Lamborghini Aventador SVJ: เรื่องเล่าจาก “คุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์” สู่ตำนานแห่งสุดยอดซูเปอร์คาร์และมิตรภาพอันล้ำค่า
ในโลกของซูเปอร์คาร์ที่เต็มไปด้วยความเร็ว ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย น้อยคนนักที่จะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการครอบครองรถยนต์สักคัน ไม่ใช่เพียงเพื่อการเดินทาง แต่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความหลงใหล และมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากความรักในสิ่งเดียวกัน ผม ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Brother Global ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ยืนยันเรื่องนี้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการเป็นเจ้าของ Lamborghini Aventador SVJ คันพิเศษ หนึ่งใน 900 คันทั่วโลก มูลค่าหลายสิบล้าน ที่ไม่ได้เป็นเพียง “Man Toy” ในวัยเยาว์ แต่กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าของความมุ่งมั่นและบทเรียนชีวิตอันล้ำค่า
จุดเริ่มต้นแห่งแรงปรารถนา: จาก “Man Toy” สู่ปรัชญาชีวิต
หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่ชื่นชอบซูเปอร์คาร์มักจะหลงใหลในความเร็วสูงสุด แต่สำหรับผมแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์ หรือตัวเลขความเร็วที่ปรากฏบนมาตรวัด หากแต่เป็นเรื่องราวเบื้องหลัง งานออกแบบอันประณีต และเส้นทางของประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ถูกถักทอขึ้นมา แม้ว่าในวัยเยาว์ ผมจะไม่ได้เจาะลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์รถยนต์ใดเป็นพิเศษ แต่ภาพลักษณ์ของซูเปอร์คาร์ในสายตาของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง คือ “Man Toy” ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จและความกล้าหาญ
ผมเป็นคนที่พื้นฐานกลัวความสูง แต่กลับมีความหลงใหลในความเร็วอย่างน่าประหลาดใจ กิจกรรมผาดโผนอย่างโกคาร์ต เจ็ตสกี หรือวินเซิร์ฟ ล้วนเป็นสิ่งที่ผมท้าทายตัวเองมาโดยตลอด และการขับรถด้วยความเร็วสูงก็เช่นกัน ผมพบว่าการขับรถช้าๆ กลับทำให้ผมรู้สึกง่วงนอน ในขณะที่การกดคันเร่งให้จมเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตื่นตัวอยู่เสมอ สมัยมัธยม ผมเคยเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์บนถนนหลวง ซึ่งคล้ายคลึงกับการแข่งควอร์เตอร์ไมล์ในปัจจุบัน เป็นการวัดสมรรถนะของรถและทักษะของผู้ขับขี่ แม้ว่าครอบครัวจะไม่ได้สนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่นัก เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย จากเหตุการณ์อุบัติเหตุของเพื่อนๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ในช่วงประมาณ 20 ปีที่แล้ว วงการซูเปอร์คาร์ระดับโลกถูกครอบงำด้วย “Three Kings” อันได้แก่ Ferrari, Porsche และ Lamborghini แต่ปัจจุบัน วงการได้ขยายออกไปเป็น “Four Kings” โดยมี McLaren เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ ด้วยวัย 47 ปี ผมได้สัมผัสและขับขี่ซูเปอร์คาร์จากทุกค่าย ซึ่งแต่ละค่ายก็มีเสน่ห์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ทว่า Lamborghini กลับเป็นแบรนด์ที่ผมเกือบจะได้เป็นเจ้าของมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ติดปัญหาเรื่องประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต ทำให้ผมลังเลที่จะตัดสินใจ แต่ถึงกระนั้น ผมก็เคยมีโอกาสได้สัมผัส Lamborghini เมื่อครั้งไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และรู้สึกได้ถึงความดิบที่แตกต่าง จนกระทั่งทุกครั้งที่ผมขับขี่รถยนต์ค่ายอื่น ผมสังเกตเห็นว่าสายตาของผู้คนมักจะจับจ้องมาที่ Lamborghini เสมอ ผมเคยคิดเอาเองว่า นอกเหนือจากความสวยงามหรูหรา อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของผู้ขับขี่ Lamborghini ที่มักจะดูเป็นหนุ่มฮิป หรือมีกลิ่นอายของความเท่แบบ “แก๊งสเตอร์” อยู่บ้าง
หลายปีที่ผ่านมา ผมได้หยุดพักจากการขับซูเปอร์คาร์ไปชั่วขณะ เมื่ออายุมากขึ้น ผมพบว่าการใช้รถซีดานที่สะดวกสบายนั้นตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากกว่า ทั้งการขึ้นลงที่ง่ายดายและปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับซูเปอร์คาร์ เช่น เสียงวิทยุที่เงียบสนิทเพราะเสียงเครื่องยนต์ดังกลบ หรือบางครั้งแอร์ก็ไม่เย็นจนต้องเปิดกระจก ซึ่งมักทำให้คนเข้าใจผิดว่าผมต้องการโชว์ แต่จริงๆ แล้วคือแอร์เสีย (หัวเราะ) อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับสังคมของคนรักซูเปอร์คาร์เท่าใดนัก เนื่องจากผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่เที่ยวกลางคืน การที่ผมตัดสินใจหยุดขับซูเปอร์คาร์ไปพักใหญ่ จึงดูเหมือนจะเป็นการยุติความหลงใหลนี้อย่างถาวร
การกลับมาอีกครั้ง: สู่ยุคทองของ Lamborghini และมิตรภาพที่ยั่งยืน
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผมกลับมาสู่โลกของซูเปอร์คาร์อีกครั้ง และได้เป็นเจ้าของ Lamborghini คันแรกในชีวิต ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและค่อนข้างคาดไม่ถึง รุ่นน้องคนสนิทได้คะยั้นคะยอให้ผมลองแวะไปดูรถที่โชว์รูม Lamborghini ตรงถนนวิภาวดีรังสิต โดยบอกว่ารถสีแดงสวยมาก แม้ผมจะยืนกรานว่าชอบสีดำ และรถทุกคันที่ผมมองหาเป็นสีดำทั้งหมด แต่รุ่นน้องก็ยังคงโน้มน้าวว่าเราสามารถ “แร็ป” สีรถได้
ด้วยความที่ไม่อยากปฏิเสธ ผมจึงตอบตกลงนัดหมาย และชวนคุณไหม – พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์ ภรรยาของผมไปด้วย เพื่อหวังว่าเธอจะช่วยเบรกการตัดสินใจของผมได้ เมื่อไปถึงโชว์รูม ภาพของ Lamborghini Aventador S คันสีแดงที่จอดเด่นอยู่กลางโชว์รูม ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันสวยงามอย่างน่าประหลาดใจ แม้จะพยายามเก็บอาการไว้ แต่รุ่นน้องก็จัดการให้ผมได้ลองนั่ง และเปิดประตูที่ยกขึ้นเหมือนปีกนก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Lamborghini เขาอยากให้ผมซื้อรถคันนี้เพื่อจะได้ขับขี่ร่วมกัน และเสนอให้ลองจองไว้ก่อน
ไม่กี่วันต่อมา ผมต้องเดินทางไปทำธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อเดินทางกลับมา มีเซลส์จากโชว์รูมโทรศัพท์แจ้งว่ารถที่ผมจองไว้มาถึงแล้ว สามวันต่อมา ผมก็ตรงกลับไปที่โชว์รูมอีกครั้ง และตัดสินใจซื้อคันนี้ พร้อมเลือกออปชั่นทุกอย่างที่มี ทำให้ราคาสูงถึงประมาณ 40 กว่าล้านบาท ในตอนแรก ผมคิดว่าจะให้รถสไลด์ไปส่งที่บ้านเลย เพราะผมยังไม่ได้อินกับมันเต็มที่นัก ผมเลือกแบบมาตรฐานจากโรงงาน โดยไม่มีออปชั่นตกแต่งเพิ่มเติมเลยสักชิ้น
แต่แล้ว สิ่งที่พลิกความรู้สึกของผมไปโดยสิ้นเชิง คือการได้พบกับคุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ Lamborghini อย่างเป็นทางการ เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าเป็นเจ้าของ หรือผู้บริหารระดับสูงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเดินเข้ามาพูดคุยกับผมอย่างเป็นกันเอง เหมือนผมเป็นลูกค้าประจำคนหนึ่ง ผมลองทดสอบโดยการขอแลกช่องทางการติดต่อ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้บริหารระดับสูงมักจะไม่ค่อยให้ไลน์กันง่ายๆ แต่คุณนัทกลับให้ด้วยความเต็มใจ สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผมและภรรยา
หลังจากนั้น คุณนัทได้ชวนผมเข้ากลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนัก เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่คุณนัทบอกว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มย่อยพิเศษ และอยากให้ผมลองเข้าร่วม ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมค่อยๆ เปลี่ยนความคิด จากที่เคยต่อต้าน กลับกลายเป็นความสนุกสนานกับการมีเพื่อนใหม่ ที่มักจะจัดทริปขับขี่ Lamborghini ไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การไปไหว้พระ ทำบุญ หรือแม้กระทั่งเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม
เมื่อผมได้ลองขับ Lamborghini Aventador S ของตัวเองเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกได้ทันทีว่ามันดีกว่าทุกคันที่ผมเคยขับขี่มา นี่คือซูเปอร์คาร์ลูกครึ่งระหว่างอิตาลีและเยอรมัน ที่ผสานความเนี้ยบแบบเยอรมันเข้ากับกลิ่นอายความเป็นอิตาลีได้อย่างลงตัว สมรรถนะการควบคุมทำได้ดีเยี่ยม ทำความเร็วได้ทันใจ จนผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การขับรถ แต่มันคือ “Experience” ที่ยอดเยี่ยม ผมยกให้มันเป็น “Hypercar” หรือหัวหน้าจ่าฝูงของเหล่าซูเปอร์คาร์ไปเลยทีเดียว
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมหลงรัก Lamborghini อย่างถอนตัวไม่ขึ้น คือทัศนคติของคุณนัท นับตั้งแต่รู้จักกัน เขาไม่เคยพยายามเสนอขายรถให้ผมเลย แม้ในครั้งแรกที่ผมมาที่โชว์รูม รุ่นน้องของผมจะกระซิบกับเซลส์ว่า “ดูแลคุณแบงค์ให้ดีนะ เขาซื้อรถทุกคันได้หมดเลย ขนาดโชว์รูมก็ซื้อได้” ซึ่งผมรู้เพราะคุณนัทเล่าให้ฟังด้วยตนเอง ลองคิดดูว่าคนทำธุรกิจระดับนี้ จะพูดกับลูกค้าตรงๆ แบบนี้ได้อย่างไร? แน่นอนว่า หากผมเป็นลูกค้า ผมคงตั้งกำแพงใส่ทันที ผมจึงถามคุณนัทกลับไปว่าคิดอย่างไร เขาตอบเพียงง่ายๆ ว่า “ก็แค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าเขาจะขาย คงขายนานแล้ว แต่ถ้าผมไม่ชอบ เขาก็ไม่อยากขาย หรือถ้าชอบ ก็ต้องขอถามเหตุผลก่อนอยู่ดีว่าจะซื้อเพราะอะไร” คำตอบนี้ทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Lamborghini ถึงกลับมาผงาดในตลาดประเทศไทยได้อย่างสง่างามอีกครั้ง
สู่ Lamborghini Urus: ความท้าทายของ “ผู้ซื้อ”
หลังจากที่ผมได้เข้าสู่วงการ Lamborghini อย่างเต็มตัว ผมเริ่มมองหารถยนต์ประเภท SUV สำหรับครอบครัว และความสนใจก็พุ่งตรงไปที่ Lamborghini Urus ยานยนต์ SUV สมรรถนะสูงจากแบรนด์กระทิงดุ
“ผมอยากจะอุดหนุนคุณนัท” ผมบอกเขา หลังจากเห็นว่าผมมีความสนใจใน Urus คุณนัทก็ชวนผมไปร่วมทริปขับรถที่พัทยา เพื่อให้ผมได้ทดลองขับรุ่นนี้ก่อน ซึ่งผมต้องยอมรับว่ามันขับดีจริงๆ ในตอนแรก ผมตั้งใจจะซื้อ Urus สีดำ แต่ภรรยาของผมเริ่มเอ่ยปากว่าเบื่อสีดำแล้ว ผมจึงสังเกตเห็นรถ Urus สีฟ้าคันใหม่ที่จอดอยู่ในโชว์รูม ผมจึงบอกคุณนัทว่า “เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ขอคันสีฟ้าแล้วผมจะขับกลับบ้านเลย เรื่องเงินค่อยจัดการทีหลัง” แต่เมื่อกลับถึงโชว์รูม พนักงานกลับนำรถสีฟ้าไปล้าง คุณนัทจึงบอกให้ผม “คุยกับภรรยาให้แน่ใจก่อนดีกว่า เผื่อเขาไม่ชอบ ผมไม่อยากทำแบบค่ายรถอื่น”
นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจในแนวทางการทำธุรกิจของคุณนัท เหตุผลที่ผมมีรถยนต์หลายคันมาจากค่ายรถยนต์เกือบทุกค่ายที่มักจะโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีรถรุ่นใหม่เข้ามา และอยากให้ผมลองขับ แม้ผมจะปฏิเสธ ในวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็มักจะนำรถมาจอดไว้ให้ลอง ซึ่งผมไม่ได้ชอบ แต่ก็ต้องรับซื้อไว้ด้วยความเกรงใจ ทำให้ผมมีรถยนต์จำนวนมากจนบางคันขับไปแค่ 55 ไมล์ ก็ต้องจอดทิ้งไว้ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อผมจะซื้อรถกับคุณนัท เขาจะสอบถามเหตุผลอย่างละเอียดก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ยอมขายให้
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมโทรศัพท์ไปบอกคุณนัทว่า “ขอซื้อสองคันเลย ทั้งสีดำและสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้” แต่คุณนัทตอบกลับมาว่า “ขออนุญาตไม่ขายครับ เพราะคุณมี Porsche Panamera สองคันอยู่แล้ว ไว้ถ้าคุณขาย Porsche Panamera แล้ว ผมจึงจะขาย Lamborghini Urus ให้” เขาเสริมอีกว่า “เขารู้ว่าผมซื้อรถไปจอด แต่เขาอยากให้ผมซื้อเพื่อใช้งานจริงมากกว่า” จนถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่ได้ Lamborghini Urus คันนั้นมาครอบครอง (หัวเราะ)
Lamborghini Aventador SVJ: สุดยอดแห่งสมรรถนะ ความดิบ และมิตรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด
และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาของการได้ครอบครอง Lamborghini คันที่สอง ซึ่งเป็นรุ่นที่พิเศษยิ่งกว่านั้น
“คุณนัทบอกว่ามีรถ Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาที่ประเทศไทยอีกหนึ่งคัน” คุณนัทแจ้งผม “เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตเพียง 900 คันทั่วโลก” ผมสั่งซื้อคันสีแดงทันที แต่มีเงื่อนไขว่าผมต้องขาย Lamborghini Aventador S คันเดิมก่อน แล้วจึงจะซื้อคันนี้ได้ ผมรับปากไปว่าได้ แต่ขอเป็นหลังจากได้รับรถคันใหม่แล้ว
สำหรับรถคันนี้ ผมสั่งออปชั่นพิเศษทุกอย่างที่มี ยกเว้นอย่างเดียวคือ “วิทยุ” (หัวเราะ) ตัวอักษร SVJ ที่ติดอยู่ด้านข้างรถ มีสามออปชั่นให้เลือก คือแบบติดสติ๊กเกอร์ ซึ่งในประเทศไทยราคาอยู่ที่กว่า 70,000 บาท แบบเพ้นท์ตัวอักษร ราคาประมาณ 6-7 แสนบาท และแบบที่สามคือเป็นเคฟลาร์ หรือคาร์บอนไฟเบอร์ ราคา 1.7 ล้านบาท คุณนัทแนะนำให้ผมเลือกแบบสติ๊กเกอร์เพื่อประหยัดเงิน แต่เมื่อผมปรึกษาภรรยา เธอก็ว่า “ถ้าติดแล้วไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้น ก็ไม่เอาดีกว่า” คุณนัทจึงบอกว่า “เดี๋ยวเขาดูแลให้” สุดท้าย ผมก็ได้ออปชั่นเคฟลาร์ที่มูลค่า 1.7 ล้านบาทมาครอบครอง (หัวเราะ)
ในส่วนของเบลดและล้อแม็กซ์ ผมเลือกแบบที่แพงที่สุด คือเป็นแบบน้ำหนักเบา (lightweight) ทั้งหมด สำหรับเบาะปกติแล้วรถรุ่นนี้จะต้องเป็นเบาะ Bucket Seat (เบาะรถแข่ง) แต่ผมขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้า เพื่อความสะดวกสบายในการปรับระดับ ส่วนวัสดุหุ้มเบาะปกติแล้วสำหรับซูเปอร์คาร์จะต้องเป็น Alcantara หรือกำมะหยี่ แต่ผมขอเป็นหนัง เพราะผมชอบทานขนมในรถ และกังวลเรื่องคราบสกปรก หากเลอะเทอะจะได้ทำความสะอาดได้ง่าย ผมคิดเสมอว่า “ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก” และสุดท้ายก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ (แว่วว่าเฉพาะชุดแต่งสำหรับรถคันนี้ของคุณแบงค์ มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท!)
“อารมณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถแข่ง” ผมอธิบาย “มันเบาและดิบมากๆ ถือเป็นรถที่ขับสบาย และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Everyday Use) มากกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก สมรรถนะการขับขี่ก็ราบรื่น ระบบขับเคลื่อนทุกอย่างทำให้ผมรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถ โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ถือว่าเฉียบคมมาก (ติดถนนมาก)”
“เวลาที่ผมอยากใช้โหมดขับขี่แบบเน้นความเร็วสูงอย่าง Sport หรือ Corsa มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกระทิงเปลี่ยว แต่เวลาที่รถติดขัด ผมก็ปรับมาใช้โหมด Strada ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลเหมือนนั่งอยู่ในรถซีดาน แอร์เย็นสบาย และเสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังจนเกินไป มันตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ”
“อ้อ สุดท้ายผมไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S คันเดิม” ผมยิ้ม “แม้ว่ารถสองรุ่นนี้จะดูคล้ายคลึงกันมาก จนคนที่ไม่เล่นรถอาจจะแยกไม่ออก ต่างกันแค่ Lamborghini Aventador SVJ มีสปอยเลอร์หลังที่โดดเด่นกว่า จนบางคนคิดว่าผมเอาคันเก่าไปติดสปอยเลอร์เพิ่ม (หัวเราะ) เหตุผลที่ผมไม่ขายคันเดิม ก็เพราะมันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างผมกับคุณนัท มันทำให้เราได้รู้จักกัน เป็นเหมือนพี่น้อง และนำพาสิ่งดีงามมากมายเข้ามาในชีวิตผม ผมได้รู้จักคุณนัทและคุณขวัญ – ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ ภรรยาของเขา รวมถึงลูกๆ น้องธี และน้องแทน และที่สำคัญที่สุด วันนี้ผมมีน้องดาร์วิน ลูกชายที่ผมรอคอยมานาน ซึ่งผมได้รับคำแนะนำจากคุณขวัญในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) ตอนนี้ครอบครัวของผมสมบูรณ์แล้ว”
“ผมจึงขอยืนยันว่ารถคันนี้ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่มันคือความงดงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว แม้เราจะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่เราก็สนิทกันยิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก เราอาจจะรู้จักกันมาเพียง 2-3 ปี แต่ความรู้สึกเหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต”
“แต่ถ้ามองในมุมของรถยนต์ สำหรับใครก็ตามที่ไม่ติดขัดเรื่องการเงิน หากได้ลองขับ Lamborghini และเข้าใจมัน ผมรับรองว่าคุณจะไม่มีวันกลับไปขับรถค่ายอื่นอีกแน่นอน สำหรับผมแล้ว Lamborghini ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์คาร์ แต่เป็น “Trophy of Success” สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ มีหลายคนถามว่าทำไมคนที่ขับซูเปอร์คาร์ถึงชอบถ่ายรูป หรือโชว์รถ ผมเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้อวดรถ แต่อาจเป็นการแสดงออกถึงความสำเร็จที่พวกเขาได้มา นี่คือหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขา”
“เพราะผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จย่อมมีป้ายราคาติดอยู่เสมอ หากวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราได้จ่ายค่าความพยายามมากพอ Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นครับ”
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ หรือต้องการสัมผัสความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของ Lamborghini มาสัมผัสด้วยตัวคุณเองวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าทำไม Lamborghini ถึงไม่ใช่แค่รถ แต่คือการเดินทางสู่ความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด
![[ครบชุด] T2012102 เขาเป นผ วหน ไม ใช แฟน Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1488.png)
![[ครบชุด] T2012086 เพ อนช ได แล วล มต Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1489.png)