ยุคทองมอเตอร์สปอร์ตไทยและซูเปอร์คาร์ระดับโลก: เมื่อ Sandy Stuvik โชว์ฟอร์มสุดคม และ Ferrari 849 Testarossa ถือกำเนิดใหม่ในไทย
ปี 2025 กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทย ตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา วงการรถยนต์บ้านเราได้เป็นประจักษ์พยานของการแสดงศักยภาพที่น่าทึ่ง ทั้งจากความสำเร็จของนักแข่งไทยระดับโลกอย่าง แซนดี เคราแก้ว สตูวิค ที่ปิดท้ายฤดูกาลด้วยผลงานระดับดับเบิลโพเดียม และการเปิดตัวซูเปอร์คาร์ในตำนานที่กลับมาผงาดอีกครั้งอย่าง Ferrari 849 Testarossa ในฐานะศูนย์กลางการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ไอคอนสยาม เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์หรูในประเทศ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นฮับทั้งด้านมอเตอร์สปอร์ตและการนำเสนอยนตรกรรมระดับโลกอย่างแท้จริง
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอมองเจาะลึกไปถึงเบื้องหลังความสำเร็จและนวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงที่ประเทศไทยได้รับจากปรากฏการณ์เหล่านี้
แซนดี เคราแก้ว สตูวิค: บทสรุปแห่งทีมเวิร์คและความมุ่งมั่นบนสังเวียน Super Car GT3
การแข่งขัน Thailand Super Series ประจำปี 2025 ได้ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ยังคงประทับใจอยู่ในความทรงจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทย คือผลงานอันโดดเด่นของ แซนดี เคราแก้ว สตูวิค นักแข่งดาวรุ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางอาชีพ การคว้าดับเบิลโพเดียมในรุ่น Super Car GT3 ซึ่งถือเป็นรุ่นสูงสุดและท้าทายที่สุดของรายการ ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของทีม B-Quik Absolute Racing และความลงตัวของรถแข่ง Porsche 992 GT3 R หมายเลข 26 ที่ร่วมกันสร้างผลงานได้อย่างไร้ที่ติ
เจาะลึกสังเวียน Super Car GT3: บททดสอบที่แท้จริงของนักแข่งและเครื่องจักร
รุ่น Super Car GT3 เป็นจุดสูงสุดของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเทศไทย ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดและรถแข่งที่ได้รับการพัฒนามาจากรถโปรดักชั่นระดับโลกอย่าง Porsche 992 GT3 R, Lamborghini Huracán GT3 Evo หรือ Audi R8 LMS GT3 รถแข่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่แรง แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ การจัดการเครื่องยนต์ และระบบช่วงล่างที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียดและแม่นยำเพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมา
สำหรับนักแข่ง การขับรถ GT3 คือบททดสอบทั้งด้านพละกำลัง ความอึด สมาธิ และความเข้าใจในกลไกของรถอย่างลึกซึ้ง การต้องเผชิญหน้ากับความเร็วระดับ 250-300 กม./ชม. ในทุกโค้ง การบริหารจัดการยางและเชื้อเพลิงตลอดระยะเวลาการแข่งขันที่ยาวนาน การรับมือกับแรง G ที่มหาศาล และการตัดสินใจในเสี้ยววินาที คือสิ่งที่นักแข่ง GT3 ต้องเชี่ยวชาญ และแซนดีได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเหล่านั้นอย่างชัดเจน
กลยุทธ์สองเรซ สองโพเดียม: ความเฉียบคมที่ไม่เป็นรองใคร
ในเรซแรกวันเสาร์ แซนดีและเฮงค์ คิกส์ (Henk Kiks) ทีมเมทมากประสบการณ์ ได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีมที่ไร้รอยต่อ โดยเฮงค์เริ่มต้นการแข่งขันด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวา ก่อนจะส่งไม้ต่อให้แซนดีในช่วงพิทสต็อป แซนดีใช้จังหวะนี้เร่งเครื่องเต็มสูบ ไล่บี้คู่แข่งอย่างดุดันและชาญฉลาด สลับกับการประคองรถให้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ จนสามารถนำรถแข่งหมายเลข 26 เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 4 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความเข้มข้นของการแข่งขัน
ส่วนในเรซวันอาทิตย์ แซนดีเป็นผู้เปิดเกมด้วยการออกสตาร์ทตั้งแต่ต้น เขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน ไม่ยอมถอยให้กับคู่แข่งแม้แต่น้อย การต่อสู้ในทุกโค้ง ทุกช่วงของการแข่งขัน เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชม แซนดีสามารถประคองตำแหน่งและสร้างโอกาสให้เฮงค์เมื่อถึงช่วงเวลาเปลี่ยนตัว ซึ่งเฮงค์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นำรถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 ได้อีกครั้ง ทำให้ทีม B-Quik Absolute Racing สามารถคว้าดับเบิลโพเดียมได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ผลงานดับเบิลโพเดียมนี้ไม่เพียงยืนยันถึงความเร็วของแซนดี แต่ยังฉายให้เห็นถึงความเข้าใจเกม การปรับตัว และที่สำคัญที่สุดคือ “ทีมเวิร์ค” ที่แข็งแกร่งกับเฮงค์และทีมงานทุกคน เบื้องหลังความสำเร็จบนสนามแข่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของนักแข่งและรถยนต์ แต่คือความร่วมมือที่ลงตัวระหว่างวิศวกร ช่างเครื่อง และนักกลยุทธ์ ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ทุกองค์ประกอบสมบูรณ์แบบที่สุด
Porsche 992 GT3 R: ม้าเหล็กคู่ใจที่ลงตัว
รถแข่ง Porsche 992 GT3 R หมายเลข 26 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แซนดีและเฮงค์ประสบความสำเร็จ Porsche GT3 R เป็นรถแข่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความเสถียรในการควบคุม และความทนทานต่อการแข่งขันที่หนักหน่วง การที่ทีม B-Quik Absolute Racing สามารถปรับแต่งและดูแลรักษารถคันนี้ให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมตลอดฤดูกาล สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการทำงานระดับมืออาชีพที่ทัดเทียมทีมแข่งชั้นนำในต่างประเทศ การที่แซนดียังกล่าวขอบคุณเฮงค์ที่ให้ความไว้วางใจ และทีม B-Quik Absolute Racing ที่ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งตอกย้ำถึงบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชัยชนะในมอเตอร์สปอร์ต
มองไปข้างหน้า: อนาคตที่สดใสของมอเตอร์สปอร์ตไทย
คำกล่าวของแซนดีที่ว่า “ตอนนี้ตั้งตารอซีซันหน้า” เป็นสัญญาณที่ดีถึงความกระหายในชัยชนะและแรงผลักดันที่จะพัฒนาตัวเองต่อไป ผลงานของแซนดีไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง แต่ยังยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นอีกด้วย การมีนักแข่งไทยที่มีศักยภาพระดับโลกเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแข่งรุ่นใหม่ และดึงดูดความสนใจจากทั้งแฟนคลับและสปอนเซอร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตในระยะยาว
การลงทุนในมอเตอร์สปอร์ตระดับอาชีพ ไม่ใช่แค่การแข่งขันความเร็ว แต่คือการลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนานักกีฬา และการสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าเกินกว่าที่คาดคิด มอเตอร์สปอร์ตไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และเราคงจะได้เห็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกในอนาคตอันใกล้
Ferrari 849 Testarossa Southeast Asia Premiere: การถือกำเนิดใหม่ของตำนาน ณ ใจกลางกรุงเทพฯ
จากสนามแข่งสู่ความหรูหราเหนือระดับ การพลิกโฉมวงการยานยนต์ยังคงดำเนินต่อไปด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Ferrari 849 Testarossa ที่ The Pinnacle Hall ไอคอนสยาม โดยคาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้จำหน่ายและศูนย์บริการเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์ใหม่ แต่คือการจุดประกายตำนานบทใหม่ที่ผสานมรดกอันล้ำค่าของ Testarossa เข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งยุค 2025 อย่างลงตัว
ประเทศไทย: ศูนย์กลางแห่งยนตรกรรมหรูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การที่ Ferrari Far East เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่สำหรับการเปิดตัว 849 Testarossa ครั้งแรกในภูมิภาคนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการประเมินศักยภาพของตลาดซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฮเอนด์และซูเปอร์คาร์ในไทยยังคงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มองหาความพิเศษ ความเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า คาวาลลิโน มอเตอร์ ในฐานะผู้นำเข้าและผู้เชี่ยวชาญในแบรนด์ Ferrari เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้เป็นอย่างดี และได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับ Ferrari ว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นประตูสู่ตลาดลักชัวรีในภูมิภาค
พิธีเปิดตัวยังเป็นไปอย่างสมเกียรติ ด้วยการแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมและความเคารพอันดีงาม อีกทั้งการบริจาคเงิน 500,000 บาท ให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม ยังแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของคาวาลลิโน มอเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ระดับโลกในปัจจุบัน
คุณวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ และคุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กล่าวเสริมว่า 849 Testarossa คือ “การเปิดบทใหม่ของซูเปอร์คาร์สายพันธุ์เบอร์ลิเนตต้า” ที่หลอมรวมความหรูหราและสมรรถนะเหนือระดับ ซึ่งเป็นการสรุปแก่นแท้ของรถคันนี้ได้อย่างแม่นยำ
Testarossa: ชื่อที่สะท้อนตำนานและอนาคต
สำหรับผู้ที่คลุกคลีในวงการรถยนต์ ชื่อ “Testarossa” นั้นไม่ใช่แค่ชื่อ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเร็ว ความสง่างาม และดีไซน์ที่ปฏิวัติวงการ นับตั้งแต่รุ่น 500 TR ในปี 1956 ที่สร้างชื่อเสียงจากสนามแข่ง สู่รุ่น 1984 ที่กลายเป็นไอคอนแห่งยุค 80 และปรากฏในสื่อต่างๆ ทั่วโลก การที่ Ferrari นำชื่อนี้กลับมาใช้ในรุ่น 849 Testarossa จึงเป็นการแสดงความเคารพต่อมรดกอันยิ่งใหญ่ พร้อมกับการก้าวสู่ยุคใหม่ที่ผสานดีเอ็นเอคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างลงตัว
849 Testarossa ไม่ใช่เพียงแค่การกลับมาของชื่อ แต่เป็นการตีความใหม่ของซูเปอร์คาร์ในอุดมคติ ที่ผสมผสานความหลงใหลในอดีตเข้ากับวิศวกรรมที่ล้ำหน้าของอนาคตอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นทั้งงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ และเครื่องจักรที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง
ขุมพลังและสมรรถนะ: นวัตกรรมไฮบริดจากสนามแข่งสู่ท้องถนน
หัวใจสำคัญของ Ferrari 849 Testarossa คือขุมพลังเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo รุ่นใหม่ ที่ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดประสิทธิภาพสูง มอบพละกำลังรวมมากกว่า 1,050 แรงม้า ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยอัตราเร่งที่รุนแรงและแรงบิดที่ต่อเนื่องในทุกย่านความเร็ว การนำเทคโนโลยีไฮบริดจากสนามแข่ง Formula 1 มาสู่รถยนต์โปรดักชั่น ทำให้ 849 Testarossa มีประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ทั้งในด้านความเร็ว การควบคุม และการตอบสนองที่ฉับไว
สิ่งที่น่าทึ่งคือแม้จะผสานเทคโนโลยีไฮบริด แต่ Ferrari ยังคงรักษาเอกลักษณ์เสียงเครื่องยนต์ V8 ที่ดุดันและเร้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ Ferrari ทั่วโลกหลงใหล นี่คือความท้าทายทางวิศวกรรมที่ Ferrari สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม คือการมอบสมรรถนะแห่งอนาคต โดยไม่ทิ้งจิตวิญญาณและอารมณ์ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
ดีไซน์ภายนอก: เส้นสายแห่งความดุดันและอากาศพลศาสตร์
ดีไซน์ของ 849 Testarossa เป็นการปฏิวัติแนวคิดรถสปอร์ตเครื่องวางกลางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Sports Prototype ยุค 1970s ซึ่งเป็นยุคที่การออกแบบเน้นฟังก์ชันการใช้งานและอากาศพลศาสตร์อย่างเข้มข้น เส้นสายที่ดุดัน สะอาดตา และร่วมสมัย ไม่เพียงทำให้รถดูโดดเด่น แต่ยังเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและการระบายความร้อนของเครื่องยนต์และระบบเบรก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง
การออกแบบยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Testarossa รุ่นดั้งเดิมในแบบที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นช่องระบายอากาศด้านข้างที่โดดเด่น หรือสัดส่วนของตัวรถที่ให้ความรู้สึกกว้างและเตี้ย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทำให้ 849 Testarossa เป็นทั้งงานศิลปะที่น่าชมและวิศวกรรมที่น่าทึ่ง
ห้องโดยสาร: สุนทรียะแห่งการขับขี่และความหรูหรา
ภายในห้องโดยสารของ 849 Testarossa สะท้อนคอนเซปต์ “Driver-Oriented Architecture” ที่เน้นการจัดวางองค์ประกอบทั้งหมดเพื่อผู้ขับขี่เป็นหลัก ทุกปุ่มควบคุม ทุกจอแสดงผล ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับสามารถเข้าถึงข้อมูลและควบคุมรถได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด การผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นไปอย่างกลมกลืน วัสดุคุณภาพสูงและงานประกอบแบบ Ultra Luxury ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari มอบความรู้สึกพรีเมียมในทุกสัมผัส
สิ่งที่น่าสนใจคือการกลับมาใช้พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ที่เปลี่ยนเป็นปุ่มกดจริงแทนระบบสัมผัส นี่คือการตอบสนองต่อเสียงของนักขับหลายคนที่ยังคงชื่นชอบความรู้สึก “สัมผัส” ที่แม่นยำและมั่นคงในการควบคุม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ปุ่มสตาร์ทอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari ยังคงอยู่ เพื่อเพิ่มความรู้สึกของการควบคุมที่แม่นยำและเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งอย่างแท้จริง
การลงทุนในประสบการณ์: Cavallino Motors และศูนย์บริการแห่งอนาคต
คาวาลลิโน มอเตอร์ ไม่ได้เพียงแค่จัดงานเปิดตัว แต่ยังเตรียมยกระดับการบริการลูกค้าระดับ Ultra Luxury ด้วยการเปิดอาคารใหม่ที่รองรับบริการครบวงจร รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ พร้อมระบบผสมสีอัตโนมัติ นี่คือการลงทุนที่สำคัญเพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า Ferrari ตั้งแต่การเลือกซื้อ การบำรุงรักษา ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง การบริการระดับโลกเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาฐานลูกค้าที่ซื่อสัตย์และดึงดูดลูกค้าใหม่เข้าสู่โลกของ Ferrari
บทสรุปและอนาคต
Ferrari 849 Testarossa ไม่ใช่เพียงแค่การคืนชีพของชื่อระดับตำนาน แต่คือการประกาศจุดสูงสุดของสมรรถนะ เทคโนโลยี และงานออกแบบของ Ferrari ที่สร้างมาเพื่อผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ มันเป็นภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญของ Ferrari ที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่ยังคงรักษามรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน การที่ประเทศไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวที่สำคัญเช่นนี้ ยิ่งยืนยันถึงสถานะที่แข็งแกร่งในฐานะศูนย์กลางยานยนต์หรูและมอเตอร์สปอร์ตของภูมิภาค
บทส่งท้าย: ก้าวต่อไปของไทยในโลกยานยนต์
จากความตื่นเต้นบนสนามแข่งของ Sandy Kraokaew Stuvik ที่สะท้อนถึงศักยภาพของนักแข่งไทยและมาตรฐานมอเตอร์สปอร์ตในประเทศ ไปจนถึงความอลังการของการเปิดตัว Ferrari 849 Testarossa ที่ตอกย้ำถึงบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางยานยนต์หรูระดับโลก เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้บริโภค แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลกของยานยนต์ ทั้งด้านการแข่งขันและนวัตกรรม
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคทองที่เราจะได้เห็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง การพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่ หรือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ยานยนต์ที่เหนือระดับ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตและสร้างชื่อเสียงในวงการนี้ได้อย่างไม่หยุดยั้ง
อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต! หากคุณสนใจในนวัตกรรมยานยนต์ ความแรงระดับสนามแข่ง หรือความหรูหราเหนือกาลเวลา เราขอเชิญชวนให้คุณสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ติดตามข่าวสารจากวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างใกล้ชิด เยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานโลก หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเกี่ยวกับยานยนต์แห่งอนาคตบนแพลตฟอร์มของเรา โลกยานยนต์กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเราอยากให้คุณก้าวไปพร้อมกับเรา!

