ผ่าเทรนด์ยานยนต์ 2025: BYD M9 MPV PHEV พรีเมียม และ Deepal E07 กระบะไฟฟ้าแห่งอนาคตพลิกโฉมวงการ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมมากว่าทศวรรษ ผมกล้ายืนยันว่าปี 2025 จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดจะก้าวล้ำไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของสมรรถนะหรือระยะทางวิ่ง แต่เป็นการหลอมรวมนวัตกรรมเข้ากับความหรูหรา ความสะดวกสบาย และการใช้งานที่หลากหลายอย่างแท้จริง วันนี้เราจะมาเจาะลึกสองดาวเด่นที่จะเข้ามาเขย่าตลาดในปีหน้า ทั้ง BYD M9 MPV ระดับพรีเมียม และ Deepal E07 รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่ฉีกทุกกรอบนิยาม
BYD M9: MPV PHEV 7 ที่นั่งสุดหรู สัมผัสแห่งอนาคตสำหรับครอบครัว
BYD M9 รุ่นปี 2026 ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2025 นี้ ไม่ใช่แค่รถ MPV ทั่วไป แต่เป็นการประกาศศักดาของ BYD ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานความหรูหรา ความประหยัด และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มองหา รถครอบครัวหรู ที่ครบครันสำหรับชีวิตยุคใหม่
การออกแบบภายนอก: “Dragon Face” ที่สะกดทุกสายตา
ทันทีที่เห็น BYD M9 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสง่างามและความน่าเกรงขามตามปรัชญาการออกแบบ “Dragon Face” อันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ประดับด้วยโครเมียมที่จัดวางอย่างประณีต มอบความรู้สึกพรีเมียมและล้ำสมัยอย่างเห็นได้ชัด ชุดไฟหน้า LED ดีไซน์เพรียวบางถูกเชื่อมต่อด้วยเส้นไฟ LED เต็มพื้นที่ พร้อมแถบโครเมียมที่ประดับตราแบรนด์ BYD ด้วยอักษรจีน ให้ความรู้สึกถึงงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนและพิถีพิถัน สำหรับรุ่นท็อป ความพิเศษอยู่ที่การติดตั้งชุด LiDAR บนหลังคา สะท้อนถึงการเป็นผู้นำด้าน ระบบช่วยเหลือการขับขี่ อัจฉริยะ
เส้นสายด้านข้างตัวรถเรียบหรู แต่ยังคงไว้ซึ่งมิติที่น่าสนใจ ประตูบานเลื่อนไฟฟ้าคู่หลังซ้าย-ขวา ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออก แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ MPV 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอบกระจกตกแต่งด้วยโครเมียมเพิ่มความหรูหรา ส่วนด้านท้ายโดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายแบบแถบยาวเต็มพื้นที่ พร้อมสปอยเลอร์หลังคาที่กลมกลืนกับตัวรถ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ BYD M9 มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและโดดเด่นไม่เหมือนใครบนท้องถนน
สำหรับสีภายนอกในปี 2025/2026 BYD ยังได้เพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ สีเขียว Ink Bamboo Green, สีม่วง Glazed Purple-Gold และสีดำ Moon Shadow Black-Gold ซึ่งแต่ละเฉดสีล้วนสะท้อนถึงรสนิยมและความหรูหราอย่างมีระดับ
มิติตัวถังที่ยาว 5,145 มม., กว้าง 1,970 มม., สูง 1,805 มม. และระยะฐานล้อ 3,045 มม. สะท้อนให้เห็นถึงความกว้างขวางและพื้นที่ใช้สอยภายในที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบายที่สุด
ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส
ก้าวเข้าสู่ภายในของ BYD M9 คุณจะพบกับอาณาจักรแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยตัวเลือกห้องโดยสาร 2 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำตาล Sandalwood Brown สลับตัดกับสีขาว Beige และสีเทา Far Mountain Grey ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย
การจัดวางเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (2+2+3) ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของ รถครอบครัว ขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทั้งระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบบันทึกความจำ และระบบนวด เพื่อความผ่อนคลายสูงสุดตลอดการเดินทาง
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่เบาะนั่งแถวที่ 2 ซึ่งเป็นแบบ Captain Seat ดีไซน์ Zero Gravity พร้อมที่วางขาแบบไฟฟ้า และฟังก์ชันสุดพรีเมียมเช่นเดียวกับเบาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบนวด ผู้โดยสารสามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านแผงควบคุมที่แผงประตูและที่เท้าแขน นอกจากนี้ยังมีโต๊ะพับที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังเบาะคู่หน้า และลำโพงฝังในพนักพิงศีรษะ เพื่อประสบการณ์ความบันเทิงส่วนตัวที่เหนือระดับ
เบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับเก็บด้วยไฟฟ้าและปรับเอนพนักพิงได้หลายมุม เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุเริ่มต้น 470 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 2,036 ลิตรเมื่อพับเบาะนั่งลง ซึ่งเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรมของครอบครัว
แผงแดชบอร์ดล้ำสมัยด้วยหน้าจอถึง 3 จอ ประกอบด้วยแผงหน้าปัด LCD หลังพวงมาลัยทรง 3 ก้าน หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบ DiLink 150 ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง DeepSeek AI, โหมด Sentinel, คาราโอเกะแบบไร้ไมโครโฟน และการเชื่อมต่อโทรศัพท์ข้ามแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอมาตรวัดขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ W-HUD ขนาด 26 นิ้ว (ในรุ่นท็อป) พร้อมหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารขนาด 12.3 นิ้ว (อุปกรณ์เสริม) เพื่อความบันเทิงสำหรับทุกคนในรถ
ชุดอุปกรณ์ภายในอื่นๆ ยังรวมถึงแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย 50W, ระบบเสียง DiSound Dolby Atmos ที่มีให้เลือก 12, 24 หรือ 28 ลำโพง, ไฟ Ambient Light 128 สี, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 (อุปกรณ์เสริม), กุญแจ Bluetooth และ NFC, กระจก Privacy Glass และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6 นิ้วบนเพดาน และตู้ทำความร้อน-เย็นที่คอนโซลกลางในรุ่นท็อป นี่คือสุดยอดของความหรูหราและความสะดวกสบายอย่างแท้จริง
ขุมพลัง DM เจเนอเรชั่นที่ 5: ประสิทธิภาพเหนือระดับ ผสานความประหยัด
หัวใจสำคัญของ BYD M9 คือ เทคโนโลยี DM 5.0 เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน PHEV ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5T ให้กำลังสูงสุด 115 kW (154 แรงม้า) กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 200 kW (268 แรงม้า) มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.1-8.5 วินาที ที่น่าประทับใจสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่
แบตเตอรี่ “Blade Battery” ที่ได้รับการอัปเกรดให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ BYD M9 สามารถวิ่งในโหมด วิ่งไฟฟ้าล้วน ได้ไกลถึง 100 กม. หรือ 218 กม. (ตามมาตรฐาน) และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะให้ ระยะทางวิ่งครอบคลุม สูงสุดถึง 1,163 กม. ด้วยน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็ม นี่คือมาตรฐานใหม่ของ รถยนต์ประหยัดพลังงาน ที่มอบอิสระในการเดินทางอย่างแท้จริง ที่สำคัญ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดยังลดลงเหลือเพียง 4.9-5.0 ลิตร/100 กม. ซึ่งดีขึ้นถึง 0.4 ลิตรจากรุ่นก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดด้าน ประสิทธิภาพพลังงาน
ระบบช่วงล่าง DiSus-C: นุ่มนวล มั่นคง ป้องกันอาการเมารถ
BYD M9 มาพร้อมระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ซึ่งเป็น ระบบควบคุมตัวถังลดแรงกระแทกอัจฉริยะ ที่จะช่วยควบคุมความหนืดในการยืด-ยุบของช่วงล่างได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้การทรงตัวของรถเป็นไปอย่างดีเยี่ยมตลอดการเดินทาง ระบบนี้ยังมาพร้อมอัลกอริทึมพิเศษที่ช่วยลดอาการเมารถ (Motion Sickness) ทำให้ทุกท่านในรถรู้สึกสบายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการเดินทางไกล นี่คือหนึ่งใน นวัตกรรมยานยนต์ ที่ BYD ภาคภูมิใจ
นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมระบบควบคุมแรงลมยาง (TBC) และความสามารถในการส่งกำลังจากภายนอกแบบ VTOL (Vehicle-to-Load) ซึ่งเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานได้อย่างมหาศาล
ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่: “God’s Eye” ที่คอยปกป้อง
BYD ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด โดยในรุ่นท็อปของ M9 มาพร้อมระบบ God’s Eye B ซึ่งประกอบด้วย LiDAR, ระบบช่วยนำทางในเมือง และความสามารถในการจอดรถอัตโนมัติที่ได้รับการปรับปรุงให้ฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนรุ่นกลางยังคงใช้ระบบ God’s Eye C ที่รองรับ ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง ได้อย่างยอดเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกลและในสภาพการจราจรที่หนาแน่น
ราคาและตำแหน่งทางการตลาด: การลงทุนที่คุ้มค่า
BYD M9 รุ่นปี 2026 มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยในประเทศจีน โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 206,800 หยวน หรือประมาณ 9.4 แสนบาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ไปจนถึงรุ่นท็อปที่ 269,800 หยวน หรือประมาณ 1.22 ล้านบาท นี่คือราคาที่น่าสนใจมากสำหรับ MPV พรีเมียม ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานระดับสูง ทำให้ BYD M9 เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์แห่งอนาคต 2025 ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Deepal E07: นิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ในประเทศไทย
ขณะที่ BYD M9 กำลังจะสร้างปรากฏการณ์ในตลาด MPV อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ปี 2025 คือ Deepal E07 จาก ChangAn ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาในรูปแบบลูกผสมระหว่าง SUV และรถกระบะ (Pickup) สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพลิกโฉมตลาด รถกระบะไฟฟ้า และ SUV ไฟฟ้า ในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีสุดล้ำ และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม
ราคาและโปรโมชั่น: ข้อเสนอสุดเร้าใจในไทย
Deepal E07 ได้เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อม โปรโมชั่นรถไฟฟ้า สุดพิเศษในช่วง Motor Expo 2025 ที่ทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นอย่างมาก:
Deepal E07 Long Range RWD: ราคา 1,599,000 บาท ลดเหลือ 1,549,000 บาท
Deepal E07 Long Range AWD: ราคา 1,999,000 บาท ลดเหลือ 1,949,000 บาท
หมายเหตุ: ส่วนลด 150,000 บาท ในแต่ละรุ่น เป็นแคมเปญพิเศษถึง 31 ธันวาคม 2568
นอกจากราคาที่น่าสนใจแล้ว ChangAn ประเทศไทยยังมอบแพ็กเกจการรับประกันคุณภาพที่เหนือชั้น:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): 5 ปี หรือ 120,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage: 8 ปี หรือ 160,000 กม.
รับประกันช่วงล่างถุงลม และระบบปรับความหนืดช่วงล่าง: 10 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: 8 ปี
ฟรี! ค่าบำรุงรักษา: 6 ปี หรือ 6 ครั้ง
ฟรี! ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 พร้อม พรบ.: 1 ปี
ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง: เพื่อความสะดวกในการชาร์จที่บ้าน
ฟรี! สายชาร์จติดรถฉุกเฉิน (Portable Charger)
นี่คือข้อเสนอที่สะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพและการเอาใจใส่ลูกค้าอย่างแท้จริง
มิติตัวถังและการออกแบบ: SUV ผสาน Pickup ในดีไซน์สุดล้ำ
Deepal E07 มีมิติตัวถังที่น่าสนใจ ยาว 5,045 มม., กว้าง 1,996 มม., สูง 1,695 มม. และระยะฐานล้อ 3,120 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 183 มม. และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน cd = 0.237 แสดงให้เห็นถึงการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม แม้จะมีขนาดสั้นและเตี้ยกว่า รถกระบะ ทั่วไปในตลาด แต่ E07 ถูกพัฒนามาเป็นลูกผสม SUV ที่มีฟังก์ชันการใช้งานแบบ Pickup ไม่ใช่กระบะดั้งเดิม ทำให้ได้ความคล่องตัวและความสบายในสไตล์ SUV แต่ยังคงมีพื้นที่บรรทุกด้านท้ายที่ยืดหยุ่น
ภายนอกโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว, ราวหลังคาอเนกประสงค์, มือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน (Hidden Door Handles), ฝาปิดช่องชาร์จไฟฟ้าแบบไฟฟ้า, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Star Ring LED ที่ให้ความล้ำสมัย พร้อมหลังคากระจกบริเวณท้ายรถและฝาท้ายแบบกระจก เพิ่มความมีสไตล์และประโยชน์ใช้สอยที่ไม่เหมือนใคร กระจกกั้นห้องโดยสารด้านหลังสามารถเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และแผงกั้นห้องโดยสารด้านหลังยังสามารถปรับรูปแบบได้หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
ขุมพลังไฟฟ้า 800V: แรงจัด ประหยัดพลังงาน
Deepal E07 มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่ล้ำสมัยด้วย แบตเตอรี่ 800V Technology Lithium Ternary NMC ขนาดความจุ 89.98 kWh ซึ่งเป็น เทคโนโลยี EV ล่าสุด ที่ช่วยให้การชาร์จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีให้เลือก 2 รูปแบบ:
Single Motor Long Range 2WD: มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้กำลังสูงสุด 342 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 201 กม./ชม. วิ่งระยะทาง 640 กม. (มาตรฐาน NEDC)
Dual Motors Long Range AWD: มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 598 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.96 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. วิ่งระยะทาง 590 กม. (มาตรฐาน NEDC)
สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ทำให้ Deepal E07 ไม่เพียงแค่เป็น รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นรถที่มีพละกำลังและอัตราเร่งที่เร้าใจ ตอบสนองการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างมั่นใจ
การชาร์จไฟฟ้าและระบบ V2L: สะดวกสบายทุกสถานการณ์
Deepal E07 รองรับการชาร์จด้วยหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo โดยกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW และกระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 240 kW ทำให้การชาร์จเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบปล่อยกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (Vehicle-to-Load) สูงสุด 6 kW ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความอเนกประสงค์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าในการตั้งแคมป์, กิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งพลังงานสำรองในยามฉุกเฉิน นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ E07 โดดเด่นเหนือกว่า รถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า ทั่วไป
ช่วงล่าง: นุ่มนวล มั่นคง พร้อมลุยทุกเส้นทาง
ระบบช่วงล่างของ Deepal E07 ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link Beam H-ARM โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น AWD ที่มาพร้อม ช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) ที่สามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้ มอบความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลาย โหมดการขับขี่ทั่วไปยังมีให้เลือกทั้ง โหมดประหยัด, โหมดสบาย, โหมดสปอร์ต และโหมดกำหนดเอง รวมถึงโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูงสำหรับการเดินทางไกล
ภายในห้องโดยสาร: ล้ำสมัยและสะดวกสบายสูงสุด
ห้องโดยสารของ Deepal E07 สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว พวงมาลัยปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมปุ่ม Shortcut, ที่ชาร์จไร้สาย 50W พร้อมระบบระบายอากาศ, เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity พร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้า, ที่รองน่องปรับไฟฟ้า และระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งทั้งคู่หน้าและคู่หลัง สิ่งเหล่านี้คือความใส่ใจในรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทาง
หลังคากระจก Panoramic Roof ขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดแบบทึบไฟฟ้า มอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-up Display และหน้าจอสัมผัส Touchscreen แบบ Sunflower ขนาด 15.4 นิ้ว ที่สามารถปรับทิศทางเข้าหาคนขับหรือผู้โดยสารตอนหน้าได้ เป็นอีกหนึ่ง นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้ ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 256 สี ที่ปรับเปลี่ยนตามจังหวะเสียงเพลง และลำโพงถึง 18 ตำแหน่ง สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีโหมดสถานการณ์ต่างๆ เช่น โหมดแสดงแสงสีเสียง, โหมดงีบหลับ และโหมดแคมป์ปิ้ง เพื่อให้ E07 เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ
ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): ครบครันทุกมิติ
Deepal E07 จัดเต็มด้วย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่ครบครัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนท่านอื่นๆ:
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน (IACC)
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (LCC), ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (UDLC), ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้สิ่งกีดขวางด้านข้าง (LDC)
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA), ระบบช่วยจอดอัตโนมัติจากระยะไกล (RPA), ระบบนำรถเข้า-ออกช่องจอดในแนวตรงจากระยะไกล (RSIO), ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (RADS)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK)
ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (BSD), ระบบเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA), ระบบเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB), ระบบเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA), ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู (SEW)
ระบบเตือนความเร็วเกินกำหนด (OSW), ระบบตรวจจับป้ายจราจร (TSR), ระบบช่วยเปิดไฟสูงอัตโนมัติ (FAB), ระบบช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า (SDW)
นอกจากนี้ยังมาพร้อมถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, ระบบแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง (Transparency Mode), ระบบบันทึกวิดีโอการขับขี่รอบทิศทาง 360 องศา และโหมดเฝ้าระวัง Sentry Mode ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน
สีตัวถัง: เลือกได้ตามสไตล์
Deepal E07 มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาด้าน Matte Hematite Grey, สีเขียว Jade Green, สีขาว Quartz White และสีดำ Obsidian Black ส่วนภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Black และสีส้ม Orange ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถเลือกสรรได้ตามสไตล์ที่เป็นตัวเอง
สรุป: ยานยนต์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์หลากหลาย
ปี 2025 กำลังจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ด้วยการมาถึงของ BYD M9 และ Deepal E07 เราได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่ยั่งยืน สะดวกสบาย และเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
BYD M9 พิสูจน์ให้เห็นว่า MPV ระดับพรีเมียม สามารถผสานความหรูหราเข้ากับประสิทธิภาพของขุมพลัง PHEV DM 5.0 ได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ใส่ใจทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความประหยัด พร้อมระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และระยะทางรวมที่ท้าทายทุกการเดินทาง
ในขณะเดียวกัน Deepal E07 ก็ฉีกทุกกรอบของ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยการนำเสนอรูปแบบลูกผสม SUV-Pickup ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดไทย ผสานสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 800V เข้ากับความอเนกประสงค์ของพื้นที่บรรทุกด้านท้าย และชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน มอบทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการ รถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า ที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการเดินทางในเมือง การผจญภัยนอกสถานที่ หรือแม้กระทั่งการเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ด้วยฟังก์ชัน V2L
ทั้งสองรุ่นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปไกลแค่ไหน และพร้อมที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหา การลงทุนในรถยนต์ คันใหม่ในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็น MPV หรูสำหรับครอบครัว หรือรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่พร้อมลุย Deepal E07 และ BYD M9 คือสองตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยทีเดียว
อนาคตของการเดินทางอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว!
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง ผมขอเชิญชวนให้คุณติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือเยี่ยมชมโชว์รูมและทดลองขับ เพื่อค้นพบว่า BYD M9 และ Deepal E07 จะตอบโจทย์ทุกความต้องการและยกระดับทุกการเดินทางของคุณได้อย่างไร ยานยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือวิถีแห่งอนาคตที่คุณสัมผัสได้แล้ววันนี้!
![[ครบชุด] T0711230 คนท ใช อาจไม ใช เน อค Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-377.png)
![[ครบชุด] T0711223 วเลวท งเม Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-378.png)