ถือเป็นซูเปอร์คาร์ลูกครึ่งระหว่างอิตาลีกับเยอรมัน มีความเนี้ยบในแบบเยอรมัน บวกกับกลิ่นอายความเป็นอิตาลี ทำให้รถมีความสมบูรณ์มากๆ สมรรถนะควบคุมดี ทำความเร็วได้ทันใจ จนผมรู้สึกว่าไม่ใช่แค่การขับรถ แต่เป็น Experience ผมยกให้เป็น Hypercar (หรือหัวหน้าจ่าฝูงของรถซูเปอร์คาร์) เลยทีเดียว”
“เหตุผลอีกข้อที่ทำให้หลงรักรถ Lamborghini คือคุณนัท ตั้งแต่รู้จักกันเขาไม่เคยเสนอขายรถให้ผมเลย ทั้งที่ตอนผมมาโชว์รูมครั้งแรก รุ่นน้องผมกระซิบกับเซลส์ว่า ดูแลคุณแบงค์ให้ดีนะ เขาซื้อรถทุกคันได้หมดเลย ขนาดโชว์รูมก็ซื้อได้ ผมรู้เพราะคุณนัทเล่าให้ฟัง ลองคิดดูว่าคนทำธุรกิจจะมาบอกลูกค้าอย่างนี้ไหม ไม่มีทาง เพราะผมจะต้องตั้งกำแพงอย่างแน่นอน” คุณแบงค์เล่าถึงหลักการทำงานของคุณนัทที่น่าประทับใจ
Lamborghini Urus: ความท้าทายบนเส้นทางแห่งความซื่อสัตย์
หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์อันยอดเยี่ยมกับ Lamborghini Aventador S คุณแบงค์เริ่มมองหา รถครอบครัวแบบ SUV และมีความสนใจใน Lamborghini Urus อย่างมาก
“คือผมอยากอุดหนุนคุณนัท พอเห็นว่าผมอยากได้ คุณนัทก็ชวนให้ร่วมทริปไปพัทยา เพื่อผมจะได้ลองขับรุ่นนี้ดูก่อน ซึ่งก็ขับดีจริงๆ ทีแรกจะซื้อรถสีดำ แต่น้องไหมเริ่มเบื่อสีดำแล้ว ผมเห็นว่าที่โชว์รูมมีสีฟ้าคันใหม่จอดอยู่ จึงบอกคุณนัทว่า เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ขอคันสีฟ้านะ แล้วผมจะขับกลับบ้านเลย เรื่องเงินค่อยจัดการตามหลัง พอกลับถึงโชว์รูม ปรากฏว่าพนักงานนำรถสีฟ้าไปล้าง คุณนัทจึงบอกให้ผมคุยกับภรรยาให้แน่ใจก่อนดีกว่า เผื่อไม่ชอบ เขาไม่อยากทำแบบค่ายรถอื่น”
หลักการของ คุณนัท ชัดเจนมากในการให้ความสำคัญกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า “คือเหตุผลที่ผมมีรถหลายคัน เพราะค่ายรถแทบทุกค่ายจะโทร.มาบอกว่า มีรถรุ่นใหม่เข้ามา อยากให้ลอง แม้ผมจะปฏิเสธ วันรุ่งขึ้นเขาก็จะนำรถมาจอดไว้ให้ลอง ซึ่งผมไม่ได้ชอบ แต่ก็ต้องรับซื้อไว้ด้วยความเกรงใจ ทำให้ผมมีรถเยอะ จนบางคันขับไปแค่ 55 ไมล์เอง คือขับวนอยู่แถวบ้านแล้วจอดทิ้งไว้ คุณนัททราบเรื่องนี้ ทำให้เวลาผมจะซื้อรถกับเขาจะถูกถามเหตุผลอย่างละเอียดก่อน ไม่อย่างนั้นไม่ยอมขายให้”
ความซื่อสัตย์ของคุณนัทถึงขั้นทำให้คุณแบงค์ตัดสินใจซื้อรถถึงสองคัน “รุ่งขึ้นผมโทร.ไปบอกคุณนัทว่าขอซื้อสองคันเลย ทั้งสีดำกับสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้ เขาตอบว่าขออนุญาตไม่ขายครับ เพราะผมมี Porsche Panamera 2 คันอยู่แล้ว ไว้ถ้าผมขาย Porsche Panamera แล้ว เขาจึงจะขาย Lamborghini Urus ให้ แล้วยังบอกอีกว่าเขารู้ว่าผมซื้อไปจอด อยากให้ซื้อเพื่อใช้จริงมากกว่า จนบัดนี้ผมจึงยังไม่ได้ Lamborghini Urus” (หัวเราะ) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
Lamborghini Aventador SVJ: สิ้นสุดการรอคอย ความสมบูรณ์แบบ และมิตรภาพที่เบ่งบาน
และแล้วก็ถึงเวลาของการได้ครอบครองรถ Lamborghini คันที่ 2 ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า “คุณนัทบอกว่ามีรถ Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาเมืองไทยอีกหนึ่งคัน (ราคาประมาณ 60 ล้านบาท) เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตแค่ 900 คันทั่วโลก ผมสั่งซื้อสีแดงทันที แต่เงื่อนไขคือคุณนัทบอกว่าผมต้องขาย Lamborghini Aventador S ก่อน แล้วค่อยซื้อคันนี้ ผมจึงทำเป็นรับปากไปว่าได้ แต่ขอเป็นหลังจากได้รถคันใหม่ก่อน”
ในการเลือกออปชันสำหรับ Lamborghini Aventador SVJ คุณแบงค์เลือกทุกอย่างที่ต้องการอย่างไม่ลังเล “สำหรับรถคันนี้ผมบอกแค่ว่าออปชั่นพิเศษมีอะไรสั่งหมด ไม่เอาแค่อย่างเดียวคือวิทยุ (หัวเราะ)” เขาเล่าถึงรายละเอียดการตกแต่งที่น่าสนใจ
“อย่างตัวอักษร SVJ ที่ติดอยู่ด้านข้างรถก็มีสามออปชั่นให้เลือก คือแบบติดสติ๊กเกอร์ในเมืองไทยราคากว่า 70,000 บาท แบบเพ้นต์ตัวอักษร ประมาณ 6 – 7 แสนบาท และแบบที่ 3 คือเป็นเคฟลาร์ หรือคาร์บอนไฟเบอร์ ราคา 1.7 ล้านบาท คุณนัทแนะนำเป็นสติ๊กเกอร์ จะได้เซฟเงิน พอผมปรึกษาภรรยา เธอว่าถ้าติดแล้วไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นก็ไม่เอาดีกว่า คุณนัทจึงบอกว่าเดี๋ยวเขาดูแลให้ ที่สุดจึงกลายมาเป็นเคฟลาร์ 1.7 ล้านบาท (หัวเราะ)”
“ส่วนเบลดและล้อแมกซ์ผมเลือกแบบแพงสุด คือเป็นไลต์เวตทั้งหมด สำหรับเบาะปกติรถรุ่นนี้จะต้องเป็นเบาะ Bucket Seat (เบาะรถแข่ง) แต่ผมขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้า จะได้ไม่ต้องปรับ ส่วนผ้าหุ้มเบาะ สายซูเปอร์คาร์จะต้องเป็น Alcantara หรือกำมะหยี่ แต่ผมขอเป็นหนัง เพราะชอบกินขนม เวลาเลอะเทอะจะได้ไม่ต้องกังวล เพราะผมคิดเสมอว่า ‘ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก’ สุดท้ายก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจ” (แว่วว่าเฉพาะชุดแต่งรถคันนี้ของคุณแบงค์ 10 กว่าล้านบาทค่ะ)
ประสบการณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ นั้นเหนือกว่าที่คาดคิด “อารมณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ เหมือนขับรถแข่ง เพราะเบาและดิบมากๆ ถือเป็นรถที่ขับสบาย เป็น Everyday Use มากกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก แล้วสมรรถนะการขับก็นุ่มนวล ระบบขับเคลื่อนทุกอย่างทำให้รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ อย่างเวลาเลี้ยวด้วยความเร็วสูง ถือว่าคมมาก (ติดถนนมาก)”
“เวลาที่จะใช้โหมดขับขี่แบบเร็วอย่าง Sport หรือ Corsa ก็เหมือนกระทิงเปลี่ยว เวลารถติดปรับเป็นโหมดการขับขี่แบบ Strada ก็นุ่มนวลเหมือนนั่งในรถซีดาน แอร์เย็น เสียงก็ไม่ดัง คือตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ”
และที่สำคัญที่สุด คือคุณแบงค์ตัดสินใจไม่ขาย Lamborghini Aventador S คันแรก “อ้อ สุดท้ายผมไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S แม้รถสองรุ่นนี้จะเหมือนกันมาก ถ้าไม่ใช่คนเล่นรถจะแยกไม่ออก ต่างกันแค่ Lamborghini Aventador SVJ มีสปอยเลอร์หลังรถ จนมีบางคนคิดว่าผมเอารถไปติดสปอยเลอร์มาเพิ่ม (หัวเราะ)”
“สำหรับเหตุผลที่ผมไม่ขาย Lamborghini Aventador S เพราะเป็นเหมือนตัวแทนมิตรภาพระหว่างผมกับคุณนัท ทำให้เรารู้จักกันและเป็นพี่น้องกัน ทำให้เกิดสิ่งดีงามในชีวิตผมเยอะมาก ผมได้รู้จักคุณนัทและคุณขวัญ (ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์) ภรรยา และลูกๆ น้องธีกับน้องแทน แล้วที่สำคัญคือวันนี้ผมมีน้องดาร์วิน ลูกที่ผมรอมานาน ผมก็ได้คำแนะนำจากคุณขวัญในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) วันนี้ครอบครัวผมสมบูรณ์แล้ว”
“ผมถึงบอกว่ารถคันนี้ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว แม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่สนิทกันยิ่งกว่า เรารู้จักกันมาแค่ 2 – 3 ปี แต่เหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต”
บทสรุปแห่งความสำเร็จและแรงบันดาลใจ
สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหา ซูเปอร์คาร์หรู หรือ รถสปอร์ตพรีเมียม คุณแบงค์มีคำแนะนำที่น่าสนใจ “แต่ถ้าในมุมมองที่มีต่อรถ สำหรับใครก็ตามที่ไม่ติดขัดเรื่องการเงิน ถ้าได้ลองขับรถ Lamborghini และเข้าใจมัน ผมรับรองว่าไม่มีทางไปขับรถค่ายอื่นแน่ สำหรับผมแล้ว Lamborghini ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์คาร์ แต่เป็น Trophy of Success”
“มีหลายคนบอกว่าทำไมคนขับรถซูเปอร์คาร์แล้วชอบถ่ายรูป ชอบโชว์รถ ผมเชื่อว่าเขาคงไม่ได้อวดรถ แต่น่าจะโชว์ความสำเร็จว่านี่คือหยาดเหงื่อแรงงานของเขา”
“เพราะผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จมีป้ายบอกราคาเสมอ ถ้าวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราจ่ายค่าความพยายามมากพอ Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นครับ”
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ประสบการณ์ และมิตรภาพอันยั่งยืน Lamborghini Aventador SVJ คือนิยามที่สมบูรณ์แบบ และเรื่องราวของคุณแบงค์คือเครื่องพิสูจน์ว่า ความฝันอันยิ่งใหญ่สามารถเป็นจริงได้เสมอ ด้วยความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ.
![[ครบชุด] T2012077 กท ไม ได งใจให เก Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1508.png)
![[ครบชุด] T2012075 แม วต วเหม Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1509.png)