ทำความรู้จักระบบเมมเบรน สุดยอดเทคโนโลยีกรองน้ำของอุตสาหกรรม
ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘น้ำ’ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งใช้ในครัวเรือนและภายในโรงงานอุตสาหกรรม ‘ระบบน้ำ’ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกคนๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบน้ำบาดาล ระบบการผลิตน้ำประปา เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งหากเป็นระบบน้ำในอุตสาหกรรมด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีคุณภาพสูง เพราะระบบกรองน้ำเป็นตัวการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตและขั้นตอนการทำความสะอาด
ดังนั้นระบบน้ำในอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะทำให้กระบวนการผลิตสินค้าและบริการมีคุณภาพได้ตามมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ดังนั้นระบบน้ำในอุตสาหกรรมจึงต้องถูกหลักได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม วันนี้เรามาทำความรู้ระบบ Membrane Process หรือกระบวนการเมมเบรนที่เป็นระบบกรองน้ำที่เหมาะสำหรับใช้อุตสาหกรรมกัน
Membrane Process คืออะไร
เป็นกระบวนการกรองโดยใช้เยื่อบางที่มีชื่อว่า “ เมมเบรน ” ในการแยกของเหลวออกจากกัน หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นระบบกรองน้ำที่ทำหน้าที่แยกสารปนเปื้อนออกจากน้ำ ขจัดอนุภาคที่ปนเปื้อนในน้ำ ปัจจุบันกระบวนการเมมเบรน จึงได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องดื่มทุกประเภท ทั้งไวน์ น้ำผลไม้และน้ำดื่ม ตลอดจนอุตสาหกรรมทางชีวเคมี โดยกระบวนการเมมเบรนนำมาใช้การกรองน้ำ 4 รูปแบบ ดังนี้
- ระบบ Reverse Osmosis (R.O) เป็นกระบวนการผลิตน้ำโดยใช้แรงดันสูงฉีดน้ำให้ซึมผ่านตัวฟอกคุณภาพสูงที่เรียกว่าเยื่อ TFC (Thin Film Composite) Membrane ที่ประกอบไปด้วยรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก มีความละเอียดสูงถึง 0.0001 ไมครอน
- ระบบ Ultrafilteration (UF) เป็นการกรองโดยใช้ แรงดันน้ำ (pressure) เป็นตัวขับดันให้น้ำและ สารละลายที่มีขนาดเล็ก ผ่านไส้กรองทีมีลักษณะเป็น เนื้อเยื่อเลือผ่าน (Semi-permeable membrane) ไปได้
- Nanofiltration (NF) เป็นเทคโนโลยีเยื่อแยกโมเลกุลใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจในด้านการแยกเมมเบรน ขนาดรูพรุน NF ขนาด 1nm หรือมากกว่าปกติ 1-2nm;
- Micro filtration (MF) เป็นกระบวนการกรองประเภทหนึ่งที่ใช้ไส้กรองแผ่นเยื่อที่มีขนาดรูที่แตกต่างกันตั้งแต่ 0.1 ไมโครเมตรถึง 10 ไมโครเมตร ดักจับอนุภาคขนาดเล็กหรือจุลินทรีย์
หลักการทำงานของเมมเบรน
การทำงานของเมมเบรน เป็นเทคโนโลยีการแยกสารปนเปื้อนที่ถูกนำมาใช้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพราะระบบกรองน้ำที่ไม่ต้องเติมสารเคมี โดยเมมเบรนทำหน้าที่เป็นตัวกรองที่เฉพาะเจาะจงมากที่จะช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ และดักจับสารแขวนลอยและสารอื่นๆ และใช้แรงดันสูง (Pressure Driver) เพื่อแยกองค์ประกอบการในของเหลว โดยกระบวนการเมมเบรน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- การกรองแบบปิดตาย (Dead-end flow or cross-flow) เป็นระบบการกรองแบบไหลและปลายตายหรือแบบไหลข้าม โดยการไหลของน้ำตั้งฉากกับพื้นผิวเมมเบรน และน้ำดันผ่านเมมเบรนด้วยแรงดัน น้ำทั้งหมดที่ใส่เข้าไปในเซลล์ปลายตายจะไหลผ่านเมมเบรน อนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าขนาดรูพรุนที่มีประสิทธิภาพจะผ่านเข้าไปเป็นตัวกรอง ซึ่งการการกรองแบบ Dead-end อนุภาคที่สะสมไว้จะก่อตัวขึ้นตามเวลาบนพื้นผิวเมมเบรนหรือภายในเมมเบรน ซึ่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าจะก่อตัวเป็นชั้นเค้กบนผิวเมมเบรนและทำให้ฟลักซ์การซึมผ่านลดลง โดยมากการกรองแบบปิดตายเหมาะกับการกรองสารละลายที่มีความเข้มข้นไม่มากนัก
- การกรองแบบไหลขวาง (Cross-Flow Filtration) กรองการไหลขวาง เมื่อมีการใช้การไหลแบบสัมผัสทั่วพื้นผิวเมมเบรน เมื่อฟีดไหลผ่านพื้นผิวเมมเบรน สารกรองจะไหลผ่านในขณะที่ความเข้มข้นจะสะสมอยู่ที่ปลายด้านตรงข้ามของเมมเบรน การไหลในแนวสัมผัสของเมมเบรนทำให้เกิดแรงเฉือนบนพื้นผิวของเมมเบรน ซึ่งจะช่วยลดการเปรอะเปื้อน ข้อดีของการไหลขวาง เป็นการไหลแบบไขว้จะช่วยขจัดสิ่งตกค้างจากพื้นผิวของเมมเบรน ฟลักซ์ของเพอร์มิเอตจึงไม่ตกเร็วเมื่อเทียบกับการกรองแบบปลายตาย เทคโนโลยีการไหลขวางยังให้ประโยชน์ของอายุการใช้งานเมมเบรนที่ดีขึ้นโดยช่วยป้องกันการเปรอะเปื้อนที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
กระบวนการกรองเมมเบรนที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดัน
ระบบกรองน้ำแบบเมมเบรนเป็นวิธีการแยกอนุภาคในสารละลายของเหลวหรือก๊าซผสม เทคนิคนี้ใช้ในการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมไปจนถึงการบำบัดน้ำเสีย เมมเบรนแบบกึ่งซึมผ่านได้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันซึ่งกักเก็บอนุภาคขนาดใหญ่ไว้ ในขณะที่ปล่อยให้โมเลกุลที่มีขนาดเล็กกว่าสามารถผ่านเมมเบรนเข้าไปในเมมเบรนได้ โดยโมเลกุลจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังความเข้มข้นต่ำตามธรรมชาติ โดยการใช้แรงดันภายนอก ซึ่งโมเลกุลสามารถไหลจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังความเข้มข้นสูงได้ ความแตกต่างของแรงดันที่ทั้งสองด้านของเมมเบรนจะทำให้การซึมผ่านข้ามเมมเบรนในสภาวะคงตัว ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สุดท้าย การซึมซับหรือกักเก็บได้ผลผลิตโดยรวมสูงขึ้น
ข้อดีของเทคโนโลยีเมมเบรน
- ขจัดสิ่งปนเปื้อนได้ดีขึ้น จากการมีขนาดรูพรุนที่เล็กกว่าสามารถขจัดสารปนเปื้อนหลายชนิดในระดับที่ 99-99.9%
ประสิทธิภาพสูง - ระบบกรองน้ำจากเมมเบรนสามารถแยกน้ำได้หลายประเภท ตั้งแต่ ไมโครฟิลเทรชันไปจนถึงรีเวิร์สออสโมซิสช่วยให้สามารถกำจัดสิ่งปลอมปนได้อย่างแม่นยำด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด
- อายุการใช้งานของวัสดุกรองที่ยาวนาน เมมเบรนบางชนิดมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี
- ระบบเมมเบรน เป็นเทคโนโลยีที่ต้องการพื้นที่น้อยกว่าเทคโนโลยีทั่วไปถึง 50-70% จึงเหมาะกับทั้งโรงงานที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่
- ระบบกรองน้ำเป็นการควบคุมแบบอัตโนมัติช่วยให้ทำงานได้สม่ำเสมอ ไม่มีปฏิกิริยาของสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่ต้องมีบุคลากรหรือพนักงานคอยควบคุมการทำงาน ทำได้น้ำที่ปราศจากการปนเปื้อนจากขั้นตอนกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้ระบบกรองน้ำเมมเบรนถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมากมาย ตลอดจนการนำมาใช้สำหรับบำบัดระบบน้ำอุตสาหกรรม เพื่อลดสารปนเปื้อนและแบคทีเรียในน้ำ เพราะการกรองแบบเมมเบรนมีขั้นตอนการประมวลผลน้อยลง และทำให้ได้ระดับความบริสุทธิ์ที่มากขึ้นและผลผลิตโดยรวมที่สูงขึ้น นอกจากนี้การกรองแบบเมมเบรนไม่ส่งผลให้เกิดเค้กกรอง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดและกำจัดสารตกค้างนี้ และที่สำคัญทำให้การผลิตได้สินค้าที่มีคุณภาพระดับไฮเอนด์ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ระบบการกรองสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่มีความหนืดต่างกันได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงซึ่งอาจทำได้ยาก และช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวม เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกกว่าเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งต่ำกว่า รวมทั้งต้นทุนการใช้พลังงานต่ำ
สำหรับระบบกรองน้ำด้วยเมมเบรน Maxfil ของบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเทคโนโลยีระบบกรองน้ำสำเร็จรูป Maxfil (Membrane Filtration System) ใช้เทคโนโลยีการกรองน้ำด้วยเมมเบรน ในการลดสิ่งเจือปนในน้ำ เช่น ตะกอน แขวนลอย สารอินทรีย์ แบคทีเรีย ไวรัส รวมไปจนถึงสารละลายน้ำ โดยได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม และวัสดุที่เลือกใช้มีความคงทนแข็งแรง มีประสิทธิภาพของระบบเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
ระบบกรองน้ำด้วยเมมเบรน Maxfil สามารถผลิตน้ำประปาจากแหล่งน้ำดิบที่เป็นน้ำผิวดินได้ และกรองให้อนุภาคปนเปื้อนออกจากน้ำได้ละเอียดรวมถึงการกรองแบคทีเรีย เหมาะสำหรับอาคารสำนักงาน ขนาดกลาง-ใหญ่ ,ห้างสรรพสินค้า, คอมมูนิตี้มอลล์, โรงแรม, มหาวิทยาลัย, โรงงานอุตสาหกรรม ประเภทต่างๆ โดยสามารถใช้กรองสารแขวนลอยที่อยู่ในน้ำและกรองสารแบคทีเรียรวมถึงไวรัส ปรับการออกแบบและเลือกอุปกรณ์ได้ตามคุณภาพน้ำเข้าและข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ ทำงานอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานด้วย ProgrammableLogic Controller (PLC) ทำให้คุณภาพน้ำที่กรองมีคุณภาพสม่ำเสมอ
หากคุณกำลังมองหา ระบบกรองน้ำเมมเบรนที่มีคุณภาพ บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ถังเก็บน้ำ ถังแซท โซล่าเซลล์บ้าน โซล่าเซลล์โรงงาน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน)
โทร : 02-301-2223
E-Mail : sale@pp.premier.co.th
Line : @pp.wtprofessional
Website : https://www.premier-products.co.th/products/water-tank/
อยากให้มาไทย!! ชมคันจริง New Honda Freed ส่งตรงจาก Tokyo motor show 2019
- โดย : Autodeft
- 23 ต.ค. 62 00:00
- 42,459 อ่าน
https://www.facebook.com/v15.0/plugins/share_button.php?app_id=114827815277178&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Dfe02f8544603fb600%26domain%3Dwww.autodeft.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.autodeft.com%252Ff8b9a03bd249ce39a%26relation%3Dparent.parent&container_width=78&href=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019&layout=button_count&locale=en_US&sdk=joey
https://platform.twitter.com/widgets/tweet_button.2f70fb173b9000da126c79afe2098f02.th.html#dnt=false&id=twitter-widget-0&lang=th&original_referer=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019&size=m&text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2!!%20%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%20New%20Honda%20Freed%20%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20Tokyo%20motor%20show%202019%20%7C%20AUTODEFT%20%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%20%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88&time=1765246528045&type=share&url=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdeftreport%2Fhonda-freed-facelift-mpv-launch-official-tokyo-motor-show-2019
4 ปีของการทำตลาดรถครอบครัวอย่าง Honda Freed เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและกลายเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลายรูปแบบและนิยมกันในประเทศญี่ปุ่น และบางประเทศที่เข้าจำหน่าย

ล่าสุด ฮอนด้า จับมาปรับโฉมให้หล่อขึ้น เริ่มที่ฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่รับกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้า LED กันชนหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ล้ออัลลอยลายทูโทนขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/65 R15 ด้านท้ายยังคงเดิม นอกจากนี้ยังแนะนำรุ่นใหม่ Crosstar เติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วยความสนุกสนานและสมรรถนะที่ทรงพลังในสไตล์ครอสโอเวอร์ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน พร้อมราวหลังคาดีไซน์เฉียบ


ภายในยังคงสไตล์ 6 หรือ 7 ที่นั่ง (รุ่น Freed) และรุ่น 2 ตอน 5 ที่นั่ง (รุ่น Freed พร้อมเบาะตอน 2 สามารถปรับเลื่อนได้ 360 มม. มากกว่ารุ่นเดิม 120 มม. สามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ ทั้งตอน 2 และตอน 3 รวมถึง รุ่น 5 ที่นั่ง สามารถพับแยกแบบ 60/40 ได้ ที่มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมการตกแต่งใหม่ เน้นให้ผู้ใช้รับรู้การทำงานได้ง่าย


ขุมพลังเจ้าเอ็มพีวี ปรับโฉมยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC Direct Injection 1.5 ลิตร รหัส L15 B 129แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 153 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT กับเครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC Atkinson-cycle 1.5 ลิตร รหัส LEB-H1 ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 134 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 29.5 แรงม้า แรงบิด160นิวตันเมตร และระบบแบตเตอรี่แบบ ithium-ion battery พร้อมให้กำลังรวมสูงถึง 137 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ทั้งสองขนาดความแรงเลือกได้ทั้งแบบรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้ากับขับเคลื่อน 4 ล้อ
ทุกรุ่นติดตั้งระบบ Honda Sensing ทั้ง ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS), ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) ,ระบบเตือนการชนด้านหน้ากับตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) and Forward Collision Warning (FCW) ,ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) ใหม่เพิ่มระบบป้องกันการถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน


Honda Freed รุ่นปรับโฉมมีทั้งหมด 20 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้น 1,997,600 – 3,040,400 yen หรือราว 559,000 – 850,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของเมืองไทย)
![[ครบชุด] T0812071 นสอดยอดบ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-602.png)
![[ครบชุด] T0812084 คนไว ใจ ายท Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-603.png)