Bentley Continental GT Supersports 2025: ปลดล็อกสุดยอดสมรรถนะ V8 ขับหลัง ที่เบาที่สุด และหรูหราเหนือชั้น
ในโลกยานยนต์ที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าและไฮบริด Bentley ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เหนือชั้น ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความหรูหราอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ยังรวมถึงสมรรถนะอันดุดันที่ยากจะหาใครเทียบได้ และในปี 2025 นี้ Bentley ได้กลับมาสร้างความตื่นตะลึงอีกครั้งด้วยการเปิดตัว “Bentley Continental GT Supersports” รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Grand Tourer ที่เบาที่สุดในตระกูล GT พร้อมหัวใจ V8 ทวินเทอร์โบพละกำลังมหาศาล 657 แรงม้า และระบบขับเคลื่อนล้อหลังอันบริสุทธิ์ ที่จะมามอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมกล้ากล่าวได้ว่า Continental GT Supersports ไม่ใช่แค่รถยนต์คันใหม่ แต่คือการประกาศจุดยืนครั้งสำคัญของ Bentley ในการหลอมรวมตำนานอันยาวนานเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ตอบสนองความต้องการของนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความเร็วและสัมผัสอันบริสุทธิ์ของการขับขี่ นี่คือรถยนต์ที่จะเป็นที่กล่าวขวัญถึงในฐานะหนึ่งในรถยนต์สมรรถนะสูงเครื่องยนต์สันดาปภายในยุคสุดท้าย ที่ยังคงกล้าหาญที่จะเดินหน้าไปในทิศทางของ “สุดยอดประสิทธิภาพที่ไร้การประนีประนอม” ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
ตำนาน Supersports ที่กลับมาโลดแล่น: สานต่อมรดกแห่งความเร็วและชัยชนะ
ชื่อ “Supersports” ไม่ใช่ชื่อที่ Bentley นำมาใช้โดยไม่มีความหมาย หากแต่เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่ฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Bentley ได้นำเสนอชื่อ Supersports ครั้งแรกในปี 1925 ด้วยรถรุ่น Bentley 4½ Litre ซึ่งเป็นรถ Bentley คันแรกที่สามารถทำความเร็วได้เกิน 100 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในยุคนั้น มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างชื่อเสียงให้กับ Bentley ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์หรูสมรรถนะสูง ที่ไม่เพียงแต่สง่างาม แต่ยังทรงพลังและรวดเร็วในสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน 24 ชั่วโมง Le Mans ช่วงปลายทศวรรษ 1920 ถึงต้นทศวรรษ 1930 ที่รถ Bentley Boys ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทานและความเร็วของเครื่องจักรจาก Crewe
การกลับมาของ Supersports ในรูปแบบของ Continental GT เจเนอเรชันปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่การฟื้นคืนชีพของชื่อเสียง แต่เป็นการสานต่อปรัชญาดั้งเดิม คือการเป็นรถที่เร็วที่สุด เบาที่สุด และขับขี่ได้เร้าใจที่สุดในตระกูล มรดกแห่งชัยชนะและนวัตกรรมถูกถ่ายทอดลงสู่ทุกอณูของ Continental GT Supersports ใหม่คันนี้ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของสมรรถนะสำหรับ Grand Tourer อย่างแท้จริง การตัดสินใจนำชื่อนี้กลับมาใช้ในยุคที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในคุณค่าดั้งเดิมของ Bentley ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเหนือระดับแก่ลูกค้าผู้ทรงเกียรติ
วิศวกรรมที่ไร้ขีดจำกัด: หัวใจ V8 ทวินเทอร์โบ 657 แรงม้า สู่สมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบ
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน Bentley Continental GT Supersports คันนี้คือขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อรีดเค้นพละกำลังสูงสุดถึง 657 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร แรงบิดที่มาถึงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนี้ทำให้รถตอบสนองได้อย่างฉับไวในทุกช่วงความเร็ว ตั้งแต่การเร่งออกตัวไปจนถึงการแซงที่ความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีทวินเทอร์โบที่ทันสมัย ทำให้การส่งกำลังราบรื่น ไร้รอยต่อ และพร้อมตอบสนองทุกการเหยียบคันเร่งของผู้ขับขี่
สิ่งที่ทำให้ Supersports รุ่นนี้โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจาก Continental GT รุ่นอื่นๆ ที่มักใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ RWD มอบสัมผัสการขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจยิ่งกว่า ให้ผู้ขับขี่ได้รู้สึกถึงการควบคุมรถอย่างเต็มที่ และสัมผัสได้ถึงบาลานซ์ของรถในการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับเกียร์ Dual-Clutch 8 จังหวะที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ว่าจะในการขับขี่แบบสบายๆ หรือการไล่ล่าความเร็วสูงสุด ทำให้รถสามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถในกลุ่ม Grand Tourer
อีกหนึ่งความสำเร็จทางวิศวกรรมที่สำคัญคือการลดน้ำหนักรถยนต์ให้เหลือต่ำกว่า 2,000 กิโลกรัม ซึ่งทำให้ Continental GT Supersports กลายเป็นรถที่เบาที่สุดในตระกูล GT การลดน้ำหนักนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายในรถยนต์หรูที่มีอุปกรณ์ครบครัน แต่ Bentley ได้บรรลุเป้าหมายนี้ด้วยการนำมาตรการที่หลากหลายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการถอดเบาะหลังออกทั้งหมดเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็น การลดฉนวนกันเสียงในบางจุดที่ไม่มีผลกระทบต่อความหรูหรามากนัก และการใช้เบาะนั่งแบบ Bucket Seat น้ำหนักเบาที่มีโครงสร้างพิเศษ การลดน้ำหนักตัวรถลงกว่า 454 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่น GT Speed นั้น มีผลอย่างยิ่งต่อสมรรถนะโดยรวม ทั้งในด้านอัตราเร่ง การเบรก และที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมรถที่คล่องตัวและฉับไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การลดน้ำหนักทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของรถดูเบาและกระฉับกระเฉงราวกับรถสปอร์ตขนาดเล็ก แต่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงและภาพลักษณ์ของ Grand Tourer สุดหรู
ศิลปะแห่งการควบคุม: ระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และเบรกเหนือระดับ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เฉียบคม
เพื่อรองรับพละกำลังมหาศาลและน้ำหนักที่ลดลง Bentley ได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนและช่วงล่างที่ล้ำสมัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมสมรรถนะอันดุดันนี้ได้อย่างมั่นใจและแม่นยำ ระบบ Electronic Limited-slip Differential (e-LSD) ได้รับการติดตั้งมาเพื่อส่งกำลังลงสู่ล้อหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มการยึดเกาะถนนและการทรงตัวขณะเข้าโค้งอย่างรุนแรง พร้อมด้วยระบบ Torque Vectoring ที่ช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้าย-ขวาอย่างเหมาะสม ทำให้การเลี้ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและลดอาการหน้าดื้อโค้ง
นอกจากนี้ การเพิ่มความกว้างของช่วงล้อหลังอีก 16 มิลลิเมตร และการติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพในความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความเฉียบคมในการเปลี่ยนทิศทางที่เหนือกว่ารถ Grand Tourer ทั่วไป ระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง และระบบควบคุมการยึดเกาะ (Traction Control) ได้รับการปรับจูนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตอบสนองต่อการขับขี่แบบสปอร์ตอย่างแท้จริง มอบการสื่อสารจากพื้นถนนสู่พวงมาลัยได้อย่างละเอียดและแม่นยำ
ในส่วนของช่วงล่าง Continental GT Supersports ใช้โครงสร้างแบบ Double Wishbone ที่ด้านหน้า และ Multi-Link ที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และความสามารถในการยึดเกาะถนนสูงสุด ทำงานร่วมกับระบบป้องกันโคลงไฟฟ้าแบบ 48V ที่มีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อเพียง 0.3 วินาที ระบบนี้จะช่วยควบคุมการเอียงของตัวถังรถขณะเข้าโค้งและเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง ทำให้รถคงความราบเรียบและมั่นคง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุด
และเพื่อความปลอดภัยสูงสุด Bentley ได้ติดตั้งระบบเบรกที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในรถโปรดักชันยุคปัจจุบัน ดิสก์เบรก Carbon-Silicon-Carbide ขนาดมหึมา 440 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์ 10 พอตที่ล้อหน้า และดิสก์เบรกขนาด 410 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์ 4 พอตที่ล้อหลัง ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกนี้ไม่เพียงให้พลังในการหยุดรถที่น่าทึ่ง แต่ยังทนทานต่อความร้อนสูง ลดอาการเบรกเฟด และมีน้ำหนักเบา ซึ่งส่งผลดีต่อสมรรถนะโดยรวมของรถ
Bentley ได้จัดเตรียมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบให้ผู้ขับขี่ได้เลือกใช้ตามความต้องการและสถานการณ์:
Touring Mode: สำหรับการขับขี่ที่นุ่มนวล ผ่อนคลาย และสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล
Bentley Mode: โหมดมาตรฐานที่มอบความสมดุลระหว่างความฉับไวแบบสปอร์ตและความสบายในแบบ Bentley
Sport Mode: โหมดสูงสุดที่รีดเค้นประสิทธิภาพของรถออกมาอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่ท้าทาย หรือในสนามแข่ง Bentley ระบุว่าในโหมด Sport นี้ Supersports สามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่า Continental GT Speed ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และสร้างแรง G ได้สูงสุดถึง 1.3G ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับรถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์หลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
สุนทรียภาพแห่งความเร็ว: ดีไซน์ภายนอกและแอโรไดนามิกที่ลงตัว
รูปลักษณ์ภายนอกของ Bentley Continental GT Supersports ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สะท้อนถึงสมรรถนะอันดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสง่างามตามแบบฉบับของ Bentley ดีไซน์ที่เน้นการใช้งานของแอโรไดนามิกผสมผสานกับความสวยงามได้อย่างไร้ที่ติ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมกับ Splitter ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในรถถนนของ Bentley ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความดุดัน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการกระแสลมใต้ท้องรถเพื่อเพิ่มแรงกดด้านหน้า และยังมี Dive Plane ที่ด้านข้างกันชนหน้าที่ช่วยลดแรงยกด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านท้ายของรถมาพร้อมกับดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น ซึ่งทำงานร่วมกับสปอยเลอร์หลังแบบชิ้นเดียวที่สามารถสร้างแรงกดได้ถึง 300 กิโลกรัมที่ความเร็วสูง ทำให้รถมีความมั่นคงและยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง การเลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์สำหรับชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังเพิ่มความแข็งแรงและมอบรูปลักษณ์ที่สปอร์ตและทันสมัย
ล้อฟอร์จขนาด 22 นิ้วที่พัฒนาโดย Manthey Racing ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถแข่งระดับโลก ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่โดดเด่น ล้อเหล่านี้ไม่เพียงสวยงามและมีน้ำหนักเบา แต่ยังแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนและการควบคุมดีเยี่ยมขึ้น การออกแบบโดยรวมของ Supersports คือการผสมผสานระหว่างความหรูหรา คลาสสิก และความดุดันของรถแข่งได้อย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของ Bentley
ห้องโดยสารที่ประณีต: ความหรูหราที่ตอบสนองการขับขี่และลดน้ำหนักอย่างชาญฉลาด
ภายในห้องโดยสารของ Continental GT Supersports คือการตีความใหม่ของความหรูหรา โดยมุ่งเน้นที่การลดน้ำหนักและการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความประณีตระดับ Bentley สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้คือการถอดเบาะหลังออกทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดน้ำหนักและเน้นย้ำถึงปรัชญาของรถสปอร์ตสองที่นั่งที่เน้นคนขับเป็นศูนย์กลาง การลดฉนวนกันเสียงในบางพื้นที่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลดน้ำหนักโดยรวม แต่ยังคงรักษาความเงียบสงบและความสบายในระดับที่ Bentley เป็นที่รู้จัก
เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Bucket Seat น้ำหนักเบาที่มีโครงสร้างพิเศษ ออกแบบมาเพื่อโอบอุ้มผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้กระชับในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังคงความสบายสำหรับการเดินทางระยะไกล ผู้ซื้อสามารถเลือกการตกแต่งภายในได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ Monotone, Dual-Tone หรือ Tri-Tone พร้อมวัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนังแท้ (Leather), Dinamica (วัสดุคล้าย Alcantara ที่มีน้ำหนักเบาและให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม) และคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ตและความหรูหราล้ำสมัย การผสมผสานของวัสดุเหล่านี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ทั้งทันสมัยและประณีต
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือท่อไอเสีย Akrapovic Titanium แบบเต็มระบบ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักได้อีกเล็กน้อย แต่ยังมอบเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V8 ที่ดุดันและเร้าใจ การคัสตอมไมซ์และการเลือกวัสดุภายในที่หลากหลาย ทำให้ Continental GT Supersports สามารถปรับแต่งให้เข้ากับรสนิยมและความต้องการเฉพาะของเจ้าของแต่ละคนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ Bentley ให้ความสำคัญเสมอมา
บทบาทในตลาด 2025: ความพิเศษ คุณค่าในอนาคต และการลงทุนที่คุ้มค่า
ในปี 2025 ที่กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดกำลังถาโถมเข้าสู่ตลาดโลก Bentley Continental GT Supersports ยืนหยัดอย่างโดดเด่นในฐานะ Grand Tourer ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของเครื่องยนต์สันดาปภายในไว้อย่างเต็มเปี่ยม การเปิดตัว Supersports ในช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอรถยนต์สมรรถนะสูงธรรมดา แต่เป็นการประกาศจุดยืนอันหนักแน่นของ Bentley ที่จะยังคงผลิตรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันบริสุทธิ์และเร้าใจ สำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลในเสียงคำรามของเครื่องยนต์และสัมผัสของการควบคุมรถด้วยกลไกอันซับซ้อน
ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก Continental GT Supersports จึงไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็น “งานศิลปะยานยนต์เฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย” ตามที่ Dr. Frank-Steffen Walliser ประธานและซีอีโอของ Bentley ได้กล่าวไว้ มันคือโปรเจกต์แรกที่เขาดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ที่พิเศษอย่างแท้จริง การผลิตจำนวนจำกัดนี้ทำให้รถรุ่นนี้มีสถานะเป็นรถยนต์ลิมิเต็ดเอดิชั่นและเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่นักสะสมและผู้ที่ต้องการความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนในรถยนต์ที่ทรงคุณค่า Continental GT Supersports มีศักยภาพที่จะเป็นรถยนต์สะสมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต ด้วยความที่เป็นหนึ่งในรถยนต์ Bentley สมรรถนะสูงสุดที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างบริสุทธิ์ และมีจำนวนจำกัด ยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า รถยนต์อย่าง Supersports จะยิ่งถูกมองว่าเป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ต้องการ การตัดสินใจครอบครองรถยนต์รุ่นนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนในประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ และงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้
การเปิดให้จองล่วงหน้าสำหรับปีการผลิต 2026 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 และการผลิตในช่วงปลายปี 2026 แสดงให้เห็นว่า Bentley กำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ในขณะเดียวกันก็ยังคงตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แสวงหาสุดยอดแห่งสมรรถนะและความหรูหราในรูปแบบดั้งเดิม ราคาจำหน่ายคาดว่าจะสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน Continental GT อย่างแน่นอน ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษ ความประณีต และประสิทธิภาพที่เหนือกว่าทุกมิติ
สรุปและคำเชิญ
Bentley Continental GT Supersports 2025 คือบทสรุปของความมุ่งมั่นของ Bentley ในการสร้างสรรค์ Grand Tourer ที่มอบสมรรถนะสูงสุด การลดน้ำหนักอย่างชาญฉลาด ระบบขับเคลื่อนล้อหลังอันบริสุทธิ์ และความหรูหราที่ไม่อาจเทียบได้ ทำให้รถคันนี้เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่เป็นประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น มันคือการเฉลิมฉลองของวิศวกรรมยานยนต์และศิลปะแห่งความเร็วที่ไร้ขีดจำกัด เป็นบทพิสูจน์ว่า แม้ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความหลงใหลในสมรรถนะที่บริสุทธิ์ก็ยังคงมีชีวิตอยู่
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มองหายานยนต์ที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร ที่หลอมรวมความหรูหรา สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และคุณค่าแห่งการสะสมไว้ในหนึ่งเดียว Bentley Continental GT Supersports คือคำตอบที่คุณตามหา อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่นี้
สัมผัสสุดยอดแห่งยานยนต์ที่ผสานความเร้าใจในแบบสปอร์ตเข้ากับความประณีตหรูหราของ Bentley ได้แล้ววันนี้ ติดต่อผู้จำหน่าย Bentley ใกล้บ้านท่านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสในการครอบครองหนึ่งใน 500 คันสุดพิเศษนี้ และเตรียมพร้อมรับประสบการณ์การขับขี่ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับคำว่า “Grand Tourer” ไปตลอดกาล!
![[ครบชุด] T1711038 ปากพาซวย Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-807.png)
![[ครบชุด] T1711058 สร างโรค Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-808.png)