Bentley Continental GT Supersports 2026: นิยามใหม่แห่งรถแกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง ขับเคลื่อนด้วย V8 657 แรงม้า เบาที่สุดในตระกูล GT
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่าการเปิดตัวของ Bentley Continental GT Supersports รุ่นใหม่ล่าสุด ที่กำหนดการผลิตในช่วงปลายปี 2026 แต่มีการประกาศและเปิดให้จองล่วงหน้าในต้นปี 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับปี 2025 นี้ มันไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ธรรมดาๆ แต่เป็นการหวนคืนของตำนานที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับ Bentley ในฐานะผู้ผลิตรถหรูที่เปี่ยมด้วยขุมพลังและความเร้าใจอย่างแท้จริง
จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและวิเคราะห์รถยนต์ประเภทแกรนด์ทัวเรอร์ (Luxury Grand Tourer) มาอย่างโชกโชน ผมมองว่า Bentley Continental GT Supersports 2026 คันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกระดับสมรรถนะ แต่เป็นการทวงคืน “จิตวิญญาณแห่งความเร็วและความเบา” ที่เคยเป็นหัวใจของ Bentley ในอดีต และนำเสนอแพ็กเกจที่ครบเครื่องทั้งความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับเทคโนโลยีรถยนต์สมรรถนะสูงที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน
การหวนคืนของตำนาน “Supersports”: จากสนามแข่งสู่ท้องถนน
ชื่อ “Supersports” ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Bentley ย้อนกลับไปเมื่อปี 1925 Bentley 4½ Litre “Supersports” คือรถยนต์คันแรกของแบรนด์ที่ทำความเร็วได้ถึง 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ Bentley กลายเป็นไอคอนของรถหรูสมรรถนะสูง ที่ไม่ได้แค่สวยงามแต่ยังแกร่งกร้าวในสนามแข่ง Le Mans ในช่วงปลายยุค 1920 ถึงต้น 1930 อีกด้วย
สำหรับ Continental GT Supersports รุ่นใหม่นี้ Bentley ได้นำปรัชญาดั้งเดิมกลับมาปัดฝุ่นใหม่ โดยใช้พื้นฐานจาก Continental GT เจเนอเรชันปัจจุบัน แต่ถูกปรับแต่งอย่างสุดขั้ว เพื่อให้เป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ที่ทั้งทรงพลังและมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ Bentley เคยผลิตมา ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักวิจารณ์ยานยนต์อย่างผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ
หัวใจที่เต้นแรง: ขุมพลัง V8 Twin-Turbo 657 แรงม้า
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดจด คือขุมพลัง V8 Twin-Turbo ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับจูนอย่างพิถีพิถัน ให้พละกำลังสูงสุด 657 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร พลังนี้ถูกส่งผ่านเกียร์ DCT 8 จังหวะ (Dual-Clutch Transmission) ที่ได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงบิดและให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วฉับไวราวกับสายฟ้าฟาด สิ่งที่น่าทึ่งคือตัวเลขสมรรถนะที่รถแกรนด์ทัวเรอร์คันนี้ทำได้: อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถท้าชนกับรถซูเปอร์คาร์หลายๆ รุ่นในตลาดได้เลยทีเดียว
จากประสบการณ์ การที่ Bentley เลือกใช้เครื่องยนต์ V8 แทน W12 ในรุ่นนี้ เป็นการตอกย้ำถึงปรัชญาด้านน้ำหนักและไดนามิกที่ต้องการให้เป็น “Supersports” อย่างแท้จริง เครื่องยนต์ V8 ที่มีน้ำหนักเบากว่าและวางตำแหน่งได้เหมาะสมกว่า ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง และมีผลโดยตรงต่อการควบคุมที่คล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อรวมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง การตอบสนองของเครื่องยนต์ V8 ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดีนี้ คาดการณ์ว่าจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบ ดุดัน และให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่า GT รุ่นปกติอย่างไม่ต้องสงสัย
ปรัชญาแห่งความเบา: ก้าวข้ามขีดจำกัดของ GT
สิ่งที่ทำให้ Continental GT Supersports โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการมุ่งเน้นที่การลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการฉีกแนวจากภาพลักษณ์ของ Bentley ที่มักจะเน้นความหรูหราและหนักแน่น รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นเดียวในตระกูล GT ที่ไม่ใช่ไฮบริด ทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักให้ต่ำกว่า 2,000 กิโลกรัมได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเบากว่า GT Speed รุ่นรองลงมาถึงกว่า 454 กิโลกรัม การลดน้ำหนักในระดับนี้ไม่ได้มาจากการประนีประนอม แต่มาจากการเลือกใช้วัสดุและวิศวกรรมที่ชาญฉลาดรอบคัน
โครงสร้างและระบบขับเคลื่อนของรถถูกออกแบบมาเพื่อการควบคุมที่เหนือชั้น Bentley ติดตั้ง Electronic Limited-Slip Differential (eLSD) ที่ล้อหลัง เพื่อส่งกำลังลงสู่พื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเพิ่มความกว้างช่วงล้อหลังอีก 16 มิลลิเมตร ระบบ Torque Vectoring และ Rear-Wheel Steering (การเลี้ยวล้อหลัง) ทำงานประสานกันอย่างลงตัว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้ง และเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ความเร็วบนถนนที่คดเคี้ยว ระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) ล้วนถูกปรับจูนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ขับขี่ได้อย่างเฉียบคมและแม่นยำที่สุด
เทคโนโลยีแชสซีส์และเบรก: การยึดเกาะที่ไร้ที่ติ
ในฐานะนักขับผู้เชี่ยวชาญ ผมให้ความสำคัญกับระบบช่วงล่างและระบบเบรกมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นหัวใจหลักของรถสมรรถนะสูง Bentley Continental GT Supersports ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone และด้านหลังแบบ Multi-Link ซึ่งเป็นชุดช่วงล่างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม พร้อมความสบายในการขับขี่ที่เหมาะสมกับรถแกรนด์ทัวเรอร์
แต่สิ่งที่ยกระดับประสิทธิภาพไปอีกขั้นคือระบบป้องกันการโคลงตัวแบบไฟฟ้า 48V (Active Anti-Roll System) ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพียง 0.3 วินาที ระบบนี้ช่วยลดอาการโคลงตัวของรถได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รถเข้าโค้งได้ราบเรียบและมั่นคง แม้ในขณะที่ใช้ความเร็วสูง การทำงานของระบบนี้คือการปรับความแข็งของเหล็กกันโคลงแบบเรียลไทม์ ทำให้รถสามารถควบคุมได้แม่นยำเหมือนขับขี่บนราง
และที่สำคัญที่สุดคือระบบเบรก Bentley เคลมว่านี่คือระบบเบรกที่ใหญ่ที่สุดในรถโปรดักชันยุคปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยคาลิเปอร์ 10 พอต พร้อมจานเบรก Carbon-Silicon-Carbide ขนาดมหึมา 440 มิลลิเมตรที่ด้านหน้า และคาลิเปอร์ 4 พอต พร้อมจานเบรก 410 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง การเลือกใช้จานเบรก Carbon-Silicon-Carbide ไม่เพียงแต่ให้น้ำหนักที่เบากว่าเหล็กธรรมดาอย่างมาก แต่ยังทนทานต่อความร้อนสูงและให้ประสิทธิภาพการเบรกที่สม่ำเสมอ แม้จะใช้งานหนักบนสนามแข่งก็ตาม จากตัวเลขนี้ ผมมั่นใจว่า Supersports จะสามารถหยุดรถได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในทุกสถานการณ์
โหมดขับขี่: ปรับแต่งประสบการณ์ตามใจคุณ
ประสบการณ์การขับขี่ของ Continental GT Supersports สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียดด้วยโหมดขับขี่ 3 รูปแบบหลัก ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ขับขี่:
Touring Mode: สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกลที่เน้นความนุ่มนวลและสบายที่สุด ระบบช่วงล่างจะถูกปรับให้นุ่มนวลขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์จะผ่อนคลาย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลาย เหมาะสมกับการเป็นรถแกรนด์ทัวเรอร์อย่างแท้จริง
Bentley Mode: เป็นโหมดที่มอบความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและสมรรถนะ ให้ความฉับไวในการตอบสนองที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงความหรูหราและความนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ไว้ โหมดนี้เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการความสนุกสนานมากขึ้นโดยไม่ทิ้งความสบาย
Sport Mode: นี่คือโหมดที่ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของ Supersports ออกมาอย่างเต็มที่ ระบบช่วงล่างจะแข็งขึ้น การตอบสนองของคันเร่งจะรวดเร็วฉับไว เกียร์จะเปลี่ยนเร็วขึ้น และเสียงเครื่องยนต์จะดุดันยิ่งขึ้น โหมดนี้ออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ตอย่างแท้จริงบนถนนที่ท้าทาย อย่างเช่นเส้นทาง Transfagarasan ในโรมาเนีย หรือแม้แต่ในสนามแข่ง Bentley ระบุว่า Supersports สามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่า Continental GT Speed ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมแรง G สูงสุด 1.3G ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับรถไฮเปอร์คาร์บางรุ่น นี่คือเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการยึดเกาะและการควบคุมที่โดดเด่นของรถคันนี้
การออกแบบภายนอก: ศิลปะแห่งแอโรไดนามิก
การออกแบบภายนอกของ Bentley Continental GT Supersports ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นการทำงานร่วมกันของ “ฟอร์มและฟังก์ชัน” อย่างสมบูรณ์แบบ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ถูกนำมาใช้รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อม Splitter ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในรถถนนของ Bentley และ Dive Plane ที่ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าเพื่อลดแรงยกเมื่อใช้ความเร็วสูง
ด้านท้ายมาพร้อมดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ และสปอยเลอร์หลังแบบชิ้นเดียวที่ไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม แต่ยังสร้างแรงกดเพิ่มขึ้นถึง 300 กิโลกรัมที่ความเร็วสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ การเลือกใช้ล้อฟอร์จขนาด 22 นิ้ว ที่พัฒนาโดย Manthey Racing สำนักแต่งรถสัญชาติเยอรมันชื่อดัง ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจในการสร้างรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะสูงสุดและมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ล้อฟอร์จไม่เพียงแต่เบากว่าล้อหล่อทั่วไป แต่ยังแข็งแรงกว่า ทำให้การตอบสนองของรถแม่นยำและลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุม
ภายในห้องโดยสาร: สปาร์ตันแต่หรูหราในแบบฉบับ Bentley
ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Supersports ยังคงปรัชญาการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราที่โดดเด่น สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้คือการถอดเบาะหลังออกทั้งหมด เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ นอกจากนี้ยังมีการลดฉนวนกันเสียงในบางส่วน ซึ่งอาจทำให้เสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสีย Akrapovic Titanium ดังเข้ามาในห้องโดยสารมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสำหรับนักขับที่ชื่นชอบเสียงเครื่องยนต์คำราม ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น
เบาะนั่งถูกเปลี่ยนเป็นเบาะ Bucket น้ำหนักเบาที่มีโครงสร้างพิเศษ ออกแบบมาเพื่อโอบกระชับร่างกายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ให้การรองรับที่ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ผู้ซื้อสามารถเลือกชุดสีห้องโดยสารได้หลากหลาย ทั้งแบบ Monotone, Dual-Tone หรือ Tri-Tone เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเอง พร้อมวัสดุคุณภาพสูงอย่าง Leather, Dinamica (ไมโครไฟเบอร์) และ Carbon Fiber ที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งอย่างลงตัว เพื่อสร้างบรรยากาศภายในที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างกลมกลืน
บทสรุปและอนาคตในตลาดรถหรูปี 2025 – 2026
ดร. แฟรงก์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานและซีอีโอของ Bentley ได้กล่าวไว้ว่า Supersports ใหม่นี้ คือการกลับมาของ Bentley ในรูปแบบรถสมรรถนะสูงสุด ที่ยังคงเป็นงานศิลปะยานยนต์เฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย และเป็นโปรเจกต์แรกที่เขาดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด
ในตลาดรถยนต์หรูและรถยนต์สมรรถนะสูงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปี 2025 และต่อเนื่องไปถึงปี 2026 ที่เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรง การปรากฏตัวของ Bentley Continental GT Supersports ในฐานะรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่เน้นความดิบและความบริสุทธิ์ของประสบการณ์การขับขี่ จึงเป็นเหมือน “ของขวัญชิ้นสุดท้าย” สำหรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์เบนท์ลีย์ที่แท้จริง
การผลิตรุ่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก โดยมีกำหนดเปิดให้จองตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 และเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งจากประสบการณ์ของผม รถยนต์ลิมิเต็ดอิดิชั่น (Limited Edition Car) ที่มีจำนวนจำกัดเช่นนี้ มักจะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามและกลายเป็นของสะสมอันมีค่าในอนาคต ราคาจำหน่ายยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าจะสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน Continental GT ที่เริ่มต้นประมาณ 285,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 11,000,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ซึ่งหากมองในมุมของการลงทุนในรถยนต์ (Car Investment) สำหรับนักสะสมแล้ว ราคาของมันอาจเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต เนื่องจากความเป็นเอกลักษณ์และจำนวนการผลิตที่จำกัด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ผสมผสานความหรูหราตามแบบฉบับ Bentley เข้ากับสมรรถนะระดับรถแข่ง และเทคโนโลยีรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดในแพ็กเกจที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร Bentley Continental GT Supersports 2026 คือคำตอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ มันคือการลงทุนในงานศิลปะยานยนต์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะมอบความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของอย่างแน่นอน
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังพิจารณาที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์สมรรถนะสูงในกลุ่มรถซูเปอร์คาร์ หรือรถสปอร์ตหรู ที่ไม่เพียงแค่ขับขี่สนุก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมและความสำเร็จ Bentley Continental GT Supersports คือรถที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ติดต่อผู้จำหน่าย Bentley ใกล้บ้านคุณเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจองและการครอบครองตำนานบทใหม่นี้ เพราะโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นพิเศษเช่นนี้มีมาไม่บ่อยนัก!
![[ครบชุด] T1711047 เจ านายพ อยากได เธอเป นเม Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-804.png)
![[ครบชุด] T1711050 คนท ใช อาจไม ใช เน อค Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-805.png)