ยลโฉมยานยนต์แห่งอนาคต: เจาะลึกรถใหม่น่าจับตาในตลาดไทยปี 2025-2026 จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ 10 ปี
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมบอกได้เลยว่าปี 2025 และต่อเนื่องถึงปี 2026 นี้ จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และความต้องการของผู้บริโภคหลอมรวมกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ต่างงัดไม้เด็ดออกมาประชันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สุดล้ำ รถไฮบริดประสิทธิภาพสูง หรือรถยนต์เครื่องสันดาปภายในที่ได้รับการปรับปรุงให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น นี่คือบทสรุปและบทวิเคราะห์จากประสบการณ์จริง เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญในโลกยานยนต์ยุคใหม่นี้
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการเข้ามาของ EV สู่ยุคของการ “เลือกสรร” และ “ปรับแต่ง” ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความประหยัด แต่ยังครอบคลุมถึงสมรรถนะ ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และที่สำคัญคือ “นวัตกรรม” ที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบ เรามาดูกันว่ามีรถยนต์รุ่นไหนบ้างที่กำลังจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนท้องถนนเมืองไทย
กลุ่มรถยนต์ที่จะสร้างเทรนด์ใหม่ในปี 2026: เตรียมตัวก่อนใคร
Toyota Land Cruiser FJ 2026:
แม้กระแส EV จะมาแรง แต่สำหรับรถยนต์ออฟโรดสายพันธุ์แท้ Toyota Land Cruiser FJ 2026 ยังคงเป็นที่จับตาของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความแกร่งทนทานและการบุกตะลุยอย่างแท้จริง ด้วยมิติตัวถังที่กำยำและระยะฐานล้อที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ บนแพลตฟอร์มที่พัฒนาจากรถกระบะ IMV ของ Toyota ทำให้มั่นใจในสมรรถนะการยึดเกาะถนนและการลุยได้อย่างไร้กังวล ขุมพลังเบนซิน 2.7 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ 163 แรงม้าอาจไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวา แต่มันคือหัวใจของความเชื่อมั่นในทุกเส้นทาง ห้องโดยสารเน้นความกว้างขวาง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์การเป็นเพื่อนคู่ใจในการผจญภัยได้อย่างลงตัว Toyota Land Cruiser FJ จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างสำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลในกลิ่นอายของรถยนต์ออฟโรดคลาสสิก แต่มาพร้อมเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัย
Isuzu D-Max 2026:
ในตลาดรถกระบะที่ดุเดือด Isuzu D-Max ยังคงยืนหนึ่งด้วยความนิยมมาอย่างยาวนาน สำหรับ Isuzu D-Max 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ จะมาพร้อมกับนิยาม “The One & Only” ที่ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์และความเหนือชั้น ด้วยการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกให้ดุดันยิ่งขึ้น กระจังหน้า Multi-layer และไฟหน้า Modern Line สร้างความสะดุดตาอย่างมาก ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับด้วยเบาะ Coolmax ปรับไฟฟ้า แอร์ Dual Zone และหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่รองรับ Wireless Apple CarPlay/Android Auto ตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายและทันสมัยยิ่งขึ้น ไฮไลต์สำคัญคือพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ที่ได้รับการอัปเกรด ทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองมีความคล่องตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขุมพลัง 3.0 Ddi Maxforce 190 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบสปอร์ตยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่มอบพละกำลังและความประหยัดในแบบฉบับ รถกระบะ Isuzu ที่คนไทยคุ้นเคย
BMW iX3 2026:
สำหรับตลาด รถ EV พรีเมียม BMW iX3 2026 คือการผสานความหรูหราของแบรนด์ BMW เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าอันล้ำสมัย ด้วยดีไซน์สไตล์ SAV ที่เน้นประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและระยะทางวิ่งสูงสุดที่ 805 กม. (WLTP) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ภายในห้องโดยสารคืออาณาจักรของเทคโนโลยีและดีไซน์ล้ำยุค ด้วยจอแสดงผลกลางแบบ Free-cut Design ขนาด 17.9 นิ้ว พร้อมระบบ BMW Panoramic iDrive และจอ BMW 3D Head-Up Display ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ระบบช่วยขับอัจฉริยะและเทคโนโลยี “Heart of Joy” ตอกย้ำถึงความตั้งใจของ BMW ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและปราดเปรียว นี่คือ รถยนต์ไฟฟ้า ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
Isuzu D-Max EV 2026:
การปรากฏตัวของ Isuzu D-Max EV ในปี 2026 ถือเป็นหนึ่งใน รถกระบะไฟฟ้า ที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดไทย ด้วยความเป็นผู้นำในตลาดกระบะของ Isuzu การนำเสนอ D-Max ในเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบย่อมสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time พร้อม E-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ มั่นใจได้ถึงสมรรถนะการบุกตะลุยบนพื้นที่ทุรกันดารไม่แพ้รุ่นดีเซล พร้อมทั้งยังมอบพลังเร่งแซงที่ฉับไวและความเงียบของ รถยนต์ EV จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการลากจูงและน้ำหนักบรรทุกที่สูง สะท้อนถึง DNA ของ D-Max ที่ไม่ทิ้งความแกร่งทนทานไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดรถกระบะในไทยไปตลอดกาล และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์
ZEEKR 9X 2025-2026:
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ระดับแฟล็กชิป ZEEKR 9X คือตัวแทนของความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันน่าทึ่ง ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาจากทีมงานระดับโลก พร้อมฝากระโปรงหน้าที่กว้างและกระจังหน้าโครเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารคือความโอ่อ่ากว้างขวางแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง เบาะ Cloud Lounge พร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่างหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17 นิ้ว และระบบเครื่องเสียง Naim 3,800 วัตต์ ที่สร้างบรรยากาศห้องโดยสารให้เหนือระดับ แพลตฟอร์ม SEA-S ที่รองรับสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนไฟฟ้า 900V และระบบอัจฉริยะ SEA Super Hybrid ทำให้ ZEEKR 9X มอบกำลังสูงสุด 1,030 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที พร้อมระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนถึง 380 กม. และรวมถึง 1,250 กม. นี่คือ รถยนต์หรู ที่ผสานเทคโนโลยี ความแรง และความสะดวกสบายไว้ในหนึ่งเดียว
กลุ่มรถยนต์ที่จะสร้างปรากฏการณ์ในปี 2025: พร้อมลุยตลาดไทย
All New Toyota Hilux Travo-e 2025:
Toyota กำลังรุกตลาด รถกระบะไฟฟ้า อย่างเต็มตัวด้วย All New Toyota Hilux Travo-e 2025 ที่เปิดราคามาอย่างน่าสนใจสำหรับรุ่น Double Cab 4TREX นี่คือการผสานความแกร่งของ Hilux เข้ากับขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ระบบขับเคลื่อน Dual Motor All-Wheel Drive มอบกำลังรวม 196 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนขนาด 59.2 kWh ที่วิ่งได้ไกล 315 กม. จุดเด่นคือระบบ “Diamond Guard” ที่ปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างมั่นใจ และเทคโนโลยี “Dynamic Cloud” ที่ช่วยยกระดับความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ Travo-e ไม่ใช่แค่รถกระบะ EV แต่คืออนาคตของ รถกระบะอเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์ทั้งงานบรรทุกและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
All New Toyota Hilux Travo 2025:
สำหรับแฟนๆ Hilux ที่ยังคงเชื่อมั่นในเครื่องยนต์สันดาป All New Toyota Hilux Travo 2025 มาพร้อมดีไซน์ “Cyber Sumo” ที่บึกบึนและทรงพลัง พร้อมการอัปเกรดภายในห้องโดยสารให้หรูหราล้ำสมัยด้วยจอแสดงข้อมูลดิจิทัล 12.3 นิ้วและพวงมาลัยไฟฟ้า จอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย พร้อมแท่นชาร์จไร้สาย ขุมพลัง GD Super Power 2.8 ลิตร 204 แรงม้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่มอบสมรรถนะและความประหยัด ระบบ Multi-Terrain Select, เบรกมือไฟฟ้า EPB และ Toyota Safety Sense ครบชุด ยิ่งทำให้ กระบะ Toyota รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ครบครันสำหรับทุกคน
Honda CR-V e:HEV 2025-2026:
Honda CR-V e:HEV ใหม่ ยังคงเป็นหนึ่งใน รถ SUV ไฮบริด ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย สำหรับรุ่นปี 2025-2026 นี้ ได้รับการปรับลุคให้สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่น RS ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคันและล้ออัลลอยสีดำ Berlina Black ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสปอร์ต เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ RS ระบบระบายอากาศที่เบาะคู่หน้า และเครื่องเสียง BOSE 12 ลำโพง ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.6 กม./ลิตร พร้อมเทคโนโลยี Honda SENSING ครบชุด ทำให้ Honda CR-V เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและความเป็นสปอร์ต
OMODA C3 2025:
Omoda C3 คือ รถ SUV ไฟฟ้า สไตล์สปอร์ตที่เตรียมเข้ามาสร้างความตื่นเต้นในตลาด EV ระดับเริ่มต้น ด้วยดีไซน์ที่คมเข้มและห้องโดยสารทันสมัย แม้ข้อมูลสเปคและราคาจะยังไม่เป็นทางการทั้งหมด แต่ด้วยชื่อรุ่น C3 คาดการณ์ว่าจะมีขนาดที่กะทัดรัดกว่า Omoda C5 EV และอาจมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มาพร้อมดีไซน์และฟังก์ชันที่โดดเด่น การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 จะเป็นบทพิสูจน์ว่า Omoda C3 จะสามารถเขย่าบัลลังก์รถ EV ในไทยได้หรือไม่
Chery Tiggo 8 CSH PHEV 2025:
Chery Tiggo 8 CSH PHEV คือ รถ SUV 7 ที่นั่ง ที่ผสานความหรูหราและเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยแพลตฟอร์ม T1X ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟ Full LED ภายในห้องโดยสารหรูหรา กว้างขวาง เบาะ 3 แถว หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ 24.6 นิ้ว ชิพ Qualcomm Snapdragon 8155 และระบบเสียง SONY ขุมพลัง Chery Super Hybrid (CSH) ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิด 545 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.2 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ 19.27 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 80-95 กม. และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 58.82 กม./ลิตร นี่คือ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่คุ้มค่าและครบครันสำหรับครอบครัวใหญ่
Jaecoo 6T 2025:
Jaecoo 6T หรือ Chery iCAR 03T คือ รถยนต์ SUV ไฟฟ้า ขนาดกะทัดรัดที่น่าจับตา ด้วยดีไซน์ตัวถังกว้างที่ยังคงความแข็งแกร่ง มีตัวเลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์เดี่ยวให้กำลัง 184 แรงม้า ส่วนมอเตอร์คู่ให้กำลัง 279 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 501 กม. ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายและทันสมัย จอมาตรวัด 9.2 นิ้ว และจอควบคุมส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว รองรับมัลติทัชและระบบสั่งการด้วยเสียง ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ Jaecoo 6T เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด รถ EV สำหรับคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและดีไซน์ที่แตกต่าง
Mitsubishi Destinator 2025:
Mitsubishi Destinator คือ รถครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุดที่ Mitsubishi ตั้งความหวังไว้สูงในตลาดอาเซียน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Turbocharged และ Intercooler พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งได้รับการปรับจูนมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบิดที่ทรงพลังในรอบต่ำ ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ Destinator จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด SUV อเนกประสงค์ ขนาดกลาง และเป็นบทพิสูจน์ถึงทิศทางใหม่ของ Mitsubishi ในประเทศไทย
BYD Dolphin 2025:
BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับปรุงใหม่ยังคงเป็นหนึ่งใน รถ EV ยอดนิยม ที่สุดในตลาด ด้วยการปรับปรุงสมรรถนะแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น รุ่นจำหน่ายในไทยคาดว่าจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย (95 แรงม้า และ 204 แรงม้า) ด้วยแบตเตอรี่ขนาดต่างๆ ที่มอบระยะทางวิ่งตั้งแต่ 401-520 กม. (CLTC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จุดเด่นยังคงอยู่ที่การรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 80 kW และระบบ Vehicle-to-Load (V2L) ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน BYD Dolphin ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้ พร้อมเทคโนโลยีที่ครบครัน
BYD Atto 2 2025:
BYD Atto 2 2025 สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ e-Platform 3.0 มาพร้อมสไตล์ SUV ขนาดเล็กที่แข็งแกร่งและโดดเด่นด้วยเส้นสายฝากระโปรงที่สูงและขอบพลาสติกที่รอบตัวถัง ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 45.12 kWh ที่วิ่งได้ไกล 312 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จเร็ว DC 65 kW ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว 174 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ด้วยราคาที่คาดการณ์ว่าจะน่าสนใจในจีน BYD Atto 2 จะเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ในตลาดไทย
Kia EV3 2025:
Kia EV3 คือ รถยนต์พลังไฟฟ้าล้วน ครอสโอเวอร์ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Kia ในการรุกตลาด EV ด้วยขุมพลังมอเตอร์เดี่ยวติดตั้งที่เพลาล้อคู่หน้า ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 283 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที จุดเด่นคือแบตเตอรี่ที่มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ (58.3 kWh และ 81.4 kWh) ซึ่งมอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 600 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (WLTP) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ รถ EV ในกลุ่มนี้ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและฟังก์ชันที่ครบครัน Kia EV3 จะเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีสมรรถนะและระยะทางวิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
Mazda CX-50 Hybrid 2025:
Mazda CX-50 Hybrid 2025 เป็นการผสมผสานที่น่าสนใจระหว่างปรัชญาการขับขี่ของ Mazda กับเทคโนโลยีไฮบริดของ Toyota ด้วยการนำระบบ Toyota Hybrid System มาปรับใช้และปรับแต่งระบบส่งกำลังไฮบริดให้ตอบสนองคันเร่งมากขึ้น เพื่อคงเอกลักษณ์ “Zoom-Zoom” ของ Mazda ขุมพลังประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว และเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังรวม 219 แรงม้า แรงบิด 226 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 16 กม./ลิตร นี่คือ รถ SUV ไฮบริด ที่มอบทั้งความสนุกในการขับขี่ ความนุ่มนวล และความสามารถในการลากจูง ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความสมดุลของสมรรถนะและประสิทธิภาพ
Toyota Hilux Hybrid 2025:
Toyota Hilux Hybrid 2025 พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในด้านดีไซน์และขุมพลัง ด้วยกระจังหน้าที่ดูโหดดุดัน และคาดว่าจะใช้พื้นฐานแพลตฟอร์ม TNGA-F ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีไฮบริด 48V ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร การนำระบบไฮบริดมาใช้ใน รถกระบะ ที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง Hilux สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Toyota ในการมอบทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยไม่ทิ้งสมรรถนะการทำงานหนัก
Hyptec HL 2025:
Hyptec HL 2025 คือ รถ SUV ไฟฟ้า แฟล็กชิประดับหรูที่เปิดตัวในงาน Auto Guangzhou 2024 ด้วยดีไซน์หรูหราดุจเรือสำราญและเทคโนโลยีอัจฉริยะ สร้างบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 บนสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ 800 โวลท์ มีทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) และรุ่นขยายระยะทาง (REEV) ซึ่งทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จกระแสตรงถึง 5C รุ่น BEV มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ วิ่งไกล 750 กม. (CLTC) และสามารถเพิ่มระยะทางได้ 265 กม. ด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที ในขณะที่รุ่น REEV สามารถวิ่งด้วยแบตเตอรี่ได้ 350 กม. และมีระยะทางรวมเกิน 1,200 กม. Hyptec HL จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าหรู ในอนาคต
All-New Nissan Kicks 2025:
All-New Nissan Kicks 2025 คาดว่าจะยังคงเป็น รถครอสโอเวอร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี e-Power ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nissan แต่ในรุ่นใหม่นี้ อาจมีการปรับปรุงและเสริมทางเลือกในบางตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 141 แรงม้า เกียร์ Xtronic CVT พร้อมตัวเลือกขับเคลื่อน 4 ล้อ Intelligent All-Wheel Drive ซึ่งจะเพิ่มความหลากหลายให้แก่ลูกค้าที่มองหา รถยนต์อเนกประสงค์ ที่มีสมรรถนะและการขับขี่ที่แตกต่างจากคู่แข่ง หากเข้ามาในไทยในรูปแบบ e-Power ก็จะยังคงจุดแข็งด้านการขับขี่ที่คล้ายรถยนต์ไฟฟ้าแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ
MG HS 2025:
MG HS 2025 ยังคงเป็น รถ SUV ยอดนิยม ที่มอบความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ครบครัน มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร 169 แรงม้า และรุ่น PHEV 2025 ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 210 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 24.7 kWh ที่สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 120 กม. และมีระบบ V2L ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน ดีไซน์ภายนอกและภายในคาดว่าจะได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยและหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยราคาที่น่าสนใจในสหราชอาณาจักร MG HS จะยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด รถ SUV ของไทย
Zeekr 7X 2025:
Zeekr 7X คือ รถ SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้างขวาง เบาะปรับไฟฟ้าทั้งผู้โดยสารหน้าและหลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยจากระบบขับเคลื่อน Silicon Carbide E-Motor 2 ชุด ที่ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที และระยะทางขับขี่สูงสุด 780 กม. (CLTC) รุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบาย มอบประสบการณ์เหนือระดับทั้งการเดินทางใกล้และไกลไปกับครอบครัวอย่างไร้กังวล Zeekr 7X จะเข้ามาเป็นตัวเลือกในตลาด รถ EV ครอบครัว ที่ต้องการความหรูหราและประสิทธิภาพ
Toyota bZ4X 2025:
Toyota bZ4X 2025 ได้รับการปรับปรุงดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวและทันสมัยขึ้น โดยยังคงใช้แนวคิด “Hammerhead” พร้อมไฟหน้า LED และหลังคา Panoramic Moonroof ภายในห้องโดยสารกว้างขวางในแนวคิด “Open & Relax” ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมหน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto มีให้เลือก 2 รุ่นคือ FWD 73 kWh และ AWD 73 kWh ที่มอบกำลังสูงสุด 224 แรงม้า และ 343 แรงม้าตามลำดับ พร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense Toyota bZ4X รุ่นนี้ตั้งเป้ายอดขายกว่า 6,000 คันในปีแรก แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการแข่งขันในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ของ Toyota
Volvo ES90 2025:
Volvo ES90 2025 คือ รถซีดานหรูพลังงานไฟฟ้าล้วน ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA2 รองรับการชาร์จไฟสูงสุด 350 กิโลวัตต์ มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย ทั้ง Single Motor และ Twin Motor Performance ที่ให้กำลังสูงสุดตั้งแต่ 333 แรงม้า ไปจนถึง 680 แรงม้า พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 680-700 กม. (WLTP) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูตามแบบฉบับ Volvo และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้ Volvo ES90 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าหรู ที่เน้นทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน
Seres 3 2025:
Seres 3 2025 ยังคงสร้างกระแสในฐานะ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาเข้าถึงได้ ที่มาพร้อมจุดเด่นเหนือคู่แข่งหลายประการ ทั้งระบบชาร์จเร็ว DC Fast Charging (20-80% ใน 40 นาที) ช่วงล่าง Multi-Link Independent Suspension ที่ล้อหลัง เพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่ และระบบ Thermal Management System ขั้นสูงที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่และรักษาสมรรถนะได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย ด้วยราคาจำหน่ายที่ 599,200 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 ทำให้ Seres 3 เป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่คุ้มค่าและมีคุณภาพอย่างแท้จริง
Leapmotor B10 2025:
Leapmotor B10 คือ รถครอสโอเวอร์สไตล์ SUV ไฟฟ้า ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่ารุ่นพี่อย่าง C10 ด้วยมิติตัวถังที่คล้ายกับคู่แข่งในกลุ่ม B-SUV อย่าง MG S5 EV หรือ BYD Atto 3 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 56.2-67.1 kWh ให้ระยะทำการสูงสุด 470-516 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 140-168 กิโลวัตต์ ด้วยราคาเปิดจองที่น่าดึงดูด Leapmotor B10 จะเข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
Tesla Model 3 2025:
Tesla Model 3 รุ่นปรับโฉมล่าสุดในปี 2025 ยังคงเป็นหนึ่งใน รถ EV ซีดาน ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายยิ่งขึ้น กล้องรอบคันถูกอัปเกรดใหม่ เพิ่มกล้องบริเวณกันชนหน้า เพื่อเพิ่มมุมมองและความคมชัด ภายในห้องโดยสารเรียบหรู พร้อมฟังก์ชันใหม่ๆ เช่น ก้านไฟเลี้ยวแบบใหม่ แท่นชาร์จไร้สาย 2 จุด และจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่เบาะหลัง รุ่น Long Range (RWD) ใช้แบตเตอรี่ 75 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 750 กม. (WLTP) และรองรับ Supercharger 250 kW Tesla Model 3 ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
The new Kia Carnival HEV 2025:
The new Kia Carnival HEV 7-seater คือ รถ MPV รุ่นเรือธง โฉมใหม่ที่ผสานสไตล์ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งและภายในที่หรูหรา กว้างขวาง จอโค้งพาโนรามิก 12.3 นิ้วคู่ รองรับ Android Auto / Apple CarPlay ไร้สาย และเครื่องเสียง BOSE 12 ลำโพง ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตันเมตร พร้อมโหมด EV Drive และเทคโนโลยี Honda SENSING ครบชุด Kia Carnival HEV จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่นุ่มนวล ประหยัด และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับ รถครอบครัวขนาดใหญ่
Chery V23 2025:
Chery V23 คือ รถครอสโอเวอร์ SUV ทรงเหลี่ยมที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ Jaecoo 6 รถไฟฟ้าสายลุย ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่งและดูทันสมัย มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ รุ่นท็อป 4WD Peak ติดตั้งแบตเตอรี่ 81.76 kWh กำลังสูงสุด 211 แรงม้า วิ่งไกล 430 กม. (NEDC) พร้อมระบบ V2L ที่จ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วยราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ Chery V23 จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในตลาด รถ EV SUV ที่ต้องการความแตกต่างและสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจ
All New Suzuki Fronx 2025:
Suzuki Fronx คือ รถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED แยกส่วน และเส้นสายด้านข้างที่ดูบึกบึน ภายในห้องโดยสารทันสมัย หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto และเบาะนั่งที่ปรับอุณหภูมิได้ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เบนซิน 1.5 ลิตร (105 แรงม้า) และเบนซิน 1.5 ลิตร Smart Hybrid (Mild Hybrid) (101 แรงม้า) พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 หรือ 6 จังหวะ Suzuki Fronx จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด ที่ประหยัดน้ำมันและมีดีไซน์ที่โดดเด่น
Toyota Yaris Ativ HEV 2025:
สิ้นสุดการรอคอยกับ New Toyota Yaris Ativ HEV ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่แบบไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 111 แรงม้า คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ e-CVT ที่ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงถึง 29.4 กม./ลิตร (รุ่น HEV Premium) มีโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ (ECO/Normal/Power) และมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ HEV Premium และ HEV GR Sport ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 719,000-769,000 บาท (ราคาพิเศษ) Toyota Yaris Ativ HEV จะเข้ามาเขย่าตลาด รถยนต์อีโคคาร์ไฮบริด ให้คึกคักยิ่งขึ้น ด้วยความประหยัดและความน่าเชื่อถือของ Toyota
Jaecoo 5 EV 2025:
Jaecoo 5 EV 2025 คือ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่มาพร้อมดีไซน์พรีเมียมและมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า แบตเตอรี่ความจุ 58.9 kWh ให้ระยะทำการสูงสุด 461 กม. (NEDC) การทดลองขับแสดงให้เห็นถึงการส่งกำลังที่ไหลลื่นและมั่นใจสำหรับการเร่งแซงและการใช้งานบนทางหลวง ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 549,000 บาท Jaecoo 5 EV จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาด รถ EV ระดับเริ่มต้น ที่มองหาความคุ้มค่าและดีไซน์ที่โดดเด่น
BYD Seal 5 DM-I Super Hybrid 2025:
BYD Seal 5 DM-i Super Hybrid จัดอยู่ในกลุ่ม รถซีดานขนาดกลาง ที่มาพร้อมขุมพลัง DM-i Super Hybrid แบบปลั๊กอินไฮบริด มีแบตเตอรี่ BYD Blade Battery เอกสิทธิ์ของ BYD ที่สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลสุด 120 กม. (NEDC) ภายนอกโฉบเฉี่ยวภายใต้แนวคิด Ocean Aesthetics ภายในกว้างขวาง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Atkinson Cycle ให้กำลังรวมสูงสุด 217 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร ด้วยราคาพิเศษ 699,900 บาท BYD Seal 5 DM-i จะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
GAC M8 PHEV 2025:
AION M8 PHEV คือ รถ MPV ระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร TGDI กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 182 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 25.5 kWh พร้อมระบบ Plug-in Hybrid และรองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 30-80% ภายใน 8 นาที ด้วยความหรูหรา ภายในที่กว้างขวาง และเทคโนโลยี PHEV ที่ทันสมัย GAC M8 PHEV จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ รถครอบครัวระดับหรู
Hyundai SANTA FE Hybrid 2025:
Hyundai Santa FE Hybrid 2025 เป็น รถ SUV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริด Parallel Hybrid Technology ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน โพลีเมอร์ขนาด 1.49 kWh ให้อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงสุดที่ 19.6 กม./ลิตร ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ภายในที่กว้างขวาง และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน Hyundai Santa FE Hybrid จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ รถ SUV ครอบครัว
Volvo EX30 Cross Country 2025 (MY26):
Volvo EX30 Cross Country 2025 คือ รถไฟฟ้า SUV ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกใหม่ด้วยกระจังหน้าลวดลายกราฟฟิกภูมิประเทศของเทือกเขาเค็บเนอไคเซ ล้อดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว และยาง Summer tires ขนาดใหญ่ ระบบขับเคลื่อน Twin Motor Performance ที่วิ่งไกล 490 กม. และชาร์จไว 10% – 80% ในเวลาเพียง 28 นาที ด้วยเอกลักษณ์ของ Volvo ที่เน้นทั้งดีไซน์ ความปลอดภัย และสมรรถนะ Volvo EX30 Cross Country จะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในกลุ่ม รถ EV ขนาดกะทัดรัด ที่ต้องการสไตล์ลุยๆ และประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
BMW iX1 L 2025:
BMW iX1 LWB หรือ BMW iX1 L ยกระดับ BMW X1 สู่ระบบไฟฟ้าล้วน มาพร้อมดีไซน์ที่ได้รับการปรับแต่งและมิติตัวรถที่ยาวขึ้น โดยเฉพาะฐานล้อที่ยาวกว่า X1 รุ่นมาตรฐานถึง 110 มม. ซึ่งเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างขวางยิ่งขึ้น กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.6 วินาที แบตเตอรี่แรงดันสูง 66.5 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 402-433 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 130 กิโลวัตต์ BMW iX1 L จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่มอบความสบายและสมรรถนะในแบบฉบับ BMW สำหรับลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น
BMW 2 Series Gran Coupe 2025:
BMW 2 Series Gran Coupe 2025 ในรุ่น 220 ยังคงเป็น รถซีดานเบนซิน ที่มอบความสปอร์ตและความหรูหราตามแบบฉบับ BMW ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า BMW 2 Series Gran Coupe เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์หรู ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว
Lamborghini Temerario 2025:
สำหรับสุดยอด ซูเปอร์คาร์ อย่าง Lamborghini Temerario 2025 เป็นการพลิกโฉมหน้าของวงการ ด้วยขุมพลังใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่เร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รตน. ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 343 กม./ชม. การผสานเทคโนโลยีไฮบริดอย่างเต็มรูปแบบยังช่วยลดการปล่อยไอเสียได้สูงสุดถึง 50% Lamborghini Temerario ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะและวิศวกรรมที่ redefine คำว่า “ประสิทธิภาพ” ในโลกของ รถสปอร์ตสมรรถนะสูง
Leapmotor C10 Style 2025:
Leapmotor C10 Style 2025 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Leap 3.0 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที แบตเตอรี่แบบ Lithium-Iron Phosphate (LFP) ขนาด 69.9 kWh ให้ระยะทำการสูงสุด 477 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 84 กิโลวัตต์ จุดเด่นคือสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับจูนโดยค่ายรถ Maserati และเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 เพื่อความสมดุลระหว่างความหรูหราและความสะดวกสบาย Leapmotor C10 Style จะเป็น รถ EV SUV ที่มอบความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
Deepal Hunter K50 2025:
Deepal Hunter K50 2025 คือ รถกระบะไฟฟ้า Range-Extended (REEV) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี REEV ที่โดดเด่น ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยไฟฟ้าได้ไกลถึง 131 กม. (NEDC) และเทคโนโลยี Range Extender ที่ผสานขุมพลังระหว่างเครื่องยนต์ 2.0T-GDI และมอเตอร์ไฟฟ้า R100G มอบประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้กังวลรวมกว่า 900 กม. จากการชาร์จเต็ม 1 ครั้งและเติมน้ำมันเต็มถัง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะให้กำลังรวมสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที Deepal Hunter K50 จะเป็นทางเลือกใหม่ที่เหนือกว่า รถกระบะดีเซล ทั่วไป
Aion UT 2025:
Aion UT 2025 คือ รถ EV ขนาดกะทัดรัด ที่มีจุดเด่นด้านพื้นที่ภายในที่กว้างขวางที่สุดในคลาส ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่กว่าคู่แข่งอย่าง BYD Dolphin มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 134 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP 44 kWh ที่วิ่งได้ไกลถึง 420 กม. และสามารถชาร์จจาก 30 ถึง 80% ในเวลา 24 นาที ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูด Aion UT จะเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ที่เน้นความกว้างขวางและประสิทธิภาพ
Jaecoo 7 SHS 2025:
Jaecoo 7 SHS 2025 คือ รถยนต์ไฮบริดขนาดกลาง ในพิกัด B-SUV ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะจากเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ผสานกำลังเข้ากับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า บวกรวมกันได้ 347 แรงม้า แรงบิด 525 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำสมัย Jaecoo 7 SHS จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ รถ SUV ไฮบริด ที่มองหาความประหยัดและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม
Nissan Serena e-Power 2025:
Nissan Serena e-Power ใหม่ ในปี 2025 ยังคงนำเสนอเทคโนโลยี e-Power อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nissan ด้วยชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ที่ให้การออกตัวที่รวดเร็วและเร่งแซงได้อย่างทันใจเสมือน รถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.77 kWh และเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร 3 สูบ ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า ด้วยราคาที่น่าสนใจ Nissan Serena e-Power จะยังคงเป็น รถ MPV อเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวใหญ่ด้วยความประหยัดและความสะดวกสบาย
New MG S5 EV 2025:
New MG S5 EV 2025 คือ รถ SUV ไฟฟ้าล้วน ในกลุ่ม B-SUV ที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Nebula Pure Electric Platform พร้อมโครงสร้างที่แข็งแกร่งและแบตเตอรี่แบบ Cell-To-Pack มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย รุ่น X ใช้มอเตอร์ 170 แรงม้า แบตเตอรี่ 50 kWh วิ่งไกล 416 กม. (NEDC) ชาร์จเร็ว 10-80% ใน 30 นาที และรุ่น V ใช้มอเตอร์ 245 แรงม้า แบตเตอรี่ 64 kWh วิ่งไกล 550 กม. (NEDC) ด้วยราคาจำหน่ายที่คุ้มค่า MG S5 EV จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า
Deepal S05 2025:
Deepal S05 คือ รถ SUV น้องใหม่ ที่มีให้เลือกทั้ง 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ BEV (ไฟฟ้าล้วน) และ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) รุ่น REEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แบตเตอรี่ 27 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 170 กม. และรวมระยะทางวิ่งด้วยน้ำมัน 1,180 กม. (NEDC) ส่วนรุ่น BEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 238 แรงม้า แบตเตอรี่ 56 kWh ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ Deepal S05 จะเข้ามาเพิ่มทางเลือกในตลาด รถ SUV พลังงานทางเลือก
MG IM6 2025:
New MG IM6 พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้บริโภคชาวไทยสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก มีทั้งรุ่น Premium 2WD มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 295 แรงม้า แบตเตอรี่ 75 kWh วิ่งไกล 550 กม. (NEDC) และรุ่น Performance AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 787 แรงม้า แบตเตอรี่ 100 kWh วิ่งไกล 634 กม. (NEDC) ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.48 วินาที MG IM6 จะเป็น รถ EV ซีดาน ที่มอบสมรรถนะและความหรูหราที่เหนือกว่า
New Tesla Model Y Launch Series 2025:
New Tesla Model Y 2025 ยังคงเป็น รถ EV SUV ยอดนิยม ที่สุด ด้วย 2 รุ่นย่อย รุ่นปกติ (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) ราคา 1,769,000 บาท ระยะทำการ 466 กม. (WLTP) และรุ่น Long Range AWD (มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ) ราคา 2,069,000 บาท ระยะทำการ 551 กม. (WLTP) แม้จะยังไม่มีรุ่น Performance เปิดตัวในตอนแรก แต่ Tesla Model Y ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า
All-New Mitsubishi XFORCE HEV 2025:
Mitsubishi XFORCE HEV 2025 คือ รถ B-SUV ไฮบริด ที่เตรียมเข้ามาเป็นคู่แข่งสำคัญของ Toyota Yaris Cross ในตลาดไทย ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC 4 สูบ 95 แรงม้า ผสานกำลังร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า แบตเตอรี่ Lithium-Ion 1.1 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9.2 วินาที ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและขุมพลังไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน Mitsubishi XFORCE HEV จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด SUV ไฮบริด
Hyundai Ioniq 5 N Line 2025:
Hyundai Ioniq 5 N Line 2025 คือ รถ EV SUV ที่มาพร้อมสไตล์สปอร์ตและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ชุด ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง กำลังสูงสุด 228 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 84 kWh ให้ระยะทำการสูงสุด 530 กม. (WLTP) และรองรับระบบไฟฟ้า 800 V ที่ชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 กิโลวัตต์ Hyundai Ioniq 5 N Line จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
Zeekr 009 2025:
Zeekr 009 2025 คือ รถ MPV ไฟฟ้าหรู ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Flagship AWD 6 ที่นั่ง และ Premium AWD 7 ที่นั่ง ด้วยมอเตอร์แม่เหล็กถาวร 2 ตัว ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD พละกำลังรวมสูงสุด 603 แรงม้า แรงบิด 693 นิวตันเมตร วิ่งไกล 582 กม. (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที Zeekr 009 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ รถครอบครัวระดับพรีเมียม ที่ต้องการความหรูหรา สมรรถนะ และความเงียบของรถยนต์ไฟฟ้า
GWM Tank 700 2025:
Tank 700 2025 คือ รถ SUV ยักษ์ใหญ่แฟล็กชิป จาก Great Wall Motor ที่มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์ 3.0T Hi4-T แบบ Longitudinal Parallel Hybrid ให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100 กม. (NEDC) ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่งและหรูหรา GWM Tank 700 จะเข้ามาเติมเต็มตลาด SUV พรีเมียม ที่ต้องการทั้งสมรรถนะออฟโรดและความหรูหรา
Nissan Serena 2025:
Nissan Serena 2025 (รุ่นไฮบริด) คือ รถ MPV ไฮบริด ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2.6 แรงม้า แรงบิด 48 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันสูงสุด E10 และเคลมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงถึง 14.2 กม./ลิตร ด้วยความอเนกประสงค์ของ รถ MPV และความประหยัดของระบบไฮบริด Nissan Serena จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ รถครอบครัว
Volvo EX90 2025:
Volvo EX90 2025 คือ รถ SUV ไฟฟ้าแฟล็กชิป ที่เน้นความเรียบง่าย หรูหรา และที่สำคัญคือยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น LiDAR, กล้อง 8 ตัว, เรดาร์ 5 ตัว และเซนเซอร์อุลตราโซนิค 12 ตัว ขุมพลังไฟฟ้าล้วน มอเตอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 517 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 111 kWh วิ่งไกล 600 กม. (WLTP) Volvo EX90 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการ รถ EV SUV ขนาดใหญ่ ที่ไม่เพียงหรูหรา แต่ยังปลอดภัยที่สุดในตลาด
GWM Poer Sahar HEV 2025:
GWM Poer Sahar HEV 2025 คือ รถกระบะขุมพลังไฮบริด ที่วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พร้อมเทอร์โบแปรผัน ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 244 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร ส่วนกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า และแรงบิด 268 นิวตันเมตร ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไดเรคท์อินเจคชัน ด้วยขุมพลังที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีไฮบริด GWM Poer Sahar HEV จะเป็น รถกระบะ ที่มอบทั้งสมรรถนะและความประหยัด
Deepal E07 2025:
Deepal E07 2025 มีให้เลือกทั้งรุ่น EV และ EREV รุ่น EREV ใช้แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate จาก CATL ความจุ 39.05 kWh ที่สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ไกลได้จากการปั่นไฟจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ถึง 180-200 กม. และทำความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม. ด้วยเทคโนโลยี Range-Extended Deepal E07 จะเป็น รถ EV SUV ที่มอบความสบายใจในการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ
Leapmotor C10 2025:
Leapmotor C10 2025 คือ รถ SUV ไฟฟ้า 100% ที่ผลิตมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดยุโรป มิติตัวรถกว้างขวางรองรับ 5 ที่นั่ง ภายในห้องโดยสารแบบมินิมอลแต่ไฮเทค หน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว ความคมชัด 2.5K พร้อมชิพ Qualcomm Snapdragon 8295 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 230 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP ที่มีความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ 52.9 kWh และ 69.9 kWh วิ่งไกล 360-420 กม. (WLTP) Leapmotor C10 จะเป็น รถ EV SUV ที่มอบความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
Geely EX5 2025:
Geely EX5 2025 คือ รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่มีขนาดใหญ่สุดในมาตรฐานกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้าที่ขายในไทย ภายในโดดเด่นด้วยทริมการตกแต่งภายในและวัสดุที่หรูหรา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้าน แผงคอนโซลกลางเป็นชั้นเชื่อมติดกับคอนโซลหน้า เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท LFP ที่มีความจุให้เลือก 2 แบบ คือ 49.52 kWh และ 60.22 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 215 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร วิ่งไกล 415-505 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ภายใน 17 นาที Geely EX5 จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด รถ EV SUV ที่เน้นความหรูหราและประสิทธิภาพ
Mazda CX-5 2025:
Mazda CX-5 2025 ยังคงเป็น รถครอสโอเวอร์ SUV ในกลุ่ม C-SUV ที่มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร (165 แรงม้า) และดีเซล เทอร์โบ SKYACTIV-D 2.2 ลิตร (190 แรงม้า) พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ชั้น และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ทุกรุ่นมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift และประตูท้ายเปิด/ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ด้วยความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน Mazda CX-5 จะยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด SUV ของไทย
Isuzu D-Max MHEV 2025:
Isuzu D-Max MHEV 2025 คือ รถกระบะ 4 ประตูตัวสูง น้องใหม่ ที่เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมการขับเคลื่อน พัฒนาต่อยอดจาก Hi-Lander 1.9 Ddi M A/T เครื่องยนต์อีซูซุดีเซล RZ4E-TC MHEV (EURO5) 150 แรงม้า พร้อมระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM) และแบตเตอรี่ DC ขนาด 48 โวลต์ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Rev Tronic ด้วยราคา 1,145,000 บาท Isuzu D-Max MHEV จะเป็นทางเลือกใหม่ที่ผสมผสานความประหยัดของ รถไฮบริด เข้ากับความแกร่งของ รถกระบะ
ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจกับยานยนต์แห่งปี 2025-2026
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025-2026 นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและโอกาสที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในความแรงของซูเปอร์คาร์ ผู้ที่มองหาความหรูหราจากรถยนต์พรีเมียม ผู้ที่ต้องการความประหยัดและรักษ์โลกด้วย รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ไฮบริด หรือแม้กระทั่งผู้ที่ยังคงเชื่อมั่นในสมรรถนะของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้มีตัวเลือกที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการและทุกงบประมาณอย่างแน่นอน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่าการตัดสินใจซื้อรถยนต์ในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกพาหนะ แต่เป็นการลงทุนในเทคโนโลยี ประสบการณ์ และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์อนาคต หากคุณกำลังวางแผนที่จะเป็นเจ้าของรถคันใหม่ในปีที่น่าจับตาเช่นนี้ อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และที่สำคัญที่สุดคือ “ทดลองขับ” ด้วยตัวคุณเอง
อย่ารอช้า! โอกาสในการเป็นเจ้าของยานยนต์แห่งอนาคตมาถึงแล้ว เยี่ยมชมโชว์รูมที่คุณสนใจวันนี้ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำส่วนตัวและข้อเสนอพิเศษ!
![[ครบชุด] T1011034 เหน อยได แต ามท Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-421.png)
![[ครบชุด] T1011027 Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-422.png)