• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T1912021 แม วมาร งควานสะใภ งท ทำงาน part 2

admin79 by admin79
December 20, 2025
in Uncategorized
0
T1912021 แม วมาร งควานสะใภ งท ทำงาน part 2

10 สุดยอดรถยนต์ Mercedes-AMG ที่สั่นสะเทือนวงการประวัติศาสตร์ยานยนต์

ในโลกแห่งสมรรถนะและความหรูหรา ชื่อของ Mercedes-AMG ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวย่อ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความเหนือชั้น การผสมผสานระหว่างความประณีตของ Mercedes-Benz กับจิตวิญญาณแห่งนักแข่งที่ AMG ได้ปลุกปั้นมาเกือบครึ่งศตวรรษ ได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่กลายเป็นตำนาน ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ให้ก้าวไปข้างหน้า และนิยามใหม่ของคำว่า “ความเร็ว” และ “ความแรง” สำหรับนักเลงรถทั่วโลก

หากย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1960 ณ อู่เล็กๆ ในเมือง Grossaspach ประเทศเยอรมนี สองวิศวกรผู้หลงใหลในความเร็ว คือ Hans Werner Aufrecht และ Erhard Melcher ได้เริ่มต้นความฝันในการปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์ Mercedes-Benz ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นอันแรงกล้า พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัท AMG ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1967 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์เครื่องยนต์ที่ทรงพลังและรถยนต์ที่มีศักยภาพเหนือกว่ามาตรฐานจากโรงงาน ด้วยการปรับแต่งชิ้นส่วนเครื่องยนต์อย่างพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด การทำงานของพวกเขาค่อยๆ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักแข่งและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง AMG และ Mercedes-Benz เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1990 ด้วยข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งนำมาซึ่งการผนึกกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น Mercedes-Benz มองเห็นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ AMG ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนให้ก้าวไปสู่จุดสูงสุด และ AMG เองก็ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรและเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้น ความร่วมมือนี้ส่งผลให้ AMG กลายเป็นส่วนสำคัญของ Mercedes-Benz อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2005 ที่ AMG ได้กลายเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารของ Mercedes-Benz อย่างสมบูรณ์ ชื่อของ AMG ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องหมายบ่งชี้ถึงรุ่นที่แรงที่สุดของรถยนต์ Mercedes-Benz ทุกรุ่น และขยายขอบเขตอิทธิพลไปสู่การร่วมพัฒนายานยนต์สมรรถนะสูงให้กับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น Pagani และ Aston Martin

วันนี้ ในปี 2025 ชื่อของ Mercedes-AMG C63 ยังคงเป็นที่กล่าวขานในฐานะไอคอนแห่งสมรรถนะในตระกูล C-Class แต่เรื่องราวของ AMG ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ การเดินทางเกือบ 50 ปีของ AMG ได้ถักทอประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของวงการยานยนต์ด้วยรถยนต์ที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรม บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย 10 สุดยอดรถยนต์ Mercedes-AMG ที่ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ แต่ยังได้สั่นสะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต และกลายเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมทั่วโลก

“Red Pig” 6.8 SEL ปี 1971: จุดเริ่มต้นแห่งตำนานแห่งสมรรถนะ

หากจะพูดถึงรถยนต์ที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันให้ต้องหันมามองสำนักแต่งเล็กๆ อย่าง AMG อย่างจริงจัง “Red Pig” คือชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิด รถคันนี้คือปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน เมื่อ AMG ตัดสินใจนำรถซีดานหรูระดับผู้บริหารอย่าง Mercedes-Benz 300 SEL มาปรับแต่งเพื่อลงแข่งขันในรายการ European Touring Car Championship (ETCC) การแข่งขันที่ส่วนใหญ่มีรถยนต์ขนาดเล็กกว่าและคล่องตัวกว่าเป็นคู่แข่ง

AMG ได้นำเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร มาขยายความจุเป็น 6.8 ลิตร พร้อมกับการปรับแต่งระบบไอดี ไอเสีย และกลไกภายในอื่นๆ อย่างละเอียด เพื่อรีดสมรรถนะสูงสุดออกมา ผลลัพธ์คือรถซีดานสีแดงสดที่ดูทรงพลังเกินคาด สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 228 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.3 วินาที แม้ว่า “Red Pig” จะจบการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ณ สนาม Spa-Francorchamps ในเบลเยียม ด้วยอันดับที่ 2 แต่ชัยชนะที่แท้จริงคือการที่มันพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของ AMG และทำให้ชื่อของสำนักแต่งแห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างในชั่วข้ามคืน “Red Pig” จึงไม่ใช่แค่รถแข่ง แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้า ความอัจฉริยะ และเป็นจุดกำเนิดของตำนาน Mercedes-AMG performance cars ที่จะตามมาอีกมากมาย

300 SL AMG ปี 1974: การท้าทายประวัติศาสตร์ด้วยความกล้า

ความกล้าหาญของ AMG ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแข่งขัน “Red Pig” คือก้าวต่อไปที่ท้าทายขนบธรรมเนียมและความคาดหวังของ Mercedes-Benz ในยุคสมัยนั้น เมื่อลูกค้าผู้รักรถนำ Mercedes-Benz 300 SL Gullwing ปี 1957 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตไอคอนนิคของยุค มาให้อู่ AMG ทำการปรับแต่ง โดย AMG ไม่ได้เพียงแค่ปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ แต่ได้รื้อถอนแทบทุกชิ้นส่วนเดิมออกทั้งหมด และใช้เวลาตลอด 12 เดือนในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่

หัวใจสำคัญของการปรับแต่งครั้งนี้คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงเดิมออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.5 ลิตร ที่ทรงพลังกว่าจากรุ่น 450 SE นอกจากนี้ ชิ้นส่วนตัวถังส่วนใหญ่ยังได้รับการติดตั้งจากรุ่นที่ใหม่กว่าอย่าง SL Roadster ซึ่งเป็นการผสมผสานที่เหนือความคาดหมาย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการตีความใหม่ของรถคลาสสิกอย่างแท้จริง แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ AMG ในการหลอมรวมความเก่าและความใหม่ สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร เป็นการยืนยันถึงปรัชญาของ Mercedes-AMG tuning ที่เน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยไม่ยึดติดกับอดีต

190E AMG ปี 1984: สู่เวที DTM และการแข่งขันสุดเข้มข้น

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และ Mercedes-Benz ต้องการที่จะเข้าร่วมสนามแข่งขันนี้ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ของตนอย่าง 190E ในขณะที่ Mercedes-Benz เลือกใช้บริการ Cosworth จากอังกฤษในการปรับแต่ง 190E 2.3-16 เพื่อการแข่งขัน แต่เนื่องจาก Mercedes-Benz ยังคงติดกฎการแข่งขันบางประการ ทำให้ 190E ถูกส่งลงสนามในฐานะทีมอิสระ ซึ่ง AMG ก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในจุดนี้

AMG ได้ทำการปรับปรุงเครื่องยนต์ 190E ให้มีขนาดความจุเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ลิตร พร้อมกับติดตั้ง AMG Power Pack ที่เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้นอีก 30 แรงม้า การแข่งขัน DTM ในครั้งนั้นจึงเปรียบเสมือนการประลองฝีมือระหว่าง 190E จาก Cosworth และ 190E จาก AMG ซึ่งการแข่งขันอันดุเดือดนี้เอง ที่จุดประกายให้ BMW ต้องคิดค้นแผนกปรับแต่งรถเพื่อการแข่งขันของตนเอง จนกลายมาเป็นตำนานอย่าง BMW M ในปัจจุบัน นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า AMG performance vehicles ไม่เพียงแต่โดดเด่นบนท้องถนน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตอีกด้วย

The Hammer (W124) ปี 1986: การถือกำเนิดของ “ค้อนเหล็ก” ผู้ยิ่งใหญ่

กลางยุค 80 เป็นช่วงเวลาที่ AMG เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการขยายสตูดิโอแห่งที่สองเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และในปี 1986 AMG ก็ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการนำรถยนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอนุรักษนิยมอย่าง Mercedes-Benz E-Class (W124) มาปรับแต่งจนกลายเป็น “The Hammer” (ค้อนเหล็ก)

AMG ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.6 ลิตรลงไปในบอดี้ W124 ทำให้รถคันนี้มีพละกำลังสูงถึง 348 แรงม้า ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง “The Hammer” สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่ำกว่า 5 วินาที เทียบชั้นได้กับซูเปอร์คาร์ชั้นนำในยุคเดียวกัน นี่คือผลงานที่ทำให้ชื่อเสียงของ AMG ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก ในฐานะสำนักแต่งที่สามารถเปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาให้กลายเป็นสัตว์ร้ายแห่งท้องถนน การถือกำเนิดของ “The Hammer” ได้เปิดประตูสู่ตลาดโลกสำหรับ AMG และเป็นก้าวสำคัญก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาร่วมกับ Mercedes-Benz ในปี 1990

C63 AMG ปี 1993: ก้าวสู่ตลาดมวลชนอย่างเต็มตัว

หลังจากการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก Mercedes-Benz ในด้านวิศวกรรม AMG ก็ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เข้าถึงตลาดในวงกว้างเป็นครั้งแรก นั่นคือ Mercedes-AMG C63 รุ่นปี 1993 ซึ่งใช้พื้นฐานจาก C-Class อันโด่งดัง

Mercedes-Benz ได้ให้การรับรอง C63 AMG เช่นเดียวกับ C-Class รุ่นปกติที่ผลิตจากโรงงาน ซึ่งเป็นสถานะเดียวกับ BMW M3 (E36) ที่เปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน การมาของ C63 AMG เป็นการเติมเต็มช่องว่างให้กับ Mercedes-Benz ที่ขาดรถยนต์สมรรถนะสูงในสายการผลิตหลักมานานหลายทศวรรษ มันเป็นสัญลักษณ์ของการที่ AMG กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างเป็นทางการของบริษัทชั้นนำระดับโลก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งสมรรถนะอันเร้าใจของ AMG ได้ง่ายขึ้น

SL73 AMG ปี 1998: เครื่องยนต์ V12 สู่ Pagani Zonda

แม้ว่า C63 AMG จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านยอดขาย แต่ Mercedes-Benz ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก คราวนี้ถึงตาของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ในตำนานอย่าง SL73 AMG

SL73 AMG ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ V12 ขนาดมหึมาถึง 7.3 ลิตร ซึ่งให้พละกำลังมหาศาลถึง 525 แรงม้า แม้ว่า SL73 AMG จะถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 85 คันเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาของ Horatio Pagani ผู้ก่อตั้ง Pagani Automobili ได้รับแรงบันดาลใจและหลงใหลในเครื่องยนต์ V12 ตัวนี้เป็นอย่างมาก จนถึงขั้นสั่งให้ AMG ผลิตเครื่องยนต์ V12 ตัวเดียวกันนี้ให้กับไฮเปอร์คาร์ระดับตำนานของตนอย่าง Pagani Zonda นี่คือการยืนยันถึงคุณภาพและความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องยนต์ระดับสุดยอดของ AMG ซึ่งมีอิทธิพลต่อวงการซูเปอร์คาร์ไปทั่วโลก

Mercedes-Benz CLK GTR ปี 1997: สุดยอดรถแข่งบนถนนสาธารณะ

การแข่งขันในระดับสูงสุดกลับมาอีกครั้ง และ AMG ก็พร้อมที่จะสร้างตำนานบทใหม่ Mercedes-Benz CLK GTR คือผลผลิตของการแข่งขัน International GT Championship ที่ AMG เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารถคันนี้อย่างใกล้ชิด

CLK GTR คือรถคูเป้ที่ไม่เหมือนใคร ตัวถังส่วนใหญ่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และอะลูมิเนียม น้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.9 ลิตร ที่รีดกำลังได้ถึง 612 แรงม้า แม้ว่า CLK GTR จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน แต่ด้วยกฎของการเป็นรถที่สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ ก็ทำให้มันกลายเป็นซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดคันหนึ่งในยุคนั้น ด้วยความเร็วสูงสุดทะลุ 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง CLK GTR ไม่เพียงแต่เป็นรถที่เร็ว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและสมรรถนะขั้นสูงสุด ด้วยราคาที่สูงถึง 1,573,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 1998 หรือเกือบ 50 ล้านบาทในยุคนั้น ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก และเป็นอีกหนึ่งผลงานสุดพิเศษจาก high performance AMG models

G55 AMG ปี 2003: พลังดิบแห่งตระกูล G-Class

AMG พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสามารถของตนสามารถถ่ายทอดลงสู่รถยนต์ทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ออฟโรดระดับตำนานอย่าง G-Class การเปิดตัว G55 AMG เป็นการยืนยันว่า AMG สามารถสร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูงได้ทุกรูปแบบ

AMG ได้นำ G-Class ซึ่งมีต้นกำเนิดจากการเป็นรถยนต์ทางทหารในปี 1979 มาปรับปรุงช่วงล่างให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับติดตั้งระบบเบรกที่ทรงพลังขึ้น เพื่อรองรับพละกำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.4 ลิตร แม้ว่าน้ำหนักตัวของ G55 AMG จะมากถึง 2.5 ตัน แต่ด้วยเครื่องยนต์ 500 แรงม้า ทำให้มันมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงต่ำกว่า 5 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Ferrari 360 Stradale ในยุคนั้นเสียอีก นี่คือข้อพิสูจน์ว่า AMG performance SUV ไม่ได้มีไว้แค่ลุย แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นอีกด้วย รุ่นต่อยอดอย่าง G63 และ G65 ที่มีพละกำลังสูงถึง 612 แรงม้า ยิ่งตอกย้ำความเป็นที่สุดของตระกูล G-Series

Mercedes-Benz SLS AMG ปี 2011: สัญลักษณ์แห่งปีกนกที่กลับมา

SLS AMG คือรถยนต์ที่เต็มไปด้วยเหตุผลที่น่าประทับใจหลายประการ ไม่เพียงแค่การนำดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างประตูแบบปีกนก (Gullwing) และเส้นสายท้ายรถที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 300 SL รุ่นคลาสสิกในยุค 50 มาตีความใหม่

ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร ให้กำลัง 563 แรงม้า การออกแบบที่ลงตัว และการผลิตในระยะเวลาอันสั้นเพียง 4 ปี ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วย Mercedes-AMG GT ในปี 2016 การมาของ SLS AMG เปรียบเสมือนการประกาศศักดาว่า Mercedes-Benz พร้อมที่จะกลับมาเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Ferrari และ Porsche ในตลาดซูเปอร์คาร์ ประตูแบบปีกนกไม่เพียงแต่สร้างความโดดเด่น แต่ยังทำให้ SLS AMG เป็นรถยนต์ที่ดูเจ๋งและน่าปรารถนาในทุกยุคสมัย

Mercedes-AMG GT3 ปี 2016: รถแข่งพันธุ์แท้บนถนนจริง

บนพื้นฐานของ Mercedes-AMG GT รถแข่ง GT3 คือการประกาศสงครามอย่างชัดเจนต่อ Porsche 911 GT3 แม้จะใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร เช่นเดียวกับรุ่นถนน แต่ GT3 ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบาเป็นพิเศษจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อรีดสมรรถนะสูงสุดให้ใกล้เคียงกับรถแข่งมากที่สุด

GT3 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสมรรถนะในสนามแข่งโดยเฉพาะ แต่ก็ยังคงได้รับการปรับแต่งให้สามารถวิ่งบนถนนสาธารณะได้ตามกฎหมาย การออกแบบภายในที่ยังคงความดุดัน สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของรถแข่งอย่างแท้จริง GT3 คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปรัชญา best Mercedes-AMG cars for track days ที่ AMG มุ่งมั่นพัฒนามาโดยตลอด

บทสรุป: อนาคตแห่งสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด

ประวัติศาสตร์ของ AMG เป็นวงจรที่น่าทึ่ง จากจุดเริ่มต้นในอู่เล็กๆ ที่ดัดแปลงเครื่องยนต์ Mercedes-Benz สู่การเป็นหน่วยงานระดับโลกที่อยู่เบื้องหลังสมรรถนะของรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี AMG ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมสมรรถนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง GT3 และรุ่นอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต

AMG ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ปรับแต่งรถยนต์ แต่เป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่หาที่เปรียบมิได้ จาก “Red Pig” สู่ GT3 พยานหลักฐานแห่งความมุ่งมั่นและความเป็นเลิศนี้ยังคงดำเนินต่อไป วันนี้ หากคุณกำลังมองหาที่สุดของประสบการณ์การขับขี่ที่ผสมผสานความหรูหรา ความแม่นยำ และพละกำลังอันไร้ขีดจำกัด สัมผัสประสบการณ์ Mercedes-AMG ที่จะพาคุณทะยานไปสู่จุดสูงสุดของการขับเคลื่อน สตาร์ทเครื่องยนต์ และสัมผัสกับอนาคตของสมรรถนะได้แล้ววันนี้

Previous Post

T1912020 สะใภ แก เผ ณแม ลำเอ ยง part 2

Next Post

T1912022 ตอนม ไม เคยเห นค part 2

Next Post
T1912022 ตอนม ไม เคยเห นค part 2

T1912022 ตอนม ไม เคยเห นค part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.