• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2411043 ความเห นแก วของล อความท กข ของพ อแม Ep.2

admin79 by admin79
November 24, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2411043 ความเห นแก วของล อความท กข ของพ อแม Ep.2

แลมโบกินี มิอุระ P400: กำเนิดตำนานซูเปอร์คาร์ที่ยังคงสะกดทุกสายตาในปี 2025

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมนวัตกรรมที่มาปฏิวัติวงการอย่างไม่หยุดยั้ง การหันกลับไปมองรากเหง้าแห่งความเร้าใจในอดีตนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ แลมโบกินี มิอุระ P400 (Lamborghini Miura P400) ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์คันหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นบทเริ่มต้นของนิยามคำว่า “ซูเปอร์คาร์” ที่โลกยานยนต์ไม่เคยรู้จักมาก่อน ด้วยดีไซน์ที่งดงามเหนือกาลเวลา วิศวกรรมอันชาญฉลาด และเรื่องราวเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทำให้ มิอุระ ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์สะสมหายากในปี 2025 นี้ บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอยไปสู่จุดกำเนิดของซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก และทำความเข้าใจว่าเหตุใดตำนานบทนี้จึงยังคงเปล่งประกายอย่างไม่เสื่อมคลาย

เฟอร์รุชโช แลมโบกินี: บุรุษผู้กล้าท้าทายตำนานและจุดประกายซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก

เรื่องราวของมิอุระเริ่มต้นจากบุรุษผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาอย่าง เฟอร์รุชโช แลมโบกินี (Ferruccio Lamborghini) ผู้ก่อตั้งแบรนด์กระทิงดุ ด้วยบุคลิกที่แข็งแกร่ง มุ่งมั่น และเปี่ยมด้วยแพสชั่นดุจกระทิงหนุ่ม ทำให้เขาไม่เพียงเป็นเจ้าของธุรกิจรถแทรกเตอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรปเท่านั้น

แต่ยังมีทรัพย์สินมากพอที่จะครอบครองรถสปอร์ตระดับตำนานอย่างเฟอร์รารี่ (Ferrari) ได้หลายคัน แต่แล้วความสมบูรณ์แบบที่เขาแสวงหาก็ไม่ปรากฏในรถม้าลำพองเหล่านั้น ตำนานเล่าขานว่าเมื่อเขาพยายามติดต่อกับ เอนโซ เฟอร์รารี่ (Enzo Ferrari) เพื่อชี้แจงปัญหาที่พบ กลับได้รับการปฏิเสธและดูถูก ทำให้ เฟอร์รุชโช ตัดสินใจครั้งสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ไปตลอดกาล ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างรถสปอร์ตที่ขับขี่ได้เหนือกว่า สวยงามกว่า และสมบูรณ์แบบกว่ารถของคู่แข่งได้ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างธุรกิจใหม่ แต่เป็นการจุดประกายให้เกิด “ซูเปอร์คาร์” ที่แท้จริงขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก การท้าทาย เอนโซ เฟอร์รารี่ ในครั้งนั้น เป็นมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ มันคือการปะทะกันของสองวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างนักแข่งผู้สร้างรถแข่ง กับนักอุตสาหกรรมผู้ปรารถนาความสมบูรณ์แบบบนท้องถนน และจากแรงขับเคลื่อนนี้เอง ทำให้ซูเปอร์คาร์คันแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นมา

ก้าวแรกที่ยังไม่สมบูรณ์: 350GT และบทเรียนล้ำค่าสู่การสร้างซูเปอร์คาร์

ก่อนที่มิอุระจะถือกำเนิดขึ้น แลมโบกินีได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกคือ 350GT ในปี 1963 แม้จะเป็นรถสปอร์ต 2+2 ที่นั่งที่น่าประทับใจ แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับสมรรถนะอันดุดันของเฟอร์รารี่ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 3.5 ลิตรที่ยังคงให้แรงบิดไม่เพียงพอ และรูปลักษณ์ที่ยังไม่โดดเด่นอย่างที่เฟอร์รุชโชคาดหวัง นี่คือบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง 350GT เป็นเหมือนก้าวแรกที่สำคัญ เป็นการเรียนรู้ตลาดและทิศทางที่ถูกต้องในการสร้าง รถยนต์สมรรถนะสูง ที่จะครองใจผู้คน ความผิดหวังจาก 350GT เป็นเชื้อเพลิงให้ เฟอร์รุชโช ผลักดันทีมของเขาให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น เพื่อสร้าง ซูเปอร์คาร์ ในฝันของเขา

โครงการ P400: ความลับที่เปลี่ยนโลกยานยนต์

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เฟอร์รุชโช ได้รวบรวมทีมวิศวกรดาวรุ่งมากฝีมือมาร่วมกันสร้างสรรค์โครงการลับสุดยอดที่เรียกกันภายในว่า “P400” ทีมงานประกอบด้วย จิอัน เปาโล ดัลลาร่า (Gian Paolo Dallara) วิศวกรผู้มากประสบการณ์, เปาโล สตันซานี่ (Paolo Stanzani) ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟรมรถ, และ จิออทโต้ บิซซารินี่ (Giotto Bizzarrini) วิศวกรเครื่องยนต์ V12 ผู้เคยสร้างชื่อให้กับเฟอร์รารี่ แนวคิดหลักของ P400 คือการสร้าง ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง แบบสองที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางลำ (Mid-engine) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในยุคนั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งในสนามอย่าง Ferrari 275LM และ Ford GT40 ที่พิสูจน์แล้วว่าการวางเครื่องยนต์กลางลำช่วยให้การกระจายน้ำหนักและสมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยมเหนือกว่ารถยนต์เครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลังทั่วไป เฟอร์รุชโช แม้จะไม่โปรดปรานการแข่งขันในสนาม แต่เขากลับเชื่อมั่นในหลักการทางวิศวกรรมนี้อย่างเต็มเปี่ยม โครงการ P400 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ นวัตกรรมยานยนต์ ที่จะกำหนดทิศทางของซูเปอร์คาร์ในอนาคต

ศิลปะแห่งเส้นสาย: ดีไซน์จาก Marcello Gandini และ Bertone

เมื่อวิศวกรรมที่ล้ำสมัยมาบรรจบกับศิลปะแห่งการออกแบบ ความมหัศจรรย์จึงเกิดขึ้น เฟอร์รุชโช ได้มอบหมายให้สำนักออกแบบ Bertone ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบที่ทำสัญญากับ Lamborghini รับผิดชอบงานดีไซน์ โดยมี มาร์เชลโล กานดินี่ (Marcello Gandini) สไตลิสต์หนุ่มน้อยผู้เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมออกแบบของ Bertone เป็นผู้นำ กานดินี่ ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ เส้นสายที่พริ้วไหว แต่แฝงด้วยความเฉียบคม ดึงดูดทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นส่วนโค้งมนของตัวถังที่ไหลลื่น หรือการจัดวางห้องโดยสารที่ดูต่ำและกว้างขวาง ทำให้ Miura กลายเป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ระยะฐานล้อที่สั้นเพียง 2,504 มิลลิเมตร กับตัวถังที่ยาว 4,390 มิลลิเมตร ผสานกับการออกแบบที่ชาญฉลาด ทำให้รถดูมีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง ดีไซน์ยานยนต์ระดับตำนาน ของกานดินี่ในมิอุระ ไม่เพียงแต่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับแลมโบกินีเท่านั้น แต่ยังเป็นพิมพ์เขียวที่ส่งอิทธิพลต่อ ดีไซน์ซูเปอร์คาร์ ยุคหลังมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ Miura เป็นที่จดจำในฐานะรถที่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคันหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์

หัวใจกระทิง: วิศวกรรม V12 ที่ก้าวข้ามยุคสมัย

หัวใจของมิอุระคือเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นเอกลักษณ์ของแลมโบกินี ซึ่งได้รับการขยายความจุและปรับแต่งให้ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เครื่องยนต์ถูกติดตั้งในแนวขวางหลังห้องโดยสารโดยตรง (Transverse Mid-engine) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พลิกโฉมการออกแบบรถสปอร์ต Gran Turismo ในยุคนั้น ที่ส่วนใหญ่มักวางเครื่องยนต์ด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหลัง การวางเครื่องยนต์แบบนี้ไม่เพียงช่วยให้การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังเกือบสมมาตร (46/44) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมรถสมรรถนะสูง แต่ยังช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ส่งผลให้การเข้าโค้งและการทรงตัวทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยน้ำหนักตัวที่ 1,293 กิโลกรัม ผนวกกับ เครื่องยนต์ V12 ที่ให้กำลังสูงสุด 354 แรงม้า (ในรุ่น P400) และแรงบิด 367 นิวตันเมตร ผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ทำให้ มิอุระ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและก้าวล้ำเกินยุคสมัยอย่างแท้จริงเมื่อเทียบกับมาตรฐานยานยนต์ในปี 1967 ในปี 2025 นี้ แม้ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่หวือหวาเท่าซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ที่มีกำลังหลักพันแรงม้า แต่การได้สัมผัสและขับขี่มิอุระคือการได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับรากฐานของ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ V12 ที่ยังคงทรงพลังและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจอย่างหาใดเทียบไม่ได้

ปรากฏการณ์แห่งการเปิดตัว: จาก Turin สู่ Geneva

การเปิดตัวของ P400 สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ในงาน Turin Motor Show ปี 1965 แลมโบกินีได้นำเพียงโครงรถเปล่าพร้อมเครื่องยนต์มาจัดแสดง ซึ่งก็เพียงพอที่จะสะกดทุกสายตาและสร้างความสนใจจากบรรดามหาเศรษฐีและนักสะสมรถยนต์อย่างล้นหลาม นูชิโอ แบร์โตเน่ (Nuccio Bertone) CEO ของ Bertone ถึงกับกล่าวกับ เฟอร์รุชโช แลมโบกินี ว่า “ผมคือคนที่ทำรองเท้าให้เหมาะกับเท้าของคุณ มันจะทำให้คุณเดินหรือวิ่งได้ดีขึ้น” เป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ ไม่กี่เดือนต่อมา ในงาน Geneva Show เดือนมีนาคม 1966 ผลงานชิ้นเอกของกานดินี่ก็ถูกจัดแสดงอย่างสมบูรณ์แบบในชื่อ “P400 Prototype” ด้วยตัวถังสีส้มโดดเด่น เครื่องยนต์ V12 อันทรงพลัง ระบบเชื้อเพลิงคาร์บูเรเตอร์ Weber สี่ตัว และการตกแต่งภายในที่หรูหราเหนือระดับ P400 Prototype ไม่เพียงเป็นแค่รถต้นแบบ แต่เป็นการประกาศว่า ซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว และพร้อมที่จะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อรถยนต์สมรรถนะสูงไปตลอดกาล การตอบรับเป็นไปอย่างล้นหลาม คำสั่งจองหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แม้ยังไม่มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการก็ตาม

จาก P400 สู่ Miura: การตั้งชื่อที่ผูกพันกับตำนานกระทิงดุ

ในต้นปี 1967 เมื่อ P400 เข้าสู่สายการผลิตอย่างเป็นทางการ รถคันนี้ก็ได้รับชื่ออันเป็นมงคลที่สื่อถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ นั่นคือ “มิอุระ” (Miura) ซึ่งเป็นชื่อสายพันธุ์วัวกระทิงที่ดุร้ายและมีชื่อเสียงจากการต่อสู้กับมาทาดอร์ในสเปน รายงานระบุว่า เฟอร์รุชโช แลมโบกินี ได้เลือกชื่อนี้หลังจากที่เขาเดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มเพาะพันธุ์วัว Miura ชื่อนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตั้งชื่อ แต่เป็นการประกาศศักดาว่า “กระทิงเปลี่ยว” คันใหม่นี้พร้อมที่จะท้าชนกับ “ม้าลำพอง” อย่างไม่เกรงกลัว

มิอุระถูกผลิตออกมาเป็น 3 รุ่นหลักตลอดอายุการผลิต คือ:

Miura P400 (เปิดตัว 1967): รุ่นแรกเริ่ม กำลัง 354 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตันเมตร ผลิต 474 คัน เป็นต้นแบบที่กำหนดนิยามของซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง

Miura P400 S (เปิดตัว 1969): เวอร์ชันที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น กำลัง 370 แรงม้า แรงบิด 389 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 285 กม./ชม. ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์และช่วงล่างเล็กน้อย P400 S มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คมชัดและเร้าใจยิ่งขึ้น

Miura P400 SV (เปิดตัว 1971): จุดสูงสุดของตระกูลมิอุระ ด้วยกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 390 แรงม้า แรงบิด 399 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. Miura SV ได้รับการปรับปรุงที่สำคัญ ทั้งการขยายความกว้างของแทร็กล้อหลังเพื่อรองรับยางที่กว้างขึ้น การปรับปรุงช่วงล่างเพื่อการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ภายนอกที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงไฟท้ายแบบใหม่ Miura SV ผลิตเพียง 150 คัน เป็นรุ่นที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในแง่ของการขับขี่ และถือเป็นรุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายการผลิตมิอุระ และยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ รถยนต์สะสมหายาก ในปี 2025

Miura ในฐานะสัญลักษณ์สถานะและงานศิลปะเคลื่อนที่

ตลอดทศวรรษ 1960 และ 1970 มิอุระได้กลายเป็นรถยนต์คู่ใจของบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์อย่าง แฟรงก์ ซินาตร้า และ ร็อด สจ๊วต, นักแสดงอย่าง ปีเตอร์ เซลเลอร์ส และ ไมลส์ เดวิส, หรือแม้แต่พระเจ้าชาห์แห่งเปอร์เซีย ซึ่งทรงเป็นเจ้าของ Miura SVJ ที่หายากเป็นพิเศษ ความลึกลับ ความงดงาม และสมรรถนะอันดุดัน ทำให้มิอุระไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ รสนิยม และสถานะทางสังคม การครอบครอง Miura ในปี 2025 จึงเป็นมากกว่าการเป็นเจ้าของรถคลาสสิก แต่เป็นการลงทุนในงานศิลปะชิ้นเอกที่ทรงคุณค่า และมีประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้

ในตลาดรถยนต์สะสมปัจจุบัน (ปี 2025) มิอุระ โดยเฉพาะรุ่น SV มี ราคา Lamborghini Miura ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งใน รถยนต์สะสมมูลค่าสูง ที่นักลงทุนและนักสะสมทั่วโลกต่างหมายปอง ด้วยจำนวนการผลิตรวมเพียง 765 คัน และเหลือรอดอยู่ประมาณ 400 คัน ทำให้มิอุระเป็นรถที่หายากยิ่ง และมูลค่าของมันก็สะท้อนถึงสถานะอันเป็นตำนาน การ ลงทุนรถยนต์คลาสสิก อย่างมิอุระจึงไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถ แต่คือการเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์และงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีกในอนาคต

มรดกที่ทิ้งไว้: อิทธิพลต่อซูเปอร์คาร์ยุคใหม่

มิอุระได้วางรากฐานให้กับนิยามของซูเปอร์คาร์อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ด้วยการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันเหนือชั้น ดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และความพิเศษเฉพาะตัว มันได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบและวิศวกรมาจนถึงทุกวันนี้ ยุคทองซูเปอร์คาร์ ที่ตามมาหลังจากมิอุระถือกำเนิดขึ้นนั้น ล้วนได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเครื่องยนต์วางกลางและการออกแบบที่กล้าหาญนี้ มิอุระไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่เร็ว แต่เป็นรถที่งดงาม ที่ทำให้ผู้คนต้องเหลียวมอง และทำให้ผู้ขับรู้สึกพิเศษเหนือใคร แม้ว่าใน ซูเปอร์คาร์ 2025 จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและสมรรถนะที่น่าทึ่งกว่ามาก แต่จิตวิญญาณแห่งความท้าทายและการบุกเบิกของมิอุระยังคงฝังรากลึกอยู่ใน DNA ของซูเปอร์คาร์ทุกคัน

บทสรุป: Miura ยังคงกึกก้อง… เชิญชวนคุณร่วมสัมผัสตำนาน

แลมโบกินี มิอุระ P400 ไม่ใช่แค่ ซูเปอร์คาร์คันแรกของโลก แต่มันคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและวิศวกรรมที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้คน ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มิอุระยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ เป็นการตอกย้ำว่าบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่นั้นสามารถถือกำเนิดขึ้นได้จากความมุ่งมั่นและความกล้าที่จะแตกต่าง ในปี 2025 นี้ มิอุระไม่ได้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ แต่ยังคงเป็นตัวแทนของความปรารถนาอันบริสุทธิ์ในการสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่า เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีวันลืมเลือน

หากคุณหลงใหลในประวัติศาสตร์ยานยนต์อันรุ่งโรจน์ ชื่นชอบงานดีไซน์ที่งดงามเหนือกาลเวลา หรือสนใจใน การลงทุนรถยนต์คลาสสิก ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แลมโบกินี มิอุระ คือตำนานที่คุณไม่ควรมองข้าม ขอเชิญคุณร่วมค้นพบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Miura P400 และสัมผัสจิตวิญญาณของกระทิงดุตัวแรก ที่ยังคงกึกก้องไปทั่วโลกยานยนต์ มาเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ยังมีลมหายใจ และร่วมแบ่งปันความหลงใหลในสุดยอดซูเปอร์คาร์คันนี้ไปกับเรา

Previous Post

[ครบชุด] T2411051 อายท วเองเป นล กชาวนา Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2411034 อตาปากหมา Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2411034 อตาปากหมา Ep.2

[ครบชุด] T2411034 อตาปากหมา Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.