13 รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตาที่สุดแห่งปี 2025-2026: คุ้มค่าทุกบาท เจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดของตลาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ค่ายรถ EV ต่างงัดกลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาประชันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่เร้าใจ หรือราคา รถยนต์ไฟฟ้า ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก การแข่งขันที่รุนแรงนี้เป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่มีตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจและคุ้มค่าให้เลือกสรรอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สำหรับปี 2025-2026 นี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่าตลาดรถ EV ในประเทศไทยจะยิ่งทวีความร้อนแรงและเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม เพราะผู้ผลิตไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การผสานรวมเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัยสูงสุด และประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้รอยต่อเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว วันนี้ผมจึงขออาสาพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเจาะลึก 13 รถยนต์ไฟฟ้าที่ผมคัดสรรมาเป็นพิเศษ ซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ สเปก และความคุ้มค่า ที่สำคัญคือเป็น รถ EV น่าใช้ 2025-2026 อย่างแท้จริง จากมุมมองและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่ได้สัมผัสรถเหล่านี้มาอย่างใกล้ชิด เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาดูกันว่ารถยนต์ไฟฟ้าคันไหนที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณได้บ้าง
JAECOO 6: สายลุยพันธุ์แท้ในร่างเล็ก แต่หัวใจเกินตัว
JAECOO 6 คือนิยามใหม่ของ “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025” สำหรับใครที่เป็นสายผจญภัยหรือมองหา EV ที่ไม่ใช่แค่รถขับในเมือง แต่พร้อมลุยไปกับคุณทุกเส้นทาง ผมต้องบอกเลยว่า JAECOO 6 คันนี้จะทำให้คุณประหลาดใจ ด้วยดีไซน์สไตล์ออฟโรดที่ผสมผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว แม้ขนาดตัวจะดูไม่ใหญ่โตนัก แต่พละกำลังและช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างดี ทำให้มันสามารถรับมือกับเส้นทางขรุขระได้อย่างเหนือความคาดหมาย
สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับ JAECOO 6 คือการใส่ใจในรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก ภายในห้องโดยสารโปร่งโล่งด้วยหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันนวดที่เพิ่มความสบายในการเดินทางไกล นี่คือ EV ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารถไฟฟ้าสายลุยก็สามารถมอบความหรูหราและความสะดวกสบายได้ไม่แพ้กัน ด้วยราคาที่เปิดตัวมาอย่างน่าสนใจ พร้อมระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและท่องเที่ยว นี่คือหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่คุ้มค่าการลงทุนอย่างยิ่งในตลาดปัจจุบัน
ราคา JAECOO 6 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
EV 2WD PRO: เริ่มต้นที่ 799,000 บาท (วิ่งได้ไกล 426 กม. NEDC)
EV 2WD: ประมาณ 949,000 บาท (วิ่งได้ไกล 426 กม. NEDC)
EV 4WD: ประมาณ 1,049,000 บาท (วิ่งได้ไกล 418 กม. NEDC)
XPENG G6: เทคโนโลยี EV จีนที่ท้าชน Tesla
XPENG G6 คือหนึ่งใน รถ EV จีน ที่ดีที่สุดในมุมมองของผม และเป็นคู่แข่งที่น่าจับตาอย่างยิ่งของ Tesla Model Y และ DEEPAL S07 สิ่งที่ทำให้ G6 โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการขับขี่ที่เหนือชั้น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของ XPENG นั้นได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยในการใช้งาน แบตเตอรี่แบบ 800 โวลต์ ไม่เพียงแต่รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ แต่ยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานและความร้อนสะสม ทำให้การเดินทางของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยิ่งไปกว่านั้น การนำเทคโนโลยี Cell-to-Body (CIB) มาใช้ในการติดตั้งแบตเตอรี่ ทำให้โครงสร้างรถแข็งแกร่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ภายใน และลดน้ำหนักโดยรวม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีรถ EV สมัยใหม่ รุ่นปี 2025 ของ XPENG G6 ได้รับการอัปเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์หลายรายการ แต่กลับมาพร้อมราคาที่น่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดและประโยชน์ที่ตกอยู่กับผู้บริโภค นี่คือ รถ EV น่าใช้ในปี 2025-2026 สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่อัจฉริยะและทันสมัยอยู่เสมอ
ราคา XPENG G6 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Long Range: ประมาณ 1,349,000 บาท (วิ่งได้ไกล 600 กม. NEDC)
AWD Performance: ประมาณ 1,489,000 บาท (วิ่งได้ไกล 575 กม. NEDC)
Zeekr 7X: พรีเมียม SUV ที่ครบครันทุกฟังก์ชัน
Zeekr 7X สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจที่ไม่อาจมองข้ามได้ นี่คืออีกหนึ่ง EV น่าใช้ 2025-2026 ที่จะยกระดับประสบการณ์การเดินทางของครอบครัว ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวและหรูหรา แต่สิ่งที่ทำให้ Zeekr 7X แตกต่างอย่างแท้จริงคือความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานภายในห้องโดยสารที่จัดเต็มเกินราคา
ผมประทับใจกับการออกแบบภายในที่คิดมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นจอ OLED ความละเอียด 2.5K สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่จอแสดงผล แต่ยังทำหน้าที่เป็นโต๊ะวางของได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีที่พักแขนตรงกลางเบาะหลังพร้อมจอดิจิทัลขนาด 6 นิ้ว สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน และที่เก็บของกว่า 32 ตำแหน่ง คือสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ Zeekr 7X ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ที่อัดแน่นด้วยความสะดวกสบายและเทคโนโลยี เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง
ราคา Zeekr 7X (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Standard RWD มอเตอร์เดี่ยว: ประมาณ 1,399,000 บาท (วิ่งได้ไกล 566 กม. NEDC)
Long Range RWD มอเตอร์เดี่ยว: ประมาณ 1,599,000 บาท (วิ่งได้ไกล 730 กม. NEDC)
Performance AWD มอเตอร์คู่: ประมาณ 1,799,000 บาท (วิ่งได้ไกล 635 กม. NEDC)
Deepal S05: B-SUV สุดเซอร์ไพรส์ที่คุ้มค่าเกินตัว
Deepal S05 ได้กลายเป็น รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ในปี 2026 ด้วยคุณสมบัติที่น่าทึ่งและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะเป็น B-SUV แต่พื้นที่ภายในห้องโดยสารนั้นกลับกว้างขวางจนเกือบเทียบเท่า C-SUV ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
จากการทดสอบขับขี่ ผมและทีมงานต่างประทับใจในความประณีตของ Deepal S05 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารที่เงียบกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งเป็นจุดแข็งที่มักจะพบได้ในรถพรีเมียมมากกว่า และช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างดี ให้ความนุ่มนวลและมั่นคงในการขับขี่ ไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง S07 นอกจากรุ่น EV ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแล้ว รุ่น REEV (Range Extended Electric Vehicle) ที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร (น้ำมัน + ไฟฟ้า) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังมีความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้า นี่คือรถ EV ราคาถูก แต่คุณภาพเกินราคาอย่างแท้จริง
ราคา DEEPAL S05 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
LITE: ประมาณ 799,000 บาท
PLUS: ประมาณ 849,000 บาท
MAX: ประมาณ 899,000 บาท
REEV PLUS: คาดการณ์ราคา 949,000 บาท
REEV MAX: คาดการณ์ราคา 999,000 บาท
JAECOO 5 EV: ก้าวแรกสู่โลก EV ที่คุ้มค่าที่สุด
JAECOO 5 EV คืออีกหนึ่งดาวเด่นในหมวด “รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นไหนดี 2025-2026” โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้และคุณภาพที่เกินคาด การเปิดราคาที่สร้างความฮือฮาในตลาด พร้อมยอดจองกว่า 6,500 คันในงาน Big Motor Sale 2025 คือเครื่องยืนยันความนิยมของรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ทำให้ JAECOO 5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่ฉลาดคือการผสมผสานความเรียบหรู คลาสสิก เข้ากับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ทำให้รู้สึกโปร่งสบายไม่อึดอัด เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมือง และยังสามารถเดินทางได้ไกลถึง 461 กม. (NEDC) ด้วยดีไซน์ที่ลงตัวและสเปกที่ตอบโจทย์ในราคาที่จับต้องได้ JAECOO 5 EV จึงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ขนาดคอมแพกต์ และเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครที่ต้องการเริ่มต้นกับรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
ราคา JAECOO 5 EV (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Dynamic: ประมาณ 549,000 บาท
Max: ประมาณ 599,000 บาท
Aion UT: แฮตช์แบ็ก EV ที่ครบเครื่องเรื่องความคุ้ม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า ราคาถูก ที่มาพร้อมสมรรถนะดีและดีไซน์ที่โดดเด่น Aion UT คือคำตอบที่ไม่อาจมองข้ามได้ในตลาดปี 2025-2026 จุดเด่นที่ทำให้ Aion UT เป็นที่พูดถึงอย่างมากคือความกว้างขวางภายในห้องโดยสารที่เกินคาดสำหรับรถแฮตช์แบ็กขนาดเล็ก การออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่งทำให้รู้สึกสบายตาและไม่อึดอัด แม้จะเป็นการเดินทางระยะไกลก็ตาม
นอกเหนือจากความสะดวกสบายแล้ว Aion UT ยังจัดเต็มด้วยออปชันและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และที่น่าประทับใจคือความสามารถในการชาร์จเร็ว ที่สามารถชาร์จจาก 30-80% ได้ในเวลาเพียง 24 นาที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน Aion UT จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
ราคา Aion UT (ประมาณการสำหรับปี 2025):
420 Standard: ประมาณ 469,900 บาท
500 Premium: ประมาณ 599,900 บาท
BYD Sealion 7: C-SUV พลังแรง ที่มาพร้อมความหล่อเหลา
จะพูดถึงรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ 2025-2026 ที่น่าใช้แล้วจะขาด BYD ไปได้อย่างไร? BYD Sealion 7 คือ C-SUV รุ่นล่าสุดที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก BYD Seal มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและสง่างามในแบบฉบับของ BYD และที่สำคัญคือสมรรถนะที่เรียกได้ว่า “แรง” อย่างแท้จริง รุ่นท็อปมาพร้อมพละกำลังมหาศาลถึง 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.5 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า SUV
BYD Sealion 7 ไม่ได้มีดีแค่ความแรง แต่ยังมาพร้อมของแถมและเทคโนโลยีที่จัดเต็ม เป็นการเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อท้าชนคู่แข่งอย่าง Deepal S07 ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า BYD Sealion 7 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา EV SUV ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเหนือกว่าใคร
ราคา BYD Sealion 7 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Premium RWD มอเตอร์เดี่ยว: ประมาณ 1,149,900 บาท (วิ่งได้ไกล 567 กม. NEDC)
Performance AWD มอเตอร์คู่: ประมาณ 1,249,000 บาท (วิ่งได้ไกล 542 กม. NEDC)
Deepal E07: นิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ SUV + Pickup ในคันเดียว
Deepal E07 คือ รถยนต์ไฟฟ้าน่าซื้อ 2025-2026 ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผมมากที่สุด ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความเป็น SUV เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานแบบ Pickup ได้อย่างลงตัวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา นี่ไม่ใช่แค่การออกแบบที่สวยงาม แต่เป็นการพลิกโฉมความอเนกประสงค์ของยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างแท้จริง การที่สามารถเปิดกระจกกันห้องโดยสารได้ และพื้นที่ท้ายรถที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ คือจุดเด่นที่ทำให้ Deepal E07 ก้าวข้ามคำว่า “อเนกประสงค์” ไปสู่ระดับที่เหนือกว่า
แม้จะมาพร้อมล้อขนาด 21 นิ้วที่ดูสปอร์ตและยางค่อนข้างบาง แต่ช่วงล่างของ E07 กลับให้ความรู้สึกนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ แม้กระทั่งบนถนนลูกรัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงวิศวกรรมการออกแบบที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ นี่คือ EV ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการใช้งานเชิงพาณิชย์เบาๆ Deepal E07 คือ MVP แห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์อย่างแท้จริง
ราคา Deepal E07 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Plus: ประมาณ 1,599,000 บาท (วิ่งได้ไกล 640 กม. NEDC)
Performance AWD: ประมาณ 1,999,000 บาท (วิ่งได้ไกล 590 กม. NEDC)
LeapMotor C10: C-SUV น้องใหม่ ชาร์จเร็ว 800V
Leapmotor C10 คือน้องใหม่ที่ก้าวเข้ามาในสมรภูมิ EV SUV อย่างสง่างาม ภายใต้เครือเดียวกับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Jeep, Peugeot และ Maserati ทำให้มีความน่าเชื่อถือในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนา นี่คืออีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้และพร้อมที่จะเข้ามาฟาดฟันกับคู่แข่งตัวฉกาจในตลาดอย่าง Deepal S07, Hyundai IONIQ 5 และ Tesla Model Y
สิ่งที่น่าสนใจคือ C10 มาพร้อมสถาปัตยกรรมการชาร์จ 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่ทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ลดเวลาการรอคอยที่สถานีชาร์จ และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ภายนอกของ C10 เน้นความเรียบหรู ดูสะอาดตา แต่ภายในกลับหรูหราทันสมัย พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้พละกำลัง 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ขนาด 69.9 kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งที่น่าพอใจ LeapMotor C10 คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ราคา LeapMotor C10 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Style: ประมาณ 978,000 บาท
มาตรฐาน: ประมาณ 1,098,000 บาท (วิ่งได้ไกล 420 กม. WLTP)
Geely EX5: B-SUV พวงมาลัยขวาแห่งอนาคต ราคาไม่เกินล้าน
Geely EX5 คือหนึ่งใน “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025-2026 ราคาไม่เกินล้าน” ที่ผมต้องยกนิ้วให้ในเรื่องของความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีและราคาที่จับต้องได้ นี่คือครั้งแรกที่เราได้เห็น Geely EX5 ในรูปแบบพวงมาลัยขวา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Geely ในการบุกตลาดภูมิภาคนี้
หัวใจสำคัญของ EX5 อยู่ที่นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Geely Electric Architecture (GEA) แบบ Cell-to-Body ใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ประหยัดพื้นที่ และลดน้ำหนัก รวมถึงระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงแบบ 11-in-1 ที่ให้พละกำลังดี น้ำหนักเบา และประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ Geely Aegis Short Blade ที่ออกแบบคล้ายใบมีดขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและความทนทาน สำหรับประเทศไทย Geely EX5 จะมาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 415 กม. (NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน นี่คือ รถยนต์ไฟฟ้า ที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีล้ำหน้าในงบประมาณที่จำกัด
ราคา Geely EX5 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
PRO: ประมาณ 859,000 บาท
MAX Panoramic Roof: ประมาณ 949,000 บาท
Aion V: EV SUV ขนาดกลางที่หรูหราและผ่อนคลาย
Aion V คืออีกหนึ่ง “รถ EV น่าซื้อ 2025” ที่ผมเชื่อว่าจะเข้ามาเขย่าตลาด SUV ขนาดกลางได้อย่างแน่นอน ด้วยการวางตำแหน่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง B-SUV และ C-SUV ทำให้ได้เปรียบทั้งในด้านความคล่องตัวและพื้นที่ใช้สอย การออกแบบบนพื้นฐาน AEP Pure Electric Digital Platform ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางและใหญ่มากอย่างน่าประหลาดใจ
สิ่งที่ทำให้ Aion V โดดเด่นเหนือคู่แข่งคือการจัดเต็มด้วยออปชันและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เน้นความหรูหราและการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นเบาะนวดสปาที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ ซึ่งให้ความเอนได้มากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกัน ตู้เย็นขนาด 6.6 ลิตรที่ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -15°C ถึง 50°C โต๊ะพับอเนกประสงค์ และประตูหลังที่เปิดได้เกือบ 90° ทำให้การขึ้นลงหรือขนสัมภาระเป็นไปอย่างง่ายดาย Aion V ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มอบความสะดวกสบายและความหรูหราในการเดินทางอย่างเต็มที่
ราคา Aion V (ประมาณการสำหรับปี 2025):
602 Luxury: ประมาณ 999,900 บาท (วิ่งได้ไกล 602 กม. NEDC)
JY AIR: ดีไซน์ล้ำสมัย ในราคาเข้าถึงได้
JY AIR คือ รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025 ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัยราวกับหลุดมาจากโลกอนาคต แต่กลับตั้งราคาไว้ในระดับที่ไม่เกินล้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้มันโดดเด่นในตลาดอย่างมาก ด้วยพื้นฐานแพลตฟอร์ม SKY ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจในทุกการเดินทาง
ภายในห้องโดยสารของ JY AIR ถูกออกแบบมาให้มีความหรูหราเกินราคา การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ดูประณีตและทันสมัย สำหรับประเทศไทย JY AIR จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ที่มาพร้อมพละกำลังและแรงบิดที่เท่ากันคือ 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร แต่จะแตกต่างกันที่ความจุแบตเตอรี่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณของตนเองได้ JY AIR เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์ไม่ซ้ำใคร เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน และความคุ้มค่าในระยะยาว
ราคา JY AIR (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Standard 51 kWh: ประมาณ 759,000 บาท (วิ่งได้ไกล 430 กม. NEDC)
PLUS 64 kWh: ประมาณ 869,000 บาท (วิ่งได้ไกล 520 กม. NEDC)
MG IM6: EV Sedan สมรรถนะสูง เทคโนโลยี AI ล้ำยุค
MG IM6 คือบทพิสูจน์ว่า MG ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ นี่คือ รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025 ที่มาพร้อมดีไซน์ที่พริ้วไหว สวยงาม และดูล้ำสมัยอย่างแท้จริง มอบอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างจาก MG รุ่นอื่นๆ ที่เคยมีมา แต่สิ่งที่ทำให้ IM6 เหนือชั้นกว่าคือการผสานรวมเทคโนโลยีระดับสูงเข้ากับการขับขี่ที่น่าตื่นเต้น
หัวใจสำคัญของ MG IM6 คือระบบปฏิบัติการ IM OS2.0 ที่พัฒนาขึ้นเองโดย IM Motors ทำงานร่วมกับชิป Qualcomm Snapdragon 8295P ซึ่งเป็นชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง ทำให้การทำงานของระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น นอกจากนี้ รุ่น Performance ยังมาพร้อมพละกำลังมหาศาลถึง 787 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าซีดานในระดับราคานี้ MG IM6 จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังมาพร้อมสมรรถนะที่เร้าใจและเทคโนโลยี AI อัจฉริยะที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการในยุค 2025
ราคา MG IM6 (ประมาณการสำหรับปี 2025):
Premium: ประมาณ 1,399,900 บาท
Long Range RWD: ประมาณ 1,499,000 บาท
Performance: ประมาณ 1,799,900 บาท
สรุปและก้าวต่อไปในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า
จาก 13 รถยนต์ไฟฟ้าที่เราได้เจาะลึกกันไป จะเห็นได้ชัดว่าตลาดรถ EV ในปี 2025-2026 นั้นเต็มไปด้วยความหลากหลายและนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะมองหา รถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่พร้อมลุย, รถยนต์ไฟฟ้า ขนาดเล็ก สำหรับคนเมือง, รถ EV ที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือรถยนต์ไฟฟ้า ราคาคุ้มค่า ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทุกวันนี้มีตัวเลือกมากมายที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้ำว่าการเลือกซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า ในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูสเปกและราคาอีกต่อไป แต่ยังต้องพิจารณาถึงระบบนิเวศการใช้งานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานีชาร์จ EV ที่เข้าถึงได้ง่าย, บริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ, และเทคโนโลยีที่พร้อมจะอัปเดตเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต การแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างค่ายรถยนต์ส่งผลให้เกิดโปรโมชั่น รถยนต์ไฟฟ้า ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV
ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแข็งขัน หากคุณกำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่สำหรับปี 2025 และปีต่อๆ ไป การพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยประโยชน์มากมายทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ประหยัดค่าใช้จ่าย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
ถึงเวลาที่คุณจะสัมผัสอนาคตแล้ว! อย่ารอช้าที่จะเปิดประสบการณ์การขับขี่ใหม่ๆ กับรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณสนใจ หากคุณพร้อมที่จะก้าวสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ขอแนะนำให้คุณลองไปสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่าการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออนาคตที่จับต้องได้และคุ้มค่าอย่างแท้จริง!

