• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T2502148 (ตอนจบ)แม อยากได หลานเลยจ บล กมานอนด วยก จนม แต พวกเขาสองคนไม นได เห นหน าก part 2 | Daiana Medlock

admin79 by admin79
February 25, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Lamborghini Temerario: กำเนิดกระทิงดุไฮบริดยุคใหม่ สู่มิติใหม่แห่งสมรรถนะและการขาย ในโลกของซูเปอร์คาร์ระดับโลก ที่ซึ่งความเร็ว ความหรูหรา และนวัตกรรมบรรจบกันอย่างลงตัว Lamborghini (ลัมโบร์กินี) หน
ึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด ได้ประกาศศักดาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว “Temerario” (เตเมรารีโอ) ยานยนต์แห่งอนาคตที่มาพร้อมสมรรถนะไฮบริดสุดล้ำ การปรากฏตัวครั้งแรกของ Temerario ในงาน Monterey Car Week 2024 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดยุคเครื่องยนต์ V10 ไร้ระบบอัดอากาศ แต่ยังเป็นการต้อนรับการมาถึงของยุคใหม่แห่งขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ที่พร้อมจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์สมรรถนะสูง และก้าวขึ้นเป็นตำนานแห่งยอดขายบทใหม่ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายของแบรนด์ Lamborghini ตั้งแต่ยุคของ Gallardo จนถึง Huracan ที่สร้างชื่อเสียงมายาวนาน แต่การมาถึงของ Temerario ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของแบรนด์ในการปรับตัวให้เข้ากับทิศทางของโลกยานยนต์ยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุนทรียภาพแห่ง Hexagonal: ดีไซน์ล้ำยุคที่บ่งบอกถึงตัวตน Temerario ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิวัติวงการดีไซน์ของ Lamborghini อย่างแท้จริง ภายใต้การนำของ Mitja Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับตำนานหลายชิ้น ชื่อ “Temerario” ซึ่งมาจากชื่อกระทิงนักสู้แห่งสเปน สะท้อนถึงความดุดันและความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ แรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ Temerario มาจาก Lamborghini Essenza SCV12 รถ Track-focused ที่สุดยอด ซึ่งถ่ายทอด DNA แห่งความเร้าใจและความสมมาตรผ่านรูปทรง Hexagonal หรือหกเหลี่ยม การเลือกใช้เส้นสายทรงหกเหลี่ยมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สุนทรียภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความสมดุล ความสมบูรณ์แบบ และความเป็นมิติในงานออกแบบ ซึ่งจะเป็นภาษาการออกแบบ (Design Language) หลักของ Lamborghini ในอนาคต จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การออกแบบที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และความคล่องตัวของ Temerario นั้นโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ท่อไอเสียทรง Hexagonal ที่อยู่ตำแหน่งสูงกลางลำตัวรถ มอบอารมณ์ที่ใกล้เคียงกับรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูง สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ การจัดวางล้อขนาด 255/35 ZR 20 นิ้ว ด้านหน้า และ 325/30 ZR 21 นิ้ว ด้านหลัง พร้อมซุ้มล้อหลังที่กว้างขวาง เป็นการผสมผสานระหว่างความสง่างามและความสปอร์ตที่ลงตัว ชวนให้นึกถึงรถแข่งระดับ MotoGP ช่องรับอากาศ (Air Intakes) ทั้งด้านหน้าและด้านข้างของ Temerario มีรูปทรงที่เฉียบคม ไฟหน้า LED แบบใหม่ที่ขนานไปกับส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมช่อง S-Duct ที่ช่วยระบายอากาศ และไฟ Daytime Running Light ทรงหกเหลี่ยมทั้งด้านหน้าและด้านท้าย ล้วนเป็นองค์ประกอบที่เสริมสร้างเอกลักษณ์ของ Temerario ให้มีความโดดเด่นและจดจำได้ง่าย โครงสร้างใหม่และห้องโดยสารที่เข้าถึงง่าย
โครงสร้างแบบ Spaceframe อลูมิเนียมที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับ Temerario ไม่เพียงแต่เพิ่มความแข็งแกร่ง แต่ยังเน้นการเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูง หรือต้องการสวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่ในสนามแข่ง แม้ว่าน้ำหนักของ Temerario จะอยู่ที่ 1,690 กก. ซึ่งมากกว่า Huracan EVO ถึง 268 กก. แต่ 73 กก. นั้นมาจากการติดตั้งระบบไฟฟ้าของระบบไฮบริด ซึ่งถือเป็นน้ำหนักที่คุ้มค่าเมื่อแลกมาด้วยสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น การเปรียบเทียบกับ Huracan รุ่นแรกในปี 2013 ที่ยังคงอิงการออกแบบจาก Gallardo นั้น จะเห็นได้ว่า Temerario มีการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดดอย่างมาก ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เข้ากับยุคสมัยที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การออกแบบของ Temerario จึงแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง สะท้อนถึงความกล้าที่จะก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ภายในห้องโดยสาร: การผสานเทคโนโลยีและสัมผัสแห่งนักบิน เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Temerario ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากห้องนักบิน (Feel Like a Pilot) ที่สืบทอดมาจากรุ่นพี่อย่าง Revuelto แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถปรับแต่งข้อมูลได้ตามต้องการ ควบคู่ไปกับหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยและสะดวกสบาย สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สามารถเลือกติดตั้ง Passenger Display ขนาด 9.1 นิ้ว เป็นออปชันเสริมได้ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบสไตล์ Fighter Jet สีแดงสด ถือเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะของ Lamborghini ได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ สไตล์รถแข่ง Squadra Corse มาพร้อมปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย และปุ่ม EV ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันได้ถึง 4 โหมด: Citta (สำหรับเมือง), Strada (สำหรับการเดินทาง), Sport (เพื่อความสนุก) และ Corsa (สำหรับสนามแข่ง) โดยโหมด Corsa Plus จะปิดการทำงานของระบบ ESP เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบและเร้าใจที่สุด ระบบ LDVI 2.0 และฟีเจอร์สุดล้ำเพื่อประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ Temerario มาพร้อมกับโหมด Drift ที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ LDVI 2.0 (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ระบบอันชาญฉลาดนี้ จะช่วยปรับปรุงการยึดเกาะถนน ควบคุมแรงฉุด (Traction Control) และให้การช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้อย่างเหมาะสมกับระดับทักษะที่แตกต่างกัน สำหรับนักขับที่ต้องการบันทึกทุกโมเมนต์สุดพิเศษ Lamborghini ได้ติดตั้ง Lamborghini Vision Unit ที่มีกล้อง 3 ตัว ซึ่งสามารถบันทึกภาพบนท้องถนน ผู้โดยสาร และมุมมองจากด้านหลังได้ โดยสามารถเพิ่มออปชันกล้องเสริมเพื่อมุมมองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบหน้าจอสัมผัสของ Temerario ยังมีฟีเจอร์การบันทึกข้อมูลระยะไกลสำหรับการลงสนามแข่งใน 150 สนามทั่วโลก และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Lamborghini Unica App ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบสภาพรถ แจ้งเตือนการเข้ารับบริการ และแม้กระทั่งอ่านอัตราการเต้นของหัวใจผู้ขับขี่ผ่าน Apple Watch ซึ่งสะท้อนถึงการผสานเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ไฮบริด: การปฏิวัติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ผสานระบบไฮบริด พัฒนาขึ้นภายใต้รหัส L411 ให้กำลังสูงสุดถึง 789 แรงม้า (800 PS) เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ที่ให้กำลังรวม 110 กิโลวัตต์ (150 PS) ผลลัพธ์คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 343 กม./ชม. สิ่งที่น่าทึ่งคือ แรงบิดรวมสูงสุดที่ 920 แรงม้า (PS) สามารถรีดรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รตน. ในโหมด Corsa แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รตน. ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) พร้อมเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะ การเลือกใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane สไตล์ซูเปอร์คาร์ยุคใหม่ ร่วมกับการออกแบบกระบอกสูบและช่วงชักที่ลงตัว (90 มม. x 78.5 มม.) ทำให้เครื่องยนต์ V8 L411 สามารถลากรอบได้สูงถึง 10,000 รตน. โดยไม่มีอาการ Turbo Lag ที่เป็นที่กังวล ส่งผลให้กำลังโดยรวมเพิ่มขึ้นเกือบ 45% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ V10 รุ่นเดิม ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของ Lamborghini
มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ถูกติดตั้งที่ล้อหน้าทั้งสองข้าง เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้าในโหมด EV (City Mode) และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมแรงบิดในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 3 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำหน้าที่เป็น Generator เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้า และยังสามารถเพิ่มพละกำลังให้กับรถได้ทันที โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของเทอร์โบ โหมด EV และแบตเตอรี่ Lithium-ion Temerario มาพร้อมโหมด EV ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 11-16 กม. รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 7 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% เพียง 30 นาที ในโหมด EV รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์ 2 ตัวจะขับเคลื่อนล้อหน้าแต่ละข้าง และอีกตัวที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับชุดเกียร์ ส่วนมอเตอร์ที่อยู่ด้านหลังจะเชื่อมต่อโดยตรงกับเพลาข้อเหวี่ยง ทำให้มอเตอร์หมุนตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน โดยไม่มีคลัทช์คั่นกลาง ตัวเลือกการปรับแต่งแบบ Ad Personum และแพ็กเกจ Alleggerita Lamborghini ตระหนักดีว่าลูกค้าของตนมีความต้องการที่หลากหลาย Temerario จึงมาพร้อมกับแผนก Ad Personum Program ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถได้ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ชิ้นส่วนตกแต่ง ลายล้อ คาลิเปอร์เบรก วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เบาและเร้าใจยิ่งขึ้น Lamborghini ได้นำเสนอแพ็กเกจ Alleggerita เป็นครั้งแรก โดยแพ็กเกจนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนน้ำหนักเบามากมาย เช่น แผงด้านหลังคอมโพสิต CFRP, แผงประตูคาร์บอน, กระจกข้างโพลีคาร์บอเนต, แผ่นรองใต้ท้องรถ, ดิฟฟิวเซอร์คาร์บอน, ล้อคาร์บอน และท่อไอเสียไททาเนียม ช่วยลดน้ำหนักได้กว่า 25 กก. และเพิ่มแรงกดด้านหลัง (Downforce) ได้ถึง 103% เมื่อเทียบกับ Huracan EVO การเปิดจองและราคา: สู่ยุคแห่งซูเปอร์คาร์ไฮบริด แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการของ Temerario แต่คาดการณ์ว่าจะมีราคาสูงถึง 250,000-300,000 ยูโร หรือประมาณ 9.5 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งในตลาดซูเปอร์คาร์ไฮบริดอย่าง Ferrari 296 GTB และ McLaren Artura สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ Lamborghini Temerario สามารถเริ่มจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้าทั่วโลกภายในปี 2026 สำหรับประเทศไทย Renazzo Motor ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Lamborghini คาดว่าจะนำรถรุ่นนี้มาจัดแสดงให้ชมภายในเดือนตุลาคมนี้ การรอคอยนี้จะคุ้มค่าอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและความสง่างามของกระทิงดุสายพันธุ์ใหม่นี้ 5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Lamborghini Temerario: ขุมพลังไฮบริด V8 เทอร์โบคู่: เป็นครั้งแรกที่ Lamborghini ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ผสานระบบไฮบริด ส่งกำลังรวมสูงสุด 920 แรงม้า ดีไซน์ Hexagonal: รูปทรงหกเหลี่ยมกลายเป็นภาษาการออกแบบหลัก สะท้อนความสมมาตร ความสมบูรณ์แบบ และความเป็นมิติ ห้องโดยสาร “Feel Like a Pilot”: การออกแบบที่คำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ผสานเทคโนโลยีทันสมัยและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ระบบ LDVI 2.0: ระบบจัดการพลวัตของรถอัจฉริยะ ที่ช่วยยกระดับการควบคุมและความปลอดภัย ตัวเลือกการปรับแต่ง: โปรแกรม Ad Personum และแพ็กเกจ Alleggerita เปิดโอกาสให้ลูกค้าสร้างรถที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่
Lamborghini Temerario ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ซูเปอร์คาร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง เป็นการผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานของ Lamborghini กับนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยานยนต์ระดับโลก หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความงาม และเทคโนโลยีถึงขีดสุด การก้าวเข้าสู่โลกของ Temerario คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของยุคใหม่นี้!
Previous Post

T2502153 แบบน เขาเร ยกแมงดาเปล านะ เร องอะไรก เกาะแต หญ part 2 | Daiana Medlock

Next Post

T2502149 แม ไม ยอมแบ งมรดกให องสาว องสาวก เลยโยนแม งน ำไปเลย part 2 | Daiana Medlock

Next Post

T2502149 แม ไม ยอมแบ งมรดกให องสาว องสาวก เลยโยนแม งน ำไปเลย part 2 | Daiana Medlock

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.