• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1112022 แค แต งต วเซ กซ ไม ได ขาย

admin79 by admin79
December 11, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1112022 แค แต งต วเซ กซ ไม ได ขาย

บูกัตติ: มหากาพย์แห่งสุดยอดไฮเปอร์คาร์ในยุค 2025 – 7 เรื่องราวที่คุณต้องรู้จากประสบการณ์กว่าทศวรรษในวงการ

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์หรูและไฮเปอร์คาร์มากว่าสิบปี ผมมักจะถูกถามเสมอว่า “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลกคืออะไร?” คำตอบอาจแตกต่างกันไปตามมุมมอง แต่หากถามถึงรถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างงานศิลปะ วิศวกรรมอันล้ำเลิศ และสถานะที่ไม่เหมือนใคร ผมคงต้องเอ่ยชื่อ “บูกัตติ” (Bugatti) แบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือนิยามของคำว่า “ไฮเปอร์คาร์” โดยแท้จริง

ในยุคปี 2025 ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างไม่หยุดยั้ง บูกัตติยังคงยืนหยัดในฐานะสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ความเร็ว และความพิเศษที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วทะลุหลักร้อยล้านบาท (เมื่อรวมภาษีนำเข้าในประเทศไทยอาจพุ่งไปถึงหลายร้อยล้านบาท หรือแม้กระทั่งเกินพันล้านบาทสำหรับรุ่นพิเศษ) บูกัตติไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือการลงทุนในงานศิลปะชิ้นเอกที่สามารถเคลื่อนที่ได้ และเป็นเครื่องยืนยันสถานะที่เหนือระดับของมหาเศรษฐีผู้ครอบครอง มาร่วมเจาะลึก 7 เรื่องราวที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมบูกัตติถึงครองใจผู้คนในโลกยานยนต์มานานกว่า 110 ปี และยังคงเป็นผู้นำในตลาดไฮเปอร์คาร์สุดหรูได้อย่างไรในปัจจุบัน

จุดกำเนิดจากครอบครัวศิลปิน: รากฐานแห่ง “งานศิลป์บนล้อ” ของ Ettore Bugatti

เรื่องราวของบูกัตติเริ่มต้นขึ้นจากวิสัยทัศน์อันโดดเด่นของ Ettore Arco Isidoro Bugatti บุคคลผู้ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1881 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยในวัยเด็ก Ettore เติบโตมาในครอบครัวที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ทางศิลปะ คุณพ่อของเขา Carlo Bugatti เป็นดีไซเนอร์และช่างฝีมือผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศ ทั้งด้านการวาดภาพ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และงานประติมากรรม ทำให้ Ettore ซึมซับความหลงใหลในสุนทรียศาสตร์และความสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เยาว์วัย

ทว่าหัวใจของ Ettore ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเดินตามรอยเท้าของบิดาอย่างตรงไปตรงมา เขามีความหลงใหลอย่างลึกซึ้งในโลกของวิศวกรรมยานยนต์ และใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ที่ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คืองานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ บิดาของเขาเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นนี้ จึงสนับสนุนให้ Ettore ไปฝึกงานที่ PRINETTE & STUCCI ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตจักรยานสามล้อและสี่ล้ออันเป็นรากฐานของรถยนต์ในยุคแรกเริ่ม ที่นั่น Ettore ได้เรียนรู้หลักการทางกลไกและวิศวกรรมอย่างลึกซึ้ง ผนวกกับสายตาอันเฉียบคมในด้านสุนทรียะที่เขาได้รับจากครอบครัว ทำให้เขามีคุณสมบัติที่พิเศษในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่โดดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพและการออกแบบ นี่คือจุดเริ่มต้นของปรัชญา “Art in Motion” ที่ฝังรากลึกอยู่ใน DNA ของบูกัตติมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์บูกัตติมีมูลค่าการลงทุนที่สูงลิบลิ่วในฐานะงานศิลปะ

กำเนิดที่ฝรั่งเศส แต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอิตาเลียน: อัตลักษณ์ที่ผสมผสาน

แม้ Ettore Bugatti จะมีเชื้อสายอิตาเลียนและถือกำเนิดในอิตาลี แต่แบรนด์บูกัตติกลับแจ้งเกิดและเติบโตอย่างงดงามบนแผ่นดินฝรั่งเศส ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Ettore ได้สร้างสรรค์รถยนต์ต้นแบบมากมาย และรถคันแรกของเขาที่ได้รับรางวัลคือรุ่น TYPE 2 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แบรนด์ PRINETTE & STUCCI รถคันนี้ถูกเปิดตัวที่ฝรั่งเศส และ Ettore ในฐานะวิศวกรยานยนต์หน้าใหม่ ก็ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก ACF (Automobile Club de France) ซึ่งเป็นสโมสรรถยนต์แห่งฝรั่งเศสในขณะนั้น

หลังจากการประสบความสำเร็จครั้งแรก Ettore ได้ย้ายไปสั่งสมประสบการณ์ในบริษัทอื่น ๆ และสร้างผลงานชิ้นเยี่ยมอย่าง Type 8 และ Type 9 เมื่อถึงจุดที่เขาสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างโชกโชน Ettore ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ของตัวเองในนาม “Bugatti” โดยเลือกที่จะตั้งฐานการผลิตที่เมือง Molsheim ประเทศฝรั่งเศสในแคว้น Alsace ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเฟื่องฟูอย่างมากในยุโรป ตรงกันข้ามกับอิตาลีที่ยังไม่โดดเด่นในด้านนี้ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้บูกัตติมีอัตลักษณ์ที่ผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่างความหลงใหลในศิลปะและวิศวกรรมแบบอิตาเลียน กับความสง่างามและความประณีตแบบฝรั่งเศส นี่คือเอกลักษณ์ที่ทำให้บูกัตติแตกต่างจากแบรนด์รถยนต์อื่น ๆ และเป็นที่ต้องการของนักสะสมรถหรูทั่วโลก

ยุคมืด: การสูญเสียลูกชายและผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2

เส้นทางของบูกัตติไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป จุดต่ำสุดที่สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับ Ettore Bugatti คือการสูญเสีย Jean Bugatti ลูกชายคนโตและทายาทผู้เปี่ยมพรสวรรค์ของเขา Jean ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักออกแบบและวิศวกรผู้มากฝีมือ ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันน่าเศร้าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1939 ขณะกำลังทดสอบรถแข่งที่เขาออกแบบเอง นั่นคือรุ่น Type 57 tank-bodied racer รถคันนี้เพิ่งสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าชัยชนะในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ในปีเดียวกัน

อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีจักรยานคันหนึ่งขับตัดหน้ารถในขณะที่ Jean กำลังทดสอบรถด้วยความเร็วสูง ทำให้เขาต้องหักหลบอย่างกะทันหันจนรถพุ่งชนต้นไม้ และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที การจากไปของ Jean ไม่เพียงสร้างความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง แต่ยังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของแบรนด์ที่กำลังรุ่งเรือง หลังจากนั้นไม่นาน โรงงานของบูกัตติยังต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่จากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้ต้องย้ายฐานการผลิตไปยังกรุงปารีสเพื่อความปลอดภัย แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นมากนัก และในที่สุด Ettore Bugatti ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1947 การสูญเสียทั้งทายาทและผู้ก่อตั้งภายในเวลาไม่กี่ปี ทำให้บูกัตติต้องเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดและไร้ทิศทาง แบรนด์ถูกส่งผ่านมือเจ้าของหลายรายและเกือบจะเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์

การฟื้นคืนชีพภายใต้ Volkswagen Group และยุคใหม่แห่ง Bugatti Rimac (2025)

ภายหลังจากการสิ้นสุดของ Ettore Bugatti แบรนด์ต้องดิ้นรนอย่างหนัก Roland Bugatti ลูกชายอีกคนของ Ettore ได้พยายามกอบกู้บริษัทให้กลับมาอีกครั้ง แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ ทำให้เขาต้องตัดสินใจขายกิจการออกไป แบรนด์บูกัตติจึงถูกส่งผ่านมือเจ้าของมากมาย ทั้งผู้ผลิตเครื่องบิน ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และนักลงทุนอิสระ ทำให้ชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ในอดีตเริ่มจางหายไป

จนกระทั่งในปี 1998 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์อย่าง Volkswagen Group ได้ตัดสินใจเข้าซื้อแบรนด์บูกัตติอีกครั้ง นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เปรียบเสมือนการปลุกชีพฟีนิกซ์ให้ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน Volkswagen มีวิสัยทัศน์ที่จะฟื้นฟูบูกัตติให้กลับมาเป็นผู้ผลิต “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” อีกครั้ง โดยไม่คำนึงถึงต้นทุน และภายใต้การนำของ Volkswagen แบรนด์บูกัตติก็ได้กลับมาประสบความสำเร็จอย่างงดงามอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นปฏิวัติวงการอย่าง Veyron และ Chiron ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกของไฮเปอร์คาร์

การปรับตัวสู่ยุค 2025: Bugatti Rimac – อนาคตของไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า
สำหรับปี 2025 และในอนาคตอันใกล้นี้ บูกัตติได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้งผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ Rimac Automobili ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ความร่วมมือนี้ได้นำไปสู่การก่อตั้งบริษัท “Bugatti Rimac” โดยมี Mate Rimac ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Rimac เป็นหัวเรือใหญ่ การรวมตัวกันนี้เป็นการผสานรวมระหว่างมรดกอันยาวนานของบูกัตติ เข้ากับวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัยและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขั้นสูงสุดของ Rimac ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของไฮเปอร์คาร์ในยุคหน้า Bugatti Rimac จะยังคงมุ่งมั่นรักษาความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม การออกแบบ และความพิเศษเฉพาะตัวที่แฟน ๆ บูกัตติคุ้นเคย แต่จะนำเสนอในรูปแบบที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้บูกัตติยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของนักสะสมและผู้ที่มองหาการลงทุนในรถยนต์หรูที่มีสมรรถนะเหนือระดับ

เรือธงแห่งการคืนชีพ: Bugatti Veyron EB 16.4 ผู้บุกเบิกยุคใหม่

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของบูกัตติภายใต้การสนับสนุนของ Volkswagen Group ปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านการเปิดตัว Bugatti Veyron EB 16.4 ในปี 2005 รถคันนี้ไม่เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่คือผลงานวิศวกรรมที่ท้าทายขีดจำกัดและนิยามคำว่า “ไฮเปอร์คาร์” ขึ้นมาใหม่ ด้วยเป้าหมายที่ทะเยอทะยานของ Ferdinand Piëch (หลานชายของ Ferdinand Porsche และอดีตประธาน Volkswagen Group) ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก มีพละกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า และสามารถทำความเร็วได้เกิน 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งมอบความสะดวกสบายในระดับเดียวกับรถยนต์หรูทั่วไป

Veyron มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 สูบ ขนาด 8.0 ลิตร พ่วงด้วยเทอร์โบชาร์จ 4 ลูก (Quad-turbocharged) ที่ให้พละกำลังมหาศาลถึง 1,001 แรงม้า (ในรุ่นแรก) และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 407 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ก่อนจะทำลายสถิติใหม่ในรุ่น Super Sport ที่ 431.07 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ด้วยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 50-60 ล้านบาทในยุคนั้น ไม่รวมภาษี) Veyron ได้รับการขนานนามว่าเป็น “งานศิลป์แห่งยานยนต์” ที่ Ettore Bugatti เคยจินตนาการไว้ มันเป็นรถที่ผสมผสานความเร็ว ความหรูหรา และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และยังถูกนำเสนอเป็นของขวัญฉลองครบรอบ 125 ปีชาตกาลของ Ettore Bugatti อีกด้วย Veyron ไม่เพียงแต่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดของบูกัตติ ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนรถยนต์หรูที่น่าจับตามองในตลาดนักสะสม

Chiron Super Sport 300+: ผู้พิชิตความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง

หาก Veyron คือผู้บุกเบิก Chiron คือผู้ยกระดับ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ Veyron บูกัตติยังคงไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความสุดยอด และได้เปิดตัว Bugatti Chiron ในปี 2016 ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นถัดไปที่ยังคงสานต่อตำนานความเร็วและพละกำลัง ในปี 2019 บูกัตติได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว Chiron Super Sport 300+ ไฮเปอร์คาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือการทำลายสถิติความเร็วสูงสุดของรถยนต์ผลิตเชิงพาณิชย์

Chiron Super Sport 300+ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 สูบ Quad-turbocharged ขนาด 8.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.4 วินาที และความโดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการทำความเร็วสูงสุดที่ 490.484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (304.773 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งทำสถิติได้โดย Andy Wallace นักขับทดสอบมากประสบการณ์ของบูกัตติ การที่รถยนต์ผลิตจริงสามารถทะลุขีดจำกัด 300 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่และไม่มีใครเทียบได้ Chiron Super Sport 300+ ถูกผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งความพิเศษและความหายากระดับ “แรร์ไอเท็ม” นี้ ทำให้มันกลายเป็นสุดยอดการลงทุนรถยนต์หรูที่มหาเศรษฐีทั่วโลกต่างปรารถนาที่จะครอบครอง และเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีขั้นสูงสุดในการออกแบบยานยนต์เพื่อสมรรถนะเหนือระดับ

Bugatti La Voiture Noire: งานศิลปะหนึ่งเดียวในโลกที่แพงที่สุด

ในโลกของไฮเปอร์คาร์ที่เต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงและสมรรถนะสูง Bugatti La Voiture Noire ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของความพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเทียบได้ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาประมาณ 18.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 598 ล้านบาทในขณะนั้น และอาจปรับขึ้นอีกในยุค 2025) ที่สำคัญคือมันถูกผลิตขึ้นเพียง “คันเดียวในโลก”

จุดมุ่งหมายในการสร้าง La Voiture Noire คือการรำลึกถึง Bugatti Type 57 SC Atlantic ในตำนานของ Jean Bugatti ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สวยงามและลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์ และได้หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 La Voiture Noire ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่มันคืองานประติมากรรมที่เคลื่อนไหวได้ เป็น “Haute Couture” หรือแฟชั่นชั้นสูงของโลกยานยนต์ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบของบูกัตติ มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 สูบ Quad-turbocharged ขนาด 8.0 ลิตร แบบเดียวกับ Chiron ที่ให้กำลังถึง 1,479 แรงม้า เรื่องความแรงและสมรรถนะจึงไม่ต้องสงสัย เพราะนี่คือมาตรฐานของบูกัตติอยู่แล้ว

การครอบครอง La Voiture Noire จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่คือการได้มาซึ่งประวัติศาสตร์ งานศิลปะ และการลงทุนในชิ้นงานที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งมีแต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะของสะสมระดับโลก มันคือการแสดงออกถึงรสนิยมอันประณีตและสถานะทางสังคมที่เหนือกว่าใคร นี่คือสุดยอดของความพิเศษที่บูกัตติมอบให้กับโลก และเป็นเหตุผลที่นักสะสมรถหรูทั่วโลกต่างยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “งานศิลปะแห่งยานยนต์” อย่างแท้จริง

บทสรุปและคำเชิญชวน

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบูกัตติไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์รถยนต์ แต่คือนิยามของความสุดยอดในทุกมิติ ทั้งในด้านวิศวกรรม การออกแบบ ประวัติศาสตร์ และสถานะอันเป็นเอกลักษณ์ ในยุค 2025 ที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ บูกัตติยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำแห่งนวัตกรรมและความพิเศษ ด้วยการผสานมรดกอันยิ่งใหญ่เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตผ่าน Bugatti Rimac ที่จะนำเสนอไฮเปอร์คาร์ที่ล้ำสมัยและขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งงานศิลปะและความเป็นเลิศไว้ได้อย่างครบถ้วน

บูกัตติคือการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มองหามากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่ต้องการครอบครองงานศิลปะที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต และสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอันไร้ขีดจำกัดในโลกแห่งความเป็นจริง หากคุณคือผู้ที่ปรารถนาจะสัมผัสกับสุดยอดแห่งยานยนต์ที่เหนือกว่าทุกจินตนาการ หรือกำลังมองหาการลงทุนในรถยนต์หรูที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว บูกัตติคือคำตอบสุดท้ายที่คุณไม่ควรมองข้าม

เราขอเชิญชวนทุกท่านเข้าสู่โลกอันน่าทึ่งของ Bugatti สัมผัสวิสัยทัศน์แห่งยานยนต์แห่งอนาคต และค้นพบว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ไฮเปอร์คาร์เหล่านี้กลายเป็นสุดยอดการลงทุนในโลกยานยนต์ยุค 2025 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่กำลังดำเนินต่อไป และพิจารณา Bugatti เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นอันล้ำค่าของคุณวันนี้!

Previous Post

[ครบชุด] T1112025 อย าแคร ลมปากคนอ

Next Post

[ครบชุด] T1112028 ภาพลวงตา

Next Post
[ครบชุด] T1112028 ภาพลวงตา

[ครบชุด] T1112028 ภาพลวงตา

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.