• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2012090 คำสาปมนต ดำ Ep.2

admin79 by admin79
December 22, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2012090 คำสาปมนต ดำ Ep.2

Lamborghini Aventador SVJ: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการเดินทางของมิตรภาพ

ในโลกของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ “ซูเปอร์คาร์” ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือความฝัน แรงบันดาลใจ และเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ ซึ่งในวงการนี้ ชื่อของ Lamborghini ย่อมโดดเด่นเป็นพิเศษ ดั่งเช่นเรื่องราวของคุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแห่ง Brother Global ที่ได้ค้นพบความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าของซูเปอร์คาร์กระทิงดุคันนี้

จาก “Man Toy” สู่ “Trophy of Success”: ปฐมบทแห่งความหลงใหลในซูเปอร์คาร์

คุณแบงค์เล่าถึงจุดเริ่มต้นความหลงใหลในซูเปอร์คาร์ว่า ไม่ได้เริ่มต้นจากการเสพติดความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความชื่นชมในประวัติศาสตร์และงานออกแบบที่สะท้อนถึงความเป็น “Man Toy” ในวัยเยาว์ ซึ่งแตกต่างจากหลายคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์อันยาวนานของแต่ละแบรนด์ เขาเองเพียงรู้สึกว่าซูเปอร์คาร์คือตัวแทนของความกล้าและความท้าทาย แม้จะมีพื้นฐานที่กลัวความสูง แต่กลับชื่นชอบกิจกรรมที่ต้องใช้ความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นโกคาร์ต เจ็ตสกี หรือวินเซิร์ฟ การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงตั้งแต่สมัยมัธยมเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาตื่นตัว ตรงข้ามกับการขับรถช้าๆ ที่ทำให้รู้สึกง่วง การแข่งรถควอร์เตอร์ไมล์สมัยก่อนเป็นเพียงการวัดสมรรถนะของรถและความกล้าของผู้ขับ ซึ่งได้รับการห้ามปรามจากครอบครัวด้วยความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

เมื่อย้อนกลับไปราว 20 ปีที่แล้ว วงการซูเปอร์คาร์โลกมี “Three Kings” อันได้แก่ Ferrari, Porsche และ Lamborghini ส่วนในปัจจุบัน ได้มี McLaren เข้ามาเสริมเป็น “Four Kings” ด้วยวัย 47 ปี คุณแบงค์ได้สัมผัสกับซูเปอร์คาร์จากทุกค่าย และมองเห็นข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่สำหรับ Lamborghini เขาเกือบจะได้เป็นเจ้าของมาหลายครั้งแล้ว ติดขัดเพียงประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต จนเกือบจะตัดใจ แต่ความทรงจำจากการได้ขับ Lamborghini ครั้งแรกขณะไปศึกษาที่อังกฤษ กลับทิ้งความรู้สึก “ดิบ” อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ในใจเสมอ เขาสังเกตเห็นว่าไม่ว่ารถซูเปอร์คาร์ค่ายใดจะหรูหราเพียงใด ผู้คนมักจะหันมอง Lamborghini เสมอ อาจเป็นเพราะความสวยงามอันเป็นที่ประจักษ์ หรืออาจเป็นภาพลักษณ์ของคนขับที่ดูมีความเป็น “หนุ่มฮิป” หรือ “แนวแก๊งสเตอร์” เล็กๆ

ช่วงเวลาหนึ่ง คุณแบงค์ได้หยุดพักจากการขับซูเปอร์คาร์ไปหลายปี ด้วยปัจจัยด้านอายุที่มากขึ้น และความรู้สึก “เบื่อ” หรือ “หมดแพสชั่น” ในชีวิตประจำวัน รถซีดานให้ความสะดวกสบายมากกว่า การขึ้นลงรถไม่ลำบาก ปัญหาที่เคยเจอ เช่น เสียงวิทยุที่กลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ หรือระบบปรับอากาศที่ทำงานผิดปกติ จนคนเข้าใจผิดว่าต้องการโชว์ ทั้งที่จริงแล้วคือรถเสีย เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับ “สังคมซูเปอร์คาร์” เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ดื่มและไม่เที่ยวกลางคืน ทำให้เขามั่นใจว่าจะเลิกขับซูเปอร์คาร์เป็นการถาวร

การกลับมาสู่ “กระทิงดุ”: ก้าวที่พลิกความรู้สึก

การกลับมาขับซูเปอร์คาร์อีกครั้ง และการได้เป็นเจ้าของ Lamborghini คันแรกในชีวิตของคุณแบงค์นั้นเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย รุ่นน้องคนสนิทได้คะยั้นคะยอให้ไปชมรถที่โชว์รูม Lamborghini ถนนวิภาวดีรังสิต โดยเน้นย้ำว่า “สีแดงสวยมาก” ซึ่งขัดกับความชอบสีดำของคุณแบงค์ แต่รุ่นน้องก็เสนอทางออกว่าสามารถ “แร็ปสี” ได้

การตัดสินใจไปดูรถครั้งนั้น คุณแบงค์ได้ชวนภรรยา น้องไหม – พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์ ไปด้วย โดยคาดหวังว่าภรรยาจะช่วย “เบรก” การตัดสินใจ แต่เมื่อได้เห็น Lamborghini Aventador S คันจริง ความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนไป แม้จะยังคงเก็บอาการ แต่เมื่อรุ่นน้องจัดการให้ลองนั่งและเปิดประตูแบบ “ปีกนก” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini บวกกับคำชวนที่ว่า “อยากให้ซื้อเพื่อจะได้ขับเป็นเพื่อนกัน” และคำแนะนำให้ “จองไว้ก่อน” ก็ทำให้เรื่องราวบานปลาย

หลังจากบินไปอเมริกาและกลับมา การรับแจ้งจากเซลส์ว่ารถที่จองไว้มาถึงแล้ว ประกอบกับเวลาเพียง 3 วัน ก็ทำให้คุณแบงค์กลับไปที่โชว์รูมอีกครั้ง และตัดสินใจซื้อ Lamborghini Aventador S คันดังกล่าว ด้วยการเลือกออปชั่นทุกอย่างที่มี ซึ่งมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ในตอนแรก เขาคิดว่าจะให้รถถูกสไลด์ไปส่งที่บ้านเลย เพราะยังไม่รู้สึกอินเท่าไรนัก และเลือกเพียงออปชั่นมาตรฐานจากโรงงาน

แต่สิ่งที่พลิกความรู้สึกอย่างสิ้นเชิงคือ การได้พบกับคุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ผู้นำเข้าและจำหน่าย Lamborghini คุณนัทเข้ามาพูดคุยกับคุณแบงค์อย่างเป็นกันเอง โดยไม่วางท่าว่าเป็นเจ้าของ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในลูกค้า คุณแบงค์ได้ทดลองด้วยการขอแลกไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงมักไม่ทำกัน แต่คุณนัทกลับให้ด้วยความเต็มใจ สร้างความประทับใจให้กับทั้งคุณแบงค์และภรรยาเป็นอย่างมาก

จากนั้น คุณนัทได้ชวนคุณแบงค์เข้ากลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งในตอนแรก คุณแบงค์ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนัก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่เมื่อคุณนัทอธิบายว่าเป็น “กลุ่มย่อย” และอยากให้เข้าร่วม ทำให้เขาค่อยๆ เปิดใจ และเริ่มสนุกกับการมีเพื่อนใหม่ที่มักจะจัดทริปขับรถ Lamborghini ไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การไปไหว้พระ ทำบุญ หรือแม้แต่เข้าคอร์สปฏิบัติธรรม

การได้ลองขับ Lamborghini Aventador S ด้วยตัวเองครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่เหนือกว่าที่คาดหวัง คุณแบงค์สัมผัสได้ถึงความ “สมบูรณ์” ของรถ ซึ่งเป็นลูกครึ่งระหว่างความเนี้ยบแบบเยอรมัน ผสานกับกลิ่นอายความเป็นอิตาลี สมรรถนะการควบคุมที่ดีเยี่ยม และความเร็วที่ตอบสนองทันใจ ทำให้รู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การขับรถ แต่เป็น “Experience” ที่เขาขอยกให้เป็น “Hypercar” หรือ “หัวหน้าจ่าฝูงของรถซูเปอร์คาร์”

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณแบงค์หลงรัก Lamborghini คือ ทัศนคติของคุณนัท นับตั้งแต่รู้จักกัน คุณนัทไม่เคยเร่งรัดหรือเสนอขายรถให้กับคุณแบงค์ แม้จะทราบว่าคุณแบงค์มีความสามารถในการซื้อรถทุกคันที่คุณนัทมี คุณนัทได้กล่าวกับคุณแบงค์ว่า “ก็แค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าเขาจะขายคงขายนานแล้ว แต่ถ้าผมไม่ชอบ เขาก็ไม่อยากขาย หรือถ้าชอบ ก็ต้องขอถามเหตุผลก่อนอยู่ดีว่าจะซื้อเพราะอะไร” ทัศนคติเช่นนี้ทำให้คุณแบงค์เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม Lamborghini ถึงกลับมาผงาดในตลาดประเทศไทยอีกครั้ง

ความต้องการที่เติบโต: Lamborghini Urus และบทเรียนแห่งความเกรงใจ

เมื่อก้าวเข้ามาในวงการ Lamborghini อย่างเต็มตัว คุณแบงค์เริ่มมองหารถครอบครัวในรูปแบบ SUV และมีความสนใจใน Lamborghini Urus ด้วยความตั้งใจที่จะ “อุดหนุนคุณนัท” เมื่อคุณนัททราบความต้องการของคุณแบงค์ ก็ได้ชวนไปร่วมทริปที่พัทยา เพื่อให้คุณแบงค์ได้ทดลองขับ Urus ด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นไปตามคาด “ขับดีจริงๆ”

ในตอนแรก เขาตั้งใจจะซื้อ Urus สีดำ แต่ภรรยาเริ่มเบื่อสีดำ เขาจึงเห็น Urus สีฟ้าคันใหม่ที่จอดอยู่ที่โชว์รูม และแจ้งคุณนัทว่าต้องการสีฟ้าคันนี้เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ คุณนัทเองก็แสดงความใส่ใจ โดยการให้พนักงานนำรถสีฟ้าไปล้าง และแนะนำให้คุณแบงค์ปรึกษาภรรยาให้แน่ใจก่อน ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการทำธุรกิจที่แตกต่างออกไป

คุณแบงค์เล่าถึงประสบการณ์กับค่ายรถอื่นที่มักจะโทรศัพท์มาเสนอขายรถรุ่นใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้จะปฏิเสธ รถคันใหม่ๆ ก็มักจะถูกนำมาจอดไว้ให้ลองขับ จนบางครั้งต้องรับซื้อไว้ด้วยความเกรงใจ ทำให้มีรถจำนวนมากเกินความจำเป็น บางคันขับไปเพียง 55 ไมล์แล้วก็จอดทิ้งไว้ ซึ่งคุณนัททราบเรื่องนี้ จึงทำให้การซื้อขายกับคุณนัทต้องมีการสอบถามเหตุผลอย่างละเอียดก่อน

ในที่สุด คุณแบงค์ได้โทรศัพท์ไปบอกคุณนัทว่า “ขอซื้อสองคันเลย ทั้งสีดำกับสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้” คำตอบของคุณนัทกลับเป็น “ขออนุญาตไม่ขายครับ เพราะผมมี Porsche Panamera 2 คันอยู่แล้ว ไว้ถ้าผมขาย Porsche Panamera แล้ว เขาจึงจะขาย Lamborghini Urus ให้” พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า “เขารู้ว่าผมซื้อไปจอด อยากให้ซื้อเพื่อใช้จริงมากกว่า” คำพูดนี้ของคุณนัท ทำให้คุณแบงค์ยังคงไม่ได้ Lamborghini Urus จนถึงปัจจุบัน

Lamborghini Aventador SVJ: ความแรง อันเป็นนิรันดร์ และมิตรภาพที่หยั่งรากลึก

และแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแบงค์จะได้ครอบครอง Lamborghini คันที่สองในชีวิต คุณนัทแจ้งว่ามี Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาในประเทศไทย เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตเพียง 900 คันทั่วโลก คุณแบงค์ตัดสินใจสั่งซื้อสีแดงทันที โดยมีเงื่อนไขว่าต้องขาย Lamborghini Aventador S คันก่อนหน้าออกไปก่อน แต่คุณแบงค์ก็รับปากว่าจะดำเนินการหลังได้รับรถคันใหม่

สำหรับ Lamborghini Aventador SVJ คันนี้ คุณแบงค์ได้สั่งออปชั่นพิเศษทั้งหมด ยกเว้น “วิทยุ” เขาเลือกออปชั่น “เคฟลาร์” หรือ “คาร์บอนไฟเบอร์” สำหรับตัวอักษร SVJ ที่ด้านข้างรถ มูลค่า 1.7 ล้านบาท ซึ่งคุณนัทได้แนะนำอย่างชาญฉลาด ให้เลือกแบบสติ๊กเกอร์เพื่อประหยัดเงิน แต่เมื่อปรึกษาภรรยาแล้ว เห็นว่าถ้าไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องติด สุดท้าย คุณนัทก็จัดการให้กลายมาเป็นเคฟลาร์ 1.7 ล้านบาท

สำหรับใบพัดและล้อแม็กซ์ คุณแบงค์เลือกแบบที่แพงที่สุด เป็น “ไลต์เวต” ทั้งหมด โดยปกติรถรุ่นนี้จะมาพร้อมเบาะ Bucket Seat แต่คุณแบงค์ขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้าเพื่อให้ง่ายต่อการปรับ ส่วนผ้าหุ้มเบาะ ซึ่งปกติจะเป็น Alcantara หรือกำมะหยี่ คุณแบงค์กลับขอเป็นหนัง เพราะชอบทานขนม และกังวลเรื่องความเลอะเทอะ สะท้อนแนวคิดที่ว่า “ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก” สุดท้าย ก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจ โดยเฉพาะชุดแต่งรถคันนี้ของคุณแบงค์มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

“อารมณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ” คุณแบงค์เปรียบเทียบว่าเหมือนขับรถแข่ง เพราะมีความเบาและ “ดิบ” มากกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก กลายเป็นรถที่ขับสบายและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Everyday Use) มากกว่า สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวล ระบบขับเคลื่อนทุกอย่างทำให้รู้สึกเป็น “ส่วนหนึ่งของตัวรถ” โดยเฉพาะการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงที่ “คมมาก” และ “ติดถนนมาก”

ในโหมดการขับขี่แบบ Sport หรือ Corsa เปรียบเสมือน “กระทิงเปลี่ยว” แต่เมื่อปรับเป็นโหมด Strada ในการขับขี่เมื่อรถติด ก็จะนุ่มนวลราวกับนั่งรถซีดาน พร้อมแอร์เย็น และเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่ดัง กล่าวง่ายๆ ว่าตอบสนองความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง

ที่น่าประทับใจคือ คุณแบงค์ไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S คันเดิมออกไป แม้ว่ารถทั้งสองรุ่นจะดูคล้ายคลึงกันมาก จนคนนอกวงการอาจแยกไม่ออก ยกเว้น Lamborghini Aventador SVJ ที่มีสปอยเลอร์หลังรถที่ชัดเจน เหตุผลสำคัญที่คุณแบงค์เก็บ Aventador S ไว้ คือ “เป็นเหมือนตัวแทนมิตรภาพระหว่างผมกับคุณนัท” การได้รู้จักคุณนัทและภรรยา คุณขวัญ (ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์) รวมถึงลูกๆ น้องธีและน้องแทน ได้นำมาซึ่งสิ่งดีงามในชีวิตมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ การได้ “น้องดาร์วิน” ลูกที่รอคอยมานาน ซึ่งคุณขวัญได้ให้คำแนะนำในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) ทำให้ครอบครัวของคุณแบงค์สมบูรณ์

คุณแบงค์กล่าวเน้นย้ำว่า “รถคันนี้ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว” แม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่กลับสนิทสนมยิ่งกว่า และรู้จักกันมานาน 2-3 ปี ราวกับรู้จักกันมาทั้งชีวิต

ในมุมมองของนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระดับสูง คุณแบงค์เชื่อว่าสำหรับผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน และได้ลองขับ Lamborghini แล้ว จะไม่มีวันหันไปขับรถค่ายอื่นอีกอย่างแน่นอน สำหรับเขา Lamborghini ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์คาร์ แต่เป็น “Trophy of Success” สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่มาจากการทำงานหนัก

เขาอธิบายว่าการที่คนขับซูเปอร์คาร์ชอบถ่ายรูปหรือโชว์รถ ไม่ใช่การอวด แต่คือการ “โชว์ความสำเร็จ” ว่านี่คือ “หยาดเหงื่อแรงงาน” ที่เขาได้ทุ่มเท เพราะทุกความสำเร็จมี “ป้ายราคา” เสมอ หากวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราได้จ่าย “ค่าความพยายาม” มากพอแล้ว Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นอย่างแท้จริง

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมซูเปอร์คาร์ตัวยง หรือเพียงผู้ที่ชื่นชมในความสง่างามและความแรงของยนตรกรรมระดับโลก หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือกำลังมองหา “Trophy of Success” ที่สะท้อนถึงความสำเร็จในชีวิต การสัมผัสกับโลกของ Lamborghini อาจเป็นก้าวต่อไปที่คุณควรพิจารณา

มองหาประกันรถยนต์ที่ใช่สำหรับรถคู่ใจของคุณ?

สำหรับผู้ครอบครองรถยนต์หรู รถสปอร์ต หรือซูเปอร์คาร์ การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่คิด bolttech.co.th พร้อมให้บริการคุณ ด้วยตัวเลือกประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมสูงสุด ให้ความคุ้มครองทุกเหตุการณ์บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี เช็กเบี้ยประกันออนไลน์ เปรียบเทียบแผนต่างๆ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ารถสุดรักของคุณได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ติดต่อ bolttech.co.th วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและแผนประกันที่ตรงใจคุณที่สุด.

Previous Post

[ครบชุด] T2012093 คำสาปมนต ดำ Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2012098 กเนรค ณ! Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2012098 กเนรค ณ! Ep.2

[ครบชุด] T2012098 กเนรค ณ! Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.