ปอร์เช่ ประเทศไทย ยอดขายไตรมาสแรกพุ่ง 23% เดินหน้าเพิ่มศูนย์บริการอีก 3 แห่ง ในปีนี้
ปอร์เช่ ประเทศไทย เผยยอดขายไตรมาสแรกพุ่ง 23% ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากลูกค้า เดินหน้าขยายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้อีก 3 แห่ง มีแผนที่จะเปิดศูนย์บริการใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปอร์เช่ กัลปพฤกษ์, ศูนย์ปอร์เช่ บางนา และศูนย์ปอร์เช่ พัทยา
โดย Phalath2 ปีที่แล้ว
ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมียอดขาย เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเปรียบเทียบจากยอดไตรมาสแรกในปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อAAS Group

ไตรมาสแรกของปี 2567 ปอร์เช่ทั่วโลกมียอดตัวเลขการส่งมอบอยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ (overseas and emerging markets) มีการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าจำนวน 14,895 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% และตลาดทั่วโลก ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) มียอดส่งมอบสูงสุดในไตรมาสแรก ถึง 28,025 คัน หรือเพิ่มขึ้น 20% จากตัวเลขการเติบโตของตลาดปอร์เช่ทั่วโลก พิสูจน์ได้ว่า รถยนต์ปอร์เช่ ได้ความนิยมจากผู้ใช้รถทั่วโลก รวมไปถึงตลาดในประเทศไทย ปอร์เช่ ประเทศไทย เล็งเห็นถึงการเติบโตของตลาดรถยนต์ปอร์เช่ที่ขยายอย่างต่อเนื่องทำให้บริษัท วางแผนที่จะขยายเพิ่มศูนย์บริการอีก 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปอร์เช่ กัลปพฤกษ์, ศูนย์ปอร์เช่ บางนา และศูนย์ปอร์เช่ พัทยา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมยืนหยัดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการทำงานและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านที่เลือกเราได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประทับใจ

คุณปีเตอร์ โรห์เวอร์ Peter Rohwer กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรารู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับปอร์เช่ ประเทศไทย มาโดยตลอด เราสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการของเราให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับแก่ลูกค้า ทั้งนี้บริษัทรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก”

คุณธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ปอร์เช่ ทั้งนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะขยายศูนย์บริการเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น” ปอร์เช่ ประเทศไทย มีแผนที่จะเปิดศูนย์บริการใหม่ 3 แห่ง ตั้งแต่ปี 2567 ได้แก่ ศูนย์ปอร์เช่ กัลปพฤกษ์, ศูนย์ปอร์เช่ บางนา และศูนย์ปอร์เช่ พัทยา ศูนย์บริการเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการหลังการขายของปอร์เช่ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น “เรามั่นใจว่าการขยายศูนย์บริการครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา และ ในปีนี้ยังมีรถอีกหลากหลายรุ่นของปอร์เช่ ที่เตรียมรอวางขาย ได้แก่ Macan BEV, Taycan, Panamera และ The new 911เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านยานยนต์และบริการครบวงจรในประเทศไทย และเราเชื่อมั่นว่าการขยายศูนย์บริการครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่เป้าหมายของเรา”

โดยเป้าหมายปี 2567 ปอร์เช่ ประเทศไทย จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ยั่งยืนโดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทมุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาค รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งาน EV เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน


ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok และ Porsche Centre Pattankarn, Porsche Studio Siam Paragon และ Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งศูนย์บริการที่จะเปิดใหม่อีก 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปอร์เช่ กัลปพฤกษ์, ศูนย์ปอร์เช่ บางนา และศูนย์ปอร์เช่ พัทยา การขยายศูนย์บริการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือระดับ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน อย่างไรก็ตามศูนย์ปอร์เช่ บางนาจะพร้อมต้อนรับลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในช่วงปลายปีนี้
Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé เอสยูวีหรู 519 แรงม้า รุ่นประกอบมาเลเซีย ราคาเริ่ม 6.29 ล้านบาท
Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé 2024 เอสยูวีหรู ดีไซน์ใหม่ รุ่นประกอบที่มาเลเซีย ขุมพลังไฮบริดกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังมากถึง 519 แรงม้า เคาะราคาจำหน่ายในไทยที่ 6.29 ล้านบาท
โดย Phalathประมาณหนึ่งปีที่แล้ว1.5kผู้อ่าน

ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé (ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้) รถเอสยูวีสุดหรูรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับโฉม และยกระดับอย่างสมบูรณ์ ด้วยระบบช่วงล่างใหม่ มอบประสบการณ์สุดหรูหรา สมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจด้วยขุมพลังไฮบริดประสิทธิภาพสูง ที่มากับเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ที่ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 519 แรงม้า

สำหรับ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ใหม่นี้ จะเป็นรถรุ่นที่ 2 ที่มาจากสายการผลิตของประเทศมาเลเซีย ที่ได้มาตรฐานยุโรป และเป็นรถรุ่นแรกที่ส่งออกมายังประเทศไทย
ADVERTISEMENT


ในด้านงานออกแบบดีไซน์จะได้รับการปรับโฉมใหม่ เสริมความโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ HD Matrix LED ดีไซน์ใหม่ ที่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดดเด่นด้วยโมดูลความละเอียดสูง 2 ชุด และพิกเซลกว่า 32,000 พิกเซลต่อโคมไฟ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

มาพร้อมชุดแต่ง Black High Gloss รอบคัน ขณะที่ล้ออัลลอยลายจะมีขนาด 20 นิ้ว สีเทา Vesuvius Grey

ภายในห้องโดยสารของ Cayenne S E-Hybrid Coupé รุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นสำหรับประเทศไทย ได้รับการยกระดับด้วยฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมาย เป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งพวงมาลัย GT Sports และ แพ็คเกจ Sport Chrono พร้อมนาฬิกา Porsche Design เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยยกระดับความหรูหราให้กับผู้ขับขี่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าปัดดิจิตอลแบบโค้งมนขนาด 12.6 นิ้ว และหน้าจอระบบ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple® CarPlay
โดยในสเปคพวงมาลัยขวาที่จำหน่ายในบ้านเรา ตำแหน่งคันเกียร์อัตโนมัติได้รับการย้ายไปทางซ้ายของพวงมาลัยบนคอนโซลกลาง การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับช่องเก็บของและแผงควบคุมระบบปรับอากาศขนาดใหญ่

อีกทั้งยังเอาใจผู้โดยสารด้านหลังด้วยระบบ Rear Seat Entertainment ที่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถติดตั้งหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

งานออกแบบภายในมาในโทนสีดำ แผงควบคุมระบบปรับอากาศมาพร้อมปุ่มกดขนาดใหญ่ ใช้งานง่าย พร้อมสวิทช์ปรับอากาศแบบหมุน และปุ่มปรับระดับเสียงแบบสัมผัส ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและดูหรูหรา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ ระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE® เบาะหนังเลือกได้ 2 สี คือ สีดำ หรือ สีแดงบอร์โด (Bordeaux Red) มาพร้อมตราสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศรีษะที่เบาะคู่หน้า อีกทั้งยังมากับระบบควบคุมอุณหภูมิแยก 4 โซน, เครื่องฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร, เบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้ 14 ทิศทางพร้อมระบบจำตำแหน่งสำหรับเบาะผู้โดยสารด้านหลัง และม่านบังแดดด้านหลังที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ในด้านระบบความปลอดภัยของ Cayenne S E-Hybrid Coupé ใหม่จะได้รับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยจอด ParkAssist, พร้อมกล้องรอบทิศทาง Surround View

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นสำหรับประเทศไทย จะมากับระบบ E-Hybrid ที่ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 260 kW (353 แรงม้า) แรงกว่าเครื่องยนต์ใน Cayenne E-Hybrid ถึง 36 kW (49 แรงม้า)

ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ให้กำลังรวม 382 kW (519 แรงม้า) ส่งผลทำให้รถเอสยูวีคูเป้รุ่นนี้เร่งความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 263 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 90 กม. (ตามมาตรฐาน EAER City)

ด้านระบบช่วงล่างของ Cayenne S E-Hybrid Coupé ก็ได้รับการปรับเซทใหม่ ให้มีความนุ่มนวล และสะดวกสบายมากขึ้นด้วยระบบช่วงล่างลมอัจฉริยะแบบใหม่ ที่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Porsche Active Suspension Management (PASM) เทคโนโลยี Two-Chamber Two-Valve ที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายทั้งบนถนนออนโรด และแบบออฟโรด

นอกจากนี้ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำ และสมรรถนะของการขับขี่ ลดการโคลงของตัวรถในขณะขับขี่แบบสปอร์ต อีกทั้งยังช่วยให้การปรับโหมดการขับขี่ระหว่าง Normal, Sport และ Sport Plus แตกต่างกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี Two-Chamber Two-Valve ที่ช่วยปรับช่วงล่างได้หลากหลาย ตั้งแต่เน้นความนุ่มนวลสำหรับการขับขี่สบายๆ ไปจนถึงโหมดสปอร์ตที่เน้นการตอบสนองฉับไว

สำหรับ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นใหม่ จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 3 สีได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ สีขาวเมทาลิก Carrara White, สีดำเมทาลิก Chromite Black และสีเงินเมทาลิก Dolomite Silver

โดยทาง ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นของ Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé ไว้ที่ 6,290,000 บาท โดยตัวรถพร้อมส่งมอบได้ในเดือนสิงหาคม 2567
สามารถจองรถยนต์รุ่นนี้ผ่านไมโครไซต์ (Microsite) ได้ที่ thcayenne.online ซึ่งเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการจองรถยนต์รุ่นใหม่นี้ผ่านทางออนไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์การจองที่สะดวกสบายให้กับลูกค้าที่สนใจ และรองรับการปรับแต่งเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นสีภายนอก ตัวเลือกหนังภายใน และอุปกรณ์เสริม Tequipment ต่างๆ
![[ครบชุด] T0812104 หญ งหลายใจ ใครๆก งเก ยจ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-598.png)
![[ครบชุด] T0812078 เลวได Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-599.png)