• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2111059 หญ งเห นแก นน ากล Ep.2

admin79 by admin79
November 21, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2111059 หญ งเห นแก นน ากล Ep.2

เปิดมิติใหม่แห่งยานยนต์ปี 2025: Bentley Continental GT Supersports ตำนานความแรง และการปฏิวัติ EV ครั้งใหญ่กับ XPENG Mona SUV

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะน่าตื่นเต้นและสร้างความหลากหลายได้เท่ากับยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2025 ที่เทคโนโลยีและปรัชญาการสร้างรถยนต์ก้าวไปคนละทิศละทางอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านดำดิ่งสู่สองมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในโลกยานยนต์แห่งอนาคตอันใกล้: จากสุดยอดตำนานความแรงและงานฝีมือระดับปรมาจารย์ของ Bentley Continental GT Supersports โฉมใหม่ สู่การปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อมวลชนของ XPENG Mona SUV ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ทั่วโลก สองเส้นทางที่แตกต่าง แต่ล้วนสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

Bentley Continental GT Supersports โฉมใหม่: การกลับมาของราชันย์แห่งความแรงในยุคใหม่

การเปิดตัว Bentley Continental GT Supersports รุ่นล่าสุด ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นการประกาศศักดาอีกครั้งถึงปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ที่ยังคงยึดมั่นในความหรูหราควบคู่ไปกับขีดสุดของสมรรถนะ ตำนาน “Supersports” นั้นมีรากฐานอันแข็งแกร่งย้อนกลับไปถึงปี 1925 กับ Bentley 4½ Litre ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 161 กม./ชม. สร้างชื่อเสียงให้ Bentley เป็นที่จดจำในฐานะผู้ผลิตรถหรูที่เปี่ยมด้วยขุมพลังบนสนามแข่ง Le Mans ในช่วงปลายยุค 1920 ถึงต้น 1930 และในวันนี้ ประวัติศาสตร์ได้หวนคืนมาอีกครั้ง

ในโลกที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ Bentley กลับเลือกที่จะนำเสนอ Continental GT Supersports ด้วยพื้นฐานจาก Continental GT เจเนอเรชันปัจจุบัน แต่ได้รับการปรับแต่งให้เป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ที่ทั้งแรงที่สุดและมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ Bentley เคยรังสรรค์มา นี่คือคำตอบที่ท้าทายกระแส และตอกย้ำว่ายังมีพื้นที่สำหรับประสบการณ์ขับขี่ที่ดิบเถื่อนและบริสุทธิ์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ไร้การประนีประนอม

วิศวกรรมที่ไร้ขีดจำกัด: หัวใจแห่ง Supersports

Continental GT Supersports รุ่นใหม่นี้โดดเด่นในฐานะรุ่นเดียวที่ไม่ใช่ไฮบริด ทำให้มันเป็นรถที่เบาที่สุดในตระกูล GT ด้วยน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่า 2,000 กก. ซึ่งเบากว่า GT Speed รุ่นรองลงมาถึง 454 กก. การลดน้ำหนักนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นผลมาจากการออกแบบและเลือกใช้วัสดุขั้นสูงอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด ตั้งแต่โครงสร้างตัวถังไปจนถึงชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนราชันย์คันนี้คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ ปลดปล่อยพละกำลังสูงสุดถึง 657 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 800 นิวตันเมตร พลังที่ส่งตรงสู่ล้อหลังผ่านเกียร์ DCT 8 จังหวะ ช่วยให้ Supersports สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที และทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดที่ 309 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงวิศวกรรมระดับโลกที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด

เพื่อให้สามารถควบคุมพละกำลังอันมหาศาลนี้ได้อย่างแม่นยำ Bentley ได้ติดตั้งระบบเฟืองท้ายแบบ Limited-slip Differential ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งกำลังลงสู่ล้อหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเพิ่มความกว้างช่วงล้อหลังอีก 16 มม. ระบบ Torque Vectoring และระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ได้รับการปรับจูนใหม่ทั้งหมด ร่วมกับระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เฉียบคมและเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นบนถนนปกติหรือในสนามแข่ง

ช่วงล่างและระบบเบรก: ปราการสุดท้ายแห่งสมรรถนะ

ในด้านช่วงล่าง Supersports ใช้ระบบ Double Wishbone ที่ด้านหน้าและ Multi-Link ที่ด้านหลัง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบป้องกันโคลงไฟฟ้า 48V ที่ตอบสนองได้รวดเร็วเพียง 0.3 วินาที สิ่งนี้ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมและควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกโค้ง แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือระบบเบรก Bentley เคลมว่านี่คือระบบเบรกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถโปรดักชันยุคปัจจุบัน ด้วยคาลิเปอร์เบรก 10 พอต พร้อมจานเบรก Carbon-Silicon-Carbide ขนาด 440 มม. ที่ด้านหน้า และคาลิเปอร์ 4 พอต พร้อมจานเบรก 410 มม. ที่ด้านหลัง มั่นใจได้ถึงพละกำลังในการหยุดรถที่เหลือเชื่อ แม้จะมาด้วยความเร็วสูงเพียงใดก็ตาม

Supersports มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 แบบ ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์และสภาพถนน:
Touring: สำหรับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบาย
Bentley Mode: เพิ่มความฉับไวและสมดุลที่ลงตัวระหว่างความสบายและสปอร์ต
Sport Mode: ปลดปล่อยประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการขับขี่ในเส้นทางที่ท้าทาย เช่นเดียวกับถนน Transfagarasan อันโด่งดัง

Bentley ยังเปิดเผยอีกว่า Supersports สามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่า Continental GT Speed ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมสร้างแรง G สูงสุดได้ถึง 1.3G ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับไฮเปอร์คาร์อย่าง Koenigsegg CCX นี่คือการยกระดับสมรรถนะของรถ Grand Tourer ไปสู่มิติใหม่ที่เหนือกว่า

งานดีไซน์ที่ผสมผสานความหรูหราและอากาศพลศาสตร์

การออกแบบภายนอกของ Bentley Continental GT Supersports นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดันและฟังก์ชันการใช้งาน ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ถูกนำมาใช้รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อม Splitter ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในรถถนนของ Bentley และ Dive Plane ที่ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้า ด้านหลังมาพร้อมดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ และสปอยเลอร์หลังแบบชิ้นเดียวที่สามารถเพิ่มแรงกดได้ถึง 300 กก. เพื่อความมั่นคงที่ความเร็วสูง ล้อฟอร์จขนาด 22 นิ้ว ที่พัฒนาโดย Manthey Racing ไม่เพียงแต่มีน้ำหนักเบา แต่ยังเสริมรูปลักษณ์ให้ดูทรงพลังยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารเน้นการลดน้ำหนักเช่นกัน ด้วยการถอดเบาะหลังออกทั้งหมด ลดการใช้วัสดุเก็บเสียง และติดตั้งเบาะ Bucket ทรงสปอร์ตน้ำหนักเบาที่มีโครงสร้างพิเศษ ผู้ซื้อยังสามารถเลือกชุดสีห้องโดยสารได้ทั้งแบบ Monotone, Dual-Tone หรือ Tri-Tone พร้อมวัสดุคุณภาพสูงอย่าง Leather, Dinamica และ Carbon Fiber ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ มอบความรู้สึกเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ท่อไอเสีย Akrapovic Titanium แบบเต็มระบบยังเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความพิเศษของรุ่นนี้ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ที่เร้าใจ

Dr. Frank-Steffen Walliser ประธานและซีอีโอของ Bentley ได้กล่าวเน้นย้ำว่า Supersports ใหม่นี้คือการกลับมาของ Bentley ในรูปแบบของรถสมรรถนะสูงสุด ที่ยังคงเป็นงานศิลปะยานยนต์เฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย และเป็นโปรเจกต์แรกที่เขาดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์ ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก ซึ่งจะเปิดให้จองในเดือนมีนาคม 2026 และเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2026 Continental GT Supersports จะเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่จะเป็นของสะสมและสัญลักษณ์ของยุคสมัยที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างลงตัว แม้ราคาจำหน่ายยังไม่ถูกเปิดเผย แต่คาดการณ์ว่าจะสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน Continental GT ที่เริ่มต้นประมาณ 285,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11,000,000 บาท) ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นที่สุดของ GT Supersports อย่างแท้จริง

XPENG Mona SUV: การก้าวสู่ยุคใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อมวลชน

ขณะที่ Bentley ยังคงยืนหยัดในโลกแห่งเครื่องยนต์สันดาปอันเป็นตำนาน XPENG ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากจีน กำลังเดินหน้าปฏิวัติวงการด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ และในปี 2025 นี้ ข่าวลือและภาพหลุดของ XPENG Mona SUV ใหม่ ก็ได้สร้างความตื่นเต้นอย่างมากในตลาด ภาพหลุดที่ถูกโพสต์ผ่านสื่อจีนทำให้เกิดคำถามว่า รถ SUV รุ่นใหม่นี้จะสามารถสานต่อความสำเร็จอันถล่มทลายของ Mona M03 ซีดานยอดนิยมได้หรือไม่

XPENG Mona M03 ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตด้านยอดขายของแบรนด์ XPENG อย่างแท้จริง โดยรายงานล่าสุดระบุว่ายอดส่งมอบสะสมของ M03 แตะ 180,000 คัน และครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า A-segment ของจีนอย่างต่อเนื่องถึง 12 เดือน ด้วยยอดขายเฉพาะเดือนตุลาคมที่สูงถึง 16,309 คัน ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ XPENG ทั้งหมด ด้วยความสำเร็จนี้ การเปิดตัวรุ่น SUV ภายใต้แบรนด์ Mona จึงเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์

Mona SUV: การตีความใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวยุคใหม่

แม้ภาพหลุดของ Mona SUV จะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ารุ่น SUV นี้จะใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกับ M03 คล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของ Tesla Model 3 และ Model Y ที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบตัวถัง โดย Mona SUV มาในทรงที่สูงขึ้น หลังคาสูงขึ้น และมีเส้นสายท้ายลาดแบบ Fastback หรือทรง Coupé ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย

จากการคาดการณ์เบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า Mona SUV อาจใช้โครงสร้างและระบบเทคนิคเดียวกับ M03 ในช่วงแรก แต่จะมีการอัปเกรดด้านสมรรถนะและระยะทางในการขับขี่ให้เหมาะสมกับตัวรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถ SUV ที่เน้นพื้นที่ใช้สอย ความอเนกประสงค์ และความสามารถในการเดินทางที่ไกลขึ้น การปรับปรุงเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด SUV ไฟฟ้าที่ดุเดือด

ความท้าทายด้านราคาและกลยุทธ์การแข่งขันในตลาด EV ปี 2025

ราคาจำหน่ายถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จของ Mona SUV เพราะ M03 ได้สร้างมาตรฐานด้านความคุ้มค่าไว้สูงมาก การแข่งขันในตลาด SUV ไฟฟ้าในปี 2025 นั้นจะดุเดือดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าลดลง และมีการปรับภาษีรถใหม่ในหลายประเทศ หาก XPENG สามารถรักษาสมดุลระหว่างราคา การอัปเกรดผลิตภัณฑ์ และความได้เปรียบด้านซอฟต์แวร์อันเป็นจุดแข็งของแบรนด์ได้สำเร็จ Mona SUV ก็อาจกลายเป็นโมเดลที่ช่วยต่อยอดความสำเร็จของ M03 และมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดของแบรนด์ในอนาคต

XPENG ยังได้ยืนยันแผนการบุกตลาดยุโรปในปี 2026 โดยไลน์อัป Mona จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายตลาดทั่วโลกนี้ ด้วยราคาจำหน่ายในจีนที่ไม่ถึง 120,000 หยวน (ประมาณ 589,000 บาท) ทำให้ Mona M03 เป็นรุ่นที่สร้างยอดขายมหาศาล และจะเป็นโมเดลหลักสำหรับการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้กลยุทธ์ “In Europe, With Europe” XPENG กำลังตั้งศูนย์ R&D ในเมืองมิวนิก และกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการผลิตในยุโรป เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้นจากกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของ XPENG ในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก

สองวิสัยทัศน์ สู่เส้นทางยานยนต์แห่งอนาคต

เมื่อมองย้อนกลับมาที่ Bentley Continental GT Supersports และ XPENG Mona SUV เราจะเห็นถึงสองเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ล้วนสะท้อนถึงแก่นแท้ของนวัตกรรมยานยนต์ในยุค 2025 Bentley ยังคงยืนหยัดในการนำเสนอสุดยอดแห่งประสบการณ์ขับขี่ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน เป็นงานฝีมือที่ผสมผสานความหรูหรา ความแรง และประวัติศาสตร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบนที่ให้คุณค่ากับความพิเศษ ความหายาก และความบริสุทธิ์ของสมรรถนะ เป็นการรักษาจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบดั้งเดิมให้คงอยู่ต่อไปในโลกที่กำลังหมุนไปสู่ยุคไฟฟ้า

ในทางกลับกัน XPENG Mona SUV กำลังก้าวเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมวลชน ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเติบโตอย่างรวดเร็วของ XPENG สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงกลยุทธ์การขยายตลาดสู่ยุโรป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ XPENG ในการเป็นผู้นำในตลาด EV ระดับโลก

ปี 2025 จะเป็นปีที่เราได้เห็นความหลากหลายของยานยนต์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งรถยนต์ที่เชิดชูตำนานความแรงอันเร้าใจ และรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต ทั้งสองแบรนด์นี้ต่างเป็นตัวแทนของแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่ล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ โลกแห่งความเร็วและหรูหราแบบดั้งเดิม จะยังคงอยู่คู่กับโลกแห่งการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความท้าทายของแต่ละแบรนด์คือการหาสมดุลและสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภคในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หลงใหลในเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง หรือเป็นผู้ที่มองเห็นอนาคตของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 ก็พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ มาร่วมติดตามการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ไปพร้อมกัน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและเร้าใจ แล้วคุณล่ะ… อยากจะขับเคลื่อนอนาคตของคุณไปในทิศทางใด? อย่ารอช้าที่จะค้นพบ!

Previous Post

[ครบชุด] T2111060 สาม นเป นคนด (ของคนอ น) Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2111072 คนเนรค ณ! Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2111072 คนเนรค ณ! Ep.2

[ครบชุด] T2111072 คนเนรค ณ! Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.