2022 McLaren 765LT Spider สมรรถนะล้ำ ขับมันกว่าเคย ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา เริ่ม 15 ล้านบาท
- โดย : Autodeft
- 17 ส.ค. 64 00:00
- 22,607 อ่าน
แมคลาเรน ออโตโมทีฟ ผู้ผลิตยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ซึ่งเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกนับทศวรรษถึงความพิเศษ หรูหรา และสมรรถนะชั้นเลิศ ได้เปิดตัวยนตกรรมรุ่นสำคัญอีกรุ่นหนึ่งในวันนี้ นั่นคือ McLaren 765LT Spider

ต่อยอดจาก “ McLaren 765LT Longtail Coupe” ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนและจำหน่ายหมดทุกคัน “สไปเดอร์” เป็นซุปเปอร์คาร์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่แมคลาเรนเคยรังสรรค์มา เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับรถมากที่สุด “McLaren 765LT Spider” ได้ผนวกเอาการออกแบบทางวิศวกรรมและคุณลักษณะหลักอื่น ๆ ของแมคลาเรน ลองเทลเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักที่เบา ไดนามิกแบบการขับในสนาม และแอโรไดนามิกที่ดีที่สุด ทำให้จะมีความเป็นเลิศในแบบของรถคูเป้แล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความพิเศษของ LT ได้ด้วย และจะมีการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเพียง 765 คันทั่วโลกเท่านั้น
ด้วยพลวัตและแอโรไดนามิกแบบรถคูเป้และโครงสร้างหลักที่สมบูรณ์แบบ “สไปเดอร์” มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเพียง 49 กิโลกรัม ส่วนใหญ่มาจากหลังคาแบบแข็งและกลไกการเปิดประทุน รวมแล้ว มีน้ำหนักเพียง 1,388 กิโลกรัม (น้ำหนักรวมเชื้อเพลิง) ซึ่งเบากว่ารุ่น 720S สไปเดอร์ ถึง 80 กิโลกรัม และเบากว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดประมาณ 100 กิโลกรัมหลังคาแข็งแบบพับได้ (RHT) ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียวและควบคุมด้วยไฟฟ้า สามารถเปิดประทุนได้ในเวลาเพียง 11 วินาที ณ ความเร็วรถสูงสุด 50 กม./ชม. ซึ่งจะช่วยนำเสียงอันน่าทึ่งของระบบไอเสียไททาเนียมแบบ Quad-Exit เข้ามาในห้องโดยสาร เปิดมิติใหม่ให้กับการขับขี่

ประสิทธิภาพอันเหลือล้นและไดนามิกของ “สไปเดอร์” รุ่นใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วใน 765LT คูเป้ นั้น ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีก 3 ประการ ได้แก่ ความเสถียรของโครงสร้างตัวถัง MonoCage II-S การออกแบบที่พลิกโฉมวงการของหลังคาแข็งพับได้แบบชิ้นเดียว และความทุ่มเทที่ไม่ลดละของวิศวกรแมคลาเรนในการบรรลุปรัชญาของบริษัทว่าด้วยวิศวกรรมน้ำหนักเบา ตัวถังของคาร์บอนไฟเบอร์ MonoCage II-S ของ “สไปเดอร์” ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับตัวถัง Monocoque ของคูเป้ และมีองค์ประกอบพื้นฐานส่วนใหญ่คล้ายกัน เช่น กรอบกระจกหน้ารถที่ไม่ต้องการโครงสร้างค้ำยันเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการช่วยลดน้ำหนักตัวรถ และที่ส่วนท้ายของรถ โครงสร้างซัพพอร์ตจากคาร์บอนไฟเบอร์ก็ถูกผสานเข้ากับแชสซีเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันการพลิกคว่ำ

หลังคาเปิดประทุนคือส่วนที่สำคัญของโครงสร้างรถ ประกอบด้วยกรอบคาร์บอนไฟเบอร์ที่อยู่ภายในแผงหลังคาแข็งแบบพับได้ ซึ่งเมื่อปิดหลังคาก็จะทำให้เกิดแผงคาร์บอนไฟเบอร์แบบเต็ม นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากหลังคาเป็นแผงแบบชิ้นเดียวไม่มีโครงตรงกลาง ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น และแผงหลังคาเองก็มีความยาวเพิ่มขึ้นช่วยให้ยอดเสา A ยืดไปข้างหน้าได้มากขึ้น ทำให้รู้สึกกว้าง และเข้า-ออกรถได้คล่องตัวเช่นเดียวกับ LT ทุกรุ่น “สไปเดอร์” ใหม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นเลิศในสนามแข่ง แต่คุณสมบัติด้านความอลังการและสุนทรียะก็ทำให้ยนตรกรรมเปิดประทุนคันนี้เป็นรถที่น่าดื่มด่ำและดึงดูดยิ่งกว่าเดิมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน แพ็คเกจแอโรไดนามิกขั้นสูงยังคงคล้ายกับในรุ่นคูเป้ แต่ในรุ่น “สไปเดอร์” ปีกหลังจะถูกออกแบบมาให้ปรับเปลี่ยนตามหลังคาที่เปิดและปิด และมีการปรับเทียบแดมเปอร์ใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักของรถที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกของ “สไปเดอร์” นั้นเทียบได้กับคูเป้ในทุก ๆ ด้าน และยังมีดาวน์ฟอร์ซที่สูงมาก สูงกว่ารุ่น 720S Spider ถึง 25%


ขุมพลังแห่งสมรรถนะที่ดุดันของ “สไปเดอร์” คือเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตรให้กำลัง 765 แรงม้า ทำให้ “McLaren 765LT Spider มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในยนตรกรรมระดับเดียวกันที่ 598แรงม้า และแรงบิด 800 Nm อัตราทดเกียร์ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ขับขี่สนุกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อัตราเร่งขณะเข้าเกียร์เร็วกว่า 720S Spider ถึง 15% ช่วยให้ลองเทลรุ่นใหม่นี้ทำรอบได้เร็วที่สุดในรุ่น LT แบบเปิดประทุน ความเร็วมาตรฐานสำหรับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 2.8 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใช้เวลา 7.2 วินาที นอกจากนี้ “LT สไปเดอร์” ใหม่ยังใช้เวลาเพียง 10.0 วินาทีในการวิ่งเป็นระยะทาง 400 ม. (¼ ไมล์) โดยเริ่มจับเวลาตั้งแต่รถจอดนิ่ง และความเร็วสูงสุดของรถคือ 330 กม./ชม.


“Longtail ของแมคลาเรน ได้รับการพัฒนาเพื่อสมรรถนะที่ไร้เทียมทานและประสบการณ์การขับขี่ที่ดื่มด่ำ ยนตรกรรมคูเป้ 765LT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับรถ และ “สไปเดอร์” จะมาต่อยอดคุณสมบัตินี้ โดยเพิ่มการขับขี่แบบ open-air เพื่อให้ผู้โดยสารสัมผัสกับเสียงที่ปลุกประสาทสัมผัสจากท่อไอเสียไทเทเนียม เป็นความรื่นรมย์ที่ถ่ายทอดผ่านกระจกหลังที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า รถเปิดประทุนรุ่นใหม่ที่สุด ขับสนุกที่สุด และทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาจากแมคลาเรนในซีรีส์ “ลองเทล” ของแบรนด์ พร้อมให้สั่งจองแล้ววันนี้ ณ ตัวแทนของแมคลาเรน ราคาเริ่มต้นที่ 310, 500 ปอนด์ หรือราว 15,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย) และถ้ามีการนำเข้ามาขายในไทย ราคารวมภาษีนำเข้าของไทย อยู่ที่ 65,000,000 บาท และมีจำหน่ายเพียง 765 คันทั่วโลก ทั้งนี้ได้ปิดรอบการผลิตสำหรับปี 2564 แล้ว สำหรับเมืองไทยสามารถสั่งได้แบบ Made to Order ผ่านตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
RUF Rodeo ซูเพอร์คาร์ทางฝุ่น
2 Oct 2024

ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า RUF Automobile ผู้เชี่ยวชาญการผลิต Porsche ในเวอร์ชันของตัวเอง และมีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2506 ทั้งยังไม่เคยสร้างรถสำหรับทางฝุ่นมาก่อน

RUF ต้องยอมเปลี่ยนมาผลิตรถวิ่งทางฝุ่น หลังจากค่ายซูเพอร์คาร์ระดับหัวแถวเริ่มหันมามองตลาดกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น Lamborghini Sterrato หรือ Porsche 911 Dakar โดย RUF ผลิตรุ่นสำหรับทางฝุ่น โดยใช้ชื่อว่า Rodeo

RUF นำ Rodeo เข้าร่วมแสดงในงาน The Quail Motorsports Gathering ที่เมืองคาร์เมล, แคลิฟอร์เนีย Rodeo มีที่มาจากการพัฒนารถแนวคิดของ RUF เมื่อปี 2563 ด้วยชื่อเดียวกัน โดยรถคันที่จอดแสดงในงานเป็นเวอร์ชันผลิตจำหน่าย ใช้โครงสร้างหลักแบบโมโนคอก ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่ง RUF เป็นผู้ผลิต และได้รับการปรับแต่งเพื่อให้วิ่งในทะเลทรายได้

RUF Rodeo ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel-Drive System) มีการออกแบบด้านวิศวกรรมทีมงานของ RUF โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกการกระจายพลังขับเคลื่อนได้อย่างอิสระ เพื่อให้เหมาะสมตามสภาพเส้นทาง ทั้งยังสามารถเลือกโหมดระบบขับเคลื่อน โดยควบคุมผ่านจอภาพที่คอนโซลกลาง

ขุมพลังยังเป็นเครื่องยนต์ 6 สูบนอนยัน เทอร์โบ ความจุ 3.6 ลิตร ให้กำลัง 448 กิโลวัตต์/610 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 699 นิวทันเมตร/71.3 กก.ม. ระบบรองรับใช้ชอคอับปรับไฟฟ้าแปรผันตามโหมดขับขี่ โดยมีจุดต่ำสุดของพื้นรถถึง 9.5 นิ้ว (ประมาณ 24 ซม.)

ระบบเบรคจานคาร์บอนเซรามิคทั้ง 4 ล้อ ใช้ยางขนาด 235/55R18 ของ Goodyear All-Terrain พร้อมโลโก RUF ตัวนูนที่แก้มยาง โดยตัวรถมีน้ำหนักเพียง 2,756 ปอนด์ (ประมาณ 1,250 กก.) ซึ่งเกิดจากการผสมผสานที่ลงตัว และจะให้ประสบการณ์ใหม่กับการเดินทางบนเส้นทางทุรกันดาร

ห้องโดยสารออกแบบสไตล์ฝั่งตะวันตกยุคเก่าของสหรัฐอเมริกา ทั้งลวดลาย และสีสัน ตั้งแต่เบาะนั่ง, แดชบอร์ด, แผงประตู และผ้าบุเพดาน การตัดเย็บหนังผ่านการผลิตอย่างประณีตจากเมือง Pfaffenhausen พร้อมคำรับรองจาก RUF ว่า “Do Anything, Go Anywhere” (ทำได้ทุกอย่าง ไปได้ทุกที่)

RUF สร้างสรรค์รถที่ย้อนรำลึกถึงฝั่งตะวันตกยุคเก่าของสหรัฐอเมริกา โดยใช้ Rodeo เป็นสื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยียุคใหม่ที่เดินทางไปได้ทุกที่ เข้ากับความงดงามของภูมิประเทศ ด้วยการขับขี่ที่สนุกสนาน
![[ครบชุด] T0812076 งเก ยจแม หม าย Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-600.png)
![[ครบชุด] T0812088 ขส ดท าย Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-601.png)