• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0812132 เม ยหร อเจ านาย Ep.2

admin79 by admin79
December 8, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0812132 เม ยหร อเจ านาย Ep.2

เปิดโลกยานยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี: สุดยอดรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกปี 2568 และตำนาน Maybach Exelero ที่ไม่มีวันเลือนหาย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของรถยนต์หรูหราและไฮเปอร์คาร์ จากที่เคยเป็นเพียงพาหนะ สู่สถานะของงานศิลปะวิศวกรรมที่ไร้ที่ติ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอันสูงสุด ในปี 2568 นี้ ตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีไม่เพียงแต่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงสร้างนิยามใหม่ของความพิเศษเฉพาะตัว ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และดีไซน์ที่ชวนตะลึง ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านเจาะลึกไปในโลกของยานยนต์ที่แพงที่สุดในโลก และรำลึกถึงตำนานอันเป็นอมตะของ Maybach Exelero ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน

การพูดถึงรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกไม่ใช่แค่การอ้างถึงตัวเลขราคาที่สูงลิ่วเท่านั้น แต่ยังหมายถึงปรัชญาเบื้องหลังการสร้างสรรค์ ความใส่ใจในรายละเอียดที่เกินกว่าจินตนาการ และเรื่องราวที่หลอมรวมประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และความปรารถนาของผู้ครอบครองเข้าไว้ด้วยกัน รถยนต์เหล่านี้คือสุดยอดแห่งนวัตกรรมยานยนต์ เป็นการลงทุนที่สามารถทวีมูลค่าได้ และเป็นสุนทรียภาพที่จับต้องได้ ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2568 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและรสนิยมของผู้บริโภค รถยนต์บางรุ่นยังคงยืนหยัดเป็นไอคอนที่ไม่มีใครโค่นล้มได้ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าเหนือกาลเวลา

Maybach Exelero: มรดกแห่งวิสัยทัศน์ที่นำหน้ากาลเวลา

ย้อนกลับไปในปี 2548 โลกได้รู้จักกับ Maybach Exelero – รถต้นแบบคูเป้ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง คือการเป็นรถทดสอบยางสมรรถนะสูงของ Fulda บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ภายใต้ร่มเงาของ Daimler ในขณะนั้น ในสายตาของผม ซึ่งติดตามข่าวสารยานยนต์มาตั้งแต่ตอนนั้น Maybach Exelero ไม่ใช่แค่รถทดสอบ แต่เป็นงานสร้างสรรค์ที่กล้าหาญและล้ำยุคอย่างแท้จริง การออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราแบบ Maybach เข้ากับความดุดันแบบรถแข่ง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ หรือยานพาหนะคู่ใจของตัวร้ายระดับซูเปอร์วายร้าย

หัวใจของ Exelero คือเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ ขนาด 5.9 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ ให้พละกำลังมหาศาลถึง 690 แรงม้า แรงบิด 1,020 นิวตันเมตร สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 351.45 กม./ชม. ซึ่งถือว่าน่าทึ่งมากสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่เช่นนี้ในยุคนั้น โครงสร้างพื้นฐานมาจาก Mercedes-Benz S-Class (รุ่น S57) แต่ทุกส่วนได้รับการปรับแต่งใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับความต้องการด้านสมรรถนะและความหรูหราสูงสุด

ข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทสัญชาติสวิสที่สนใจซื้อสิทธิ์เพื่อนำไปผลิตซ้ำโดยใช้เครื่องยนต์ V10 ของ Dodge Viper เพื่อลดต้นทุนนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาและความบุ่มบ่ามในตลาด ณ เวลานั้น ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมมองว่านั่นคือความพยายามที่จะเลียนแบบความพิเศษเฉพาะตัว แต่ก็ยากที่จะเทียบเคียงกับ “ความแท้จริง” และ “วิสัยทัศน์ดั้งเดิม” ของ Daimler และ Fulda ที่ต้องการสร้าง “รถคันเดียวในโลก” เพื่อแสดงขีดความสามารถสูงสุดของวิศวกรรมยานยนต์และยางรถยนต์ ความพยายามเหล่านั้นไม่เคยประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เท่าต้นฉบับ ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานะของ Maybach Exelero ในปี 2568 นี้ ให้เป็นหนึ่งใน “ยานยนต์แห่งประวัติศาสตร์” ที่มีมูลค่าประเมินทางศิลปะและวิศวกรรมที่สูงลิ่ว หากมีการประมูลขึ้นมาในตลาดรถยนต์สะสม มูลค่าของมันคงจะทะลุเพดานชนิดที่ยากจะคาดเดาได้ เพราะมันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการทดลองที่กล้าหาญและดีไซน์ที่ไม่มีวันตกยุค

Exelero เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดรถยนต์สั่งทำพิเศษ (Bespoke Cars) และรถยนต์ที่ผลิตจำนวนจำกัด (Limited Edition) ที่เราเห็นมากมายในปัจจุบัน มันพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์สามารถเป็นได้มากกว่าแค่การเดินทาง แต่เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ เป็นข้อพิสูจน์ถึงขีดสุดของมนุษย์ และเป็นเครื่องสะท้อนถึงรสนิยมที่ไม่มีใครเหมือน

5 สุดยอดรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกแห่งปี 2568: สัญลักษณ์แห่งความเหนือระดับและเอกสิทธิ์

ในปี 2568 นี้ ตลาดรถยนต์ระดับไฮเอนด์ยังคงคึกคักไปด้วยการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ไม่เพียงเร็วที่สุดและหรูหราที่สุด แต่ยังเป็นสิ่งที่หายากที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุดอีกด้วย รถยนต์เหล่านี้คือการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าทึ่ง และเป็นสุดยอดปรารถนาของนักสะสมทั่วโลก ในฐานะที่ผมได้ติดตามและสัมผัสกับรถยนต์เหล่านี้มาอย่างใกล้ชิด นี่คือ 5 อันดับที่ยังคงยืนหนึ่งในเรื่องของราคาและความพิเศษ ณ ปี 2568 (โดยอ้างอิงจากมูลค่าตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามสภาวะเศรษฐกิจโลก)

Rolls-Royce Boat Tail: นิยามใหม่ของ Coachbuilding แห่งศตวรรษที่ 21

ราคาโดยประมาณ: 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,020 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปี 2568)

เมื่อพูดถึงความหรูหราและเอกสิทธิ์สูงสุดในโลกยานยนต์ Rolls-Royce Boat Tail คือราชันย์ผู้ครองบัลลังก์อย่างไม่ต้องสงสัย นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็น “งานศิลปะบนล้อเลื่อน” ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคการทำตัวถังแบบ Coachbuilding อันเก่าแก่ ซึ่งหายากยิ่งในยุคปัจจุบัน Boat Tail มีเพียง 3 คันในโลก โดยแต่ละคันถูกรังสรรค์ขึ้นตามความต้องการและรสนิยมส่วนตัวของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอชต์สุดหรูและรถยนต์เปิดประทุนยุค 1930

สิ่งที่ทำให้ Boat Tail มีราคาแพงมหาศาลและเป็นที่ต้องการคือ ความพิถีพิถันในการผลิตที่ใช้เวลานานกว่า 4 ปีต่อคัน วัสดุที่ใช้คือสุดยอดแห่งความหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นไม้จริง หนังแท้เกรดพรีเมียม และคริสตัล แต่ละองค์ประกอบถูกคัดสรรและประดิษฐ์ด้วยมือโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญจาก Rolls-Royce มิติตัวถังที่ยาวเหยียดพร้อมเส้นสายที่โค้งมนอย่างสง่างาม ให้ความรู้สึกเหมือนเรือที่แล่นฉิวบนผืนน้ำ ด้านท้ายสามารถเปิดออกเผยให้เห็น “Hosting Suite” ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ปิกนิกสุดหรู ชั้นวางร่ม และช่องเก็บแชมเปญพร้อมแก้วคริสตัลที่สั่งทำพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ 6.75 ลิตร ที่ให้พละกำลัง 563 แรงม้า มอบการเดินทางที่นุ่มนวลและเงียบกริบ แม้ในปี 2568 นี้ Rolls-Royce Boat Tail ก็ยังคงเป็นข้อพิสูจน์ถึงขีดสุดของการสั่งทำพิเศษและความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็นการลงทุนในงานศิลปะยานยนต์ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

Bugatti La Voiture Noire: ความลึกลับสีดำที่หนึ่งเดียวในโลก

ราคาโดยประมาณ: 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 692 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปี 2568)

Bugatti La Voiture Noire หรือ “รถสีดำ” เป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกที่สร้างสรรค์โดย Bugatti เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของแบรนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Type 57 SC Atlantic ในตำนานของ Jean Bugatti ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่หายากและล้ำค่าที่สุดในโลก ที่สำคัญคือ La Voiture Noire เป็นรถที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น ทำให้มูลค่าและความปรารถนาของมันพุ่งสูงขึ้นไปอีก

การออกแบบภายนอกเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สีดำ Deep Black Gloss ทั้งคัน เส้นสายลื่นไหลไร้รอยต่อ ราวกับประติมากรรมชิ้นหนึ่ง ไฟท้ายแบบ LED ที่เรียวยาวเป็นเอกลักษณ์ และท่อไอเสียถึง 6 ท่อที่จัดเรียงอย่างสวยงาม ทำให้รถคันนี้ดูดุดันและลึกลับในคราวเดียวกัน ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังเกรนสีน้ำตาล Havana Brown ตัดกับอะลูมิเนียมขัดเงา ให้ความรู้สึกหรูหราแต่แฝงด้วยกลิ่นอายสปอร์ตแบบคลาสสิก หัวใจของ La Voiture Noire คือเครื่องยนต์ W16 เทอร์โบชาร์จ 8.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 420 กม./ชม. ในปี 2568 นี้ La Voiture Noire ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความพิเศษเฉพาะตัวและเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เหนือจินตนาการของ Bugatti

Bugatti Centodieci: การหวนคืนสู่รากเหง้าแห่งความเร็ว

ราคาโดยประมาณ: 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 328 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปี 2568)

Bugatti Centodieci ซึ่งแปลว่า “หนึ่งร้อยสิบ” ในภาษาอิตาลี เป็นรถยนต์ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ และเป็นการยกย่อง Bugatti EB110 ซูเปอร์คาร์ยุค 90 อันโด่งดัง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 คันทั่วโลกเท่านั้น ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ยานยนต์ ผมมองว่า Centodieci เป็นการเชื่อมโยมระหว่างอดีตและอนาคตอย่างลงตัว

ดีไซน์ของ Centodieci มีความปราดเปรียวและดุดันอย่างเห็นได้ชัด ด้วยกระจังหน้ารูปเกือกม้าที่เล็กลง พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ และไฟหน้า LED ทรงคิ้วที่เป็นเอกลักษณ์ บริเวณด้านหลังมีปีกขนาดใหญ่และไฟท้าย LED สามมิติที่ได้รับอิทธิพลจาก EB110 ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศและเสริมความสวยงามได้อย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารผสมผสานความหรูหรากับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และหนังแท้ เบาะนั่งทรงสปอร์ตพร้อมตราสัญลักษณ์ EB หัวใจขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 380 กม./ชม. ในปี 2568 Centodieci ยังคงเป็นที่ต้องการของนักสะสมที่มองหาสุดยอดสมรรถนะและความเป็นมาอันยาวนานของแบรนด์

Mercedes-Maybach Exelero: ตำนานหนึ่งเดียวที่ยังคงตราตรึง

ราคาโดยประมาณ: 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หากมีการซื้อขายในตลาดสะสม อาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากเป็นรถคันเดียวในโลก) (ประมาณ 291 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปี 2568)

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด Mercedes-Maybach Exelero กลับมาอยู่ในลิสต์นี้อีกครั้ง และยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก แม้จะเป็นรถต้นแบบที่สร้างขึ้นในปี 2548 แต่ด้วยสถานะ “คันเดียวในโลก” และเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มูลค่าของมันไม่เคยลดลง ในปี 2568 นี้ Exelero ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ เป็นตัวอย่างของวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญและความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ Fulda ในการผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์

ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ และส่วนท้ายที่ลาดเอียงราวกับยานอวกาศ ยังคงดูทันสมัยและดุดันอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เวลาจะผ่านมาเกือบสองทศวรรษ ภายในห้องโดยสารที่ผสมผสานระหว่างหนัง Nappa คาร์บอนไฟเบอร์ และไม้ ให้ความรู้สึกหรูหราและสปอร์ตอย่างลงตัว พร้อมระบบเสียง Burmester High-End Surround Sound ยิ่งตอกย้ำถึงความพรีเมียม เครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ 5.9 ลิตร ให้กำลัง 690 แรงม้า แรงบิด 1,020 นิวตันเมตร ซึ่งยังคงเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจในปัจจุบัน สถานะของ Exelero ในปี 2568 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นเหมือนเพชรยอดมงกุฎในวงการสะสมรถยนต์ ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ประเมินค่ามิได้

Bugatti Divo: สุนทรียภาพแห่งการควบคุมในสนามแข่ง

ราคาโดยประมาณ: 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 233 ล้านบาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปี 2568)

Bugatti Divo เป็นอีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์จาก Bugatti ที่ยังคงติดอันดับในปี 2568 นี้ โดย Divo ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bugatti Chiron แต่เน้นไปที่สมรรถนะในการเข้าโค้งและการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น ทำให้เป็นรถที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งมากกว่าการทำความเร็วสูงสุดบนทางตรง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลกเท่านั้น ทำให้เป็นที่ต้องการอย่างสูง

ดีไซน์ของ Divo มีความดุดันและแอโรไดนามิกที่ซับซ้อนกว่า Chiron อย่างเห็นได้ชัด ช่องดักอากาศที่กว้างขึ้น ปีกหลังแอคทีฟที่ปรับระดับอัตโนมัติ และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศได้ถึง 90% ขณะที่น้ำหนักลดลง 35 กิโลกรัม ส่งผลให้การทรงตัวและการเข้าโค้งเป็นเลิศ ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราแบบ Bugatti ด้วยเบาะหนัง Alcantara ทรงสปอร์ตสองสี และคอนโซลกลางที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า แรงบิด 1,600 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 380 กม./ชม. แม้จะเน้นการเข้าโค้ง แต่สมรรถนะความเร็วของ Divo ก็ยังอยู่ในระดับสุดยอด ในปี 2568 Bugatti Divo คือตัวเลือกสำหรับนักขับที่ต้องการประสบการณ์การควบคุมที่เฉียบคมและทรงพลังที่สุดจาก Bugatti

อนาคตของยานยนต์อัลตร้าลักชัวรีในปี 2568 และหลังจากนั้น

สิ่งที่น่าจับตาในตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชัวรีปี 2568 คือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสของยานยนต์ไฟฟ้าหรู (Luxury Electric Vehicles) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แบรนด์อย่าง Rolls-Royce, Bentley, และแม้แต่ Bugatti เอง ก็กำลังมองหาวิธีที่จะผสานความยั่งยืนเข้ากับความหรูหราและประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ความต้องการรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอันเป็นเอกลักษณ์และหายากยังคงมีอยู่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์สะสม (Collector Cars) ที่มองหางานฝีมือและเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่มีวันตาย

รถยนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่การเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นการลงทุนในงานศิลปะ วิศวกรรม และความภาคภูมิใจ เป็นสัญลักษณ์ของเอกสิทธิ์ที่ไม่เหมือนใคร และเป็นตัวสะท้อนถึงรสนิยมอันล้ำค่าของผู้ครอบครอง ในปี 2568 เรายังคงได้เห็นความมหัศจรรย์เหล่านี้เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป

โลกของยานยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีเป็นจักรวาลที่น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา หากคุณมีความหลงใหลในสุดยอดยานยนต์เหล่านี้เช่นเดียวกัน ผมขอเชิญชวนให้คุณร่วมแบ่งปันความคิดเห็นหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ในฝันของคุณ หรือเทรนด์ของตลาดรถยนต์หรูในอนาคตครับ!

Previous Post

[ครบชุด] T0812127 หญ งหลายใจ ใครๆก งเก ยจ Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T0812141 หญ งไร สถานะ Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T0812141 หญ งไร สถานะ Ep.2

[ครบชุด] T0812141 หญ งไร สถานะ Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.