Mercedes-Benz GLB ใหม่: สู่ยุคใหม่ของ SUV อเนกประสงค์ ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 800V สมรรถนะสูง
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีกำลังก้าวล้ำไปสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบรนด์รถยนต์ระดับโลกต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป Mercedes-Benz ผู้ผลิตรถยนต์หรูชั้นนำจากเยอรมนี ได้ประกาศเปิดตัว Mercedes-Benz GLB รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการปฏิวัติวงการ SUV อเนกประสงค์ให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โดยเน้นการผสมผสานระหว่างความสะดวกสบาย การใช้งานที่หลากหลาย และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยสำหรับครอบครัวยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หลายครั้ง แต่การเปิดตัว Mercedes-Benz GLB 2025 นี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยการผสานสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V เข้ากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 85 kWh ทำให้ GLB ใหม่ไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมอบระยะทางการขับขี่ที่น่าประทับใจถึง 631 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาอย่างแท้จริง
ดีไซน์ที่ยังคงเอกลักษณ์ แต่ปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
แม้ Mercedes-Benz GLB รุ่นใหม่จะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตัวถังทรงเหลี่ยมที่คุ้นเคย ซึ่งสะท้อนถึงความอเนกประสงค์และการใช้งานที่หลากหลาย แต่การออกแบบภายนอกและภายในได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทีมวิศวกรและนักออกแบบของ Mercedes-Benz ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับรูปลักษณ์ให้มีความสง่างาม ทันสมัย และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เส้นสายที่เฉียบคมขึ้น ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีแสงสว่างขั้นสูง ทำให้ GLB ใหม่ดูโดดเด่นและแตกต่างบนท้องถนน
ภายในห้องโดยสาร คือจุดที่ Mercedes-Benz ต้องการสร้างความประทับใจอย่างแท้จริง การออกแบบภายในที่ทันสมัย มาพร้อมกับเทคโนโลยี MBUX เจเนอเรชันที่ 4 ที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม MB.OS ใหม่ทั้งหมด หน้าจอ Superscreen ขนาดใหญ่ที่โอบล้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ไม่เพียงแต่เพิ่มความหรูหรา แต่ยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ด้วยการแสดงผลข้อมูลที่คมชัด สีสันสดใส และการตอบสนองที่รวดเร็ว อินเทอร์เฟซแบบ Zero Layer ที่นำเสนอข้อมูลสำคัญด้วยการจัดกลุ่มแอปที่เข้าถึงง่าย คล้ายกับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
พื้นที่และการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Mercedes-Benz GLB คือความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ที่นั่ง การออกแบบที่ชาญฉลาดทำให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวางเพียงพอสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ การเพิ่มพื้นที่ศีรษะในสองแถวหน้า และพื้นที่วางขาที่มากขึ้นในแถวสอง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ให้รองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความสบายตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังใส่ใจในรายละเอียดของการใช้งานจริง ด้วยการเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า หรือ “frunk” ที่มีขนาดใหญ่ถึง 127 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับเก็บสัมภาระชิ้นเล็กๆ หรืออุปกรณ์ที่ใช้บ่อยๆ ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็สามารถจุได้สูงสุดถึง 1,715 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวสองและสามลง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางพักผ่อนหรือการขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่
ขุมพลังไฟฟ้า 800V: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และการชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
หัวใจหลักของ Mercedes-Benz GLB รุ่นใหม่ คือระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมในรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในปัจจุบัน สถาปัตยกรรม 800V นี้ ช่วยให้สามารถชาร์จไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง เพียงใช้เวลา 10 นาที ก็สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้มากถึง 260 กิโลเมตร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกลและมีเวลาน้อย
GLB ใหม่จะเปิดตัวด้วยสองรุ่นย่อย ได้แก่ GLB 250+ และ GLB 350 4Matic ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 85 kWh ที่ให้สมรรถนะที่น่าประทับใจ
GLB 250+: มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่เพลาล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า (PS) และสามารถทำระยะทางขับขี่สูงสุดได้ถึง 631 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่สูงที่สุดในเซกเมนต์ SUV ไฟฟ้าในปัจจุบัน
GLB 350 4Matic: มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้พละกำลังรวม 354 แรงม้า (PS) เพิ่มสมรรถนะและความคล่องตัวในการขับขี่
Mercedes-Benz ยังได้ประกาศว่าจะมีการเพิ่มรุ่นไฟฟ้าระดับเริ่มต้น และรุ่นขุมพลัง Plug-in Hybrid ตามมาในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด
เทคโนโลยี MBUX เจเนอเรชันที่ 4: ยกระดับประสบการณ์การสื่อสารและการควบคุม
ระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 4 คืออีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญที่จะปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานใน Mercedes-Benz GLB ใหม่ การทำงานบนแพลตฟอร์ม MB.OS ที่ล้ำสมัย ทำให้รถสามารถเชื่อมต่อกับ Cloud ของ Mercedes-Benz ได้อย่างอัจฉริยะ และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) ทำให้รถยนต์ของคุณได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ
ผู้ช่วยเสมือน MBUX เวอร์ชันใหม่ ได้รับการยกระดับความสามารถด้วยการผสานเทคโนโลยี AI อันทรงพลังจาก ChatGPT-4o, Microsoft Bing และ Google Gemini ทำให้การสนทนากับระบบมีความเป็นธรรมชาติ ฉลาด และเข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อมูล การตั้งค่าต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสนทนาทั่วไป ก็จะได้รับคำตอบและการตอบสนองที่แม่นยำและเป็นประโยชน์
ระบบนำทางใหม่ที่พัฒนาโดยใช้ Google Maps เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง การแสดงผลแผนที่ที่แม่นยำ การแนะนำเส้นทางที่เหมาะสม และการค้นหาจุดหมายปลายทาง จะช่วยให้การเดินทางราบรื่นและไร้กังวล
ดีไซน์สไตล์ Off-road และความสามารถในการลุยที่เหนือกว่า
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง Mercedes-Benz GLB รุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้อย่างแท้จริง รุ่น 4MATIC มาพร้อมกับโหมด TERRAIN MODE ที่สามารถปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย และระบบเบรก ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางลูกรัง หรือพื้นผิวที่ขรุขระ
นวัตกรรม “Transparent Bonnet” หรือ “ฝากระโปรงโปร่งใส” เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าทึ่ง โดยระบบจะแสดงภาพจำลองใต้ท้องรถผ่านหน้าจอภายในห้องโดยสาร ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นอุปสรรคที่อยู่ใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน ช่วยให้การขับผ่านพื้นที่ขรุขระมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLB ยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 2 ตัน ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานกับรถพ่วง คาราวาน หรือแม้กระทั่งการบรรทุกอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ โดยรองรับน้ำหนักบาร์ลากได้ถึง 100 กก. สำหรับพาหนะเสริม เช่น จักรยานไฟฟ้า
ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive Damping ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกระหว่างโหมดการขับขี่ Comfort หรือ Sport ได้ตามความต้องการ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล หรือสปอร์ตเร้าใจ ตามอารมณ์
ในด้านความปลอดภัย Mercedes-Benz GLB ใหม่ มาพร้อมกับชุดระบบความปลอดภัยและผู้ช่วยขับขี่ MB.DRIVE ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์และระบบการทำงานที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 8 ตัว เรดาร์ 5 ตัว เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่รองรับการอัปเดต OTA ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวาง ช่วยในการควบคุมรถ และป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ราคาและการวางจำหน่าย
Mercedes-Benz GLB ขุมพลังไฟฟ้าใหม่ จะเปิดให้สั่งจองในประเทศเยอรมนีตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2025 เป็นต้นไป
GLB 250+: ราคาเริ่มต้นที่ 59,048 ยูโร (ประมาณ 2,190,326 บาท)
GLB 350 4Matic: ราคาเริ่มต้นที่ 62,178 ยูโร (ประมาณ 2,306,430 บาท)
ราคาเหล่านี้สะท้อนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะที่เหนือกว่า และความหรูหราตามแบบฉบับ Mercedes-Benz ในขณะที่ยังคงมุ่งเน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน GLB ยังคงมีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวทุกขนาด
บทสรุป
Mercedes-Benz GLB ใหม่ ถือเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการผสมผสานระหว่างความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ด้วยขุมพลังไฟฟ้า 800V ที่ให้สมรรถนะสูง ระยะทางการขับขี่ที่ไกล การออกแบบที่ทันสมัย และเทคโนโลยี MBUX เจเนอเรชันที่ 4 ที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน Mercedes-Benz GLB จึงพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจสำหรับทุกการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าที่เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย Mercedes-Benz GLB รุ่นใหม่ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz ใกล้บ้านคุณเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกัน
![[ครบชุด] T1512011 คำสาปมนต ดำ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1084.png)
![[ครบชุด] T1512014 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1085.png)